<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82326</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พปชร.ยํ้าเมินส่งผู้สมัคร! ก้าวหน้าอัดกกต.อ่อนหัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กกต.นัดถก 2 พ.ย. เคลียร์ข้อกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น พปชร.ย้ำยังไงก็ไม่ส่งในนามพรรค &amp;quot;ก้าวหน้า&amp;quot; ยันหาเสียงในนามกลุ่มคณะได้ หยัน กกต.อ่อนหัดไม่มีประสบการณ์จัดเลือกตั้งอปท.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเคลื่อนไหวเรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยเฉพาะนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่จะมีขึ้นช่วงวันที่ 20 ธ.ค.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 ต.ค. นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ​ ย้ำถึงกรณีพรรค​พลังประชารัฐมีมติไม่ส่งลงรับเลือกตั้งนายกและสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด​ว่า ความชัดเจนทางกฎหมายต้องรอฟังจากที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)​ ในวันที่​ 2​ พ.ย.นี้ แต่เนื่องด้วยในมาตรา 34​ ที่ห้ามข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา คณะรัฐมนตรี และด้วย​ ส.ส.และรัฐมนตรีมีสัญลักษณ์พรรคติดตัวอยู่แล้ว​ เพราะฉะนั้นจะต้องดูความชัดเจน แต่ในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค​ พปชร.มีมติไม่ส่ง เพราะจะได้ไม่เกิดความซ้ำซ้อน และไม่เกิดความเสี่ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ ที่โรงแรมไม้หอม รีสอร์ท จ.นครสวรรค์ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า แถลงข่าวเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครนายกองค์การบริหาร (อบจ.) นครสรรค์ และทีมผู้สมัครสมาชิกสภา อบจ.นครสวรรค์ โดยมีนายศรัญ ฤกษ์อัตการ ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.นครสวรรค์ นำทีม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวว่า คณะก้าวหน้าตั้งใจส่งผู้สมัคร อบจ. โดยมีการประกาศไปแล้วจำนวน 32 จังหวัด และในสัปดาห์หน้าจะประกาศเพิ่มอีก 5-6 จังหวัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;งบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ 8 แสนล้าน และเฉพาะ อบจ. 8 หมื่นล้าน ซึ่งในส่วนนี้เองที่เอาไปใช้ในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องและใกล้ชิดกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นน้ำประปา ไฟฟ้า จัดการขยะ โรงเรียน โรงพยาบาล การดูแลผู้สูงอายุ ฯลฯ นี่คือเหตุผลสำคัญที่เราควรให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งท้องถิ่น&amp;quot; นายธนาธรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชำนาญ จันทร์เรือง กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า กล่าวถึงกรณีพรรคพลังประชารัฐไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในระดับ อบจ.ว่าอาจจะเป็นเรื่องความไม่พร้อมหรือไม่ อีกทั้งในแต่ละพื้นที่ก็มีคนอยากลงสมัครรับเลือกตั้งในสนามนี้เยอะ หากให้ทีมหนึ่งลงสมัคร ก็อาจจะเสียอีกทีม อาจจะเกิดความขัดแย้งได้ หลายคนก็อยากลงในนามพรรค พปชร. เพราะเป็นพรรคที่ถืออำนาจรัฐในมือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชำนาญ อดีตรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ที่โดนตัดสิทธิ์เลือกตั้ง 10 ปี กล่าวด้วยว่า สำหรับคณะก้าวหน้า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และอดีตกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ 15 คน ที่รวมถึงตนนั้น ไม่ได้ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง เพียงแต่ถูกเพิกถอนสิทธิการรับสมัครเลือกตั้ง คือไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้ง