<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117396</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 14:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 14:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โฆษกกล้า&#039; ชี้ขยายเพดานหนี้ 70% ต้องวางแผนหารายได้ให้ชัด ระวังกู้เพิ่มรอบนี้โดนโยงการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย.64 -&amp;nbsp;นายแสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม โฆษกพรรคกล้า กล่าวถึงมติคณะกรรมการวินัยการเงินการคลัง ให้ขยายเพดานหนี้สาธารณะจากร้อยละ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;เป็นร้อยละ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;ของจีดีพี&amp;nbsp;ว่า ข้อมูลเมื่อเดือนก.ค. 2564 หนี้สาธารณะอยู่ที่&amp;nbsp;8.9&amp;nbsp;ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;55.59&amp;nbsp;หากมีการใช้เงินกู้ครบถ้วนคาดว่าปลายปีนี้หรือไม่เกินต้นปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;หนี้สาธารณะน่าจะทะลุเพดาน จึงเป็นเหตุให้ต้องขยายเพดานหนี้ชั่วคราว เพื่อฟื้นฟูวิกฤตเศรษฐกิจแก้ไขปัญหาโควิด-19&amp;nbsp;สาระที่น่าสนใจ คือ การกำหนดเงื่อนไขจะลดระดับกลับมาที่ร้อยละ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ในอีก&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปีข้างหน้า ซึ่งจะทำตามที่ตั้งเป้าไว้ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;จะยืดเยื้อหรือไม่ บวกกับสมรรถนะของรัฐในการหารายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแสนยากรณ์ กล่าวว่า การฟื้นฟูภาคบริการและการท่องเที่ยวเป็นเรื่องสำคัญที่สุด หากจะมีการขยายเพดานหนี้สาธารณะหรือกู้เพิ่ม ต้องมีความชัดเจนในเรื่องนี้ด้วย เพราะทันทีที่สถานการณ์ดีขึ้น หลายประเทศเปิดพร้อมกัน ทุกประเทศก็จะแย่งนักท่องเที่ยว ฉะนั้น ประเทศไทยต้องเตรียมความพร้อมให้เร็วกว่าประเทศอื่น เพื่อรองรับการแข่งขัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ภาคการท่องเที่ยวเป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย แต่ขณะนี้ธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร จำนวนมากได้รับผลกระทบหนัก หลายที่ปิดกิจการ ดังนั้นหากจะมีการขยายเพดานหนี้ที่ร้อยละ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;และเตรียมกู้เงินรอบใหม่ จึงควรกำหนดแผนการหารายได้ให้ชัดเจนด้วย โดยเฉพาะการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำฟื้นภาคการท่องเที่ยว เพื่อเป็นเครื่องมือหารายได้เข้าประเทศ หากภาครัฐไม่ได้กำหนดแผนเกี่ยวกับการฟื้นฟูภาคบริการและการท่องเที่ยวให้ชัดเจน แผนจะลดเพดานหนี้สาธารณะกลับมาที่ร้อยละ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ภายใน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี คงเป็นแค่ฝันไป&amp;quot; โฆษกพรรคกล้า ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแสนยากรณ์ กล่าวด้วยว่า หวังว่าการขยายเพดานหนี้สาธารณะ และการกู้เพิ่มที่จะเกิดขึ้น จะมีแผนและเป้าหมายชัดเจน เพื่อแก้ไขสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;เยียวยาประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ไม่เช่นนั้นแล้วจะทำให้เข้าใจผิดนำผูกโยงกับเรื่องการเมือง โดยเฉพาะการอัดเงินลงพื้นที่ก่อนการเลือกตั้ง ตามที่หลายฝ่ายจับสัญญาณถึงการเตรียมความพร้อมว่าอาจมีการยุบสภาเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117396</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายเพดานหนี้สาธารณะ, พรรคกล้า, แสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_61498ac72679f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116904</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2021 12:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2021 12:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรคกล้า ซัดเพจ 3 นิ้วสกปรก ตัดต่อภาพบิดเบือนข้อมูลให้เข้าใจผิดเป่านกหวีดชวนรัฐประหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย.64 - นายแสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม โฆษกพรรคกล้า กล่าวถึงกรณีเพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;ประเทศกูมี&amp;quot; เผยแพร่ภาพตัดต่อประกาศรับสมัครผู้สมัครเป็น ส.