<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108777</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2021 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่หมด!ทหาร-ตาก จับอีกจับขบวนการลักลอบพาพม่าเข้าเมือง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ค.64- &amp;nbsp; ริมแม่น้ำเมยชายแดนไทย-เมียนมา ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 แม่สอด (ฉก.ร.4) โดย ร้อย.สกัดกั้นฯ ที่ 1 (มว.สกัดกั้นฯ ที่ 1) ทำการออกลาดตระเวณ.ซุ่มเฝ้าตรวจ ในพื้นที่รับผิดชอบ บริเวณช่องทาง ท่าเรือ/ท่าข้ามธรรมชาติ (MU .463484) บ้านวังตะเคียนใต้ หมู่.7 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระหว่างปฏิบัติภารกิจ พบรถยนต์กระบะต้องสงสัย ยี่ห้อ โยต้า รุ่นรีโว่ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียนตาก ได้ขับเข้ามายังบริเวณดังกล่าว ต่อมาได้มีกลุ่มบุคคลต้องสงสัย เดินขึ้นมานั่งบนรถ จนท.จึงแสดงตนเพื่อเข้าตรวจสอบ ทราบชื่อคนขับรถยนต์คันดังกล่าวคือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญ อายุ 52 ปี ที่ ชาว ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก. ภายในรถพบบุคคลชาวไทย จำนวน 2 คน เป็นหญิงนั่งมาด้วย และเป็น บุคคลซึ่งไม่มีสถานะทางทะเบียน อีกจำนวน 1 คน (ญ.) นอกจากนี้ยังตรวจพบ บุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 11 คน (ช.7, ญ.4) จากการตรวจสอบไม่พบเอกสารในการเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจากการตรวจสอบและสอบสวนทราบว่าผู้ถูกจับกุม ประกอบด้วย น.ส.ภร อายุ 25 ปี ชาว ต.สุขไพบูลย์ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ,น.ส.ภา อายุ 22 ปี ชาว ต.แม่กาษา อ.แม่สอด จ.ตาก., นาง อัญรา อายุ 37 ปี สัญชาติเมียนมา ถือบัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสถานะทางทะเบียน ที่อยู่ในเขต ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก., นาย อ่องเจ (ไม่มีนามสกุล) อายุ 40 ปี สัญชาติเมียนมา, นาย แทะ (ไม่มีนามสกุล) อายุ 21 ปี สัญชาติเมียนมา, นาย แย้ (ไม่มีนามสกุล) อายุ 32 ปี สัญชาติเมียนมา, นาย ผิวเวอ่อง (ไม่มีนามสกุล) อายุ 20 ปี สัญชาติเมียนมา,นาย จ่อมินแคบ (ไม่มีนามสกุล) อายุ 20 ปี สัญชาติเมียนมา, นาย จ่อ (ไม่มีนามสกุล) อายุ 28 ปี สัญชาติเมียนมา, นาย ซิน (ไม่มีนามสกุล) อายุ 22 ปี สัญชาติเมียนมา,น.ส. ชะเมิง (ไม่มีนามสกุล) อายุ 26 ปี สัญชาติเมียนมา ,น.ส. นิงแว (ไม่มีนามสกุล) อายุ 25 ปี สัญชาติเมียนมา ,น.ส. ซูซู (ไม่มีนามสกุล) อายุ 20 ปี สัญชาติเมียนมา ,น.ส. อะแช (ไม่มีนามสกุล) อายุ 25 ปี สัญชาติเมียนมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางหน่วยทหารชุดจับกุมจึงได้นำตัว ส่งตรวจหาเชื้อไวรัส Covid 19 ที่โรงพยาบาลแม่สอด ผลการตรวจไม่พบการติดเชื้อ ไวรัสฯ จนท.จึงแจ้งข้อกล่าวหากับ นายบุญ &amp;nbsp;ว่าซ่อนเร้นหรือช่วยด้วยประการใดๆ ให้บุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เพื่อให้พ้นจากการจับกุม และควบคุมตัว นายบุญ และผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมยึดรถยนต์คันดังกล่าว ส่งให้กับ พนักงาน สอบสวน .สภ.แม่สอด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108777</URL_LINK>
                <HASHTAG>แรงงานพม่า, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210706/image_big_60e3bcf1dde66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103932</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับแรงงานพม่าลอบหนีเข้าเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; จับไม่ยอมหมด ทหาร ฉก.ลาดหญ้า-ตำรวจ-ปกครอง เข้มชายแดนเมืองกาญจน์ ที่ อ.ไทรโยค รวบแรงงานพม่า 21 คน ส่วนที่ อ.ทองผาภูมิ จับคนนำพา 1 คน แรงงานพม่า 3 คน เสียค่าหัวไปทำงาน กทม.คนละ 2 หมื่นบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 พ.ค.2564 พ.อ.เฉลิมพล สังข์ต้อง รอง ผบ.ฉก.