<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31237</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2019 15:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2019 15:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทีดีอาร์ไอชี้แรงงานอาชีวะยังขาดแคลน&quot;อีอีซี&quot; ต้องการถึง 1.73แสนคน แต่ผลิตไม่พอ ขาดอีก 55,462คน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
13มี.ค.62-ดร.ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผอ.วิจัยด้านการพัฒนาแรงงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย เปิดเผยว่า จากข้อมูลในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาพบว่า &amp;nbsp;ไทยยังจ้างแรงงานทักษะต่ำถึงปานกลางเป็นแรงงานเข้มข้น ถึง 84% ใช้แรงงานระดับช่างเทคนิค และ แรงงานวิชาชีพ เพียง 16% ขณะที่ในเอเชีย ประเทศที่พัฒนาแล้วใช้แรงงานระดับสูง สูงถึง 60-70% &amp;nbsp;การที่ประเทศไทยยังติดอยู่กับการผลิต ที่มีมูลค่าเพิ่มต่ำ คือ ความล้มเหลว ในการกระจายความเจริญไปยังชนบท ที่มีคนอยู่ในภาคเกษตรมากกว่า 14 ล้านคน ต้องเผชิญชะตากรรมราคาสินค้าเกษตรตกต่ำผันผวน ผลผลิตไม่แน่นอนขึ้นกับ ดินฟ้าอากาศ ผลิตภาพของแรงงานในสาขาเกษตรจึงต่ำสุดและเกือบไม่เปลี่ยนแปลง ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีเพียงภาคอุตสาหกรรมซึ่งมีคนทำงาน ไม่เกิน 6 ล้านคน มีผลิตภาพแรงงานสูงสุด รองลงมาคือ ภาคบริการ มีคนทำงานอยู่ มากกว่า 17 ล้านคน ดังนั้น ถ้าจะเร่งเพิ่มผลิตภาพแรงงานต้องเน้นไปที่ภาคอุตสาหกรรมเป็นลำดับแรก ซึ่งสามารถเพิ่มผลิตภาพได้มากกว่า 30% ในรอบ 10 ปี &amp;nbsp;และเมื่อดูการใช้กำลังคนในภาคอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.วิจัยทีดีอาร์ไอ ให้ข้อสังเกตว่า มีการใช้แรงงานระดับ ปวช. และ ปวส. เพิ่มขึ้นจากปี 2550 ถึง 2560 จาก 9.5% เป็น 11.9% ตามลำดับ แต่อุตสาหกรรมไทย ก็ยังจ้างแรงงานสายอาชีพน้อยมาก &amp;nbsp;และจากทิศทางการใช้กำลังคนในอดีต ทำให้เห็นการเพิ่มสัดส่วนการใช้กำลังคนอาชีวศึกษาในภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น แต่ยังไม่เป็นไปตามกรอบความคาดหวังของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมให้อาชีวะสร้างชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวโน้ม การส่งเสริมอุตสาหกรรม 4.0 ภายใต้ การส่งเสริมตามกรอบ EEC &amp;nbsp;จำเป็นต้อง ใช้แรงงานอาชีวศึกษา ถึง 173,705 คน ซึ่งยังผลิตกำลังคนไม่เพียงพอ (Excess demand) อีกถึง 55,462 คน หรือ 32%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากการศึกษา Vocational Education in Thailand : Its Evolution, Strengths Limitations, and Blueprint for future ของตนและ ดร. วรรณวิศา สืบนุสรณ์ พบว่า คุณภาพของผู้กำลังเรียนเกือบ 1 ล้านคน ในวิทยาลัยของรัฐและเอกชน มีปัญหา เชิงคุณภาพ 4 ประการ คือ 1) คุณภาพของผู้สมัครเรียนคะแนนไม่สูงนัก 2) คุณภาพของผู้สอนยังไม่ดี ขาดประสบการณ์ 3) หลักสูตรการเรียนการสอนไม่ทันสมัย ส่วนใหญ่ไม่ใช่หลักสูตรฐานสมรรถนะ 4) อุปกรณ์ล้าสมัย ซึ่งเป็นปัญหาที่จะต้อง ได้รับการแก้ไขโดยด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จากประสบการณ์ที่มีโอกาสดูงานหลายวิทยาลัยโพลีเทคนิคในประเทศจีน คิดว่าอาจต้องปรับเปลี่ยนวิธีการโดยเน้นไปที่การรับเด็กเรียนดีที่ยากจนหรือให้ทุนทุกคนที่สนใจมาเรียน ในสาขาที่ต้องการจนถึงระดับ ปวส. หรือ อาจรับผู้จบ ปวช. เข้ามาทำงานถ้าอายุครบ 18 ปี ให้ทำงานพร้อมเรียนไปด้วย