ส. พรรคกล้า โดยเอาภาพบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องมาใส่ในประกาศ เข้าข่ายเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ จงใจให้ผู้อื่นเข้าใจผิด ใส่ร้ายกล่าวหาให้คนเข้าใจผิดว่าพรรคกล้าเชิญทหารมารัฐประหาร กล่าวหาว่ากล้าที่จะทุจริต เป็นการกล่าวเท็จจงใจให้พรรคกล้าเกิดความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถึงจะอ้างว่าสู้เพื่อประชาธิปไตย หรือมองว่าพรรคกล้าเป็นฝ่ายตรงข้าม เราไม่ก้าวล่วง แต่เล่นการเมืองสกปรก ชกใต้เข็มขัด ใช้วิธีตัดต่อภาพ เขียนข้อมูลเท็จ แบบนี้ไม่เอานะน้องๆ จะโจมตีคนอื่น ก็ขอให้ใช้วิธีที่มีศักดิ์ศรีหน่อย ทำแบบนี้มันน่ารังเกียจ และขอให้แนวร่วมเลิกติดตามเพจประเทศกูมี เพราะอาจเอาข้อมูลเท็จมาขยายอีกก็ได้&amp;quot; นายแสนยากรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแสนยากรณ์ กล่าวว่า เราหวังให้บ้านเมืองปฏิรูป สังคมมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี ยึดมั่นถือมั่นในประชาธิปไตย แต่การใช้วิธีบิดเบือนข้อมูล ถือว่าคนกระทำผิดไม่เคารพหลักประชาธิปไตย ละเมิดสิทธิ์ทำให้คนอื่นเข้าใจผิด และเป็นเรื่องน่าเศร้าหากฝ่ายที่เรียกตัวเองว่าเป็นฝ่ายปกป้องประชาธิปไตย บอกตัวเองเป็นคนรุ่นใหม่ แต่พฤติกรรมเก่าใช้วิธีสกปรกแบบนี้ ถ้าไม่อายคนอื่น ก็ขอให้อายพวกเดียวกันบ้าง และอยากจะให้แนวร่วมที่เห็นช่วยเตือนพวกเดียวกันเอง อย่าใช้วิธีทางการเมืองแบบนี้อีก หรือขอให้เลิกพฤติกรรมแบบนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116904</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประเทศกูมี, พรรคกล้า, แสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210916/image_big_6142d55428f13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107265</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2021 19:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2021 19:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พรรคกล้า&#039; เสนอปรับลำดับแก้ ม.272 ตัดอำนาจ ส.ว. ขึ้นพิจารณาก่อนประเด็นอื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย.64 - นายแสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม โฆษกพรรคกล้า กล่าวถึงการประชุมร่วมรัฐสภาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระรับหลักการว่า ประเด็นสำคัญที่สังคมรวมถึงพรรคกล้า คาดหวังมากที่สุด คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ยกเลิกอำนาจ ส.ว. เลือกนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อพิจารณาจากระเบียบวาระการประชุม 13 ร่าง พบว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 อยู่ลำดับที่ 4 และลำดับที่ 11 จึงอยากให้สมาชิกรัฐสภาเลื่อนการแก้ไขยกเลิกมาตรา 272 ขึ้นมาพิจารณาและลงมติก่อน จะได้รู้ว่าหากพรรคพลังประชารัฐและ ส.ว. ไม่เห็นชอบยกเลิกอำนาจ ส.ว. หลังจากนั้นพรรคการเมืองโดยเฉพาะพรรคที่เสนอยกเลิกอำนาจ ส.ว. อย่างเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ ก็ควรลงมติล้มร่างรัฐธรรมนูญที่พรรคพลังประชารัฐต้องการเช่นกัน ตามแนวคิดที่นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า ได้เสนอแนวทางไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การเสนอเลื่อนมาตรา 272 ขึ้นมาพิจารณาและลงมติก่อน จะมีผลต่อการตัดสินใจลงมติในประเด็นต่อๆ ไป หากผลออกมาว่าพรรคพลังประชารัฐและ ส.