ลาดหญ้า จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า เมื่อช่วงดึกที่ผ่านมา ได้รับรายงานมีแรงงานต่างด้าว ลักลอบเข้าประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต (พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522) ตามมาตรการสกัดกั้นการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา-19 บริเวณป่าบ้านบ้องตี้ล่าง ม.2 ต.บ้องตี้ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พ.อ.เฉลิมพล สังข์ต้อง รอง ผบ.ฉก.ลาดหญ้า พร้อมด้วย นายสาวิตร เจียมจิระพร นายอำเภอไทรโยค, พ.ต.อ.ภุชงค์ ณรงค์อินทร์ ผกก.สภ.ไทรโยค, พ.ต.อ.สุกิจ ก้องจตุศักดิ์ ผกก.ตชด.13, พ.ต.อ.จักษ์ ยังให้ผล ผกก.ตม.จ.กาญจนบุรี นำกำลังทหาร ตำรวจปกครอง จนท.สาธารณสุข ลาดตระเวนตรวจสอบบริเวณป่าบ้านบ้องตี้ล่าง พบแรงงานต่างด้าวชาวพม่าจำนวน&amp;nbsp; 21 ราย เป็นชาย 12 ราย หญิง 9 ราย ได้นำตัวแรงงานทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค ดำเนินการตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกแห่ง พ.อ.เฉลิมพล สังข์ต้อง รอง ผบ.ฉก.ลาดหญ้า, พ.ต.อ.บุญส่งวิทย์ ห้องแซง ผกก.สภ.ทองผาภูมิ, พ.ต.อ.จักษ์ ยังให้ผล ผกก.ตม.จ.กาญจนบุรี, พ.ต.อ.สุกิจ ก้องจตุศักดิ์ ผกก.ตชด.13, ร.ต.อ.ภากร พึ่งกุล รอง ผบ.ร้อย ตชด.135, นายเนรมิต เหลืองอร่าม รักษาการนายอำเภอทองผาภูมิ พร้อมกำลังตรวจสอบยานพาหนะอย่างเข้มงวด บริเวณจุดตรวจสามแยกทองผาภูมิ พบรถยนต์ต้องสงสัย ยี่ห้อโตโยต้า รีโว่ สีเทา ทะเบียน บล 7023 กาญจนบุรี พบนายมีคู่ ไทรสังข์พรดำรง อายุ 26 ปี ที่อยู่ 1/ช หมู่5 ต.หนองลู อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เป็นคนขับ ตรวจสอบพบ แรงงานต่างด้างผิดกฎหมายเป็นชาย 3 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า แรงงานชาวพม่าทั้งหมดเดินทางมาจาก จ.กอกาเร็ก ประเทศเมียนมา โดยไปทำงานในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จ่ายค่านายหน้านำพาชาวเมียนมาคนละ 20,000 บาท จนท.ได้นำนายมีคู่ คนนำพา และแรงงานชาวพม่า 3 รายส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ ดำเนินคดี.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103932</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับแรงงานพม่า, ฉก.ลาดหญ้า, ลักลอบหนีเข้าเมือง, ลักลอบเข้าเมือง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, แรงงานพม่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210523/image_big_60aa58a544173.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88295</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2020 13:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2020 13:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อาร์ต พศุตม์&#039;นำอาหารไปแจกให้แรงงานพม่าที่สมุทรสาคร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoSubtitle&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถือเป็นหนุ่มจิตอาสา ที่พร้อมจะช่วยเหลือสังคมอยู่เสมอ&amp;nbsp; สำหรับพระเอกหนุ่ม อาร์ต-พศุตม์ บานแย้ม โดยล่าสุดจากสถานการณ์โควิดระบาดระลอกใหม่ หนุ่มอาร์ตก็ไม่อยู่เฉย พร้อมยื่นมือเข้าช่วยเหลือ โดยได้ลงมือผัดกะเพรา และนำไปแจกจ่ายให้กับแรงงานพม่าที่จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นพื้นที่สีแดงที่มีผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมาก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยหนุ่มอาร์ต พศุตม์ ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความทางอินสตาแกรมว่า &amp;ldquo;วันนี้ไปให้แรงงานพม่าที่ ที่ถูกกักตัวสนามกีฬาสมุทรสาครครับ #ทำดีสร้างภาพ #โควิด&amp;nbsp; #covid_19&amp;rdquo; , &amp;ldquo;โควิท จะทำให้เราเป็นพ่อครัวอีกครั้ง #ทำดีสร้างภาพ&amp;nbsp; #covid_19 &amp;rdquo; , &amp;ldquo;ส่งมอบเรียบร้อย วันนี้ได้ 352 กล่อง #ตลาดกุ้ง #ทำดีสร้างภาพ #covid_19 #ให้แรงงานพม่าที่โดนกักตัว &amp;rdquo; , &amp;ldquo;พี่ๆ เจ้าหน้าที่ส่งมาบอกว่าถึงมือแรงงานเพื่อนบ้านเราแล้วนะครับ&amp;rdquo; และล่าสุดหนุ่มอาร์ตยังได้ จัดเมนูไก่ผัดพริกแกงถั่วฝักยาว ให้บุคลากร พี่ทหาร พยาบาล ตามหน่วยต่างๆ อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม art_phasut98&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88295</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.