<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109454</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2021 15:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2021 15:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ. จ่ออนุญาตปชช.ใช้ &#039;แรพิดเทสต์&#039; หาเชื้อโควิด รับห่วงความแม่นยำ แนะตรวจซ้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงตอนหนึ่งว่า&amp;nbsp;มีการพูดถึงการตรวจให้ครอบคลุมประชาชนจึงมีการพูดถึงการตรวจแบบแรพิดเทสต์ (Rapid Antigen Test)&amp;nbsp;ที่ประชาชนคุ้นหูซึ่งต้องขอทำความเข้าใจก่อนว่า การตรวจแบบแรพิดเทสต์นี้ โดยปกติในโรงพยาบาลมีการใช้เฉพาะในกรณีที่มีภาวะฉุกเฉิน เช่น ผู้ป่วยประสบอุบัติเหตุศัลยแพทย์ จำเป็นต้องตรวจโควิด-19 อย่างรีบด่วน รอนานไม่ได้ การตรวจแบบแรพิดเทสต์ มีการใช้อยู่แล้ว แต่ด้วยข้อจำกัดการตรวจลักษณะนี้มีความแม่นยำต่ำ จึงไม่มีการแนะนำให้เอามาใช้ก่อนหน้านี้ แต่ในขณะที่สถานการณ์เปลี่ยนไป มีความต้องการของการตรวจที่มากขึ้น การติดเชื้อแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว หากจะรอผลการติดเชื้อ 1-2 วัน อาจจะทำให้การควบคุมโรคเป็นไปได้ไม่มีประสิทธิภาพ ทางนพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข จึงหารือกับคณะผู้เกี่ยวข้องเพื่อให้มีการทบทวนในการนำการตรวจแบบแรพิดเทสต์ ที่มีมาตรฐานที่ยอมรับได้มาหารือกัน และจะอนุญาตให้ประชาชนนำมาใช้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ต้องทำความเข้าใจว่าแรพิดเทสต์ ไม่ได้มีอยู่ประเภทเดียว หรือมีอยู่ชนิดเดียวแต่มีหลากหลายมาก บริษัทที่รับตรวจวิธีนี้ก็มีหลากหลาย เครื่องมือที่นำมาใช้ก็มีทั้งตรวจหาเชื้อหรือซากเชื้อ หรือเป็นการตรวจภูมิคุ้มกันที่ขึ้นหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามในวันนี้เวลา 13.30 น. ปลัดกระทรวงสาธารณสุขจะได้ชี้แจงการหารือจากคณะที่ทำงานว่า ทิศทางนโยบายการตรวจแรพิดเทสต์ ที่กระทรวงสาธารณสุขจะประกาศมาจะเป็นอย่างไรขอให้ประชาชนได้ติดตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โดยหลักการแรพิดเทสต์ หากเริ่มติดเชื้อหรือติดเชื้อแล้วมีเชื้อไม่มากผลตรวจอาจจะออกมาเป็นลบคือไม่ไหวพอ ไม่แม่นพอที่จะตรวจหาเชื้อได้ เพราะฉะนั้นเมื่อตรวจด้วยวิธีนี้แล้วหากผลที่ตรวจออกมาเป็นลบขอให้อย่านิ่งนอนใจ อันดับแรกจะต้องมีการเฝ้าระวังอาการต่อไปอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในรายที่มีประวัติสัมผัสผู้ที่มีการติดเชื้อยืนยันก่อนหน้านี้ หรือเรียกได้ว่าเป็นผู้มีสัมผัสเสียงสูง ก็ต้องเฝ้าระวังอาการต่อและถึงแม้ว่าผลเป็นลบจะต้องแยกกักตัวเอง และทางสาธารณสุขแนะนำให้มีการตรวจซ้ำในวันที่ 5-7 วัน เพราะหากติดเชื้อระยะ5-7 วัน เชื้อจะมีปริมาณมากขึ้น การตรวจด้วยวิธีแรพิดเทสต์นี้ ก็อาจจะสามารถที่จะตรวจแล้วได้ผลเป็นบวก คือ แม่นยำ ส่วนกลุ่มที่ตรวจตั้งแต่ครั้งแรกแล้วได้ผลเป็นบวกก็ขอให้เข้าระบบโดยติดต่อไปที่โทร.1330 ก็จะเข้าระบบแล้วนำไปสู่การตรวจด้วยวิธีมาตรฐาน เพื่อยืนยันการติดเชื้อและเพื่อให้ท่านได้เข้าสู่กระบวนการรักษาที่ปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109454</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุดตรวจโควิด Rapid test, แรพิดเทสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210504/image_big_6090f9ee24877.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