ว. ไม่เห็นชอบยกเลิกอำนาจ ส.ว.เลือกนายกรัฐมนตรี พรรคการเมืองโดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ที่มี ส.ส. เกินกว่าร้อยละ 20 ของพรรคที่ไม่มีรัฐมนตรี ประธานและรองประธานสภาฯ ตามเงื่อนไขการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ควรตั้งเงื่อนไขให้ชัดว่า จะไม่เห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคพลังประชารัฐต้องการเช่นกัน&amp;quot; นายแสนยากรณ์&amp;nbsp; &amp;nbsp;กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกพรรคกล้า กล่าวว่า ถ้ารัฐสภานำประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องอื่นๆ เช่นบัตรเลือกตั้ง หรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 144,185 ตัดบทลงโทษ ส.ส.แปรญัตติเอางบประมาณแผ่นดินมาใช้ ขึ้นมาพิจารณาก่อน แล้วทุกฝ่ายลงมติเห็นชอบ จากนั้นเอาประเด็นยกเลิกอำนาจ ส.ว.ไว้ท้ายสุด แล้วหักมุมลงมติล้มตอนท้ายก่อนปิดประชุม หากออกมาเป็นแบบนี้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญคงเป็นเพียงแค่การผลัดกันเกาหลัง เห็นชอบแค่ประเด็นที่นักการเมืองได้ประโยชน์เท่านั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107265</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาตรา 272, ยกเลิกอำนาจ ส.ว., แก้รัฐธรรมนูญ, แสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม, โฆษกพรรคกล้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210615/image_big_60c8b0ed99055.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106504</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2021 21:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกป้ายแดง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถึงเวลาพรรคกล้าปรับทัพสื่อสาร &amp;ldquo;ธันวา ไกรฤกษ์&amp;rdquo; จากอดีตที่เคยเป็นโฆษกพรรคกล้า ขณะนี้อำลาจากตำแหน่งไปแล้ว แต่ยังคงอยู่ในพรรค เพื่อช่วยงานในด้านที่ตนเองถนัดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พร้อมๆ กับที่ &amp;ldquo;กรณ์ จาติกวณิช&amp;rdquo; หัวหน้าพรรค สะบัดปากกา ตั้ง &amp;ldquo;แสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม&amp;rdquo; เป็นโฆษกพรรค คนใหม่แทน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด จากกรณีกระทรวงศึกษาธิการ มีคำสั่งให้เปิดเทอมได้ แต่ให้พิจารณาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ของแต่ละจังหวัด ฉะนั้น &amp;ldquo;โฆษกจืด&amp;rdquo; แสนยากรณ์ จึงให้ข่าวประเดิมตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขาบอกว่า แม้กระทรวงศึกษาธิการจะมีมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้ปกครอง ด้วยการคืนค่าเล่าเรียนในส่วนที่ไม่ได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอน หรือผ่อนผันการจ่ายค่าเล่าเรียน แต่มาตรการนี้ครอบคลุมเฉพาะสถานศึกษาในกำกับกระทรวงศึกษาธิการเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่โรงเรียนเอกชนหลายโรงเรียน โดยเฉพาะในพื้นที่ควบคุมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ และปทุมธานี ซึ่งยังต้องเรียนออนไลน์อยู่ ไม่สามารถมาเรียนที่โรงเรียนเต็มรูปแบบได้ แต่ยังจำเป็นต้องเก็บค่าเล่าเรียนเต็มจำนวนอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จืด-แสนยากรณ์ เสนอว่า หากการเรียนการสอนยังเป็นรูปแบบออนไลน์ ควรคืนค่าเล่าเรียนในส่วนที่ไม่ได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอน เช่นเดียวกับที่กระทรวงศึกษาธิการวางมาตรฐานไว้ หรืออาจนำส่วนต่างค่าเล่าเรียนไปทบในเทอมถัดไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังได้ขอให้รัฐปล่อยเงินกู้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) หรือใช้งบจาก พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท เข้าไปสนับสนุนสถานศึกษาเอกชน เพื่อลดภาระให้ผู้ปกครอง และสามารถประคองธุรกิจไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ในสถานการณ์วิกฤติโควิด-19 เราเห็นใจทั้งผู้ปกครอง ที่บุตรหลานไม่สามารถเรียนได้อย่างเต็มที่ และยังต้องเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจ ถูกที่ทำงานหักเงินเดือนหรือตกงาน จึงอยากให้มีมาตรการเข้ามาช่วยเหลือเช่นเดียวกับสถานศึกษาของภาครัฐ ขณะที่สถานศึกษาเอกชนก็ต้องแบกรับภาระทั้งค่าจ้างครู และพนักงานในสถานศึกษาเช่นเดียวกัน จึงอยากให้ภาครัฐเร่งยื่นมือเข้าช่วยเหลือ เพื่อให้สถานศึกษาประคองตัวไปได้ ลดค่าใช้จ่ายให้ผู้ปกครอง&amp;quot; โทรโข่งพรรคกล้ากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจ้าวายร้ายโควิดทำทุกหย่อมหญ้าเดือดร้อน คนรวย คนจน กระทบเหมือนกันหมด...เห้อ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;มินนี่เมาธ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106504</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, มินนี่เมาธ์, แสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม, โฆษกป้ายแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2a90cec635d.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104637</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2021 09:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2021 09:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พรรคกล้า&#039;อภิปรายนอกสภา ติงจัดงบ65 ไม่สอดรับสถานการณ์ ไม่สนใจดูแลแรงงาน-SME   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.2564 นายแสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม รองโฆษกพรรคกล้า กล่าวถึงร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 31 พ.ค.นี้ ว่า เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ตั้งงบประมาณรายจ่ายลดลง จาก 3.28 ล้านล้านบาท เหลือ 3.1 ล้านล้านบาท ซึ่งอาจเป็นตัวสะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจและการจัดเก็บรายได้ที่ลดลง ส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบจากวิกฤตการระบาดของโรคโควิด- 19 แต่การกำหนดงบประมาณกลับพบข้อสังเกตว่าหลายอย่างไม่สอดรับกับสถานการณ์ เช่น งบประมาณรายจ่ายจำแนกตามวัตถุประสงค์การป้องกันประเทศ 199,820.7 ล้านบาท พบว่าเป็นงบประมาณงานกองทัพสูงถึง 198,597.2 ล้านบาท ขณะที่สถานการณ์ตามแนวชายแดนตึงเครียด ทั้งความไม่สงบภายในพม่า การหลบหนีเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าว แต่งบประมาณการรักษาดินแดนมี 771.1 ล้านบาทเท่านั้น จึงตั้งข้อสังเกตว่างบประมาณส่วนใหญ่เสียไปกับงบประจำและการดูแลบุคลากรมากเกินไปหรือไม่ สะท้อนถึงระบบราชการล้าหลัง จึงขอให้หน่วยงานรับงบประมาณที่เกี่ยวข้องชี้แจงเรื่องนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแสนยากรณ์ กล่าวต่อว่า มีอีกประเด็นที่นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า เคยตั้งข้อสังเกตไว้ว่า สถานการณ์โควิด-19 แรงงานจบใหม่ไม่มีงานทำ แรงงานเดิมตกงานอีกจำนวนมาก สภาพัฒน์รายงานตัวเลขรวม 7.6 แสนคน แต่หลายองค์กรคาดการณ์ไว้มากถึงหลักล้านคน แต่กระทรวงแรงงานซึ่งรับผิดชอบด้านนี้โดยตรงถูกตัดงบประมาณถึงร้อยละ 28.7 ถือเป็นสัดส่วนสูงที่สุดเมื่อเทียบกับทุกกระทรวง จึงตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลยังไม่เห็นความสำคัญของการแก้ปัญหาเรื่องแรงงาน หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานยังไม่มีแผนงานที่ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายบุญสืบ จันทร์แจ่มศรี คณะทำงานด้านเศรษฐกิจ พรรคกล้า กล่าวว่า งบประมาณตามยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน รัฐบาลเตรียมงบไว้ 338,547.6 