<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>7575</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2018 10:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2018 10:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผลงานเศรษฐกิจ’บิ๊กตู่’สุดบู่ 46% มองด้านลบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เม.ย.2561 &amp;ndash; ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;เศรษฐกิจไทยดีขึ้นหรือไม่ ใน 3 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2561?&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดยสอบถามความคิดเห็นจากประชาชนทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 1,250 หน่วยตัวอย่าง ซึ่งเมื่อถามถึงภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา (มกราคม &amp;ndash; มีนาคม 2561) พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 45.92% ระบุว่า เศรษฐกิจแย่ลง รองลงมา 37.52% ระบุว่า เท่าเดิม 16.24% ระบุว่า เศรษฐกิจดีขึ้น และ 0.32% ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายหรือโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจในแต่ละด้านที่รัฐบาลปัจจุบันกำลังดำเนินอยู่ พบว่า ด้านเพิ่มรายได้ ประชาชนส่วนใหญ่ 52.08% ระบุว่า เท่าเดิม รองลงมา 25.28% ระบุว่าแย่ลง &amp;nbsp;21.76% ระบุว่า ดีขึ้น และ 0.88% ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ ด้านลดค่าครองชีพ (ค่าอาหาร ค่าที่พัก ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทาง) พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 47.76% ระบุว่า เท่าเดิม รองลงมา 33.76% ระบุว่าแย่ลง 18.08% ระบุว่าดีขึ้น และ 0.40% ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ ด้านลดภาระหนี้สิน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 62.32% ระบุว่าเท่าเดิม รองลงมา 25.92%ระบุว่าแย่ลง 10.08% ระบุว่าดีขึ้น และ 1.68% ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ &amp;nbsp; ด้านเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน (ซื้อง่ายขายคล่อง) พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 44.80% ระบุว่าเท่าเดิม รองลงมา 39.84% ระบุว่าแย่ลง 14.72% ระบุว่าดีขึ้น และ 0.64% ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ ด้านเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ (เช่น ที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;ระบบคมนาคม การสื่อสารหรือโทรคมนาคม ระบบไฟฟ้าและประปา) พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 47.60% ระบุว่าเท่าเดิม รองลงมา 37.52% ระบุว่าดีขึ้น 14.16% ระบุว่าแย่ลง และ 0.72% ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับระดับความสุขจากนโยบายหรือโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลปัจจุบัน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 57.92% ระบุว่ามีความสุขเท่าเดิม เพราะไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากเมื่อก่อน เศรษฐกิจเหมือนเดิม ไม่ได้แย่ลงและก็ไม่ได้ดีขึ้น ขณะที่บางส่วนระบุว่านโยบายหรือโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ ไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อประชาชน รองลงมา 21.12% ระบุว่า มีความสุขลดลง เพราะ สภาวะเศรษฐกิจ แย่ลง ไม่มีอะไรดีขึ้น มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น หนี้สินเพิ่มขึ้น แต่รายได้ลดลง ขณะที่บางส่วนระบุว่าไม่เคยได้รับประโยชน์จากนโยบายหรือโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ เลย และ 20.96% ระบุว่า มีความสุขเพิ่มขึ้นเพราะ สภาพทางการเงินดีขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้น การคมนาคมต่าง ๆ ดีขึ้น เศรษฐกิจค่อนข้างดีขึ้น คุณภาพชีวิตดีขึ้น และมีความชื่นชอบนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลชุดปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงความเชื่อมั่นต่อนโยบายและโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา (มกราคม &amp;ndash; มีนาคม 2561) พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 49.44% ระบุว่าไม่เชื่อมั่น เพราะนโยบายและโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลไม่ได้ช่วยประชาชนทุกระดับอย่างแท้จริง เป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยาก และรัฐบาลแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ขณะที่บางส่วนระบุว่าเป็นโครงการที่ไม่ต่อเนื่อง &amp;nbsp;และเป็นโครงการระยะสั้น รองลงมา 42.24% ระบุว่า เชื่อมั่น เพราะ นโยบายและโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลมีความน่าเชื่อถือ เป็นโครงการที่ดี ทำให้หลาย