สมุทรสาคร, จิตอาสา, อาร์ต พศุตม์, แรงงานพม่า, โควิด, โควิดระลอก 2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201229/image_big_5feac9ab9fea0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86755</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชักโควิดเข้าบ้าน ขนแรงงานพม่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทะลักไม่หยุด!! ทหาร ฉก.ลาดหญ้า ลุยตรวจพื้นที่ช่องทางธรรมชาติ แนวชายแดนบ้านพุน้ำร้อน รวบแรงงานเมียนมาลอบเข้าเมือง 25 คน บอกจ่ายให้คนนำพาส่งเมืองกาญจน์หัวละ 9 พัน หากเข้า กทม.เพิ่มเป็น 2 หมื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 01.20 น. วันที่ 13 ธันวาคมนี้ พ.อ.สิทธิพร จุลปานะ ผบ.ฉก.ลาดหญ้า, พ.อ.เฉลิมชัย สังข์ต้อง รอง ผบ.ฉก.ลาดหญ้า นำกำลัง ฉก.ลาดหญ้า ร้อย.ทพ.1111 พร้อมผู้ใหญ่บ้าน บ้านพุน้ำร้อน ออกลาดตระเวน ซุ่มเฝ้าตรวจบริเวณช่องทางธรรมชาติบ้านพุน้ำร้อน หมู่ 12 ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี หลังสืบทราบว่าจะมีขบวนการลักลอบนำพาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายชาวเมียนมาเข้ามาในเขตประเทศไทย ซึ่งต่อมาพบกลุ่มบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมาลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย จำนวน 25 คน เป็นชาย 14 คน หญิง 11 คน จึงเข้าควบคุมตัวไว้ได้ทั้งหมด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า แรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาทั้งหมดเดินเท้ามาจากฝั่งประเทศเมียนมา โดยมีคนนำพาจนมาถึงบริเวณดังกล่าว เพื่อรอนายหน้านำรถยนต์มารับ เข้าไปทำงานในพื้นที่ชั้นใน เขตพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยเสียค่าหัวคนละ 9,000 บาท และหากพาเข้าไปทำงานในตัวกรุงเทพฯ แรงงานชาวเมียนมาต้องเสียเงินคนละ 20,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ทหารจึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดกาญจนบุรี, ตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี และฝ่ายปกครอง อ.เมือง ดำเนินการส่งผู้ลักลอบเข้าเมืองตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ณ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศบ้านพุน้ำร้อน ทำการคัดกรองเบื้องต้น พบว่าอุณหภูมิปกติ จึงได้นำตัวผู้ต้องหาชาวเมียนมาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86755</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ฉก.ลาดหญ้า, ชักโควิดเข้าบ้าน, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, แรงงานพม่า, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201213/image_big_5fd602a72977b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70808</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2020 21:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2020 21:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สำรวจจุดลักลอบเข้าเมืองพรมแดนแม่สาย แรงงานพม่าทยอยเข้าไทย นอภ.แม่สายประชุมด่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำรวจพรมแดนแม่สาย พบง่ายต่อการลักลอบเข้าเมือง แรงงานเพื่อนบ้านทยอยข้ามกลับไทย นายอำเภอแม่สายประชุมด่วน นักวิชาการจวกนโยบายไม่ชัด อธิบดีกรมการจัดหางานแจงกระทรวงแรงงานอยู่ปลายน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ค.63 - ผู้สื่อข่าวได้ติดตามแรงงานชาวพม่าลงพื้นที่สำรวจจุดลักลอบเข้าเมืองบริเวณแม่น้ำสาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้รับแจ้งว่า ขณะนี้แรงงานข้ามชาติได้ทยอยเดินทางกลับเข้ามาหางานทำประเทศไทย ภายหลังจากที่แห่กลับภูมิลำเนาเมื่อ 3 เดือนก่อนในช่วงเริ่มต้นของการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;โดยจุดแรกที่ทำการสำรวจคือ บ้านเหมืองแดง ต.