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 10.9 ของงบประมาณรายจ่าย 3.1 ล้านล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นงบประมาณที่เกือบจะน้อยที่สุด รองจากยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ร้อยละ 3.9 ซึ่งน่าจะไม่เพียงพอต่อการพลิกฟื้นเศรษฐกิจและแก้ปัญหาความเดือดร้อนของภาคธุรกิจและประชาชนหลังยุคโควิด-19 โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็ก SMEs ซึ่งงบส่วนนี้ถูกจัดแบ่งให้กับแผนงานพัฒนาผู้ประกอบการขนาดกลางและวิสาหกิจขนาดเล็กเพียง 1,927 ล้านบาท หรือเพียงร้อยละ 0.3&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็กให้ยืนระยะแข่งขันกับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ได้ เชื่อว่าภายในปีนี้ต่อเนี่องถึงปีหน้า จะมีบริษัท ห้างร้าน และกิจการขนาดเล็กปิดตัวลงอีกมาก และจะยิ่งเพิ่มอัตราคนว่างงานให้สูงขึ้น&amp;quot; นายบุญสืบ กล่าว และว่า ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย ทางรัฐบาลได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับปัญหานี้แล้ว แต่ถ้าดูการจัดสรรงบประมาณจะเห็นว่ามันไม่สอดคล้องกับสิ่งที่รัฐบาลพยายามบอกว่าเป็นนโยบายสำคัญ รัฐบาลตั้งงบประมาณในการบูรณาการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสังคมสูงวัยและส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากไว้เพียง 623 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 0.1 จากงบประมาณยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคมที่ได้งบฯถึง 733,749 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทพ.กันตพงศ์ ดีชัยยะ คณะทำงานด้านสาธารณสุข พรรคกล้า กล่าวว่า สำหรับงบกลางปีงบประมาณ 2564 มี 12 หมวด แต่ปีนี้มี 11 หมวด โดยตัดหมวดค่าใช้จ่ายในการบรรเทา แก้ไขปัญหา และเยียวยา ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 เข้าใจว่างบประมาณที่หายไปในส่วนนี้ วางแผนไว้ตั้งแต่ต้นว่าจะออกเป็น พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท ที่เพิ่งออกมาเมื่อไม่กี่วันที่แล้ว ซึ่งกำหนดวงเงิน 3 หมื่นล้านบาทสำหรับแผนงานด้านสาธารณสุข แต่เมื่อเปรียบเทียบกับการเบิกจ่ายเงินกู้ด้านสาธารณสุขปีที่แล้ว วงเงิน 45,000 ล้านบาท จนถึงขณะนี้เบิกจ่ายจริงเพียงแค่ 7,102 ล้านบาท หรือร้อยละ 15.78 เท่านั้น รวมถึงแผนงานด้านการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม วงเงิน 355,000 ล้านบาท ก็เบิกจ่ายเพียง 69,117 ล้านบาท หรือร้อยละ 19.47 เท่านั้น สะท้อนถึงปัญหาประสิทธิภาพในการใช้จ่ายเงิน หรือไม่มีแผนเบิกจ่ายเงินที่ชัดเจน เช่น กรณีรัฐบาลตั้งค่าเบิกจ่ายเบี้ยเสี่ยงภัยผู้ปฏิบัติงานในสถานการณ์โควิด-19 แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับเงินในส่วนนี้ โดยค้างจ่ายมากว่า 1 ปีแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104637</URL_LINK>
                <HASHTAG>การอภิปรายนอกสภา, พ.ร.บ.งบประมาณ 2565, รองโฆษกพรรคกล้า, แสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210530/image_big_60b2fb141ec5c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93936</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2021 11:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2021 11:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรคกล้าสะกิด&#039;บิ๊กตู่&#039;!แฉวิชามารหาเสียงเลือกตั้งซ่อมนครศรีฯ ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐล่อ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.