<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77490</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2020 10:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2020 10:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาส่อง 3 ส่วนผสมสำคัญในครีมกันแดดติดทนนาน ก่อนเลือกซื้อให้ถูกใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;เคยสงสัยกันไหมว่าครีมกันแดดที่เคลมว่าติดทนนานนั้นมีส่วนผสมอะไรอยู่บ้าง และส่งผลต่อผิวอย่างไร ถ้าใช้บ่อย ๆ จะทำให้เกิดปัญหาผิวไหม ถ้าเคยสงสัยแบบนี้ล่ะก็ วันนี้จะได้คำตอบกลับไปแบบครบด้านรอบด้าน เพราะบทความนี้จะพาไปส่องส่วนผสมสำคัญต่าง ๆ ที่ทำให้ครีมกันแดดติดทนนานนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ในเมืองร้อน (สุด ๆ) แบบประเทศไทย ครีมกันแดดที่มักจะถูกใจผู้คนส่วนมาก ก็จะเป็นครีมกันแดดติดทนนานที่ไม่ว่าจะเจอเหงื่อ เจอน้ำ เจอฝน ก็ยังคงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยปกป้องผิวได้เต็ม ๆ แม้จะเหงื่อไหลเป็นสาย ไปดูกันเลยดีกว่าว่ามีส่วนผสมสำคัญอะไรในครีมกันแดดติดทนนานเหล่านี้บ้าง!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;SPF ตัวช่วยสำคัญในบ่งบอกประสิทธิภาพการป้องกันผิวจากแสงแดด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;เคยสังเกตกันไหมว่าบนคำว่า SPF ที่อยู่บนขวดครีมกันแดดทั่ว ๆ ไปนั้นมีความหมายว่าอย่างไร? SPF ก็คือเกณฑ์ในการวัดประสิทธิภาพการกันแดดของสารกันแดดที่เป็นส่วนผสมสำคัญของเหล่าครีมกันแดดติดทนนานต่าง ๆ นั่นเอง ส่วนตัวเลขที่ตามหลัง SPF ก็คือจำนวนเท่าของการปกป้องแสงแดดให้กับผิวเรา เช่น SPF 15 หมายความว่าครีมกันแดดตัวนั้นจะสามารถป้องกันแดดให้กับผิวเราได้ยาวนานถึง 15x20 = 300 นาที หรือ 5 ชั่วโมงนั่นเอง นั่นหมายความว่าเหล่าครีมกันแดดติดทนนานทั้งหลาย มักจะเป็นครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง เพราะสามารถช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดได้ยาวนานมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;PA สารปกป้องแสง UVA ส่วนผสมสำคัญของครีมกันแดดติดทนนาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;อีกหนึ่งตัวหนังสือที่มักจะพบเจอประจำบนขวดของครีมกันแดดต่าง ๆ ก็คือ PA นั่นเอง ซึ่งย่อมาจากคำว่า Protection Grade of UVA ซึ่งเป็นสารที่ทำหน้าที่ป้องกันรังสี UVA ให้กับผิว ซึ่งมีด้วยกัน 3 ระดับ ได้แก่&lt;/p&gt;


	PA+ หมายถึงป้องกันรังสี UVA ได้ 1-3 เท่า
	PA++ หมายถึงป้องกันรังสี UVA ได้ 4-5 เท่า
	PA+++ หมายถึงป้องกันรังสี UVA ได้ 6-8 เท่า


&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;Zinc Oxide ที่มักจะมาคู่กับ Titanium Dioxide&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ส่วนผสมสำคัญของเหล่าครีมกันแดดติดทนนานมักจะมี Zinc Oxide และ Titanium dioxide อยู่ด้วย เพราะสารทั้งสองชนิดนี้เป็นสารออร์แกนิคล้วน ๆ ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ สามารถช่วยสะท้อนแสงและรังสีได้สูง ทำให้ปกป้องผิวจากรังสีและแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;รู้แบบนี้แล้วก็เข้าใจส่วนผสมของครีมกันแดดมากขึ้น พร้อมที่จะไปเลือกซื้อครีมกันแดดที่เหมาะกับการใช้งานแล้วล่ะ!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77490</URL_LINK>