แม่สาย อ.แม่สาย ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีแม่น้ำสายกั้นพรมแดน แต่เนื่องจากแม่น้ำแคบและมีน้ำไม่มาก ทำให้สามารถเดินข้ามได้โดยง่าย แม้ฝั่งพม่าจะมีกำแพงกั้นสูง แต่ก็มีประตูสำหรับออกสู่แม่น้ำ ขณะที่ฝั่งไทยเป็นสวนกล้วยและผืนนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้มีแรงงานจากฝั่งพม่าอพยพข้ามมาแล้วนับพันคนตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายนเป็นต้น เพราะมีนายหน้าจัดหาแรงงานชาวพม่าไปป่าวประกาศว่าอีกไม่นานฝั่งไทยจะเปิดให้ทำงานเป็นปกติ ทำให้แรงงานต่างอยากกลับเข้ามาหางานทำในไทย พวกเขาเสียค่าหัวให้กับนายหน้าฝั่งพม่าที่พามาส่งที่ช่องทางธรรมชาติริมแม่น้ำสายหัวละ 3,500 บาท และเสียให้นายหน้าฝั่งไทยอีกหัวละ 5,000 บาทเพื่อพาไปส่งที่เมืองเชียงราย&amp;rdquo; แรงงานชาวพม่า กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกจุดหนึ่งที่ผู้สื่อข่าวได้ไปสำรวจคือ บริเวณริมแม่น้ำสายบ้านป่าซางงาม ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย ซึ่งบริเวณดังกล่าวแม่จะอยู่ใกล้ค่ายทหารและมีการวางลวดหนามกั้นเป็นแนวยาวอยู่ริมถนนที่ขนานอยู่กับแม่น้ำสาย แต่ก็ได้มีการเว้นวรรคลวดหนามในหลายช่วงเพื่อให้ชาวบ้านลงไปทำนาและทำสวนที่อยู่ติดกับแม่น้ำสายจึงกลายเป็นช่องทางให้แรงงานพม่าข้ามเข้ามาโดยง่ายซึ่งสามารถมองสังเกตเห็นเส้นทางลักลอบเข้าไทยจากฝั่งพม่าที่เดินลงสู่แม่น้ำได้ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แรงงานเข้ามาจุดนี้มากกว่า เพราะข้ามง่าย ตอนนี้แรงงานที่ทยอยกลับเข้ามาจำนวนมากมีวีซ่าที่ยังไม่หมดอายุ เพราะตอนที่ออกไปก็ไม่ได้ประทับตราที่ ตม. เมื่อลักลอบเข้ามาได้ พวกเขาก็สามารถเดินทางไปหางานทำที่เดิมได้ ขณะนี้หลายคนมุ่งหน้าไปพัทยา เพราะเริ่มรับสมัครคนงานแล้ว&amp;rdquo; แรงงานชาวพม่า กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธยา รัตนวาณิชยกุล ประธานชมรมกรุณาจิตอาสา อ.แม่สาย กล่าวว่าภายหลังจากรัฐบาลปิดด่านเมื่อ 3 เดือนก่อนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิดนั้น ปรากฏว่ามีแรงงานจากฝั่งพม่าตกค้างอยู่ในอำเภอแม่สายราว 3,000 ครอบครัวหรือประมาณ 7,000-8,000 คน โดยส่วนใหญ่ทำงานอยู่ในโรงงานและรับจ้างต่างๆ แต่เมื่อไม่มีงานทำจึงไม่มีรายได้และชีวิตต้องได้รับความลำบาก ซึ่งความช่วยเหลือของภาครัฐก็เข้าไม่ถึงเพราะหน่วยงานรัฐมุ่งเน้นแต่ช่วยเหลือคนไทย ดังนั้นทางชมรมจึงได้นำถุงยังชีพไปแจกจ่ายซึ่งก็พอช่วยประทังความเดือดร้อนได้บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แรงงานข้ามชาติที่ตกค้างส่วนใหญ่เป็นชาวไทใหญ่ ที่ไม่มีบัตรอนุญาตทำงาน มีเพียงหนังสือข้ามแดน คนกลุ่มนี้จึงไม่มีประกันสังคม เมื่อเจ็บป่วยก็ใช้ 30 บาทไม่ได้ สาเหตุที่พวกเขายังอยู่ในแม่สายเพราะมีความหวังว่าจะได้มีงานทำในเร็วๆ นี้ ผมเชื่อว่าภายใน 1-2 เดือนนี้ หากพวกเขายังไม่มีงานทำอีกก็คงอยู่ไม่ไหวแล้วเพราะทั้งค่ากินและค่าเช่าบ้านแทบไม่เหลือแล้ว&amp;rdquo;นายสนธยา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธยา กล่าวว่า หากแรงงานกลุ่มนี้ต้องการเดินทางกลับพม่าก็สามารถทำได้เพราะได้มีข้อตกลงกันไว้กับรัฐบาลพม่าแค่เพียงมีหลักฐานยืนยันได้ว่าเป็นคนจากฝั่งพม่า เขาก็ยินดีรับกลับไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่กำลังเป็นปัญหาในตอนนี้คือ เรื่องเด็กนักเรียนหัวศูนย์ ซึ่งเป็นเด็กที่ข้ามมาเรียนฝั่งไทย เกือบทั้งหมดเป็นเด็กไทใหญ่เพราะนิยมส่งลูกหลานมาเรียนโรงเรียนไทย แต่ตอนนี้ข้ามมาไม่ได้นับพันคนแม้โรงเรียนจะเปิดแล้ว เพราะมาตรการของจังหวัดเชียงรายคือ ก่อนหน้านี้ให้มีการตรวจและการกักตัว หากเข้ามาแล้วไม่ให้กลับไปอีก แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายรวมแล้วกว่า 1 หมื่นบาท ทำให้แทบไม่มีใครมาตรวจ ตอนนี้เลยมีเด็กกลุ่มนี้ติดต่อมายังชมรมฯ เยอะ แต่เราก็ทำอะไรไม่ได้เพราะต้องรอคำสั่งจากผู้ว่าฯ&amp;rdquo;นายสนธยา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสืบสกุล