<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103552</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2021 12:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2021 12:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ญาติภาวนาสงครามยุติ ไม่อยากให้แรงงานไทยต้องจบชีวิตเหมือนหลาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20&amp;nbsp;พ.ค.64 -&amp;nbsp;ความคืบหน้ากรณีที่นายสิขรินทร์&amp;nbsp;สงำรัมย์&amp;nbsp;หรือลิป อายุ&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;หนึ่งในแรงงานไทยชาว&amp;nbsp;ต.หินโคน&amp;nbsp;อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์&amp;nbsp;ที่ถูกสะเก็ดระเบิดเสียชีวิตจากเหตุการณ์สู้รบกันที่ประเทศอิสราเอล ซึ่งครอบครัวและญาติพี่น้องยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;ก็มีเพื่อนบ้านมาให้กำลังใจต่อเนื่อง ซึ่งทางครอบครับก็เฝ้ารออยากให้หน่วยงานรัฐช่วยเหลือนำศพกลับมาประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด&amp;nbsp;เพราะอย่างน้อยก็จะได้เห็นหน้าเป็นครั้งสุดท้าย&amp;nbsp;ดีกว่าการนำเถ้ากระดูกกลับมาทำบุญเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์&amp;nbsp;ก็ได้เข้าเยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมชี้แจงเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ครอบครัวของนายสิขรินทร์จะได้รับการเยียวยาช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐ อาทิ&amp;nbsp;เงินช่วยเหลือจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ จำนวน&amp;nbsp;40,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และค่าทำศพจากประกันสังคมอีก&amp;nbsp;50,000&amp;nbsp;บาท บวกกันเงินสะสมอีกจำนวนหนึ่ง&amp;nbsp;นอกจากนั้น ยังจะได้รับสิทธิประโยชน์ และเงินจากกองทุนผู้ประสบภัยสงคราม ของทางฝั่งประเทศอิสราเอลเป็นรายเดือนอีกด้วย&amp;nbsp;โดยรับปากจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุดเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับครอบครัวผู้สูญเสีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นางลำพัน&amp;nbsp;อุปคุณ&amp;nbsp;ป้าของนายสิขรินทร์&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;เสียใจที่ต้องมาสูญเสียหลานชายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;ทั้งที่หลานตั้งใจจะไปทำงานหาเงินเพื่อมาชำระหนี้สินและจุนเจือครอบครัว&amp;nbsp;แต่ต้องมาจบชีวิตลงแบบนี้ทำให้ลูกชายของหลานวัยเพียง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ขวบ และ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ขวบ ต้องมากำพร้าพ่อและขาดเสาหลัก&amp;nbsp;จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็อยากจะภาวนาขอให้สงครามยุติลง&amp;nbsp;จะได้ไม่ต้องมีแรงงานที่ดิ้นรนไปทำงานที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรต้องมาตกเป็นเหยื่อสูญเสียชีวิตเหมือนกับหลานชายของตนเองอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ ยังอยากเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐได้เข้ามาเยียวยาช่วยเหลือครอบครัวของหลานด้วย&amp;nbsp;ทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายกินอยู่ ภาระหนี้สิน และอยากให้ส่งเสียลูกทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คนของหลานได้เรียนสูงๆ และมีงานทำสามารถเลี้ยงตัวเองได้&amp;nbsp;เพราะพ่อของหลานก็เสียชีวิตไปหลายปีแล้ว เหลือเพียงแม่ที่เลี้ยงลูก ทุกวันนี้นายสิขรินทร์&amp;nbsp;หลานชายต้องทำหน้าที่เป็นเสาหลักแทนพ่อแต่ก็ต้องมาจบชีวิตกับเหตุภัยสงครามที่เกิดขึ้นความหวังของครอบครัวที่จะมีเงินใช้หนี้ และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นก็หมดลง&amp;nbsp;เพราะลำพังรายได้จากการขายของของผู้เป็นแม่และภรรยา&amp;nbsp;ในภาวะวิกฤตโควิดก็แทบไม่พอกินอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103552</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดบุรีรัมย์, อิสราเอล, แรงงานไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210520/image_big_60a5f2a263fee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82439</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2020 09:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2020 09:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกรัฐบาล เผยแรงงานไทยเป็นที่ต้องการของต่างประเทศ มั่นใจบริหารจัดการโควิดของไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ย.63 - นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงการประชุมครม.ครั้งล่าสุด นายสุชาติ ชมกลิ่น​ รมว.แรงงาน​ ได้รายงานให้ที่ประชุมซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว. กลาโหมเป็นประธาน ได้รับทราบถึงการจัดส่งแรงงานไทยไปเก็บผลไม้ป่าในประเทศสวีเดนและประเทศฟินแลนด์ ฤดูกาล 2020 ซึ่งเริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2563 ว่ามีแรงงานไทยที่ได้รับการอนุญาตให้เดินทางไปเก็บผลไม้ป่าในทั้งสองประเทศจำนวนทั้งสิ้น 5,254 คนโดยแยกเป็นประเทศฟินแลนด์ 2,014 คน และประเทศสวีเดน จำนวน 3,210 คน ก่อให้เกิดรายได้เข้าประเทศโดยประมาณขั้นต่ำ 618,341,720 บาท แบ่งเป็นประเทศฟินแลนด์จำนวน 182,655,000 บาท และประเทศสวีเดน จำนวน 435,686,720 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในการเดินทางไปในครั้งนี้ กรมการจัดหางานได้วางมาตรการเพื่อคุ้มครองแรงงานไทยภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 โดยดำเนินการตามนโยบายของ ศบค. ทุกประการ ซึ่งแรงงานไทยทั้งหมดได้ผ่านการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ก่อนเดินทางไป และหลังจากเดินทางกลับ และจะต้องผ่านการกักตัวเป็นระยะเวลาจำนวน 14 วัน ซึ่งในฤดูกาลนี้แรงงานทั้งหมดได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1-22 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา และได้เข้ารับการกักกันตัวในสถานที่กักกันที่กระทรวงแรงงาน ,กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงกลาโหมได้ร่วมกันจัดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรายได้ของคนงานไทยที่ไปเก็บผลไม้ป่าในประเทศฟินแลนด์และประเทศสวีเดน ฤดูกาลปี 2020 พบว่า แรงงานที่เดินทางไปประเทศสวีเดน จะมีรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายประมาณคนละ 150,000 &amp;ndash; 180,000 บาท โดยมีระยะเวลาเก็บผลไม้ประมาณ 2 เดือน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคนงานที่เดินทางไปเก็บผลไม้ที่ประเทศฟินแลนด์ มีระยะเวลาการเก็บผลไม้ประมาณ 55 วัน และมีรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายประมาณคนละ 90,000 - 150,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการกักตัวของคนงานทั้งหมดที่กลับมานั้น ไม่ได้ใช้งบประมาณของประเทศแต่อย่างใด แต่ใช้เงินของบริษัทต่างประเทศนั้นๆ ที่พาคนงานไทยไปทำงาน ซึ่งคนงานเหล่านี้ บริษัทต่างประเทศ ได้ออกค่าใช้จ่ายในการกักตัวโดยมีแบงค์การันตี คนละ 32,000 บาทต่อคน แต่หากค่าใช้จ่ายจริงไม่ถึงจำนวนนี้ กระทรวงแรงงานก็จะคืนให้บริษัทที่ออกค่าใช้จ่ายให้คนงานไทยที่ไปเก็บผลไม้ป่าต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุชา กล่าวว่า แรงงานไทยเป็นที่ต้องการของต่างประเทศเป็นจำนวนมากในขณะนี้ ซึ่งส่วนสำคัญมาจากการบริหารจัดการโรคโควิด-19 ได้เป็นอย่างดีของไทย ทำให้ประเทศที่ต้องการนำเข้าแรงงาน มีความมั่นใจแรงงานจากไทยเป็นลำดับต้นๆ ซึ่งเป็นโอกาสดีในการเพิ่มช่องทางให้แรงงานไทยได้มีตลาดทำงานในต่างประเทศมากขึ้น เพื่อให้แรงงานไทยมีอาชีพ มีรายได้ ลดปัญหาการว่างงานภายในประเทศไทย อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และนำเงินกลับเข้าประเทศไทย