<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80143</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2020 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2020 13:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลตั้งเป้า1ปีศึกษาแลนด์บริดจ์ ก่อนลุยเชื่อมทะเลชุมพร-ระนองโยงขนส่งEEC</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค. 63- น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เดินหน้าปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เน้นความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก พึ่งพาตนเอง พร้อมมุ่งที่การลงทุนขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข็งขัน โดยขณะนี้กระทรวงคมนาคม กำลังทำการศึกษาโครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทย-อันดามัน หรือ แลนด์บริดจ์ ระหว่างท่าเรือจังหวัดชุมพรกับท่าเรือจังหวัดระนอง ระยะทางประมาณ 130 กิโลเมตร คาดว่าจะช่วยย่นเวลาเดินทางของเรือสินค้าจากเส้นทางปกติได้กว่า 2 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า สำหรับโครงการแลนด์บริดจ์ จะใช้เวลาศึกษาประมาณ 1 ปี ศึกษาแล้วจะสามารถเริ่มโครงการได้ภายใน 2 ปีครึ่ง จากแผนจะมีการสร้างท่าเรือน้ำลึก 2 ฝั่งทะเลอ่าวไทยและอันดามัน ที่จังหวัดชุมพรและระนอง เชื่อมต่อกันด้วยการสร้างเส้นทางขนส่งทางบก โดยมีทั้งรถไฟทางคู่ และทางหลวงพิเศษ(มอเตอร์เวย์) ซึ่งจะทำให้เรือสินค้าที่ใช้เส้นทางปกติ หันมาขนส่งเส้นทางนี้แทน คาดว่าจะส่งผลในทางด้านเศรษฐกิจมหาศาล ก่อให้เกิดการจ้างงานจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ให้แนวทางการศึกษาโครงการ โดยต้องดูอย่างสมบูรณ์ รอบคอบ ไม่ว่าจะเป็น ความคุ้มค่า ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และความเห็นของประชาชนในพื้นที่ โดยโครงการแลนด์บริดจ์ เป็นโครงการที่สอดคล้องกับแผนขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืน (Southern Economic Corridor: SEC) ที่ครอบคลุม 4 จังหวัดภาคใต้ตอนบน คือ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ซึ่งจะนำไปสู่การเชื่อมโยงการขนส่งและคมนาคมอย่างครบถ้วนต่อโครงการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ยุทธศาสตร์สำคัญของโครงการนี้ คือการเชื่อมโยงระหว่าง 2 ภูมิภาค คือการเชื่อมตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมัน ยุโรป ซึ่งเป็นตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคขนาดใหญ่ ไปสู่เอเซียตะวันออก เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน ฯลฯ ซึ่งเปรียบเสมือนผู้บริโภคน้ำมันและโรงงานโลก โดยผ่านไทย โดยโครงการนี้มีแผนที่จะร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน ซึ่งนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ให้แนวทางการร่วมลงทุนว่า ภาคเอกชนที่สนใจต้องร่วมลงทุนทั้ง ท่าเรือน้ำลึก รถไฟทางคู่และมอเตอร์เวย์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80143</URL_LINK>
                <HASHTAG>EEC, น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, แลนด์บริดจ์ชุมพร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201006/image_big_5f7c6ddb737a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79610</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2020 08:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2020 08:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาจริง &#039;ศักดิ์สยาม&#039;สั่งศึกษาแลนด์บริดจ์&#039;ชุมพร-  ระนอง&#039;เชื่อม2ฝั่งทะเล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.63-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการ รมว.