และไม่สามารถตั้งพรรคการเมืองและดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งระบุว่าคณะหรือพรรคการเมืองมีความเกี่ยวโยงกัน จะพิสูจน์ได้อย่างไรว่าทำเพื่อพรรคหรือไม่นั้น ก็ต้องดูข้อเท็จจริงเป็นรายกรณีไป นายชำนาญกล่าวว่า คือปัญหาเรื่องการใช้ดุลยพินิจ กฎหมายพรรคการเมืองเป็นกฎหมายมหาชน การตีความจะต้องอำนวยและเพิ่มสิทธิ์ ไม่ใช่ตัดสิทธิ์ การออกกฎหมายแบบนี้ถือว่าเป็นการไม่ไว้ใจประชาชนและพรรคการเมือง ตามธรรมชาติพรรคการเมืองมีความเชื่อมโยงทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น เพราะผลการเลือกตั้งท้องถิ่นสามารถสะท้อนความนิยมต่อรัฐบาลได้ อย่างไรก็ตาม เป็นห่วงว่า กกต. จะตีความเลยเถิดและมั่วๆ อีกอย่างคือ กกต.ชุดนี้ไม่มีประสบการณ์การจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น เพราะผู้อำนวยการเลือกตั้งท้องถิ่นคือปลัดองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น (อปท.) นั้นๆ ที่มีปัญหาคือเวลาที่ผู้สมัครไปหารือกับ กกต. ก็จะตอบไม่ตรงกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. ชี้แจงถึงกรณีข้อสงสัยเรื่องพรรคการเมืองส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งท้องถิ่นได้หรือไม่ และมีโทษหรือไม่ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นประเด็นที่มาจากมาตรา 34 ของพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 ซึ่งได้กำหนดไว้ว่า ห้ามข้าราชการการเมือง หรือ ส.ส.ใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบกลั่นแกล้งผู้สมัครหรือกระทำการใดๆ อันเป็นคุณเป็นโทษแก่ผู้สมัคร โดยการส่งผู้สมัครไม่ได้ห้าม ก็ส่งได้ แต่การหาเสียงต้องอยู่ภายใต้มาตรา 34 ซึ่งในเรื่องนี้พรรคการเมืองสอบถามมา ซึ่ง กกต.ก็จะได้ตอบและเป็นแนวปฏิบัติเป็นการทั่วไป ทั้งผู้สมัคร ข้าราชการการเมือง ส.ส. รวมทั้งผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัด เพื่อให้ปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกัน ส่วนในกรณีเป็นคณะหรือเป็นกลุ่ม สามารถส่งผู้สมัครได้หรือไม่นั้น เรื่องส่งผู้สมัครกฎหมายไม่ได้ห้าม แต่เวลาหาเสียงต้องเป็นไปตามกฎหมาย และระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้าม ส่วนการที่คณะหรือพรรคการเมืองมีความเกี่ยวโยงกันจะพิสูจน์ได้อย่างไรว่าทำเพื่อพรรคหรือไม่นั้น ก็ต้องดูข้อเท็จจริงเป็นรายกรณีไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82326</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชำนาญ จันทร์เรือง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อิทธิพล คุณปลื้ม, แสวง บุญมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201030/image_big_5f9c25b9652b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82243</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนอย่ารีบสมัครอบจ. เช็กคุณสมบัติต้องห้าม!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; โยนเผือกร้อน กกต.ชี้ขาดรัฐมนตรี-พรรคการเมืองจุ้นเลือกตั้งท้องถิ่นได้แค่ไหน &amp;ldquo;กกต.&amp;rdquo; นัด 2 พ.ย. หาข้อสรุป &amp;nbsp;เตือนอย่ารีบสมัครชิงนายก อบจ. เช็กคุณสมบัติต้องห้ามให้ดี เพราะโทษหนัก &amp;ldquo;น้องช่อ&amp;rdquo; ยันทำได้อ้างตัวอย่าง &amp;ldquo;จตุพร&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการรายงานต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณี ส.ส.และนักการเมืองอาจไม่สามารถช่วยหาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่งรวมไปถึงการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ด้วย ว่าน่าจะเป็นบรรทัดฐาน แต่ไม่ทราบ เพราะสุดท้ายคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะเป็นผู้ชี้ขาด ซึ่งในวันที่ 2 พ.ย. กกต.