ซึ่งการเดินทางไปทำงานต่างประเทศของแรงงานไทย สามารถสร้างรายได้เข้าประเทศได้เป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82439</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอนุชา บูรพชัยศรี, สุชาติ ชมกลิ่น, แรงงานไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201028/image_big_5f997ec2bd8ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75655</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2020 22:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2020 21:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จับกัง 1&#039; เสียใจแรงงานไทยติดโควิด-19 เสียชีวิตในซาอุฯ สั่งหน่วยงานติดต่อญาติพร้อมช่วยเหลือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค.63 - นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน&amp;nbsp;กล่าวแสดงความเสียใจถึงกรณีที่แรงงานไทยเสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศซาอุดิอาระเบีย โดยได้รับรายงานจากนาวาตรีวิทวัส กู้ประเสริฐ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) สำนักงานแรงงานในประเทศซาอุดีอาระเบีย (กรุงริยาด) ว่า เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 63 เวลา 11.00 น. สนร.ริยาด ได้รับการประสานงานจาก สอท. ณ กรุงริยาด ว่าได้รับแจ้งจากโรงพยาบาล Jubail Government Hospital ว่ามีแรงงานไทยรายหนึ่ง อายุ 67 ปี ซึ่งเข้ารับการรักษาจากการติดเชื้อโควิด-19 และได้เสียชีวิตลงแล้ว ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า แรงงานไทยรายนี้ เป็นชาวจังหวัดลำปาง ทำงานกับนายจ้างชื่อ AL-OSAIS CONTRACTING &amp;amp; TRADING เมืองจูเบล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ปรึกษาฝ่ายแรงงาน สนร. ริยาด ยังรายงานอีกว่า ได้สอบถามไปยังหัวหน้างานเบื้องต้นทราบว่า แรงงานรายนี้ทำงานในตำแหน่งช่างทั่วไป และเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลข้างต้นตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค.63 ทั้งนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับการทำงาน เงินเดือนและการเริ่มทำงานนั้น หัวหน้างานไม่ทราบรายละเอียด จึงได้ขอให้ฝ่ายบุคคลของบริษัทดำเนินการคำนวณเงินสิ้นสุดบริการตามจำนวนเวลาที่ทำงาน ค่าจ้างค้างจ่าย และเงินอื่นๆ แล้วนำไปรับรองที่ Labour Office ก่อนส่งให้ สนร. ริยาด ตรวจสอบความถูกต้องเพื่อที่จะได้นำส่งให้กับทายาทของแรงงานไทยรายนี้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการให้ความช่วยเหลือ รมว.แรงงาน ได้สั่งการให้อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายแรงงาน สนร. ริยาด ติดตามสิทธิประโยชน์ โดยเฉพาะค่าจ้างค้างจ่ายจากนายจ้าง และสิทธิอื่นๆ ตามกฎหมาย นอกจากนี้ รมว.แรงงาน ยังสั่งการให้แรงงานจังหวัดลำปางและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดลำปางลงพื้นที่ไปติดต่อญาติ เพื่อแจ้งข้อมูลให้ญาติทราบและให้กำลังใจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต ส่วนการจัดการศพนั้น เจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการเกี่ยวกับศพของผู้ติดเชื้อโควิด -19 โดยนำไปฝังตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุข ของประเทศซาอุดีอาระเบียกำหนดต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75655</URL_LINK>