กิจนุกร นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย กล่าวว่าในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 รัฐบาลไม่มีนโยบายให้ความรู้และความช่วยเหลือแก่แรงงานข้ามชาติ จึงแทบไม่มีการแจกหน้ากากหรือเจลแอลกอฮอล์ โดยที่จังหวัดเชียงรายเห็นภาพนี้ชัดเจน เพราะแม้แต่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)ที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุดก็ยังช่วยเหลือไม่ได้ เพราะงบประมาณถูกล็อคไว้ใช้สำหรับคนไทยเท่านั้น ทำให้แรงงานข้ามชาติต้องอยู่กันอย่างแออัดเพราะต่างย้ายมาอยู่รวมกันเพื่อประหยัดค่าเช่า แต่ถือว่ายังโชคดีจากการสุ่มตรวจแรงงานข้ามชาติ 100 รายไม่พบว่ามีการติดเชื้อโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นโยบายของรัฐบาลมักตั้งอยู่บนฐานคิดว่าเขาคือคนไทยหรือไม่ เช่น คนที่ตรวจพบเชื้อที่ด่านสะเดา จ.สงขลา ก็รีบบอกว่าไม่ใช่คนไทย หรืออย่างแรงงานข้ามชาติ 3 พันคนที่เข้ามาก็ได้รับความหวาดระแวง ที่สำคัญคือรัฐบาลไม่มีนโยบายที่ชัดเจนว่าจะเปิดรับแรงงานข้ามชาติอีกหรือไม่ และจะบริหารอย่างไร ทั้งๆ ที่คลายล็อคเกือบหมดแล้ว ทุกวันนี้มีเพียงมาตรการสกัดกั้นไม่ให้เข้ามาเท่านั้น แต่ก็สกัดไม่ได้หมดเพราะพรมแดนอันยาวเหยียด ทำให้มีแรงงานข้ามชาติทยอยกลับเข้ามาตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายนและกลายเป็นปัญหาที่มุดดิน ยิ่งทำให้แก้ไขยาก&amp;rdquo; นายสืบสกุล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่ามีข้อเสนอแนะอย่างไรไปถึงรัฐบาล นายสืบสกุลกล่าวว่า 1.ต้องยอมรับก่อนว่า ประเทศไทยต้องอาศัยแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ไม่ใช่มีแต่ฐานคิดว่าคนเหล่านี้คือภัยด้านความมั่นคงและเป็นแหล่งแพร่เชื้อโควิด เราต่างต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน 2.ควรมีนโยบายส่งเสริมและเรียนรู้ในเรื่องพหุวันธรรม เพื่อให้แรงงานข้ามชาติและกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ อยู่ในสังคมไทยได้อย่างมีศักดิ์ศรีและมีความสุขร่วมกับคนไทย 3.ควรมีการยกเครื่องระบบการบริหารจัดการแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อให้มีกระบวนการรองรับที่ชัดเจน เพราะเชื่อว่ามีแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านจำนวนมากที่ต้องการกลับเข้ามาทำงานในประเทศไทย แต่ขณะนี้กลับยังไม่มีความชัดเจนใดๆ ด้านนโยบายเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประเทศไทยควรมีกรอบความร่วมมือในการช่วยเหลือเพื่อนบ้านเรื่องโควิด เพราะเรามีระบบสาธารณสุขที่ดีและพร้อมกว่า ดังนั้นจึงควรมีความช่วยเหลือ เช่น การตั้งจุดตรวจในพื้นที่ชายแดน ซึ่งโรงพยาบาลใหญ่ๆ หรือมหาวิทยาลัย ต่างก็มีศักยภาพที่จะทำได้ ซึ่งเท่ากับเป็นการเปิดช่องทางในการอำนวยความสะดวกให้กับแรงงานข้ามชาติด้วย&amp;rdquo;นายสืบสกุล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชาติ พรชัยวิเศษกุล อธิยดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า กรณีแรงงาน 3 สัญชาติ ตามแนวทางที่ผ่านมาได้มีการผ่อนผันตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) 30 มิถุนายน และทั่วประเทศดำเนินการตามกระบวนการ ส่วนแรงงานที่เข้ามาตามข้อตกลงความร่วมมือซึ่งจะครบ 4 ปี และมติครม.ขยายออกไปถึง 31 กรกฎาคม โดยจะประเมินสถานการณ์กันอีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าได้มีการประเมินความต้องการใช้แรงงานและจำนวนคนที่ต้องการทำงานบ้างหรือไม่ว่าเป็นอย่างไร นายสุชาติกล่าวว่าได้มีการประชุมและหารือเรื่องนี้กันอยู่เสมอ แต่ตอนนี้ยังมีแรงงานต่างด้าวอีกจำนวนหนึ่งที่ต้องการเปลี่ยนนายจ้างและถูกเลิกจ้าง ซึ่งแนวทางที่เป็นประโยชน์มากที่สุดคือเอาคนกลุ่มนี้เข้าสู่กระบวนการจ้างงานให้เร็วสุด ขณะเดียวกันตนได้เดินทางไปหารือกับทูตพม่าประจำประเทศไทยเพื่อหารือกันถึงเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าจะใช้โอกาสวิกฤตโควิดปฎิรูประบบแรงงานต่างด้าวหรือไม่ อธิบดีกรมการจัดหางานกล่าวว่า เราดูกลไกกันเสมอ ผ่านกระบวนการทางกฎหมายเพื่อแก้ไขให้รวดเร็วขึ้นและได้มีการประชุมผ่านวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ร่วมกัน 3 ประเทศคือ พม่า กับพูชาและลาว เพื่อที่จะทำงานร่วมกันและแก้ไขปัญหารายละเอียดต่างๆ รวมถึงกระบวนการจ้างงานตามแนวชายแดนให้กระชับขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการดูแลแรงงานต่างด้าวอย่างไรเพื่อให้ความมั่นใจว่าจะไม่มีการแพร่ระบาดของโควิดในกลุ่มนี้ นายสุชาติกล่าวว่า จริงๆแล้วกระทรวงแรงงานอยู่ปลายน้ำ ส่วนต้นทางต้องดูว่าเรามีมาตรการสกัดกั้นอย่างไร เพราะเรามีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านยาวจึงอาจมีการหลุดรอดเข้ามาบ้าง ดังนั้นทุกภาคส่วนคงต้องช่วยกันดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า ในวันที่ 8 กรกฎาคม นายประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอแม่สาย ได้มีหนังสือเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับแรงงานข้ามชาติ อาทิ ตม. ชุดปฎิติบัติการตชด. ตำรวจ สภ.แม่สาย รวมถึงกำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ชายแดน เข้าร่วมประชุมเนื่องจากมีขบวนการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวเขาไทยโดยผ่านช่องทางธรรมชาติโดยมีผู้นำหมู่บ้านและชาวบ้านรู้เห็นและเรียกรับผลประโยชน์ซึ่งอาจส่งผลให้โควิดกลับมาระบาดเพราะแรงงานเหล่านี้ไม่ผ่านกระบวนการคัดกรอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70808</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการจัดหางาน, จังหวัดเชียงราย, พรมแดนแม่สาย, แรงงานพม่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200707/image_big_5f04801e0749a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66899</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2020 18:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2020 18:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โฆษกแรงงาน&#039; ลุยพาสาวพม่าตั้งท้อง 4 เดือนเดินทางกลับประเทศ หลังตกงานจากพิษโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โฆษกกระทรวงแรงงาน&amp;quot; เผยหลายฝ่ายให้ความช่วยเหลือพาแรงงานสาวพม่ากำลังตั้งท้องได้ 4 เดือนกลับประเทศ หลังประสบปัญหาตกงานจากพิษโควิด &amp;ndash; 19 ไม่มีรายได้ จึงร้องเรียนขอความช่วยเหลือกับกระทรวงแรงงาน ล่าสุดทูตแรงงานเมียนมาประจำประเทศไทย สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนครปฐม และสำนักงานจัดหางานจังหวัดนครปฐม ช่วยเหลืออำนวยความสะดวกในการเดินทางจากสถานีขนส่งหมอชิต ไปยังด่านชายแดนแม่สอด จังหวัดตาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ค.63 - เมื่อเวลา 17.00 น. นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดนครปฐม สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนครปฐม ลงพื้นที่ไปยังสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (หมอชิต) เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมากลับประเทศต้นทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แรงงานคนดังกล่าว ชื่อ น.ส.วา วา ทวย อายุ 30 ปี ซึ่งปัจจุบันตั้งท้องได้ 4 เดือน มาขอความช่วยเหลือให้กระทรวงแรงงาน ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งกลับประเทศต้นทางเพื่อกลับไปหาสามีและญาติพี่น้อง เนื่องจากตนเองตกงานเพราะสถานประกอบการปิดกิจการจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด - 19 ไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้ ต้องขออาศัยอยู่กับเพื่อนใกล้ที่ทำงานในอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ซึ่งก่อนหน้านี้สามีของเธอได้เดินทางกลับประเทศเมียนมา เพื่อไปต่อใบอนุญาตทำงาน แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 จึงไม่สามารถเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเธียรรัตน์ กล่าวว่า ทันทีที่ทราบเรื่อง กระทรวงแรงงานไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยให้ความสำคัญกับแรงงานทุกคนที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย คำนึงถึงหลักสิทธิมนุษชน เพื่อให้ได้รับสิทธิความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานอย่างเท่าเทียมกัน ได้ประสานไปยังทูตแรงงานเมียนมาประจำประเทศไทย สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนครปฐม และสำนักงานจัดหางานจังหวัดนครปฐมตั้งแต่เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อบูรณาการให้การช่วยเหลืออำนวยความสะดวกเรื่องเอกสารและขั้นตอนการเดินทางของแรงงานต่างด้าวหญิงชาวเมียนมารายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันนี้ (25 พ.ค.63) กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานจัดหางานจังหวัดนครปฐม สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนครปฐม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พาน.ส.วา วา ทวย แรงงานต่างด้าวรายดังกล่าวมาส่งที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (หมอชิต) โดยออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้ เพื่อให้ได้นั่งรถทัวร์จากกรุงเทพไปยังด่านชายแดนอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อเดินทางเข้าสู่ประเทศเมียนมา จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการกักตัวตามมาตรการที่ทางการเมียนมากำหนด และเมื่อผ่านการกักตัวครบแล้วจะมีเจ้าหน้าที่ของทางการเมียนมาไปส่งที่บ้านเพื่อให้พบกับสามีและญาติพี่น้องของเธอต่อไป
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66899</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ช่วยแรงงานต่างด้าว, รองปลัดกระทรวงแรงงาน, เธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์, แรงงานพม่า, โฆษกกระทรวงแรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200525/image_big_5ecbac170f7cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65749</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2020 18:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2020 18:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แรงงานพม่าท้อง 4 เดือนตกงานอยากกลับบ้าน เอ็นจีโอหวั่นเชื้อระบาดในกลุ่มต่างด้าวเหตุอยู่แออัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แรงงานหญิงพม่าท้อง 4 เดือนวอนขอกลับประเทศ ตกงานแถมสามีเดินทางไปต่อพาสปอร์ตช่วงโควิด แต่ไม่ได้กลับมาแสนเดียวดาย-ยื่นหนังสือกระทรวงแรงงาน เอ็นจีโอหวั่นเชื้อปะทุในกลุ่มต่างด้าวเหตุอยู่กันแออัด&amp;nbsp;เด็กๆไร้หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ค.63 -&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่เทศบาลหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ลงพื้นที่เยี่ยมแรงงานข้ามชาติที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน อาทิ ซอยอ่างน้ำ ห้องแถวแพไม้ หัวหินซอย 68 จำนวน 62 ครอบครัว โดยได้นำหน้ากากอนามัยไปมอบให้ในเบื้องต้น และในวันที่ 13 พฤษภาคม จะมีภาคเอกชนนำข้าวสารอาหารมอบให้กับครอบครัวแรงงานข้ามชาติอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้จากการสอบถามความต้องการ ทราบว่าแรงงานกลุ่มนี้ทำงานสัปดาห์ละ 1 วัน ทำให้ไม่มีเงินในการซื้ออาหารโดย 1 ในนี้เป็นผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งทางเทศบาลได้แจ้งให้ศูนย์สาธารณสุขเข้าไปดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราม (นามสมมุติ) แรงงานข้ามชาติและจิตอาสาชาวพม่า กล่าวว่า เมื่อเดือนที่แล้วแรงงานข้ามชาติในหัวหินที่ตกงานเริ่มไม่มีเงินซื้อข้าวกิน ตนและเพื่อนๆจึงพยายามหาทางช่วย โดยเริ่มต้นจากการลงพื้นที่ไปดูที่พักอาศัยของแรงงานที่อยู่แถวสะพานปลากันเป็นกลุ่มๆ ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่พักอาศัยอยู่กันห้องละ 4-5 คน และกำลังจะไม่มีข้าวกินจริงๆ และเผอิญพวกตนได้รู้จักกับฝรั่งกลุ่มหนึ่งที่อาศัยอยู่ในหัวหินในนาม &amp;ldquo;Hua Hin COVID-19 Community&amp;rdquo; โดยคนกลุ่มนี้ได้ให้การช่วยเหลือด้านต่างๆกับคนต่างชาติด้วยกัน