<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66090</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2020 16:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2020 16:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯห่วงใยสถานการณ์น้ำ กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค.63 -&amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นห่วงสถานการณ์น้ำในขณะนี้ ทั้ง ฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง รวมถึงน้ำแล้งในบางพื้นที่ ซึ่งได้มอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการแล้ว
โดยจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. ระบุว่าภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงบางแห่ง ภาคใต้ฝนตกต่อเนื่อง ในช่วงวันที่ 17-20 พ.ค. 63 ภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนตกหนักบางพื้นที่ และคาดการณ์ในช่วง 1-3 วันข้างหน้า อ่างเก็บน้ำรัชชประภา จะมีน้ำไหลเข้าอ่างสะสมรวม 16 ล้าน ลบ.ม. และอ่างเก็บน้ำบางลางจะมีน้ำไหลเข้าอ่างสะสมรวม 14 ล้าน ลบ.ม.

นางนฤมล กล่าวว่า ขณะที่การปฏิบัติการฝนหลวง วันที่ 1-12 พ.ค.63 เพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 5 แห่ง และอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 5 แห่ง รวม 1.3 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณฝนตกหนักในภาคตะวันออกที่ผ่านมา ส่งผลให้ปริมาตรน้ำในอ่างเก็บน้ำคลองสียัด กลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ สำหรับคุณภาพน้ำแม่น้ำสายหลักส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ปกติ พร้อมกันนี้รัฐบาลได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำด้านอุปโภค บริโภค และโครงการเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำสำหรับกักเก็บน้ำในฤดูฝน ปี 2563 ในพื้นที่ EEC ประกอบด้วย การขุดเจาะบ่อบาดาล จัดหาแหล่งน้ำผิวดิน ซ่อมแซมระบบประปา วางท่อน้ำดิบ เชื่อมโยงแหล่งน้ำ ฟื้นฟูแหล่งน้ำเดิมและก่อสร้างแหล่งน้ำใหม่พร้อมระบบ เมื่อแล้วเสร็จ ส่งผลให้ จ.ระยองมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น 0.55 ล้าน ลบ.ม./ปี จ.ฉะเชิงเทรามีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น 2.77 ล้าน ลบ.ม./ปี จ.ชลบุรีมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น 10.92 ล้าน ลบ.ม.

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า สำหรับการให้ความช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้ง 29 จังหวัด หน่วยงานให้ความช่วยเหลือสนับสนุนน้ำอุปโภค-บริโภคการประปานครหลวงสนับสนุนน้ำ 3,784 ลิตร รวมสะสม 0.68 ล้านลิตร กรมชลประทานแจกจ่ายน้ำอุปโภค-บริโภค ในพื้นที่ จ.ลพบุรี ขุดเจาะบ่อบาดาล กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ขุดเจาะบ่อบาดาล 21 บ่อ รวมสะสม 1,916 บ่อ เพิ่มน้ำต้นทุน กรมทรัพยากรน้ำ สนับสนุนเครื่องสูบน้ำในการสูบน้ำเติมสระเก็บน้ำสาธารณะของหมู่ที่ 5 บ้านดงจิก จ.จันทบุรี เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66090</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขาดแคลนน้ำ, นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, น้ำ, แล้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200503/image_big_5eaec41ce1e0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65436</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2020 09:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2020 09:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แล้งหนัก! 29 จังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 พ.ค. 63&amp;nbsp;- กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานว่ามีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) 29 จังหวัด ทั้งนี้ ปภ. ได้บูรณาการทุกหน่วยงานระดมสรรพกำลังแก้ไขปัญหาในพื้นที่ประสบภัย ทั้งการสูบส่งน้ำ การขุดบ่อน้ำตื้น การขุดบ่อน้ำบาดาล การเป่าล้างบ่อบาดาล การจัดรถบรรทุกน้ำนำน้ำไปเติมยังถังน้ำกลางประจำหมู่บ้านและจุดแจกจ่ายน้ำตามวงรอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนมีน้ำอุปโภคบริโภคเพียงพอตลอดฤดูแล้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน (9 พ.