<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>32970</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2019 12:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2019 12:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งชัยนาทเร่งตรวจสภาพรถตู้ เหตุแรงงานเมียนมา 11 คนนอนหมดสติในรถ เบื้องต้นพบท่อไอเสียขาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 เม.ย.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่แรงงานชาวเมียนมาจำนวน 11 คน และเด็กอายุ 2 ขวบ 1 คน&amp;nbsp;รวมจำนวน 12 คน&amp;nbsp;โดยสารรถตู้รับจ้างไม่ประจำทาง ทะเบียน 33-5270 กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;จากจังหวัดสุราษฏร์ธานี มุ่งหน้า&amp;nbsp;อ.แม่สอด จ.ตาก&amp;nbsp;เพื่อเดินทางกลับประเทศในช่วงเทศกาลสงกรานต์&amp;nbsp;แต่เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น&amp;nbsp;เมื่อรถตู้ขับมาถึง จ.ชัยนาท&amp;nbsp;บนถนนสายเอเชีย&amp;nbsp;หลักกิโลเมตรที่ 147 ฝั่งขาขึ้น ต.ท่าฉนวน อ.มโนรมย์&amp;nbsp;จ.ชัยนาท&amp;nbsp;เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 3 เม.ย.62&amp;nbsp;ผู้โดยสารทั้งหมดเกิดอาการขาดอากาศหายใจ&amp;nbsp; บางคนหมดสติ บางคนอาเจียน และบางคนแม้ยังมีสติแต่ร่างกายอ่อนแรง&amp;nbsp;ทำให้นายประเคียง ทองพิจิตร อายุ 43 ปี คนขับรถตู้&amp;nbsp;และภรรยาที่นั่งมาด้วย&amp;nbsp;ต้องรีบจอดรถข้างทาง แล้วโทรศัพท์แจ้ง 1669 ให้หน่วยกู้ชีพเข้าช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสุธีวรรณ ศรีสุข&amp;nbsp;ขนส่งจังหวัดชัยนาท เปิดเผยว่า&amp;nbsp;จากการตรวจสอบสภาพรถตู้ที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;เบื้องต้นพบว่ามีท่อไอเสียขาดอยู่ใต้ท้องรถ จึงสันนิษฐานว่า อาจทำให้ระบบไอเสียรั่วไหลเข้าไปในห้องโดยสาร ประกอบกับภายในห้องโดยสารมีสัมภาระจำนวนมาก อาจทำให้ออกซิเจนภายในรถลดน้อยลง&amp;nbsp;อีกประเด็นเป็นเรื่องของระบบก๊าซเชื้อเพลิงอาจมีปัญหาจึงยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แท้จริง&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามได้ให้เจ้าของรถตู้นำรถกลับไปตรวจสภาพกับสถานติดตั้งก๊าซเชื้อเพลิงโดยตรง&amp;nbsp;เนื่องจากจังหวัดชัยนาทไม่มีสถานตรวจสภาพการติดตั้งถังก๊าซเชื้อเพลิง ซึ่งขณะนี้ยังต้องรอผลการตรวจสภาพรถให้แน่ชัดก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสุธีวรรณ ศรีสุข&amp;nbsp;ขนส่งจังหวัดชัยนาท ฝากเตือนประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้&amp;nbsp;ขอให้นำรถยนต์ไปตรวจสภาพก่อนออกเดินทาง เพื่อความปลอดภัย&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามขนส่งจังหวัดชัยนาทได้กำชับให้ผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทางและรถโดยสารรับจ้างไม่ประจำทาง ต้องตรวจความพร้อมของคนขับและตรวจความพร้อมของสภาพรถ&amp;nbsp;ก่อนจะนำรถออกไปให้บริการ&amp;nbsp;เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับอาการของแรงงานชาวเมียนมาที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลมโนรมย์ จำนวน 11 คน ขณะนี้มีอาการปลอดภัยแล้ว&amp;nbsp; แพทย์ให้กลับบ้านได้&amp;nbsp; แต่อยู่ระหว่างรอประสานเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำรถไปส่งที่ อ.แม่สอด จ.ตาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนอีก 1 คน เป็นผู้หญิง&amp;nbsp;ยังรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร ล่าสุดอาการปลอดภัยได้สติแล้ว แต่ยังต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32970</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนส่งจังหวัดชัยนาท, จ.ชัยนาท, แรงงานเมียนมาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190404/image_big_5ca5996c99afb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28367</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2019 14:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2019 14:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับไม่หมดสักที! ทหาร ฉก.จงอางศึก ซุ่มจับแรงงานเถื่อนลักลอบเข้าไทยคาชายแดน จ.ประจวบฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.พ.62 - พ.อ.พิเชษฐ์ หัสดีผง ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 19 ในฐานะผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก กองกำลังสุรสีห์ เปิดเผยว่า ตามนโยบายและข้อสั่งการของผู้บัญชาการทหารบก แม่ทัพภาคที่ 1 และ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 ให้มีการร่วมกันบูรณาการด้านการข่าว แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่อง ในพื้นที่หน่วยงานความมั่นคงตามแนวชายแดน นอกจากนั้นยังให้หน่วยเพิ่มมาตรการเข้มงวดในการสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมายที่ลักลอบนำเข้าและส่งออกในพื้นที่ตามแนวชายแดน รวมถึงการลาดตระเวนในพื้นที่ช่องทางธรรมชาติ สกัดกั้นจับกุมการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยได้รับรายงานว่าจะมีการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวเข้าราชอาณาจักรไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงสั่งการให้ พ.อ.เฉลิมพล สังข์ต้อง รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก กองกำลังสุรสีห์ นำกำลังพล ร่วมกับ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 147 และ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านคลองลอย นำกำลังเข้าตรวจสอบบริเวณช่องทางธรรมชาติ บริเวณสันเขื่อนอ่างเก็บน้ำหมู่บ้านคลองลอย ตำบลร่อนทอง อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่เกิดเหตุพบแรงงานต่างด้าวพร้อมคนนำทางรวม 17 คน ขณะกำลังเดินลัดเลาะลงมาจากเขาถึงบริเวณสันเขื่อนอ่างเก็บน้ำหมู่บ้านคลองลอย เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังเข้าโอบล้อม จากนั้นเข้าจู่โจมสามารถจับกุมแรงงานต่างด้าวได้ทั้งหมด ตรวจสอบไม่พบว่ามีเอกสารแสดงตนใดๆ จึงควบคุมตัวไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนทราบว่า แรงงานต่างด้าวทั้งหมดเดินทางมาจากรัฐยะไข่ ประเทศเมียนมา ผ่านเข้ามาทางบัานน้ำเย็น ต.บาคาลา อ.ปกเปี้ยน จ.เกาะสอง ตรงข้ามบ้านคลองลอย ต.ร่อนทอง อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ โดยมี นายเชอซาม่อ อายุ 59 ปี เป็นผู้ช่วยเหลือพาหลบหนีเข้าประเทศไทย และให้ทุกคนหลบซ่อนตัวอยู่บริเวณนี้ ซึ่งได้ค่าจ้างจากแรงงานต่างด้าวคนละ 300 บาท ซึ่งได้รับการประสานจากคนไทยไม่ทราบชื่อ เอารถกระบะเข้ามารับตัว และบุคคลต่างด้าวต้องจ่ายเงินให้กับผู้นำพาคนไทยอีกคนละ 20,000 บาท เพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศมาเลเซีย เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวแรงงานต่างด้าวทั้ง 17 คน พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา &amp;ldquo;เป็นบุคคลต่าวด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;นำพาบุคคลต่าวด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;rdquo; ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางสะพาน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.เฉลิมพล กล่าวว่า ปัจจุบันมีการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาอีกจำนวนมากผ่านช่องทางธรรมชาติตามแนวชายแดนของประเทศไทย เพื่อส่งต่อไปยังประเทศที่สาม เนื่องจากตอนนี้ทางประเทศที่สามขาดแคลนแรงงานในการประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมที่มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม หน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก กองกำลังสุรสีห์ ได้มีมาตรการเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนในพื้นที่ตามแนวชายแดนและช่องทางธรรมชาติอย่างเข้มงวด เพื่อป้องปรามการกระทำผิดกฎหมายทุกชนิด ตลอดจนให้เกิดเป็นรูปธรรมตามนโยบายของผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28367</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองกำลังสุรสีห์, จับแรงงานลักลอบเข้าเมือง, ลักลอบนำแรงงานต่างด้าวเข้าราชอาณาจักรไทย, หน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก, แรงงานต่างด้าว, แรงงานเมียนมาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190205/image_big_5c59360df0f9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27280</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2019 00:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2019 00:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซ้ำซาก!กระบะลักลอบขนแรงงานชาวพม่าเกิดเสียหลักพลิกคว่ำตาย-เจ็บเกลื่อนถนน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ม.ค. 62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp; 20.30 น.ที่ผ่านมา ร.ต.ท.นันทิยา รักษ์มี รอง สว.(สอบวน) สภ.เมืองชุมพร ได้รับแจ้งอุบัติเหตุหมู่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายรายที่บริเวณถนนเอเชีย 41 หมู่ 13 ตำบลขุนกระทิง อ.เมือง จ.ชุมพร จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วรุดไปที่ตรวจสอบเกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.ท.วิชิต ขำคชกรรณ รอง ผกก.(สืบสวน)สภ.เมืองชุมพร ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จ.ชุมพร แพทย์ พยาบาล รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ หน่วยกู้ภัย กู้ชีพ มูลนิธิชุมพร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุช่องทางขาล่องใต้ช่วงหลัก กม.