โดยต้องเป็นความร่วมมือระหว่างสถานประกอบการกับวิทยาลัยเทคนิคในเขตพื้นที่ ซึ่งอาจจำเป็นต้องอุดหนุนค่าเล่าเรียนและที่พัก พร้อมการันตีมีงานทำ ได้เงินเดือนสูง เทียบเท่าปริญญาตรีสายทั่วไป &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับครูช่างที่กำลังทยอยเกษียณหลายพันคนในช่วง 5 ปีข้างหน้า ต้องรับครูใหม่มาแทน และยกระดับครูในช่วง 2 ปีนี้ ภายใต้ความช่วยเหลือจากวิทยาลัยโพลีเทคนิคของจีนหลายแห่งในโครงการ Belt and Roads initiatives ส่งครูไปเรียนเพิ่มเติมในทุกสาขาที่นำมาสนับสนุน การพัฒนา EEC หรือการยกระดับเป็นอุตสาหกรรม 4.0&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดเด่นของวิทยาลัยโพลีเทคนิคของจีน คือ มีอุปกรณ์ที่ทันสมัย เพียงพอต่อการฝึกฝน ขณะเดียวกันทางคณะกรรมการอาชีวศึกษาของไทยจะต้องเร่งสร้างห้องทดลองกลาง มี model ให้ฝึกทักษะอย่างครบวงจร ถ้าไม่สร้างใหม่ก็เลือกบางวิทยาลัยเทคนิคเป็นเป้าหมายการปรับปรุงภาคละอย่างน้อย 1 แห่ง ถ้างบประมาณไม่มี ก็ควรพิจารณากู้เงินจากประเทศที่มาลงทุนในไทย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี หรือจีนเพื่อยกระดับครูช่างให้เพิ่มสมรรถนะสูงเพียงพอ ต่อการสอนปีละอย่างน้อย 300 คน &amp;nbsp;ขณะเดียวกันการรับครูรุ่นใหม่เพิ่มเติม อาจเลือกจากผู้จบเทคโนโลยีบัณฑิตที่เก่งจากสถาบันอาชีวศึกษาทั่วประเทศมาฝึกอบรมเพิ่มเติม ถ้าทำสำเร็จจะมีครูช่างมากเพียงพอแทนครูช่างที่เกษียณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหลักสูตรอย่างน้อยต้องปรับให้เป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะทุกระดับการศึกษา โดยใช้สมรรถนะที่ออกไปแล้ว โดยสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพและ/หรือ กรมพัฒนาฝีมือแรงงานเอาไปปรับหลักสูตร โดยเฉพาะสาขาที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน หลักสูตรต้องเปลี่ยนได้รวดเร็ว ทันสมัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างที่ดีคือ การสร้างความร่วมมือวิทยาลัยเทคนิคไทยกับวิทยาลัยโพลีเทคนิคจีน ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่โดยสภาสถาบันการอาชีวศึกษากรุงเทพมหานคร ผ่าน MOU &amp;nbsp;โดยเลือกปรับหลักสูตรร่วมกันให้นักเรียน &amp;nbsp;ปวส. ของไทยไปศึกษาและฝึกงานในวิทยาลัยของจีนเป็นเวลา 1 ปี (2 เทอม) เพื่อเรียนรู้ ฝึกใช้เครื่องมือที่ทันสมัย ในสาขา คอมพิวเตอร์ ICT แอนิเมชัน ภาพยนตร์ การซ่อมบำรุงรถไฟ และการขับรถไฟความเร็วสูง การซ่อมบำรุงอากาศยาน การสร้างและฝึกบังคับโดรน ซึ่งจีนมีห้องปฏิบัติการที่ทันสมัยทุกสาขาอาชีพ ที่เป็นที่ต้องการของประเทศ เป็นต้น &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้จบการศึกษาจากโครงการ ไทย-จีนจะการันตีงานให้ทำ เงินเดือน สูงกว่าในไทย ได้ co-certificate ของไทย และจีน เพื่อทำงานบริษัทไทยหรือบริษัทจีนในไทยได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ดร.ยงยุทธ กล่าวว่า การยกตัวอย่างความร่วมมือของไทยกับจีนเช่นนี้ &amp;nbsp;เพื่อต้องการให้ผู้เกี่ยวข้อง และกระทรวงศึกษาไทยได้ตระหนักว่า โลกให้ความสนใจกับผู้เรียนสายอาชีพ อย่างจริงจังและจริงใจแค่ไหน เพราะเขา เชื่อว่าอาชีวศึกษาสร้างชาติได้จริง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31237</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อาชีวะ, ทีดีอาร์ไอ, ยงยุทธ แฉล้มวงษ์, อีอีซี, แรงงานอาชีวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b51d74599f17.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