คมนาคม &amp;nbsp;เปิดเผยว่าได้ให้นโยบายทุกหน่วยงานในสังกัดเร่งผลักดันโครงการที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีและสอดคล้องกับนโยบายของพลเอกประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ของไทย เช่นโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่ง เพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เชื่อมโยงการขนส่ง ระหว่างอ่าวไทย และอันดามัน &amp;nbsp;หรือโครงการแลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามซึ่งจะเป็นการพัฒนาการคมนาคมเชื่อมโยงสองชายฝั่งทะเลของไทย โดยโครงการจะมีมูลค่าประมาณ 2 แสนล้านบาท และขณะนี้รัฐบาลได้จัดสรรงบศึกษาให้แก่หน่วยงาน คือ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข.และการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท.รวม 2 หน่วยงาน วงเงิน 158 ล้านบาท รวมทั้งกระทรวงคมนาคมมีนโยบาย ที่จะให้รวมโครงการทุกระบบขนส่งคือท่าเรือ,ทางมอเตอร์เวย์ และระบบทางรถไฟ &amp;nbsp;ให้เอกชนผู้สัมปทานโครงการ ดำเนินการเพียงรายเดียว เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการจัดการเชื่อมโยงระบบขนส่งต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปัญญา ชูพานิช รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายแผนการขนส่งและจราจร(สนข.)กล่าวว่า &amp;nbsp;หัวใจคือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน &amp;nbsp;2 ชายฝั่งทะเลของไทย &amp;nbsp;โดยการพัฒนาท่าเรือแห่งใหม่ &amp;nbsp;ทั้งที่จังหวัดระนอง &amp;nbsp; และท่าเรือใหม่ในจังหวัดชุมพร &amp;nbsp; หลังท่าเรือทั้ง 2 แห่ง จะสร้างระบบทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หรือมอเตอร์เวย์ &amp;nbsp;และทางรถไฟ คู่ขนาน &amp;nbsp;เชื่อมโยง &amp;nbsp;2 ท่าเรือเข้าหากัน &amp;nbsp;โดยทั้ง 2 ระบบขนส่งจะมีระยะทางใกล้เคียงกันคือประมาณ 120 กิโลเมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามโดยประเด็นสำคัญทางกายภาพและยุทธศาสตร์การขนส่งในภูมิภาค &amp;nbsp;จะเป็นการเชื่อม 2 ภูมิภาค จากกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ที่เป็นแหล่งผลิตน้ำมัน ยุโรป ซึ่งเป็นตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคขนาดใหญ่ &amp;nbsp;ในอนาคต สามารถนำเรือสินค้าเทียบ ท่าที่ท่าเรือระนองของไทย ผ่านโครงสร้างทางถนน และทางรถไฟไปต่อที่ท่าเรือที่ชุมพร &amp;nbsp;ก่อนจะนำส่งสินค้าต่อเรือ &amp;nbsp;มุ่งสู่ภูมิภาคเอเซียตะวันออก &amp;nbsp;ซึ่งประเทศในกลุ่มนี้ ทั้งญี่ปุ่น &amp;nbsp;เกาหลี เป็นประเทศใช้น้ำมัน การบริโภค &amp;nbsp; และเมื่อเชื่อมโยงถึงจีน ก็จะเป็นเสมือน โรงงานผลิตสินค้าของโลก &amp;nbsp;ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สนข. ประเมินว่า โครงการแลนด์บริดจ์นี้ จะมีมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท &amp;nbsp;เมื่อโครงการเกิดขึ้น จะส่งผลดีต่อไทย &amp;nbsp;เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบัน การขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบมะละกา ที่มีทั้งปัญหาความแออัด จากเรือสินค้าจำนวนมาก และปัญหาความปลอดภัยในการเดินเรือจากโจรสลัด &amp;nbsp;และการเกิดขึ้นของโครงการแลนบริดจ์นี้ &amp;nbsp;จะช่วยย่นระยะเวลาการขนนส่งได้ 2 วัน &amp;nbsp;ส่งผลดีโดยตรงต่อการลดต้นทุนโลจสิต์ของไทย ให้เหลือไม่เกิน 12 % ต่อจีดีพี &amp;nbsp;ตามแผนยุทธศาตร์ชาติ จากปัจจุบันต้นทุนโลจิสติกส์ของไทย มีมากกว่า 13 % ต่อจีดีพี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
สำหรับความคืบหน้าของโครงการ &amp;nbsp;ล่าสุด รัฐบาลได้จัดสรร งบประมาณ &amp;nbsp;ให้ สนข.เร่งรัดศึกษา ในวงเงิน 68 ล้านบาท โดยกำหนด เป้าหมายชัดเจนว่า &amp;nbsp;ระยะเวลา 12 เดือน ของกรอบการศึกษา 30 เดือน ตำหน่งที่ตั้งท่าเรือใน 2 จังหวัดจะต้องชัดเจน &amp;nbsp;การออกแบบราละเอียด &amp;nbsp;การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;ทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ &amp;nbsp; รูปแบบธุรกิจ จนถึงการร่วมทุนแบบ PPP กับเอกชน &amp;nbsp;ขณะที่การรถไฟแห่งประเทศไทย &amp;nbsp;ก็ได้รับกรอบวงเงิน 90 ล้านบาท เพื่อออกแบบโครงการรถไฟ สายชุมพร-ระนองแล้วเช่นเดียวกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ทั้งนี้ส่วนรูปแบบการก่อสร้างนั้น &amp;nbsp; สนข. ยืนยันว่า ปัจจุบัน สามารถใช้เทคโนโลยี่ การก่อสร้างใหม่เข้ามาดำเนินการ โดยแนวเส้นทางทั้งทางมอเตอร์เวย์ และรถไฟนี้ &amp;nbsp;จะใช้เทคโนลยี่การขุดเจาะอุโมงค์ &amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันไทยมีความพร้อมแล้ว &amp;nbsp;โดยโครงการจะมีอุโมงค์ &amp;nbsp;7-9 แห่ง &amp;nbsp;เพื่อทำให้การพัฒนาเส้นทาง ไม่ประสบปัญหาคดเคี้ยว ที่ทั้งสิ้นเปลืองพลังงาน &amp;nbsp;หลีกเลี่ยงการผ่านพื้นที่อยู่อาศัย ที่ส่งผลกระทบเมื่อต้องเวนคืนพื้นที่ก่อสร้าง &amp;nbsp;และง่ายต่อการจัดการปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามส่วนการบริหารโครงการแลนด์บริดจ์ นี้จะใช้แนวทางการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน หรือ PPP โดยจะเปิดให้เอกชนเข้าร่วมประมูลบริหารโครงการเพียงรายเดียวเพื่อให้เกิดการจัดการ &amp;nbsp;บริหารระบบขนส่งให้เกิดการเชื่อมต่ออย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนอายุการให้สัมปทานเอกชนนั้น เนื่องจากโครงการมีมูลค่าถึง 2 แสนล้านบาท &amp;nbsp;คาดว่าจะมีอายุการให้สัมปทานไม่น้อยกว่า 50 ปี จึงจะสามารถทำให้ผู้ลงทุนเกิดผลตอบแทน คุ้มค่ากับการลงทุนหลังโครงการเปิดใช้งานแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79610</URL_LINK>
                <HASHTAG>รมว.คมนาคม, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, แลนด์บริดจ์ชุมพร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201006/image_big_5f7bcb2487e24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77355</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2020 09:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2020 09:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมปัดฝุ่นฟื้นแลนด์บริดจ์ชุมพร-ท่าเรือน้ำลึกระนอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย. 2563 &amp;nbsp;แหล่งข่าวจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยถึงผลการศึกษาความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และสิ่งแวดล้อมโครงการเส้นทางรถไฟชุมพร-ท่าเรือนํ้าลึกระนอง ระยะทาง 120 กิโลเมตร (กม.)