<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87236</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2020 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2020 13:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดความในใจ&#039;พ่อเยาวชนอายุ16&#039;โดนม.112เจ็บปวดที่เห็นลูกสะดุดล้มขออย่าเกิดกับครอบครัวอื่นๆอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 ธ.ค.63 - ดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ บิดานายนภสินธุ์ ตรีรยาภิวัฒน์&amp;nbsp;&amp;nbsp; เยาวชน อายุ 16 ปี สมาชิกกลุ่มเยาวชนปลดแอก ที่เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกในคดีมาตรา112 ที่สน.ยานนาวา เมื่อวันที่17ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาศาลเยาวชนเเละครอบครัวกลางได้ปล่อยตัวชั่วคราว โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความในใจของพ่อเด็ก 16 ผู้เจอคดีม.112
คงต้องกล่าวอย่างจริงใจว่า&amp;hellip;บางสิ่งบางอย่างที่ลูกคิด ลูกทำ ผมอาจจะไม่เห็นด้วย แต่ผมเคารพการตัดสินใจของลูก
ผมไม่รู้ว่าผิดหรือถูกนะครับ แต่ผมสอนลูกให้มีอิสระทางความคิด ให้เขารู้จักการตั้งคำถาม และแสวงหาคำตอบด้วยตนเอง
พร้อมกับสอนให้เขารับผิดชอบกับผลของการกระทำนั้นๆด้วย ไม่ว่าจะบวกหรือลบ
เรื่องคดีความคงต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ผิดถูกอย่างไรค่อยว่ากันอีกที
แต่ถ้าถามถึงความรู้สึกส่วนตัวของผมเมื่อเห็นลูกวัยแค่นี้ถูกคดีการเมืองรุนแรง แน่นอนครับ ผมคงเหมือนพ่อแม่ทุกคนที่เจ็บปวดไปกับลูก ทั้งรักและห่วงกังวล
ในฐานะของคนเป็นพ่อแม่ สิ่งที่กระทำได้ดีที่สุดในช่วงเวลาแห่งความยากลำบากนี้ คือการจูงมือลูกให้แน่น พร้อมเดินฝ่าความโหดร้ายและอุปสรรคนานับประการไปด้วยกัน
เรา&amp;hellip;ผู้เป็นพ่อแม่เมื่อเห็นลูกสะดุดล้มเช่นนี้ คงทำได้เพียงแค่เป็นเบาะรองรับตัว ให้เจ็บน้อยที่สุด
แม้ว่าจะแลกด้วยความเจ็บปวดของตัวเองก็ตาม
นั่นคงเป็นวิถีของพ่อแม่ทุกคนมิใช่หรือ&amp;hellip;
ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เหตุการณ์อันแสนปวดร้าวเช่นนี้จะหยุดอยู่แค่ครอบครัวของผม
ขอมันอย่าได้เกิดขึ้นกับครอบครัวคนอื่นๆอีกเลย
&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;
หมายเหตุ
1. เขาว่ากันว่าในยามยากลำบากเรามักเห็นเพื่อนแท้ โชคดีที่แม้ผมจะอยู่ในภาวะเช่นนี้ แต่ยังมี &amp;ldquo;มิตรแท้&amp;rdquo; มากมาย
ผมต้องขอขอบคุณทุกกำลังใจของผองเพื่อน รวมถึงเหล่าลูกศิษย์ลูกหา ทั้งที่รู้จักคุ้นเคยกันในโลกแห่งความเป็นจริง ตลอดจนผู้คนที่รู้จักกันผ่านโลกออนไลน์
หลายคนแม้มีความเห็นต่างทางการเมือง และมีมุมมองต่อเรื่องราวไม่เหมือนกัน แต่ด้วยความเป็นมนุษย์ก็ยังแสดงความห่วงใยตลอดจนส่งไมตรีจิตมาให้
ผมต้องขอขอบคุณมากๆเลยนะครับ
2. หากสื่อจะนำข้อความในโพสต์นี้ไปถ่ายทอดต่อ รบกวนนำเสนอผมในฐานะพ่อคนหนึ่ง
ไม่ใช่ในสถานะนักวิชาการ หรือสถานะบทบาททางสังคมหรือองค์กรที่สังกัด เพราะนี่คือเรื่องส่วนตัว เรื่องครอบครัว
ขอบคุณมากครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาดร.มานะ โพสต์ข้อความพร้อมคลิปวิดิโอขณะร้องเพลงแสงดาวแห่งศรัทธากับบุตรชายด้วย ว่า
ตั้งแต่สมัยทำกิจกรรมนักศึกษาเมื่อ 30 กว่าปีก่อน ผมคุยกับเพื่อนนักกิจกรรมว่า
&amp;ldquo;ถ้ามีลูก จะร้องเพลง แสงดาวแห่งศรัทธา กล่อมลูกนอน&amp;rdquo;
เมื่อ 16 ปีก่อน คืนแรกที่ได้อุ้มลูกชาย ผมร้องเพลงนี้รับขวัญเขา กล่อมจนหลับ พลางลูบหัวน้อยๆต้อนรับเขาสู่โลกกว้าง
ทุกคืนนับตั้งแต่วันนั้น เพลง &amp;ldquo;แสงดาวแห่งศรัทธา&amp;rdquo; คือเพลงกล่อมให้เขาหลับไหล จนถึง 3-4 ขวบถึงได้ห่างหายจากการร้องเพลงกล่อมนอน
ไม่เคยคิดเลยว่า วันเวลาผ่านมาจนทารกตัวน้อยเติบใหญ่เป็นวัยรุ่นอายุ 16 ปี ผมจะได้กอดคอเขาร้องเพลงนี้ร่วมกันในเย็นย่ำอันโหดร้าย ที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง
เราล้วนเป็นกำลังใจให้กันและกัน
รักลูกเสมอ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87236</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อหาม.112, ดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์, นภสินธุ์ ตรีรยาภิวัฒน์, แสงดาวแห่งศรัทธา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201218/image_big_5fdc4508c5634.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