                <HASHTAG>รมว.แรงงาน, สุชาติ ชมกลิ่น, แรงงานไทย, แรงงานไทยในซาอุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200826/image_big_5f467565a6764.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73533</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2020 09:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2020 22:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คืบตูมวินาศเลบานอน! ก.แรงงาน เผยคนงานไทยบาดเจ็บ 2  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกแรงงาน เผยได้รับรายงานจากทูตแรงงาน สนร.ริยาด&amp;nbsp;มีคนงานไทยในเลบานอน 2 รายได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิด&amp;nbsp;ถูกกระจกบาดตามตัว หัวกระแทกฝ้าเพดาน หูอื้อ ได้รับการทำแผลและกลับไปพักรักษาตัวที่พักแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค.63 -&amp;nbsp;นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า นาวาตรีวิทวัส กู้ประเสริฐ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) สำนักงานแรงงานในประเทศซาอุดีอาระเบีย (กรุงริยาด) ซึ่ง สนร.ริยาด ดูแลแรงงานไทยในประเทศเลบานอนโดยเป็นพื้นที่ในเขตอาณา ได้รายงานเพิ่มเติมถึงความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุระเบิดอย่างรุนแรงในกรุงเบรุต ประเทศเลบานอน เมื่อเวลาประมาณ 18.20 น.ของวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา ว่า มีแรงงานไทยได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ได้แก่ นายวีรยุทธ์ บุญรักษ์ ทำงานเป็นกุ๊กอาหารญี่ปุ่น ร้าน Ginger &amp;amp; Co กรุงเบรุต ถูกกระจกบาดตามตัว และศีรษะได้รับการกระแทกกับฝ้าเพดาน และนายชนธัช ทันยศศักดิ์ พนักงานช่างจิวเวลรี่ ได้รับบาดเจ็บที่มือเพราะโดนเศษกระจกบาด และมีอาการหูอื้อ ซึ่งทั้งสองรายได้รับการทำแผลและพักรักษาตัวที่พักแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทูตแรงงาน สนร.ริยาด ยังกล่าวถึงรายงานของนางสาวสิริอร ศรีวิรุฒ อาสาสมัครแรงงานในต่างประเทศ (อสรต.) ซึ่งเป็นชาวต่างประเทศที่ทำหน้าที่เป็นเครือข่ายอาสาสมัครแจ้งข้อมูลข่าวสารด้านแรงงานของประเทศเลบานอน ว่า สถานการณ์โดยทั่วไป ขณะนี้ทางการเลบานอนได้ประกาศให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย สวมถุงมือเนื่องจากมีสารเคมีแอมโมเนียฟุ้งกระจาย และอากาศในกรุงเบรุตมีมลพิษฟุ้งกระจาย หากสูดดมเข้าไปในร่างกายจะทำให้มีอาการแสบจมูกและคันตามตัวอีกทั้งต้องหาน้ำสะอาดดื่ม และมีราคาสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเธียรรัตน์ ยังกล่าวถึงรายงานของ สนร.ริยาด&amp;nbsp;พบว่า ปัจจุบันมีคนไทยและแรงงานไทยเข้าไปพำนักและทำงานในประเทศเลบานอนจำนวน 170 คน ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเป็นพนักงานเจียระไนเพชร พลอย พนักงานนวดไทย สปา และเชฟ กุ๊ก เป็นแรงงานที่เป็นสมาชิกกองทุนช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ ได้รับความคุ้มครอง จำนวน 17 คน ได้รับค่าจ้างและสวัสดิการที่เหมาะสม โดยในเลบานอนจะมีสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ของไทยตั้งอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงแรงงาน ได้กำชับให้ทูตแรงงาน สนร.ริยาด ติดตามสถานการณ์ในประเทศเลบานอนอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นพื้นที่ในเขตอาณา หากแรงงานไทยหรือญาติพี่น้องของแรงงานไทยรายใด ต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานแรงงานในประเทศซาอุดีอาระเบีย (กรุงริยาด) เพื่อให้ทูตแรงงานประสานความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่แรงงานไทยได้อย่างทันท่วงทีต่อไป&amp;quot;นางเธียรรัตน์ กล่าวในท้ายสุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73533</URL_LINK>
                <HASHTAG>เลบานอน, แรงงานไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200805/image_big_5f2ac71a4ea7a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68037</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2020 13:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2020 13:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวดีแรงงานไทย!บิ๊กตู่สั่งเตรียมพร้อมช่วยเหลือไปทำงานต่างประเทศหลังโควิดคลี่คลาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย.63- นางนฤมล ภิญโญสินวัฒนา โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า​ จากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด -19 ทำให้ช่วงครึ่งแรกของปี 2563 &amp;nbsp;ประเทศต่างๆ ทั่วโลกประสบปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว แต่คาดว่ากิจกรรมด้านเศรษฐกิจจะกลับมาสู่สภาพปกติโดยเร็ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้ความสำคัญกับผู้ใช้แรงงาน ซึ่งแรงงานไทยเป็นประเทศลำดับต้นๆ ที่ตลาดแรงงานในต่างประเทศต้องการ ทั้งในประเทศที่เป็นคู่เจรจาเดิม และที่เป็นที่นิยมของแรงงานไทย เช่น &amp;nbsp;ไต้หวัน &amp;nbsp;สาธารณรัฐเกาหลี &amp;nbsp;มาเลเซีย &amp;nbsp;ญี่ปุ่น &amp;nbsp;อิสราเอล &amp;nbsp;และในภูมิภาคอื่นทั่วโลกต่างยอมรับเรื่องความมีวินัย และทักษะฝีมือของแรงงาน &amp;nbsp;ประกอบกับประเทศไทยมีการบริหารจัดการโรคโควิด -19 ได้เป็นอย่างดีจนเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนฤมล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ที่ผ่านมามีผู้แทนจากประเทศต่างๆ เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี อาทิ เช่น เอกอัครราชทูตคูเวตได้แจ้งความประสงค์ต้องการแรงงานไทยไปทำงานในการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงานร่วมกับภาคเอกชน เร่งเตรียมความพร้อมในการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศให้ได้รับประโยชน์สูงสุด &amp;nbsp;ได้ทำงานอย่างมีศักดิ์ศรี มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีโอกาสได้รับการพัฒนาทักษะฝีมือ รวมถึงทักษะด้านภาษา ซึ่งหากการเดินทางระหว่างประเทศสามารถทำได้ตามปกติ สามารถจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศได้ทันที ให้ใกล้เคียงกับเป้าหมายจำนวน &amp;nbsp;100,000 คน ตามที่ตั้งเป้าไว้ คาดว่าจะทำให้มีรายได้เข้าประเทศกว่า 140,000 ล้านบาททั้งนี้ ขอย้ำให้แรงงานไทยที่สนใจเดินทางไปทำงานต่างประเทศ เดินทางไปทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เตรียมร่างกาย และทักษะฝีมือไว้ให้พร้อม รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68037</URL_LINK>
                <HASHTAG>นฤมล  ภิญโญสินวัฒน์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, แรงงานไทย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200513/image_big_5ebbebd225a6c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59546</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2020 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2020 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โฆษกรบ.&#039; ย้ำยังไม่ปิดศูนย์ฯสัตหีบ เหตุมีผีน้อยต้องเฝ้าระวังอีกกว่า 200 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค.63 -ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงถึงกรณีความสับสนการปิดศูนย์เฝ้าระวังผู้ที่เดินทางกลับมาจากเกาหลีใต้ที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้น ที่ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี ว่าศูนย์ดังกล่าวยังคงเปิดใช้เพื่อเฝ้าระวังแรงงานที่เดินทางมาจากเกาหลีใต้ และยังมีกลุ่มเฝ้าระวังอยู่ภายในศูนย์ประมาณ 200 คน โดยกระทรวงสาธารณสุขจะต้องเขามาคัดกรองตามขั้นตอนเพื่อประเมินแรงงานว่าสามารถกลับไปกักตัวยังภูมิลำเนาของตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ศูนย์ยังต้องเปิดใช้เพื่อรองรับกลุ่มคนที่จะทยอยเดินทางกลับมาในอนาคต รวมถึงกรณีที่คนไทยกลับมาจากประเทศเสี่ยงและไม่สามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้ เช่น ชุมชนไม่เห็นด้วยให้กักตัวในพื้นที่ หรือทางครอบครัวให้กักตัวยังศูนย์แห่งนี้เพื่อความปลอดภัยมากกว่ากักตัวอยู่บ้าน เช่นเดียวกับกรณีที่คนไทยจะกลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงและไม่สามารถขอใบรับรองแพทย์หรือผ่านการคัดกรองจากต้นทางอย่างครบขั้นตอน