ค. 63) มีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) รวม 29 จังหวัด 162 อำเภอ 858 ตำบล 5 เทศบาล 7,434 หมู่บ้าน/ชุมชน แยกเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือ 9 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย เพชรบูรณ์ เชียงใหม่ พิษณุโลก และตาก รวม 47 อำเภอ 234 ตำบล 1,918 หมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 10 จังหวัด ได้แก่ หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม นครราชสีมา บุรีรัมย์ ชัยภูมิ และศรีสะเกษ รวม 73 อำเภอ 423 ตำบล 2 เทศบาล 3,939 หมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลางและภาคตะวันออก 9 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี จันทบุรี และชลบุรี รวม 41 อำเภอ 190 ตำบล 2 เทศบาล 1,519 หมู่บ้าน/ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ 1 จังหวัด ได้แก่ สงขลา รวม 1 อำเภอ 11 ตำบล 1 เทศบาล 58 หมู่บ้าน/ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปภ. ได้ร่วมกับหน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง โดยระดมสรรพกำลัง เครื่องจักรกล ยานพาหนะ และอุปกรณ์ เพื่อแก้ไขปัญหาให้สอดคล้องกับสภาพความเสี่ยงของพื้นที่ ทั้งการสูบส่งน้ำ การขุดบ่อน้ำตื้น การขุดบ่อน้ำบาดาล การเป่าล้างบ่อบาดาล และจัดรถบรรทุกน้ำนำน้ำไปเติมยังถังน้ำกลางประจำหมู่บ้านและจุดแจกจ่ายน้ำตามวงรอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนมีน้ำอุปโภคบริโภคเพียงพอตลอดฤดูแล้ง ตลอดจนรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนใช้น้ำอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนเกษตรกรให้ปรับวิถีทำการเกษตรให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ ท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยแล้งสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65436</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำ, ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, มหาดไทย, แล้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200124/image_big_5e2abbf219a75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41793</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2019 10:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2019 10:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปู&#039;เพิ่งทราบอีสาน-เหนือแล้งหนัก โพสต์ให้กำลังใจอย่าท้อถอย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค.62 &amp;nbsp;- น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก Yingluck Shinawatra ระบุว่า วันก่อนได้อ่านข่าว ทราบว่าตอนนี้พี่น้องประชาชนในภาคอีสานและหลายพื้นที่ของประเทศไทย กำลังประสบกับปัญหาภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วงไม่ตกตามฤดูกาล ทำให้พืชผลทางการเกษตร ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศประสบปัญหาฝืดเคือง ทำให้พี่น้องชาวนา ชาวไร่ และประชาชนอีกมากมายต้องเผชิญกับความลำบากยากเข็ญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดิฉันรู้สึกเห็นใจ และอยากเป็นกำลังใจให้กับทุกๆคน ที่ต้องต่อสู้อดทนกับสถานการณ์ในห้วงเวลานี้ รวมถึงเป็นห่วงผลกระทบทางเศรษฐกิจที่กำลังจะตามมา ดิฉันขอให้ทุกคนมีกำลังใจ อย่าเพิ่งท้อถอย และขอให้อดทนเพื่อจะฝ่าฟันอุปสรรคเหล่านี้ไปให้ได้นะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41793</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปู ยิ่งลักษณ์, ภัยแล้ง, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, อีสาน, เหนือ, แล้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190724/image_big_5d37cb4056941.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33548</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2019 13:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2019 13:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลห่วงอีสานแล้งหนัก!เผย 7 เขื่อนน้ำลดฮวบ-วอนใช้อย่างประหยัด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 เม.