ที่ 5-6 พบรถยนต์กระบะโตโยต้าตอนครึ่งสีขาวทะเบียน บษ 4661 ราชบุรี กระบะหลังติดกรงเหล็กสูงปิดทับด้วยผ้าใบสภาพพังยับเยินเป็นเศษเหล็กอยู่ในร่องกลางถนน มีผู้บาดเจ็บเป็นชาวต่างด้าวสัญชาติพม่าจำนวน 19 คน ในจำนวนนี้อยู่ในอาการโคม่า 5 คน ทั้งหมดเป็นเพศชายอายุระหว่าง 20-25 ปี นอนร้องครวญครางอยู่คนละทิศละทาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย กู้ชีพช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ &amp;nbsp;ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบมีรอยล้อรถยนต์เสียหลักวิ่งลงไปในร่องกลางถนนเป็นทางยาวเกือบ 100 เมตร และชนเข้ากับต้นขี้เหล็กขนาดใหญ่สูงประมาณ 5 เมตร จนถอนรากถอนโคนล้มราบลงกับร่องกลางถนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลางถนนห่างจากรถคันเกิดเหตุประมาณ 10 เมตร มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ สภาพแหลกเหลวเนื่องจากถูกรถที่สัญจรผ่านทับซ้ำ ส่วนในร่องกลางถนนใกล้กับรถยนต์คันดังกล่าวเจ้าหน้าที่พบอีก 3 ศพ สภาพมีแผลเหวะหวะทั่วร่าง ผู้เสียชีวิตทั้งหมดเป็นเพศชายสัญชาติพม่า &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตรวจสอบในรถพบเอกสารระบุชื่อผู้ครอบครองรถและเอกสารสัญญาผู้เช่าช่วงรถคันดังกล่าว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบว่ามีเจตนาทำสัญญาเช่าช่วงต่อในการนำรถไปใช้กระทำผิดกฎหมายเพื่อไม่ให้ถูกยึดคันดังกล่าวหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมคนขับรถยนต์คันดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งบาดเจ็บแค่เนื้อตัวผิวหนังถลอกเล็กน้อยอยู่ในอาการสะลึมสะลือ ทราบชื่อ นายปรเมศร์ คงวรรณ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 212 หมู่ 4 ตำบลลานข่อย อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่สอบสวนทราบว่ามีนายหน้าเป็นชาวเมียนมาว่าจ้างให้ขนแรงงานต่างด้าวทั้งหมดจำนวน 23 คน มาจากช่องทางธรรมชาติชายแดนไทยเมียน มาบริเวณบ้านมะมุ อ.กระบุรี จ.ระนอง ได้ค่าจ้างคนละ 1,000 บาท โดยให้แรงงานต่างด้าวทั้งหมดนั่งอยู่ในกระบะหลังติดกรงเหล็กมีผ้าใบปิดทับมิดชิด ขับหลบเลี่ยงด่านตรวจทหารและตำรวจมาตามถนนในหมู่บ้านผ่านเข้ามาทาง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เพื่อนำไปส่งที่ อ.ท่าฉาง จ.สุราษฏร์ธานี ขณะขับมาด้วยความเร็วสูงเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถได้เสียหลักลงไปร่องกลางถนนพุ่งชนกับต้นไม้ขนาดใหญ่จนหักโค่น ทำให้มีต่างด้าวบาดเจ็บ 19 คน และเสียชีวิต 4 ศพดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไปดำเนินคดีในข้อหาลักลอบนำแรงงานด่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย และขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิต พร้อมกับสอบสวนขยายผลจับกุมเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27280</URL_LINK>
                <HASHTAG>อุบัติเหตุ, แรงงานเมียนมาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190123/image_big_5c47548839a11.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6804</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2018 06:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2018 02:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซ้ำซาก!เกิดอุบัติเหตุรถบัสพุ่งตกไหล่ทางตาย-เจ็บอื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย. 61&amp;nbsp;- เวลา 23.45 น.ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ ถ.แม่สอด-ตาก จุดเกิดเหตุบริเวณดอยรวก ต.แม่ท้อ อ.เมือง จ.ตาก รถบัส 2 ชั้นโดยสารแรงงานชาวเมียนมาร์เสียหลักตกข้างทาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายคน จนท.กู้ภัยระดมกำลังไปที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 00.32 น. นายกลวัฒน์ ทรัพย์ส่งสุข หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย จ.ตาก ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เหตุเกิดบน ถ.แม่สอด-ตาก (ทล.12) ที่กม.68 ช่วงทางลงดอยรวก ต.แม่ท้อ อ.เมือง จ.ตาก รถบัสไม่ประจำทาง 2 ชั้น ทะเบียน 33-5488 กทม. โดยสารหญิงชาวเมียนมาร์ ทั้งหมด 50 คน เดินทางมาจาก อ.แม่สอด จ.ตาก มุ่งหน้า อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา เสียหลักตกข้างทาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บ 18 คนและเสียชีวิตอย่างน้อบ 5 คนส่วนคนขับปลอดภัย จากการสอบถามเบื้องต้นคาดว่าสาเหตุเกิดจากระบบเบรก เพราะเป็นทางลงดอยรวก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ภาพจากจส100&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6804</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดอยรวก, ต.แม่ท้อ, ตาก, รถบัสเสียหลัก, อ.เมือง จ.ตาก, อุบัติเหตุ, แรงงานเมียนมาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180410/image_big_5acbb7695839d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