ซึ่งจะใช้ศูนย์ดังกล่าวเป็นพื้นที่กักตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนฤมล กล่าวว่า อย่างไรก็ตามมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นผู้บัญชาการศูนย์ ยังได้ออกมาตรการอย่างเข้มข้นตั้งแต่ต้นทาง โดยการยกเลิกการขอตรวจลงตราวีซ่าเพื่อเข้าประเทศที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ( VISA on Arrival หรือ VOA ) จำนวน 18 ประเทศ ต่อไปใครที่จะใช้ VOA &amp;nbsp;ต้องไปขอวิซ่าที่สถานทูตก่อน ซึ่งต้องมีใบรับรองแพทย์เพื่อรับรองว่าปลอดจากความเสี่ยงเป็นโรคโควิด 19 จึงจะออกวีซ่าให้ อีกทั้งยังยกเลิกฟรีวิซ่าใน 3 ประเทศ คืออิตาลี ฮ่องกง และเกาหลีใต้เป็นการชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์จะกลับมาปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนฤมล กล่าวว่า สำหรับมาตรการยกเลิกวีซ่า จะช่วยลดจำนวนคนที่มาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงเข้าประเทศได้หรือต่อให้เดินทางเข้ามาประเทศ ถือบอร์ดดิ้งพาส และถึงสนามบินแล้วก็จะต้องมีใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่าปลอดโรคออกให้ภายใน 3 วัน รวมถึงมีมาตรการจากสายการบิน รวมถึงมาตรการปลายทางของสายการบิน กรณีมีไข้จะส่งต่อไปยังสถานพยาบาลทันที และคนที่ไม่มีไข้ก็จะส่งตัวไปกักกันตามมาตรการข้างต้น ผู้ที่ละเมิดจะมีความผิดตามกฎหมาย ส่วนกรณีประเทศรัสเซีย ที่แม้จะถูกยกเลิกวีซ่า VOA ไปด้วยนั้น แต่ประเทศไทยและรัสเซีย ยังมีความข้อตกลงระหว่างกันอยู่ โดยชาวรัสเซียก็ยังคงเดินทางเข้าประเทศไทยและพำนักได้ไม่เกิน 30 วันส่วนประเทศอื่นที่มีข้อตกลงในแบบเดียวกัน ทางกระทรวงการต่างประเทศจะรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบ และจะแจ้งให้ทราบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการให้ข้อมูลข่าวสารที่สับสน นางนฤมล กล่าวว่า เป็นการชี้แจงเพิ่มเติมไม่ได้มีข้อมูลที่ขัดแย้งกับรมว.มหาดไทย โดยหลักการแล้วเป็นไปตามที่แถลง แต่เมื่อข่าวสารออกไปว่าจะปิดศูนย์ทั้งหมดทันที ประชาชนจึงตื่นตระหนก จึงต้องชี้แจงเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59546</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐานทัพเรือสัตหีบ, นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, ผีน้อย, ศูนย์เฝ้าระวัง, แรงงานไทย, ไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200312/image_big_5e69b7937ff20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58933</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2020 10:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2020 10:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039; ยันเตรียมพื้นที่ทหาร 5 แห่งกักตัว &#039;ผีน้อยเกาหลี&#039; กลับไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มี.ค.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมพร้อมสถานที่ในส่วนของฝ่ายความมั่นคงเพื่อรองรับแรงงานไทยกลับจากเกาหลีใต้ เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า เมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงไปหมดแล้ว เมื่อถามถึงพื้นที่ทหารที่เตรียมไว้เพื่อรอดูอาการ 14 วัน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ได้จัดเตรียมพื้นที่ไว้ 5 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม (กห.) กล่าวว่า ยังขอไม่เปิดเผยพื้นที่ทั้ง 5 แห่ง โดยขอสงวนตำแหน่งพื้นที่รองรับ เนื่องจากเป็นเหตุผลด้านความมั่นคง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58933</URL_LINK>
                <HASHTAG>กักโรค, ผีน้อย, ผีน้อยเกาหลี, แรงงานไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200116/image_big_5e1ff0a565e7b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
