<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2021 10:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2021 22:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทีมWHOได้ข้อสรุปไวรัสโควิดไม่น่าหลุดจากแล็บอู่ฮั่น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลกเสร็จสิ้นภารกิจเข้าไปสอบสวนต้นตอโรคโควิด-19 ที่เมืองอู่ฮั่นของจีน แถลงสรุปการทำงานเมื่อวันอังคาร ตัดทฤษฎีสมคบคิดเรื่องไวรัสหลุดจากแล็บอู่ฮั่นว่า &amp;quot;ไม่น่าเป็นไปได้อย่างยิ่ง&amp;quot; แต่ยังระบุไม่ได้ว่าสัตว์ชนิดใดคือต้นตอแพร่ไวรัสนี้สู่มนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของคณะผู้เชี่ยวชาญนำโดยเหลียง วานเหนียน หัวหน้าคณะสอบสวนของจีนที่ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) กล่าวว่า ในขณะไวรัสโคโรนาน่าจะกระโดดจากสัตว์มาติดเชื้อในมนุษย์ แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าสัตว์ชนิดพันธุ์ใดคือตัวแพร่เชื้อ นอกจากนี้ ยังไม่พบสิ่งบ่งชี้ด้วยว่า มีคนป่วยเป็นโรคนี้ในเมืองอู่ฮั่นก่อนเดือนธันวาคม 2562 ที่พบผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการรายแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านปีเตอร์ เบน เอ็มบาเร็ก หัวหน้าทีมของดับเบิลยูเอชโอ ซึ่งกล่าวว่าการระบุเส้นทางที่ไวรัสนี้ผ่านจากสัตว์มาสู่มนุษย์นั้นยังอยู่ในขั้นตอนการทำงาน สนับสนุนคำกล่าวของเหลียง และยังปฏิเสธทฤษฎีที่ว่าไวรัสโคโรนาก่อโรคโควิด-19 หลุดออกมาจากห้องปฏิบัติการทดลองด้วยว่า &amp;quot;ไม่น่าเป็นไปได้อย่างยิ่ง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างการสอบสวนที่มาของไวรัสในเมืองภาคกลางของจีนแห่งนี้ คณะผู้เชี่ยวชาญได้ไปเยือนสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น ที่ตกเป็นเป้าหมายของทฤษฎีสมคบคิดจำนวนมากเรื่องไวรัสหลุดออกมาจากที่นี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่พบผู้ป่วยครั้งแรกในจีนเมื่อเดือนธันวาคม 2562 ถึงขณะนี้ไวรัสโรคโควิด-19 คร่าชีวิตผู้ป่วยแล้วมากกว่า 2.3 ล้านคน จากผู้ติดเชื้อทั่วโลกมากกว่า 106 ล้านคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92542</URL_LINK>
                <HASHTAG>WHO, ต้นตอโควิด, องค์การอนามัยโลก, อู่ฮั่น, แล็บอู่ฮั่น, โควิด-19, ไวรัสหลุดจากแล็บ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200826/image_big_5f468faa43572.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66781</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2020 14:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2020 14:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แล็บอู่ฮั่น&#039;รับมีไวรัสโคโรนาค้างคาว 3 สายพันธุ์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้อำนวยการสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่นที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โทษว่าทำไวรัสโควิด-19 หลุดจนแพร่ไปทั่วโลก ยอมรับว่าในแล็บมีไวรัสโคโรนามีชีวิตที่พบในค้างคาว 3 สายพันธุ์ แต่ไม่มีสายพันธุ์ไหนที่ตรงกับไวรัสโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ อาคารห้องปฏิบัติการทดลอง พี4 ที่สถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น ในเมืองอู่ฮั่นของจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งของโลกที่ศึกษาค้นคว้าวิจัยไวรัสที่เป็นเชื้ออันตรายในระดับ 4 (พี4) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิทยาศาสตร์หลายคนเชื่อว่า SARS-CoV-2 หรือไวรัสที่ก่อโรคโควิด-19 ซึ่งพบติดเชื้อในมนุษย์ครั้งแรกที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ของจีน และขณะนี้ได้คร่าชีวิตผู้ป่วยแล้วมากกว่า 342,000 คน จากผู้ติดเชื้อมากกว่า 5.3 ล้านคนทั่วโลก มีต้นกำเนิดในค้างคาว และอาจแพร่เชื้อติดมนุษย์ผ่านสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีทฤษฎีสมคบคิดแพร่สะพัดทางออนไลน์มานานหลายเดือนเรื่องแล็บไวรัสในอู่ฮั่นทำให้ไวรัสนี้ปนเปื้อนสู่ภายนอก ทฤษฎีนี้เป็นข่าวครึกโครมในสื่อกระแสหลักเมื่อประธานาธิบดีทรัมป์ และไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ จับประเด็นมากล่าวโทษจีนอย่างเป็นจริงเป็นจังช่วยหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยอ้างว่ามีหลักฐานว่าไวรัสนี้หลุดออกมาจากสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2563 กล่าวว่า หวัง เยี่ยนอี้ ผู้อำนวยการสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น เปิดเผยกับสถานีโทรทัศน์ซีจีทีเอ็นของทางการจีน ในบทสัมภาษณ์ที่ออกอากาศเมื่อคืนวันเสาร์ ตอบโต้ว่า คำกล่าวของทรัมป์และพวกที่บอกว่าไวรัสหลุดจากแล็บอู่ฮั่นนั้นเป็นการปั้นน้ำเป็นตัวโดยแท้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้อำนวยการหญิงรายนี้ยอมรับว่า ศูนย์นี้แยกและได้ไวรัสโคโรนาบางสายพันธุ์มาจากค้างคาว &amp;quot;ตอนนี้เรามีไวรัสที่มีชีวิตอยู่ 3 สายพันธุ์ แต่พวกมันมีความคล้ายคลึงกับ SARS-CoV-2 มากที่สุดแค่ 79.8%&amp;quot; เธอกล่าวในคำให้สัมภาษณ์ที่ถ่ายทำไว้เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทีมค้นคว้าวิจัยทีมหนึ่งของที่นี่ ซึ่งมีศาสตราจารย์จื้อ เจิ้งลี่ เป็นหัวหน้าทีม ทำการวิจัยไวรัสโคโรนาในค้างคาวมาตั้งแต่ปี 2547 โดยเน้นเรื่อง &amp;quot;การติดตามแหล่งกำเนิดของ SARS&amp;quot; ซึ่งเป็นไวรัสสายพันธุ์ที่ก่อโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (ซาร์ส) เมื่อเกือบ 20 ปีก่อน &amp;quot;เรารู้ว่าจีโนมทั้งหมดของ SARS-CoV-2 คล้ายกับจีโนมของ SARS แค่ 80% ซึ่งแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด&amp;quot; หวังกล่าว และว่า การวิจัยที่ผ่านมาของศาสตราจารย์จื้อจึงไม่ได้ให้ความสนใจมากนักกับไวรัสจำพวกนี้ ซึ่งคล้ายกับไวรัส SARS น้อยมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล็บไวรัสอู่ฮั่นกล่าวว่า พวกเขาได้รับตัวอย่างไวรัสซึ่งเวลานั้นยังไม่รู้จัก เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม และได้จัดลำดับจีโนมของไวรัสเมื่อวันที่ 2 มกราคม แล้วส่งข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อโรคนี้ต่อองค์การอนามัยโลกเมื่อวันที่ 11 มกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำให้สัมภาษณ์ หวังอ้างว่า ก่อนที่แล็บจะได้รับตัวอย่างไวรัสนี้เมื่อเดือนธันวาคม ทีมวิจัยไม่เคยเจอ หรือวิจัย หรือเก็บไวรัสชนิดนี้ไว้ &amp;quot;ที่จริงก็เหมือนกับทุกคน เราไม่เคยรู้มาก่อนด้วยว่าไวรัสชนิดนี้มีอยู่&amp;quot; เธอกล่าว &amp;quot;แล้วมันจะหลุดรอดออกจากแล็บของเราได้อย่างไรในเมื่อเราไม่เคยมีมัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การอนามัยโลกเคยกล่าวไว้เช่นกันว่า รัฐบาลสหรัฐไม่ได้แสดงหลักฐานเพื่อสนับสนุนคำกล่าวอ้างที่เป็นในเชิงทฤษฎี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จื้อเคยให้สัมภาษณ์กับวารสาร Scientific American ว่าลำดับจีโนมของ SARS-CoV-2 ไม่ตรงกับไวรัสโคโรนาค้างคาวสายพันธุ์ใดที่แล็บของเธอเคยรวบรวมและศึกษามาก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66781</URL_LINK>
                <HASHTAG>SARS-CoV-2, สถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น, แล็บอู่ฮั่น, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา, ไวรัสโคโรนาในค้างคาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200524/image_big_5eca1f54ed11b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2020 21:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2020 21:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนฉะ รมว.