และพวกเขาได้มอบข้าวสารอาหารแห้งให้เอาไปแจกจ่าย หลังจากนั้นแรงงานข้ามชาติก็ได้บอกันปากต่อปากและประสานมาที่ตน ซึ่งใครที่เดือดร้อนมากก็จะรีบเอาข้าวสารอาหารแห้งไปให้ก่อน แรงงานบางส่วนไม่มีรถมาเอา พวกตนก็ขับมอเตอร์ไซและรถซาเล้งเอาไปให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้เรามีรายชื่อแรงงานต่างชาติที่กำลังเดือดร้อนอยู่ในหัวหินกว่า 800 คน ส่วนมากตกงาน เมื่อก่อนพวกเขาเคยทำงานอยู่ในร้านอาหาร ตั้งแผงอยู่ในตลาดโต้รุ่ง บางส่วนเป็นแม่บ้าน บางส่วนเป็นคนงานส่งน้ำ-น้ำแข็ง แต่หลังจากที่นักท่องเที่ยวหายไปหมด นายจ้างก็ไม่มีเงินจ้างเลย บางคนก็ไม่ได้ค่าจ้างเดือนสุดท้าย เพราะนายจ้างไม่มีเงินจริงๆ&amp;rdquo; นายรามกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หน่วยงานราชการได้เข้ามาช่วยเหลือแรงงานต่างชาติบ้างหรือไม่ นายรามกล่าว เมื่อก่อนก็ได้ยินข่าวว่าเทศบาลหัวหินแจกข้าวก็อยากไปรับ แต่แรงงานต่างชาติส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะกล้าเพราะบางคนก็อยู่อย่างไม่ถูกต้อง บางคนพูดภาษาไทยไม่ได้เลย อย่างไรก็ตามล่าสุดทางเทศบาลหัวหินได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางมะซู (นามสมมุติ) แรงงานพม่าจากเมืองมะละแหม่ง ซึ่งทำงานอยู่ใน ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่าอาคารที่ตนอาศัยอยู่มีแรงงานอยู่ด้วยกันทั้งหมด 27 คน จำนวน 13 ห้อง ทั้งหมดเคยทำงานตัดเย็บเสื้อผ้า แต่เมื่อเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด ทำให้นายจ้างต้องหยุดกิจการเพราะขายเสื้อผ้าไม่ได้ ตอนนี้พวกตนหยุดงานแล้วเป็นเดือนทำให้ไม่มีเงินจ่ายค่าห้อง ครั้นจะกลับบ้านเกิดก็กลับไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เจ้าของบ้านเขาก็ใจดี บอกว่าถ้าเดือนนี้ยังไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าห้องก็เอาไว้ก่อน แต่เราก็รู้สึกเกรงใจ แต่ไม่รู้ทำอย่างไร เพราะข้าวก็แทบไม่มีกินแล้ว แถวๆ ย่านนี้คนงานพม่าทำงานกันเยอะ และก็ตกงานกันเป็นแถว ตอนนี้กำลังลำบากกันมาก มีเพียงมูลนิธิเอกชนบางแห่งที่เข้ามาแจกข้าว&amp;quot;นางมะซู กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นางวา (นามสมมุติ) แรงงานพม่าจากมัณฑะเลย์ ซึ่งทำงานอยู่ในย่านอ้อมน้อย กล่าวว่าขณะนี้ตนท้องอยู่ 4 เดือน ส่วนสามีได้เดินทางกลับไปต่อพาสปอร์ตที่พม่าในช่วงจังหวะที่ไวรัสโควิดเริ่มระบาด ทำให้ไม่สามารถเดินทางกลับมาได้ ตอนนี้ตนเองต้องตกงานเพราะนายจ้างหยุดกิจการ ทำให้ไม่มีค่าเช่าห้องจนต้องย้ายมาอยู่กับเพื่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดิฉันอยากกลับบ้านมากแต่กลับไม่ได้เพราะทราบข่าวว่าเขาปิดชายแดน ท้องก็ใหญ่ขึ้นทุกวัน อยู่ที่นี่แทบไม่มีใครเลย อนาคตถ้าคลอดลูกแล้วจะอยู่อย่างไร พรุ่งนี้จะเดินทางไปยื่นหนังสือให้ผู้บริหารกระทรวงแรงงานช่วยเหลือ&amp;quot;นางวา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน น.ส.สุธาสินี แก้วเหล็กไหล ผู้ประสานงานเครือข่ายสิทธิแรงงานข้ามชาติ (MWRN) ประเทศไทย กล่าวว่าทุกวันนี้หน่วยงานราชการยังเข้าไม่ถึงแรงงานข้ามชาติทั้งๆ ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงในการติดเชื้อและแพร่ระบาดของไวรัสโควิด แม้กระทั่งในเขตอ้อมน้อยอ้อมใหญ่และบางบอน ซึ่งอยู่ชานเมืองหลวง แต่ก็ยังไม่มีหน่วยงานราชการเข้ามาช่วยเหลือดูแลแรงงานข้ามชาติซึ่งกำลังตกงานจำนวนมากและพักอาศัยกันอย่างแออัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่น่าเป็นห่วงคือพวกเขามีลูกเล็กๆ เยอะมาก แต่ละคนไม่ได้ใส่หน้ากากอนามัย แม่ก็อุ้มมาเดินเล่นหน้าบ้านพัก เพราะอยู่แต่ในห้องมันร้อนมาก ตรงนี้รัฐน่าจะรีบเข้าไปดูแล เราไม่อยากเห็นการแพร่ระบาดประทุขึ้นมาอีก&amp;quot;น.ส.สุธาสินี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65749</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, เทศบาลเมืองหัวหิน, แรงงานข้ามชาติ, แรงงานพม่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200512/image_big_5eba7a59d5d50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