                <HASHTAG>SPF, แสงแดด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200915/image_big_5f6037c4a5fa2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15023</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2018 07:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2018 07:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บีซีพีจีเซ็งสภาพแสงแดดไม่เป็นใจ ทำกำไรหด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บีซีพีจี โอดผลการดำเนินงานหด กำไรไตรมาส 2 ของปี 61 อยู่ที่ 419 ล้านบาท ลดลง 9.4% ชี้เป็นผลจากความเข้มข้นของแสงอาทิตย์ไม่ดีฉุดกำลังการผลิตหด การขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน หวังครึ่งปีหลังจะเติบโตจากโครงการโซลาร์รูฟที่เริ่มซีโอดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า รายได้ในไตรมาสที่ 2 &amp;nbsp;ของปีนี้ บริษัทฯ มีการรับรู้ผลการดำเนินงานจากการจำหน่ายไฟของบริษัทฯและรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในบริษัทย่อย โดยบริษัทฯ มีรายได้จากการขายไฟฟ้าประมาณ 874 ล้านบาท ลดลง 1.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุเกิดจากความเข้มของแสงอาทิตย์ในไตรมาสที่ 2/2561 ลดลงทั้งในประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นส่งผลให้กำลังการผลิตไม่ดีเท่าที่ควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ไตรมาส 2/61 มีกำไรสุทธิ 419 ล้านบาท ลดลง 9.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกําไร 462.5 ล้านบาท มาจากปีที่แล้วมีการบันทึกรายการพิเศษจากการเข้าซื้อกิจการในประเทศญี่ปุ่น 139.9 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินจากการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจ และมีการบันทึกกําไรพิเศษจากการดำเนินงานในธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ประเทศฟิลิปปินส์จำนวน 53.1 ล้านบาท ขณะที่ งวดครึ่งปีแรกปี 61 มีกำไรสุทธิ 770.14 ล้านบาท ลดลง 25.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 1,039.66 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บริษัทฯ ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งสิ้น 66.7 ล้านบาท ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหาร ลดลง 27.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิประมาณ 419 ล้านขณะที่ไตรมาสที่ 2/61 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวมเท่ากับ 33,388 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 4.8% เทียบกับสิ้นปีก่อน สำหรับหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเป็น 18,206 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.9% เทียบกับสิ้นปีก่อน และมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน 1.32 เท่า ณ สิ้นไตรมาส เพิ่มขึ้นล็กน้อยจาก 1.23 เท่า ณ สิ้นปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 บริษัทฯ ยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการโซลาร์ฟาร์มสำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์ภาคการเกษตรกับองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปภัมภ์ (อผศ.) ของบริษัทฯ ที่จังหวัดสระบุรีและกาญจนบุรี ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์(ซีโอดี) ในเดือนก.ค.ที่ผ่านมา และเริ่มรับรู้รายได้ด้วยอัตราการรับซื้อไฟฟ้าแบบฟีดอินทารีฟ(FiT) ที่ 4.12 บาทต่อหน่วย เป็นระยะเวลา 25 ปี โดยมีกำลังการผลิตตามสัญญาที่ 8.94 เมกะวัตต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการขยายธุรกิจยังคงเป็นไปตามแผนที่ตั้งไว้ อาทิ การดำเนินการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในโครงการต่างๆ &amp;nbsp;การดำเนินการก่อสร้างและพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 10 เมกะวัตต์ โดยโครงการนี้ได้รับอัตราการรับซื้อไฟฟ้าแบบอัตราส่วนเพิ่ม (adder) ที่ 3.5 บาท จากค่าไฟฐาน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15023</URL_LINK>
                <HASHTAG>การผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์, บัณฑิต สะเพียรชัย, บีซีพีจี, แสงแดด, โซลาร์รูฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180809/image_big_5b6b88b7474d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