ย. 62 &amp;ndash;  พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์ภัยแล้ง ว่า ตอนนี้เรามีปริมาณน้ำในเขื่อนโดยรวมอยู่ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าดี แต่ถ้าดูลงในรายละเอียด จะพบว่าเขื่อนบางแห่งมีน้ำมาก บางแห่งมีน้ำน้อย และสิ่งที่น่าระมัดระวังคือพบว่าจำนวนเขื่อนที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของความจุทั้งหมดนั้น มี 20 เขื่อน หมายความว่าการบริหารจัดการน้ำในแต่ละเขื่อนจะต้องมีความระมัดระวังมากขึ้น ส่วนปริมาณน้ำที่มีน้อยในขณะนี้เทียบเคียงได้กับเมื่อปี 2558 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพื้นที่ที่น่าเป็นห่วงส่วนใหญ่อยู่ในภาคอีสาน โดยมี 7 เขื่อนที่มีน้ำน้อยมาก โดยการที่น้ำในเขตชลประทานลดลงอย่างรวดเร็ว เป็นเพราะมีการปลูกพืชผลทางการเกษตรจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าว ประมาณ 1.3 ล้านไร่ ซึ่งทำให้ต้องใช้น้ำจำนวนมากไปดูแลพืชผล เพื่อไม่ให้เกษตรกรเสียประโยชน์ ส่วนพื้นที่นอกเขตชลประทานมีการปลูกพืชจำนวนมากเกินเช่นกัน ประมาณ 1.4 แสนไร่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้น ผมได้ประชุมและกำหนดแนวทางกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วว่าต้องจัดลำดับการบริหารจัดการน้ำใหม่ทั้งหมด โดยต้องระมัดระวังไม่ควรให้มีการปลูกพืชในช่วงฤดูแล้งนี้ แต่ถ้าพื้นที่ใดมีการปลูกพืชแล้ว ก็ต้องพยายามดูแลให้ดี ขณะเดียวกันต้องคำนึงถึงการรักษาระบบนิเวศด้วย รวมถึงต้องไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเรื่องน้ำอุปโภคบริโภค และดูแลเรื่องน้ำสำหรับภาคอุตสาหกรรมด้วย ถ้าพื้นที่ใดที่มีน้ำในผิวดินและน้ำใต้ดินไม่เพียงพอ ต้องมีการขนน้ำมาจากแหล่งน้ำอื่นไปช่วยประชาชน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;รองนายกฯ &amp;nbsp;คาดการณ์ว่าในฤดูแล้งนี้พอจะผ่านไปได้ เพราะยังคงมีพื้นที่ 10 อำเภอใน 4 จังหวัดซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยแล้ง แต่ต้องระวังเรื่องของฤดูฝนที่กำลังจะมา แม้กรมอุตุนิยมวิทยาจะประเมินว่าจะมีฝนตกในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน พ.ค.นี้ แต่เรายังไม่ค่อยไว้วางใจ เพราะข้อมูลจากสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สสนก. และข้อมูลที่เกี่ยวกับการพยากรณ์อากาศของต่างประเทศ มีความเห็นตรงกันว่าในปี 2562 มีโอกาสที่จะเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งถ้ามาเกิดในประเทศไทย จะทำให้เรามีปริมาณฝนน้อย ส่งผลให้เราต้องระมัดระวังอย่างเต็มที่ในเรื่องของน้ำในพื้นที่เขตชลประทานและพื้นที่นอกเขตชลประทาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทั้งนี้ได้ขอร้องประชาชนทั่วไปใช้น้ำอย่างประหยัดและระมัดระวัง นอกจากนี้ ได้สั่งการส่วนราชการต่างๆด้วยว่าให้นำรูปแบบเมื่อปี 2558 ที่มีปริมาณน้ำน้อยเช่นกัน มาใช้แก้ปัญหาเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตภัยแล้งไปได้ อย่างไรก็ตาม หลังผ่านช่วงเทศกาลสงกรานต์แล้ว ตนจะไปลงพื้นที่ที่ประสบภัยแล้ง เพื่อกำกับดูแลการแก้ปัญหานี้อย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เมื่อถามว่าการใช้น้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีผลกระทบในเรื่องการใช้น้ำโดยรวมหรือไม่ พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า ไม่มีผลกระทบ เพราะช่วงเทศกาลสงกรานต์ประชาชนส่วนใหญ่ใช้น้ำในแหล่งน้ำที่มีอยู่แล้ว แต่ขอให้ประชาชนทุกคนใช้น้ำอย่างระมัดระวังด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33548</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเกษตรกรรม, ปริมาณน้ำ, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ, ฤดูร้อน, แล้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181207/image_big_5c0a447d8e857.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16875</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2018 13:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2018 13:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;บิ๊กฉัตร&#039;นัดถกใหญ่กลางเดือนแก้ท่วม-รับมือแล้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ย. 61 - พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำใน จ.กาญจนบุรี ว่า เนื่องจากอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 2 แห่ง คือ เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ มีปริมาณน้ำค่อนข้างสูง ฝนที่ตกลงมาจากเทือกเขาตะนาวศรี บริเวณชายแดนประเทศเมียนมา ทำให้มีปริมาณน้ำเยอะ การบริหารจัดการน้ำของเขื่อนทั้ง 2 แห่ง จึงต้องประสานงานกันให้ดี เนื่องจากน้ำจากแม่น้ำแควน้อย และแควใหญ่ จะไหลมารวมกันที่ตัวเมืองกาญจนบุรี นอกจากนี้ ที่เขื่อนแม่กลอง ไม่อยากให้การระบายน้ำมีผลกระทบต่อตัวจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