จะประชุมในเรื่องนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. ชี้แจงถึงกรณีข้อสงสัยเรื่องพรรคการเมืองส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งท้องถิ่นได้หรือไม่ ว่าการส่งผู้สมัครไม่ได้ห้าม ส่งได้ แต่การหาเสียงต้องอยู่ภายใต้มาตรา 34 ส่วนกรณีเป็นคณะหรือเป็นกลุ่มสามารถส่งผู้สมัครได้หรือไม่นั้น กฎหมายก็ไม่ได้ห้าม แต่เวลาหาเสียงต้องเป็นไปตามกฎหมาย และระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้าม ส่วนการที่คณะหรือพรรคการเมืองมีความเกี่ยวโยงกัน จะพิสูจน์ได้อย่างไรว่าทำเพื่อพรรคหรือไม่นั้น ต้องดูข้อเท็จจริงเป็นรายกรณีไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กรณีพรรคการเมืองที่บางคนเป็นรัฐมนตรี หรือเป็นข้าราชการการเมือง ควรแยกแยะบทบาทอย่างไร หรือกรณีคนในพรรคการเมืองที่มีตำแหน่งรัฐมนตรีไปสนับสนุนหรือไปช่วยหาเสียงจะมีผลต่อตัวรัฐมนตรีหรือตัวผู้สมัครนั้น วันจันทร์ที่ 2 พ.ย.​ สำนักงาน กกต. จะเสนอให้ กกต.พิจารณา ขอให้รอความชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณีการร่วมงานบุญตามประเพณีของผู้ที่เตรียมลงสมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่น ว่าระเบียบการหาเสียงไม่แตกต่างจากการเลือกตั้ง ส.ส. ดังนั้นขอให้ระมัดระวัง ซึ่งในวันจันทร์นี้ จะเปิดรับสมัครนายกและสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สิ่งที่เป็นกังวลที่สุดคือเรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม เนื่องจากมีอัตราโทษที่ค่อนข้างสูง ซึ่งผู้สมัครต้องรับทราบว่าตัวเองมีคุณสมบัติที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีผู้ที่ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามแล้วลงสมัครรับเลือกตั้ง กกต.ก็ต้องดำเนินคดีอาญา ไม่สามารถละเว้นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กกต. กล่าวเช่นกันว่า ถ้าเกิดมาสมัครแล้วไม่มีคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามแล้วจะมาถอนใบสมัครก็ไม่ได้ เพราะความผิดเกิดขึ้นแล้ว ดังนั้นอย่าเพิ่งรีบเร่งมาสมัคร ขอให้ตรวจสอบให้ดีเสียก่อน ทั้งนี้ คาดว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้จะมีปัญหาเรื่องการขาดคุณสมบัติมากมาย ซึ่งเป็นปัญหาที่ กกต.วิตกกังวล เพราะศาลอาจตัดสิทธิ์รับสมัครถึง 20 ปี และยังมีโทษปรับเป็นเงินจำนวนมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งนายก อบจ.ว่า เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องของ ส.ส.หรือฝ่ายการเมือง หรือข้าราชการการเมืองห้ามยุ่งเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ซึ่งโดยปกติแม้กระทั่งเวลานอกราชการก็ไม่สามารถไปช่วยได้ พรรค พปชร.จึงมีมติไม่ยุ่งกับการเมืองท้องถิ่น ถือเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายโดยตรง ส่วนท่าทีของพรรคร่วมรัฐบาลยังไม่ทราบ คงต่างคนต่างคิด แต่พรรค พปชร.ไม่อยากทำให้เกิดข้อผิดพลาดทางด้านกฎหมายตรงนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า หาก กกต.ชี้ว่าพรรคการเมืองสามารถยุ่งเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่นได้ จะทบทวนหรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า ตามบริบทค่อยคุยกันอีกที แต่ตอนนี้เราต้องมีมติไปส่วนหนึ่งก่อน เพื่อหยุดในเรื่องของกระแส และสิ่งที่จะพูดกันเกินเลยต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า กล่าวว่า ยืนยันว่าจะเดินหน้าสนับสนุนผู้สมัครเลือกตั้ง อบจ.ทั่วประเทศ เพื่อสานต่อภารกิจอนาคตใหม่ เพราะคณะก้าวหน้าไม่ใช่พรรคการเมือง ส่วนกรณีสอบถามว่านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล และอดีตกรรมการบริหารอดีตพรรคอนาคตใหม่ ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง จะโดนห้ามช่วยสนับสนุนผู้สมัคร อบจ.