พ.64- &amp;nbsp; นายแสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม รองโฆษกพรรคกล้า กล่าวถึงการหาเสียงเลือกตั้งซ่อมนครศรีธรรมราชว่า หลังจบศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ เข้าสู่ช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง คาดว่าการแข่งขันในสนามเลือกตั้งซ่อมเขต 3 นครศรีธรรมราชจะเข้มข้นขึ้น ขณะนี้เริ่มมีข่าวลือคนบางกลุ่มสร้างความเข้าใจผิดให้กับชาวบ้านว่า ผลการเลือกตั้งครั้งนี้จะส่งผลถึงการพิจารณาให้สิทธิหรือยกเลิกสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ จึงอยากให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ให้ความชัดเจนว่าการเลือกตั้งไม่ได้มีผลกระทบในเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกพรรคกล้า กล่าวต่อว่า ยังมีการพูดกันถึงการจดรายชื่อประชาชน เกรงว่าจะเป็นการเตรียมการซื้อเสียงหรือไม่ จึงเรียกร้องให้ กกต.จังหวัด และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่เกี่ยวข้องกวดขันการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้สุจริตและเที่ยงธรรมอย่างแท้จริง เพราะหากเลือกคนซื้อเสียง แต่ไม่พัฒนาพื้นที่ พี่น้องชาวเขต 3 นครศรีธรรมราชจะเสียโอกาสไปอีก 2 ปี กว่าการเลือกตั้งจะกลับมาอีกครั้ง จึงมั่นใจในคนนครศรีธรรมราช เลือกคนดี ให้โอกาสคนรุ่นใหม่มาทำงานเพื่อพื้นที่.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93936</URL_LINK>
                <HASHTAG>รองโฆษกพรรคกล้า, แสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม, ้เลือกตั้งซ่อมนครศรีธรรมราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210223/image_big_60347a506f5cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90088</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2021 11:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2021 11:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรคกล้าแซะกลับพวกค้านเปิดคาสิโนเพราะกลัวกระทบผลประโยชน์ตอก&#039;สิระ&#039; ไม่สร้างสรรค์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ม.ค. 2564 นายแสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม รองโฆษกพรรคกล้า กล่าวถึงกรณี ส.ส.บางคน ออกมาคัดค้านข้อเสนอของพรรคกล้าให้มีการพนันถูกกฎหมายว่า ต้องรับฟังความเห็นรอบด้าน ฝ่ายที่แสดงความเห็นต่างโดยสุจริตนั้นน่ารับฟัง แต่ก็จะมีพวกที่ค้านเพราะมีเจตนาแอบแฝงหรือไม่ เช่น นักการเมือง คนในเครื่องแบบ ที่มีผลประโยชน์อยู่กับบ่อนเถื่อนในเมืองใหญ่ หรือมีหุ้นกับคาสิโนในประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ออกมาคัดค้านด้วยการสาปแช่งและท้าให้ข้ามศพไปก่อน รองโฆษกพรรคกล้า มองว่า เป็นการใช้วาทกรรมการเมืองที่รุนแรง ไม่สร้างสรรค์ ผลักคนเห็นต่าง ไม่ได้นำสังคมไปสู่การหาข้อสรุปร่วมกัน จึงรู้สึกเห็นใจพรรคพลังประชารัฐที่มีลูกพรรคแบบนี้ และขอให้ยอมรับความจริงว่า บ่อนเถื่อนคือปัญหาผลประโยชน์คนมีสี เกิดการมั่วสุมแพร่โรคระบาดหากนายสิระเกลียดบ่อนจริง ทำไมเป็น ส.ส.มาปีกว่า แต่บ่อนแจ้งวัฒนะ 14 เขตหลักสี่เพิ่งโดนจับหลังโควิดระบาดระลอกสอง เมื่อเดือนที่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแสนยากรณ์ กล่าวย้ำว่า พรรคกล้ามีเจตนาให้การพนันเป็นพิษภัยกับสังคมให้น้อยที่สุด ด้วยการนำเข้ามาอยู่ในการควบคุมของรัฐ ซึ่งนอกจากการจัดการปัญหามั่วสุมแพร่ระบาดโรคติดต่อได้แล้ว ยังป้องกันเงินไหลออกนอกประเทศ เนื่องจากพบว่านักพนันส่วนใหญ่ในบ่อนประเทศเพื่อนบ้านกว่าร้อยละ 90 เป็นคนไทย เงินไหลออกนอกประเทศปีละไม่น้อยกว่า 40,000 ล้านบาทเป็นอย่างต่ำ จึงเชื่อว่าหากอยู่ในการควบคุมของรัฐ จะก่อให้เกิดทั้งการสร้างรายได้ ตัดตอนผู้แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบเปลี่ยนส่วยเป็นภาษีพัฒนาประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90088</URL_LINK>
                <HASHTAG>คาสิโนถูกกฎหมาย, พรรคกล้า, สิระ เจนจาคะ, แสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210117/image_big_6003b9814e834.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