ว่า ขณะนี้รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายงบกลาง วงเงิน 68 ล้านบาท เพื่อนำมาศึกษาความเหมาะของโครงการดังกล่าว คาดว่าจะใช้เวลาศึกษาประมาณ 8-12 เดือน ตอนนี้อยู่ระหว่างกระบวนการประกาศการจัดซื้อจัดจ้าง (TOR) เพื่อจ้างบริษัทมาศึกษาโครงการ โดยเตรียมประกาศ TOR ภายในสัปดาห์นี้ ในส่วนของรูปแบบการลงทุนก่อสร้างโครงการฯ เบื้องต้นจะเป็นการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากการพิจารณาด้านกายภาพของเส้นทาง เพื่อดำเนินการก่อสร้างโครงการดังกล่าวนั้น เบื้องต้นอาจต้องมีการเจาะอุโมงค์ แต่อย่างไรก็ตาม จะต้องศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) เพื่อหามาตรการที่เหมาะสม เนื่องจากก่อนหน้านี้ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้เคยมีการศึกษามาแล้วในอดีต แต่ในขณะนั้นมีจุดประสงค์ เพื่อเป็นเส้นทางรถไฟเชื่อมชุมพร-ระนองเท่านั้น โดยไม่ได้เน้นเรื่องอุตสาหกรรมด้านโลจิสติกส์เข้าไปด้วย แต่เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ต้องการให้ท่าเรือทั้งสองฝั่งเป็นแลนด์บริดจ์ และให้เรือมาขึ้นที่ชุมพร โดยนำเอาตู้คอนเทนเนอร์ขนส่งทางรถไฟมาที่ระนอง จากนั้นนำขึ้นเรือ ก่อนส่งออกไปยังกลุ่ม BIMSTEC ประกอบด้วย 7 ประเทศ ได้แก่ บังคลาเทศ ศรีลังกา อินเดีย ไทย เมียนมา เนปาล และภูฏาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรือที่ขนส่งสินค้าจากจีน เกาหลีใต้ เวียดนาม และญี่ปุ่น จะต้องผ่านแหลมญวนแล้วไปช่องแคบมะละกา ก่อนจะไปยังอินเดีย บังคลาเทศ แอฟริกา และยุโรป หากใช้แหลมญวนเป็นตัวตั้งให้เรือตัดตรงเข้ามาจังหวัดภาคใต้ของไทยบริเวณ จังหวัดชุมพร แล้วสร้างแลนด์บริดจ์เชื่อมไปยัง จังหวัดระนอง แล้วขนส่งสินค้าออกทางทะเลอันดามัน จะลดระยะเวลาในการเดินทางได้ 2 วัน&amp;rdquo; แหล่งข่าวจาก สนข. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจาก สนข. ระบุอีกว่า สำหรับโครงการดังกล่าวที่ก่อนหน้านี้ที่ รฟท. ได้ทำการศึกษาไว้แล้วนั้น จะใช้งบประมาณมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ ล่าสุด คาดว่างบประมาณของโครงการจะเพิ่มขึ้น แต่ประเมินว่า เพิ่มขึ้นไม่มากนัก ในส่วนของประโยชน์ของเส้นทางรถไฟชุมพร-ท่าเรือน้ำลึกระนองนั้น จะเชื่อมเส้นทางสายหลักโดยระบบรางมาที่จังหวัดระนอง และเพิ่มทางเลือกการเดินทางให้กับประชาชนทั้ง 2 จังหวัด ขณะเดียวกัน เมื่อมีเส้นทางรถไฟเชื่อมระหว่าง 2 ฝั่งแล้ว จะช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ได้อีกด้วย รวมถึงยังเป็นการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมการขนส่ง สามารถจำหน่ายสินค้าระหว่าง 2 จังหวัด ลักษณะคล้ายกับท่าเรือที่ประเทศสิงคโปร์ โดยเรือขนส่งสินค้าจะเข้ามาที่ชุมพร นำคอนเทนเนอร์ขนส่งต่อมาที่ระนอง นอกจากนี้ ในฝั่งทะเลอันดามัน ยังสามารถขนส่งผ่านอ่าวไทยได้ โดยการใช้เส้นทางรถไฟของโครงการดังกล่าว นำไปสู่การเกิดอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องตามมา อาทิ นิคมอุตสาหกรรม ที่จะทำให้คนในสองพื้นที่มีรายได้ขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คาดว่าจะมีการตัดผ่านอุโมงค์ 5-6 แห่ง บางจุดก่อสร้างเป็นสะพาน โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นภูเขา &amp;nbsp;การก่อสร้างก็จะไม่ทำให้ชันมาก เพื่อวิ่งให้เร็วเพื่อเชื่อมต่อท่าเรือให้ได้ การดำเนินโครงการนี้ นายศักดิ์สยาม รมว.คมนาคม ได้ย้ำชัดเจนว่า นโยบายหลักต้องคำนึงถึงคนในพื้นที่ อาทิ ในเรื่องของสุขภาพ แม้ว่าจะมีท่าเรือขนาดใหญ่ มีอุตสาหกรรมตามมา แต่ต้องผสมผสานความเป็นเอกลักษณ์เดิมของคนในพื้นที่จังหวัดระนองไว้ และต้องเน้นเรื่องสุขภาพอนามัยด้วย&amp;rdquo; แหล่งข่าวจาก สนข.กล่าว
...&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77355</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่าเรือน้ำลึกระนอง, สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.), แลนด์บริดจ์ชุมพร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200811/image_big_5f325eb462abc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