ๆ อย่างดีขึ้น ขณะที่บางส่วนระบุว่า มีผู้นำที่ดีและมีความเข้มแข็ง และ 8.32% ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงความคาดหวังต่อเศรษฐกิจไทย หลังจากที่มีการเลือกตั้ง พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 58.96% ระบุว่าคาดว่าจะดีขึ้น เพราะต่างชาติจะเข้ามาลงทุนมากขึ้น เนื่องจากมีความมั่นใจต่อรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง รัฐบาลชุดใหม่น่าจะมีแนวทางใหม่ๆ ในการบริหารประเทศได้ดีกว่านี้ รองลงมา 16.88% ระบุว่าเหมือนเดิม เพราะ ปัญหาเศรษฐกิจเป็นปัญหาที่แก้ยาก ต้องใช้เวลาในการแก้ไขปัญหา และต้องอาศัยปัจจัยหลาย ๆ อย่างร่วมด้วยจึงจะดีขึ้นไม่ใช่แค่การเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว ขณะที่บางส่วนระบุว่าไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดไหนก็เหมือนเดิม 5.92% ระบุว่า คาดว่าจะแย่ลง เพราะ เป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยาก และจะไม่มีความต่อเนื่องในการดำเนินการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ และ 18.24% ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7575</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีขึ้น, นิดาโพล, นิด้า, รัฐบาล, สถาบันพัฒนบริหารศาสตร์, เชื่อมั่น, เท่าเดิม, เลือกตั้ง, เศรษฐกิจไทย, แย่ลง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180422/image_big_5adbfba35b764.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2839</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2018 09:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2018 09:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาครบ!โพลชี้คุณลักษณะคนไทยแย่-เห็นแก่ตัว-ขาดวินัย-ขี้เกียจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.พ.61-สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง มองคนไทย มองประเทศไทย กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวนทั้งสิ้น &amp;nbsp;824 ราย ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 4 &amp;ndash; 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา พบว่า
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนมากหรือร้อยละ 45.9 มองว่าคุณลักษณะคนไทยยังแย่เหมือนเดิมเมื่อเปรียบเทียบกับ อดีต ที่ผ่านมา ขณะที่ร้อยละ 24.6 มองว่าดีเหมือนเดิม มีเพียงร้อยละ 5.9 มองว่าดีขึ้น แต่ร้อยละ 23.8 มองว่า คุณลักษณะคนไทยแย่ลง และที่น่าเป็นห่วงคือ เกินครึ่งหรือร้อยละ 54.6 มองลักษณะคนไทยส่วนใหญ่ เห็นแก่ตัว มากกว่า เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม รองลงมาคือร้อยละ 49.9 ขาดระเบียบวินัย และร้อยละ 27.0 มองคนไทย ขี้เกียจ อย่างไรก็ตาม ร้อยละ 26.0 มองคนไทย มีน้ำใจ ช่วยเหลือกัน ร้อยละ 23.6 มองคนไทย รักชาติ รักแผ่นดิน แต่ร้อยละ &amp;nbsp;21.1 มองคนไทยขี้โกง &amp;nbsp;โดยร้อยละ 15.6 มองคนไทยรักความสงบ ตามลำดับ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึง แนวทางแก้ไข เพื่อให้คุณภาพคนไทย ดีขึ้น พบว่า ร้อยละ 50.4 ระบุ ความมีวินัย ด้วยตัวอย่างที่ดี เริ่มจาก เจ้าหน้าที่รัฐ รองลงมาคือ ร้อยละ 40.5 ระบุ ความซื่อสัตย์สุจริต ร้อยละ 34.5 ระบุ มีน้ำใจช่วยเหลือ เกื้อกูลกัน ร้อยละ 29.7 ระบุ มีระเบียบวินัย ด้วยการบังคับใช้กฎหมาย ร้อยละ 23.1 ระบุ ความขยันหมั่นเพียร และร้อยละ 20.3 ระบุ ปรับทัศนคติคนไทย ตามลำดับ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจคือ เมื่อถามถึงประเทศที่เป็นตัวอย่าง มีระเบียบวินัยเป็นแบบอย่างที่ดีให้คนไทยมากที่สุด พบว่า &amp;nbsp;ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 62.6 ระบุ ญี่ปุ่น ร้อยละ 15.1 ระบุ กลุ่มประเทศยุโรป ร้อยละ 15.0 ระบุ สหรัฐอเมริกา และร้อยละ 4.4 ระบุ จีน ตามลำดับนอกจากนี้ &amp;nbsp;จำนวนมากหรือร้อยละ 43.1 เห็นด้วยถึงเห็นด้วยมากที่สุด ถ้า หน่วยงานรัฐ เช่น ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง มีตัวชี้วัดความสำเร็จ ด้วยการ ช่วยเหลือ ผู้ยากไร้ บนความถูกต้องตามกฎหมายบ้านเมือง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ เมื่อถามถึง การวาดฝันอานาคตประเทศไทย พบว่า จำนวนมาก เกินกว่า 1 ใน 3 หรือร้อยละ 38.7 ไม่วาดฝันอะไรเกี่ยวกับประเทศไทย ร้อยละ 8.1 ระบุประเทศไทยรุ่งเรือง มาก ร้อยละ 30.3 ระบุ ปานกลาง และร้อยละ 22.9 ระบุประเทศไทยรุ่งเรืองน้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2839</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขาดวินัย, คุณลักษณะคนไทย, สำนักวิจัยซูเปอร์โพล, เห็นแก่ตัว, แย่ลง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180211/image_big_5a7fa53ccfae6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