ต่างประเทศสหรัฐพูดบ้าๆ กล่าวหาแล็บอู่ฮั่นต้นตอไวรัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ยังทะเลาะกันไม่เลิก สื่อทางการจีนตอบโต้ ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐว่าพูดจาบ้าบอ ที่ระบุว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ต้นตอจากแล็บไวรัสวิทยาในเมืองอู่ฮั่นของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ทำให้จีนโกรธเป็นฟืนเป็นไฟอีกครั้งเมื่อเขากล่าวในรายการ &amp;quot;สัปดาห์นี้&amp;quot; ของสถานีเอบีซีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า มีหลักฐานมากมายมหาศาลที่แสดงให้เห็นว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มีต้อตอมาจากห้องปฏิบัติการทดลองไวรัสของจีน แต่เขาก็ยังคงไม่ได้แสดงหลักฐานยืนยันคำกล่าวหานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การอนามัยโลกและผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์หลายคนต่างปฏิเสธทฤษฎีนี้ โดยระบุว่าไวรัสโควิด-19 นี้เกิดในธรรมชาติและไม่ได้เกิดจากฝีมือมนุษย์หรือการตัดต่อทางพันธุกรรม จีนพบผู้ติดเชื้อไวรัสนี้ครั้งแรกที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ภาคกลางของประเทศเมื่อปลายปีที่แล้ว และนักวิทยาศาสตร์จีนเชื่อว่าไวรัสนี้ข้ามจากสัตว์มาติดคนที่ตลาดสดอู่ฮั่นที่ลักลอบชำแหละสัตว์ป่าขาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายสัปดาห์มานี้ เมื่อจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตในสหรัฐมากเป็นอันดับ 1 ของโลก รัฐบาลของทรัมป์พยายามผลักดันทฤษฎีสมคบคิดของกลุ่มขวาจัดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในรายการซักถามแสดงวิสัยทัศน์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันอาทิตย์ ทรัมป์ยังย้ำอีกครั้งว่าจีนทำผิดพลาดเรื่องไวรัส แต่เขาไม่ได้อธิบายเพิ่มเติม สัปดาห์ก่อนหน้านั้นทรัมป์ก็เพิ่งบอกว่าเขามีข้อพิสูจน์เรื่องไวรัสหลุดจากแล็บอู่ฮั่น ทั้งที่หน่วยข่าวกรองสหรัฐยอมรับว่าไวรัสนี้เกิดในธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของทางการจีนโจมตีรัฐมนตรีสหรัฐด้วยบทความว่า ปีศาจปอมเปพ่นพิษอย่างมัวเมาและแพร่กระจายคำโกหก พร้อมกับยกทัศนะของไมค์ ไรอัน ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการฉุกเฉินขององค์การอนามัยโลก และดับเบิลยู. เอียน ลิปคิน นักไวรัสวิทยามหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ที่ว่าไวรัสนี้เกิดในธรรมชาติและไม่ได้เป็นผลงานของมนุษย์หรือหลุดจากแล็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อทางการจีนกล่าวว่า ความเห็นที่ไร้เหตุผลและมีจุดบกพร่องของพวกนักการเมืองอเมริกันทำให้ผู้คนเห็นชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าหลักฐานไม่มีอยู่จริง เรื่องไวรัสหลุดจากแล็บอู่ฮั่นเป็นเรื่องโกหกล้วนๆ พวกนักการเมืองอเมริกันกล่าวโทษจีนเมื่อความพยายามควบคุมไวรัสของพวกเขาล้มเหลว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บทความของหนังสือพิมพ์พีเพิลส์เดลีเมื่อวันจันทร์ก็โจมตีปอมเปโอและสตีฟ แบนนอน อดีตนักวางกลยุทธ์ของทำเนียบขาว ว่าเป็นคู่ขวัญตัวตลกขี้โกหก และเรียกแบนนอนว่าฟอสซิลมีชีวิตจากยุคสงครามเย็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่แล้ว แบนนอนกล่าวในรายการทอล์กโชว์ของพวกขวาจัดว่า จีนก่อเหตุ &amp;quot;เชอร์โนบิลชีวภาพ&amp;quot; โจมตีอเมริกา เขายังสนับสนุนทฤษฎีเรื่องไวรัสนี้มีต้นกำเนิดจากสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น แบบเดียวกับที่ทำเนียบขาวพยายามตอกย้ำในช่วงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อสหรัฐรายงานกันว่า ทรัมป์ได้มอบหมายให้สายลับสหรัฐค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับแหล่งกำเนิดของไวรัสโควิด-19 โดยเขาตั้งใจใช้ประเด็นเรื่องการจัดการการแพร่ระบาดของจีนเป็นประเด็นหลักในการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ในขณะที่พรรคเดโมแครตกล่าวหาทรัมป์ว่าพยายามกล่าวโทษจีนเพื่อกลบเกลื่อนความล้มเหลวของตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงวันจันทร์ ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ระบุว่า สหรัฐมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 แล้ว 1,159,245 ราย จากผู้ติดเชื้อทั่วโลก 3,529,408 ราย และเสียชีวิต 67,710 ราย จากผู้เสียชีวิตทั่วโลก 248,025 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65063</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ, แล็บอู่ฮั่น, ไมค์ ปอมเปโอ, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200401/image_big_5e84a04ece04a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