สำหรับ 3 จังหวัดที่จะได้รับผลกระทบจากการปล่อยน้ำคือ จ.กาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม โดยบ่ายวันนี้ จะเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดมาประชุมรับทราบการบริหารจัดการน้ำ ว่าเมื่อปล่อยน้ำลงมาแล้วจะส่งผลกระทบต่อประชาชนในเส้นทางน้ำผ่านอย่างไร เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดไปแจ้งกับประชาชนล่วงหน้า จะได้เตรียมการป้องกันได้ทัน ในกรณีที่จะได้รับผลกระทบ แต่ขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า ในเดือน ก.ย.นี้ จากการพยากรณ์อากาศคาดว่ามรสุมที่พาดผ่านจะอยู่ตอนกลางของประเทศ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อ 2 เขื่อนดังกล่าว ซึ่งถือว่าเยอะมาก ต้องบริหารจัดการให้ดี เพราะถ้าน้ำเข้ามามากแล้วเราไม่บริหารจัดการก่อนล่วงหน้า จะทำให้เกิดผลกระทบรุนแรง ขณะเดียวกันต้องบริหารจัดการให้เกิดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนให้น้อยที่สุด จึงต้องระวังว่าควรจะปล่อยตรงไหน และปล่อยเท่าไร เพื่อไม่ให้ระดับน้ำล้นตลิ่งไปท่วมบ้านของประชาชนที่อยู่ริมน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ขณะนี้ฝนตกชุก มีบริเวณไหนที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษหรือไม่ พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า ขณะนี้เราติดตามสถานการณ์ตลอด สถานการณ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือดีขึ้น ระดับน้ำในแม่น้ำโขง บางช่วงเวลาลดลงต่ำกว่าตลิ่ง ทำให้การระบายน้ำทำได้ดีขึ้น ส่วนที่ภาคเหนือได้มีการติดตามอยู่ เพราะการพยากรณ์อากาศคาดว่าหลังจากกลางเดือน ก.ย.นี้ จะหมดฝน จึงต้องเริ่มคิดด้วยว่าปริมาณน้ำในส่วนไหนที่ต้องเริ่มกักเก็บ โดยจะมีการประชุมคณะใหญ่เพื่อติดตามสถานการณ์ทั้งหมดในวันที่ 14 ก.ย. เพราะทางกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่า ทุกอย่างจะชัดเจนตอนกลางเดือน ก.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพันธุ์ปลาที่จะปล่อยในพื้นที่รับน้ำของชาวนาเพื่อสร้างรายได้ในช่วงน้ำท่วมนั้น พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า กรมประมงเป็นผู้ไปปล่อยให้ กำชับไปแล้วว่าการนำปลาไปปล่อยต้องเป็นปลาที่เหมาะสมกับลักษณะพื้นที่ และมีขนาดโตพอสมควร ถ้าเล็กเกินไปประชาชนจะไม่ได้ประโยชน์ ซึ่งปีที่ผ่านมาทำได้ดีมาก ซึ่งทราบว่าในพื้นที่บางระกำ และ 12 ทุ่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ได้ปลากว่าพันตัน ประชาชนจึงได้รายได้เพิ่มขึ้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16875</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, บิ๊กฉัตร, พล.อ.ฉัตรชัย, เขื่อนวชิราลงกรณ, เขื่อนศรีนรินทร์, แล้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180115/5a5c4f301ae68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13834</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2018 18:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2018 18:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุรีรัมย์เจอฝนทิ้งช่วง แม่น้ำมูลลดฮวบ กระทบนาข้าวหลายพันไร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21&amp;nbsp;ก.ค.61 -&amp;nbsp;ถึงแม้จะเป็นช่วงหน้าฝนและได้รับผลกระทบจากอิทธิพลจากพายุ &amp;ldquo;เซิญติน&amp;rdquo; ทำให้มีน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่จังหวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ที่จังหวัดบุรีรัมย์กลับประสบปัญหาฝนทิ้งช่วง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่งผลให้น้ำในลำน้ำมูลที่ไหลผ่าน ต.ท่าม่วง&amp;nbsp;&amp;nbsp;อ.