หรือไม่ เรายืนยันว่าตามกฎหมาย เราถูกตัดเพียงสิทธิ์การลงสมัครรับเลือกตั้ง การตั้งพรรค และการครอบงำพรรค แต่สิทธิอื่นๆ ในฐานะประชาชนยังคงอยู่ กรณีตัวอย่างเคยมีมาแล้วในสมัยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง แต่ยังขึ้นทะเบียนเป็นผู้ช่วยหาเสียง เดินสายช่วยพรรคเพื่อชาติหาเสียงเลือกตั้งทั่วไปมีนาคม 2563 ได้ ขึ้นเวทีปราศรัย เวทีดีเบตได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้า กกต.จะห้ามกันถึงขนาดไม่ให้ธนาธร ปิยบุตร พรรณิการ์ ช่วยผู้สมัครหาเสียง ก็ต้องออกระเบียบใหม่มาให้ชัดเจน ถ้าทำถึงขนาดนั้น ก็จะได้ประจักษ์ชัดว่าผู้มีอำนาจกลัวเราชนะในศึก อบจ.มากขนาดไหน&amp;quot; น.ส.พรรณิการ์ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82243</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พรรณิการ์ วานิช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุชา นาคาศัย, แสวง บุญมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201029/image_big_5f9ad5dae08c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52329</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2019 13:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2019 13:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.ปัดแจงเหตุผลยุบอนาคตใหม่ คาดใช้เวลาไม่นานยื่นเรื่องส่งศาล รธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ธ.ค.62 - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต.ปฎิเสธที่จะชี้แจงถึงเหตุผลของ กกต.ในเรื่องการเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรคอนาคตใหม่ จากกรณีที่พรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงินนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เนื่องจากวานนี้ตนเองไม่ได้อยู่ในห้องประชุม และเรื่องดังกล่าว กกต.ได้มีมติส่งศาลไปแล้ว จึงเป็นเรื่องที่ศาลจะต้องเป็นผู้พิจารณา ไม่สามารถให้ความเห็นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ กกต.อยู่ระหว่างยกร่างคำร้อง เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งเชื่อว่าน่าจะใช้เวลาไม่นานจะสามารถส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ ทั้งนี้ในการส่งเรื่องดังกล่าว ทางกกต.เห็นว่าเรื่องการกู้ยืมเงิน ข้อเท็จจริงยุติแล้ว เพราะนายธนาธร และพรรคก็ยอมรับว่ามีการกู้ยืมเงินกันจริง จึงเหลือเพียงประเด็นปัญหาข้อกฎหมายว่าพรรคการเมืองสามารถกู้ยืมเงินมาใช้ในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้หรือไม่ เพราะมาตรา 62 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 เขียนต่างจากปี 2550 ที่จะกำหนดรายได้อื่นไว้ ทำให้พรรคการเมืองในขณะนั้นมีการกู้ยืมเงินจากหัวหน้าพรรค แต่จะเป็นประเภทของเงินทดรองจ่ายไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เมื่อกฎหมายกำหนดให้นิติบุคคลบริจาคได้ไม่เกินรายละ 10 ล้านบาท และเงินกู้ที่เกินวงเงินจะถือว่าเป็นการบริจาคเกินที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ จึงจำเป็นต้องส่งศาลให้พิจารณาจนสิ้นสุดความ เพื่อที่จะได้เป็นบรรทัดฐานต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ กกต.มีมติในคำร้องนี้โดยไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพื่อให้นายธนาธร หรือผู้แทนของพรรคมาชี้แจง&amp;nbsp;เป็นการใช้อำนาจของ กกต.ตามมาตรา 93 ของ พ.ร.ป.พรรคการเมืองที่เปิดช่องให้นายทะเบียนพรรคการเมืองมีความเห็นพร้อมรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานส่ง กกต.พิจารณาได้เลย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52329</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการการเลือกตั้ง, พ.ร.ป.พรรคการเมือง, ยุบพรรคอนาคตใหม่, รองเลขาธิการ กกต., ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย, แสวง บุญมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191212/image_big_5df1dc191ace9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34881</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2019 19:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2019 19:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.ไม่หวั่น&#039;ธนาธร-ปิยบุตร&#039;ท้าตีท้าต่อย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ค.62 - ​ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต.กล่าวกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ขู่ฟ้องม.157 กับกกต.หลังเข้าชี้แจ้งข้อกล่าวหากรณีถือหุ้นครองสื่อบริษัท วี- ลัค มีเดีย จำกัด เข้าข่ายขาดคุณสมบัติในการสมัครเลือกตั้งส.ส. ต่อคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนของ กกต. ว่า ก็เป็นสิทธิของประชาชน ถ้ากกต.ทำไม่ถูกก็ฟ้องได้ ส่วนที่นายธนาธร ระบุว่าการดำเนินการของกกต.มีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองหรือมีการแทรกแซงทางการเมืองนั้นหรือไม่ เรื่องดังกล่าวมีผู้ร้องมาตั้งแต่ เดือนมี.ค. ขณะนี้ผ่านไปเดือนกว่าแล้วถ้าคิดว่าเร่งรัดก็ลองพิจารณาดูว่าจริงหรือไม่ และที่ว่าถูกแทรกแซงทางการเมืองหรือกระบวนการไต่สวนของกกต.ถูกแทรกแซงหลักฐานคืออะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า นายธนาธร ระบุว่าการไต่สวนของกกต.ไม่เหมาะกับยุคสมัย นายแสวงกล่าวว่า กกต.ต้องทำตามกฎหมาย สิ่งที่กกต.จะดำเนินการพิจารณาได้มีอยู่ 3 กรณี 1.มีเหตุอันควรสงสัย 2.ความปรากฏ 3.มีผู้ร้อง ซึ่งกฎหมายเลือกตั้ง มุ่งคุ้มครองผลประโยชน์ของรัฐแต่ยังคงให้สิทธิกับผู้ถูกร้องในการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา กฎหมายจึงใช้คำว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า กกต.ก็สามารถพิจารณาได้แล้วแต่ไม่เหมือนกับกฎหมายอาญาที่ต้องปราศจากข้อสงสัย จึงจะสามารถเอาผิดได้ เนื่องจากเป็นเรื่องกระทบสิทธิเสรีภาพ ส่วนที่นายธนาธรระบุว่าคณะกรรมการสืบสวนฯไม่สามารถบอกได้ว่านายธนาธรผิดในข้อใดนั้น ความผิดอยู่ที่ข้อกล่าวหาซึ่งกกต.ได้มีการแจ้งไปแล้วว่าอาจจะเข้าข่ายเป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามในการลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส. แต่ผู้ที่วินิจฉัยว่าผิดอะไรอยู่ที่คณะกรรมการกกต. ในชั้นของพนักงานสืบสวนจะเป็นผู้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆแล้วนำเสนอต่อกกต.พิจารณา และคดีดังกล่าวกกต.จะดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งหรือไม่ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการสืบสวนฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามต่อว่า กรณีนายธนาธร เป็นหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรค หากเซ็นต์รับรองส่งผู้สมัครที่ขาดคุณสมบัติลงสมัคร จะถือว่าเข้าข่ายทำให้ต้องยุบพรรคอนาคตใหม่หรือไม่ นายแสวงกล่าวว่า ที่ผ่านมายังไม่ได้ดูไปถึงตรงนั้น และเป็นเรื่องของข้อกฎหมายที่สามารถมีความเห็นไปได้หลายทางอยู่ที่กกต.จะพิจารณาว่าหัวหน้าพรรคซึ่งเป็นคนเซ็นต์รับรองเข้าข่ายเป็นกรรมการบริหารพรรครู้เห็นสนับสนุนหรือไม่ รวมทั้งต้องไปดูกระบวนการของพรรคการเมืองก่อนที่จะให้หัวหน้าพรรคเซ็นต์รับรองส่งผู้สมัคร และหากผู้สมัครรู้ตัวอยู่แล้วว่าขาดคุณสมบัติในการลงสมัครแต่ยังมาสมัคร เขาก็ต้องรับผิดชอบตามม.138 ของพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34881</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ปิยบุตร, แสวง บุญมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190408/image_big_5cab5b3238c43.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34742</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยื้อเคาะปาร์ตี้ลิสต์ อนุทินไม่เอานายก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กกต.เงื้อต่อไม่รีบเคาะสูตรปาร์ตี้ลิสต์ หลังศาล รธน.