สตึก มีสภาพตื้นเขินจนเห็นตอหม้อสะพาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และบางช่วงก็เห็นเนินทรายโผล่&amp;nbsp;ส่งสัญญาณเข้าสู่วิกฤตภัยแล้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากระดับมูลที่ตื้นเขินในช่วงนี้ได้ส่งผลกระทบกับการเดินเครื่องสูบน้ำด้วยไฟฟ้าในพื้นที่ของตำบลท่าม่วง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่สูบขึ้นไปหล่อเลี้ยงนาข้าวของเกษตรกรในเขตบริการกว่า&amp;nbsp;15,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด&amp;nbsp;5&amp;nbsp;สถานี คือ สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านท่าเรือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;, ท่าม่วง&amp;nbsp;&amp;nbsp;, บ้านบิง&amp;nbsp;&amp;nbsp;, โนนยาง และสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านตราด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ล่าสุดก็ได้สั่งหยุดเดินเครื่องสูบน้ำด้วยไฟฟ้าไปแล้ว&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แห่ง คือ สถานีสูบน้ำบ้านบิง เนื่องจากระดับต่ำจนเนินทรายโผล่&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกรงว่าหากสูบต่อจะทำให้เครื่องเสียหาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งการหยุดเดินเครื่องสูบน้ำก็ส่งผลกระทบกับนาข้าวของเกษตรกรที่กำลังแตกกอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขาดน้ำหล่อเลี้ยงเริ่มเหี่ยวเฉาแล้วกว่า&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้คาดว่าหากฝนไม่ตกลงมาภายใน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สัปดาห์ก็อาจจะต้องหยุดเดินเครื่องสูบน้ำเป็นแห่งที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&amp;nbsp;และอีก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สถานีที่เหลือก็ต้องทยอยหยุดไปตามกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนสาร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เยี่ยมรัมย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายก อบต.ท่าม่วง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบปริมาณน้ำมูลว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะนี้ระดับน้ำมูลถือว่าเข้าขั้นวิกฤตเนื่องจากภาวะฝนทิ้งช่วง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้เริ่มส่งผลกระทบกับการผลิตน้ำประปา&amp;nbsp;&amp;nbsp;การเกษตรในพื้นที่ต.ท่าม่วง แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเฉพาะเครื่องสูบน้ำด้วยไฟฟ้าที่ทำการสูบน้ำขึ้นไปหล่อเลี้ยงนาข้าวของเกษตรกร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก็จำเป็นต้องหยุดเดินเครื่องแล้ว&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แห่ง เพราะปริมาณน้ำตื้นเขิน และคาดว่าหากฝนไม่ตกลงมาหรือข้างบนไม่ปล่อยระบายน้ำมาให้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก็อาจจะต้องทยอยหยุดเดินเครื่องเพิ่มอีก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้นาข้าวของเกษตรกรเหี่ยวเฉาและแห้งตาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่เมื่อช่วงต้นปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;ได้มีเจ้าหน้าที่เข้ามาสำรวจ และทำประชาพิจารณ์ขอความเห็นชอบจากชาวบ้านในพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อทำโครงการก่อสร้างฝายหรือเขื่อนยาง&amp;nbsp;&amp;nbsp;กักเก็บน้ำมูลให้มีน้ำไว้ผลิตประปา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำการเกษตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือประกอบอาชีพเลี้ยงปลากระชังได้ตลอดทั้งปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งตามแผนทราบว่าน่าจะมีการก่อสร้างประมาณปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ตอนนี้ทราบว่ามรการเปลี่ยนแปลงโครงการเป็นสร้างอาคารบังคับน้ำ หรือประตูระบายน้ำแทน ทำให้ต้องล่าช้าออกไปอีกเพราะทุกอย่างต้องเริ่มต้นใหม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;และยังไม่ทราบว่าอีกนานแค่ไหน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรต้องรอคอยความหวังต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13834</URL_LINK>
                <HASHTAG>#บุรีรัมย์, นาข้าว, ฝนทิ้งช่วง, แม่น้ำมูล, แล้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180721/image_big_5b5318ef1176f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