เตรียมลงมติรับคำร้องผู้ตรวจการฯ หรือไม่สัปดาห์นี้ &amp;quot;ประชาชาติ-เพื่อชาติ&amp;quot; ปฏิเสธร่วมงาน พปชร. &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ย้ำชัดไม่เป็นนายกฯ ตาอยู่ ไม่เอาสูตรหาทางออกไม่ได้แล้วโยนเก้าอี้มาให้ ยังกั๊กพา ภท.ร่วมรัฐบาลขั้วเพื่อไทยหรือพลังประชารัฐ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 เม.ย. นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยถึงกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 ซึ่งกำหนดเกี่ยวกับวิธีการคำนวณหา ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 หรือไม่ว่า คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะมีการประชุมรับหรือไม่รับพิจารณาคำร้องดังกล่าวภายในสัปดาห์นี้แน่นอน ซึ่งก็พยายามเร่งให้มีการประชุมก่อนหรือหลังการประชุมวาระปกติที่ศาลจะมีประชุมทุกๆ วันพุธของสัปดาห์ โดยตอนนี้ตุลาการได้กำชับให้เจ้าหน้าที่สืบค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อใช้พิจารณาครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต.แถลงย้ำว่า กกต.จะประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของเขตเลือกตั้งทั้งหมดได้ทันในวันที่ 9 พ.ค. ส่วนเรื่องสูตรการคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อไม่ได้อยู่ในวาระการประชุมคณะกรรมการ กกต.เมื่อ 29 เม.ย. แต่ยืนยันว่าสูตรไม่ได้อยู่ในที่ประชุม กกต.แต่อยู่ในรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวจัดตั้งรัฐบาล หลังมีกระแสข่าวพรรคพลังประชารัฐเริ่มทาบทามพรรคการเมืองจับมือตั้งรัฐบาล โดยมีการทาบทามพรรคประชาชาติและพรรคเพื่อชาติด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องดังกล่าวนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ย้ำว่ายังไม่ได้มีการหารือหรือ พบปะกับใครในการร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ ไม่มีการติดต่อพูดคุยจากใครมาถึงตนเอง รวมถึง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรค ซึ่งได้รับมอบหมายโดยตรงในการหารือเข้าร่วมรัฐบาลก็ไม่ได้หารือกับใคร หากมีก็ต้องแจ้งในที่ประชุมพรรค ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีเพราะยังต้องรอการประกาศผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการจาก กกต.ในวันที่ 9 พ.ค.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันพรรคประชาชาติไม่ได้ฉีกสัตยาบันที่ทำไว้กับ 7 พรรคแนวร่วมในการต่อต้านการสืบทอดอำนาจ คสช. เพราะถือเป็นสัญญาประชาชน สัตยาบันที่ทำนั้นไม่ได้ทำกับพรรคการเมือง แต่ทำกับประชาชนด้วย พรรคประชาชาติจึงไม่หักหลังประชาชนเด็ดขาด&amp;quot; หัวหน้าพรรคประชาชาติกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวเช่นกันว่า พรรคเคารพเสียงประชาชนและนโยบายที่ใช้หาเสียงที่ไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ คสช. ที่ผ่านมาไม่เคยมีคนในฝ่าย คสช.ติดต่อมาแต่อย่างใด ยืนยันพรรคประชาชาติตระหนักว่า ในระบอบประชาธิปไตยต้องอยู่ข้างประชาชนและนักการเมืองต้องศรัทธาต่อประชาชน ก่อนและหลังการเลือกตั้งได้ร่วมตกลงและประกาศให้ประชาชนทั้งประเทศและสื่อมวลชนต่างประเทศทราบว่า จะสนับสนุนพรรคการเมืองที่เป็นฝ่ายประชาธิปไตยในการจัดตั้งรัฐบาล และหากดูคะแนนทั้ง 7 พรรคที่ร่วมลงสัตยาบัน Popular Vote มากกว่า 16.4 ล้านเสียง &amp;nbsp;ส่วนพรรคที่สนับสนุนหัวหน้า คสช.เป็นนายกฯ มี 3 พรรค คือ พรรคพลังประชารัฐ รวมพลังประชาชาติไทย ประชาชนปฏิรูป รวมกันเพียงประมาณ 8.8 ล้านเสียงเท่านั้น คะแนน Popular Vote นี้ยังไม่รวมถึงพรรคการเมืองอื่นที่ในช่วงหาเสียงที่หัวหน้าพรรคพูดผ่านสื่อสารมวลชนทั้งประเทศว่าไม่สนับสนุนหัวหน้า คสช.เป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าจำไม่ผิดหัวหน้าพรรคที่ได้ที่ 4 และที่ 5 ได้ประกาศเป็นนโยบายหาเสียงด้วยที่จะไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ ที่สำคัญการตัดสินใจหลังการเลือกตั้ง พรรคการเมืองต่างๆ จะรอผลเลือกตั้งจาก กกต.อย่างเป็นทางการที่จะประกาศประมาณช่วงวันที่ 9 พ.ค.ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับพรรคเพื่อชาติ น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรค กล่าวว่าได้สอบถามนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรค ซึ่งไม่ทราบข่าวการทาบทามนี้เช่นกัน พร้อมยืนยันอุดมการณ์เดิมที่ได้ลงสัตยาบันโดยกล่าวว่า &amp;quot;ผมคนทำธุรกิจ ยึดมั่นอุดมการณ์ประชาธิปไตย เป็นคนซื่อสัตย์และรักษาคำพูด และไม่ได้เดือดร้อนที่จะต้องเอาพรรคไปแลกผลประโยชน์กับเผด็จการ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 1/2562 ของพรรคภูมิใจไทย จากนั้นนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ได้กล่าวหลังประชุมว่า ตอนนี้ยังไม่สามารถกำหนดท่าทีทางการเมืองใดๆ ได้เพราะยังไม่ทราบผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ และยังมีการนับคะแนนใหม่กันอยู่ พรรคจึงตัดสินอยู่อย่างเงียบๆ เพื่อรอให้ทุกอย่างได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ ถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดและเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองมากที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ได้กำชับให้สมาชิกพรรคทุกคนใช้ช่วงเวลามหามงคลอยู่กับประชาชน และชักชวนให้ประชาชนออกมาร่วมงานพระราชพิธีนี้เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี ตอนนี้ขอให้ลืมเรื่องการเมืองไปก่อนจนกว่าพระราชพิธีบรมราชาภิเษกจะผ่านพ้นไปด้วยความเป็นมงคล ซึ่งหลังจากวันที่ 8-9 พฤษภาคมค่อยมาคิดหาแนวทางและทิศทางทางการเมืองของทุกคนต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยจะร่วมรัฐบาลกับพรรคการเมืองฝั่งประชาธิปไตยหรือพรรคฝั่งสืบทอดอำนาจ นายอนุทินกล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยประกาศมาตลอดว่าจุดรีเซตคือการเลือกตั้ง ใครก็ตามที่ผ่านการเลือกตั้งมาแล้วถือว่าผ่านกระบวนการประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นพรรคภูมิใจไทยจะไปทางไหนหรือไปกับใคร เราไม่ได้ดูว่าอยู่ฝั่งไหน แต่จะดูว่าสามารถทำงานร่วมกันได้หรือไม่ พร้อมที่จะสนับสนุนนโยบายพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ มีความขัดแย้งใดๆ หรือไม่ เข้าใจกันหรือไม่ และมองเห็นประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นหลักชัยหรือไม่ นี่คือสิ่งที่พรรคจะพิจารณาว่าจะไปร่วมรัฐบาลกับใคร เนื่องจากเราไม่ได้เป็นพรรคแกนนำ ไม่ได้คะแนนเป็นที่หนึ่ง ก็ต้องเจียมเนื้อเจียมตัวและรู้สถานะของตัวเอง ทั้งนี้อย่ามาพูดเรื่องเป็นหรือไม่เป็นประชาธิปไตยอีกเลย เพราะทุกคนผ่านกระบวนการประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญมาหมดแล้ว และเท่าที่เห็นก็ยังไม่มีกระบวนการไหนในการเลือกตั้งที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ พรรคภูมิใจไทยบอกมาตลอดว่าเราเคารพกติกาทุกอย่างที่มาจากรัฐธรรมนูญ และหลังจากการเลือกตั้งพรรคยังไม่ได้ทำอะไรที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะผลักดันนโยบายกัญชาเสรีหรือผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อน นายอนุทินกล่าวว่า &amp;nbsp;การผลักดันนโยบายน่าจะผลักดันได้เร็วกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคภูมิใจไทยเข้าสภาเพื่อทำงาน &amp;nbsp;เราไม่ได้มีปัญหาอย่างมีนัยกับรัฐธรรมนูญจนรู้สึกว่าจะทำงานไม่ได้ พรรคจึงกล้าที่จะแถลงจุดยืนและนโยบายที่ตั้งใจจะทำได้ทันที ทำได้เร็วและทำได้เลย เพราะรู้ว่าถ้ามัวแต่ไปวุ่นวายหรือกังวลกับปัญหาทางการเมืองเราจะทำงานไม่ได้ พี่น้องประชาชนเลือกพรรคภูมิใจไทยเข้ามาทำงานและแก้ไขปัญหาปากท้อง เราต้องทำตามสิ่งที่ประชาชนได้สั่งการ ไม่ได้เข้ามาแก้ไขอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเราเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินยังกล่าวหลังถูกถามว่า มีพรรคการเมืองใดทาบทามให้เข้าไปร่วมรัฐบาลแล้วหรือไม่ โดยบอกว่าไม่มี เพราะทุกคนต้องรอผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ยังไม่ได้มีการพูดคุยติดต่ออะไรกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ามีกระแสเสนอให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี นายอนุทินกล่าวว่า &amp;quot;เป็นกระแส ก็ว่ากันไป ใครจะรู้ดีกว่าผม เพราะไม่เห็นมีใครมาให้ผมสักคน เรื่องนี้เป็นการคาดการณ์ พรรคภูมิใจไทยบอกแล้วว่าจะเข้าไปเจ้ากี้เจ้าการก็ต่อเมื่อได้รับคะแนนเป็นพรรคที่หนึ่ง มี ส.ส.มากมาย แต่ตอนนี้เป็นพรรคลำดับที่ 5 ด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นเราต้องให้คนที่มาที่ 1 ที่ 2 สามารถเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลได้ แต่ผมก็ยังไม่เห็นความเคลื่อนไหวที่มีนัยสำคัญจากฝ่ายใดเลย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำว่าหากมีการเสนอให้เป็นนายกฯ จริงๆ จะรับหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า &amp;quot;ไม่รับครับ บอกแล้วว่าคนเราจะได้อะไรต้องสมควรได้ ไม่ใช่ว่าหาทางออกไม่ได้แล้วโยนมาให้ นี่เป็นเรื่องของบ้านเมือง &amp;nbsp;ไม่ใช่เรื่องตัวเอง ถามว่าอยากเป็นนายกฯ ไหม ตอบว่าอยากเป็น แต่จะเป็นได้หรือไม่ได้มันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมาย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงท่าทีของพรรคหลังวันที่ 9 พฤษภาคมจะเปิดประตูเจรจาอ้าซ่าหรือไม่ นายอนุทินย้อนถามว่า &amp;quot;ทำไมต้องบอกว่าเปิดประตูอ้าซ่า ทำไมไม่บอกว่าปิดประตูแล้วให้คนหา ทั้งนี้ธรรมชาติการเมืองมันมีอยู่แล้ว เมื่อถึงเวลาคนนี้จะคุยกับคนนี้ มันกำหนดไม่ได้ถ้ามาถามผมตอนนี้ แต่เมื่อถึงเวลาจริงๆ ผมจะรู้ว่าถ้าเกิดโทรศัพท์สายนี้ดังเข้ามา เราควรจะคุยกับคนนี้ แล้วคิดว่าน่าจะมีข้อสรุป หรือว่าเราไม่ควรจะรับสายคนนี้ เพราะคุยไปก็ไม่ได้ข้อสรุป ถือเป็นสัญชาตญาณเพราะอธิบายไม่ได้ วันนี้ผมก็ยังไม่ทราบว่าจะคุยกับใคร และยังไม่มีใครโทรเข้ามา ถ้าการเลือกตั้งไม่เป็นโมฆะก็เป็นเรื่องดีจะได้ทำงานต่อไป แต่หากเป็นโมฆะก็ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ ถือเป็นกงเกวียนกำเกวียน ซึ่งพรรคภูมิใจไทยเข้าใจธรรมชาติของการเมืองดีอยู่แล้ว&amp;quot; นายอนุทินกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34742</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง, วันมูหะมัดนอร์ มะทา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกศปรียา แก้วแสนเมือง, เชาวนะ ไตรมาศ, แสวง บุญมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190429/image_big_5cc70b0127848.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34741</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนค.พาลขอเลือกใหม่ แพ้ปชป.นครปฐม4คะแนน กกต.รับรายงานผลผิดพลาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;อนาคตใหม่&amp;rdquo; ฝันค้างชนะเลือกตั้ง ส.ส.เขต 1 นครปฐมไม่ถึง 24 ชั่วโมง ก่อนถูกปลุกให้ตื่นมารับความจริงพ่าย &amp;ldquo;ประชาธิปัตย์&amp;rdquo; 4 คะแนน เหตุใบรายงานผล ส.ส.5/18 ผิดพลาดยก 66 คะแนนไปรวมประชาภิวัฒน์แทน ปชป. &amp;ldquo;ช่อส้มหวาน&amp;rdquo; งอแงลั่นต้องเลือกตั้งใหม่เพราะไม่สุจริตและเที่ยงธรรม! &amp;nbsp;เนื่องจากนับคะแนน 5 ครั้งไม่ตรงกัน ซ้ำมีไฟดับ 20 วินาทีด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ยังคงมีความต่อเนื่องในกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดให้มีการนับคะแนนใหม่ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เขต 1 จังหวัดนครปฐม ตามคำร้องของ น.ส.สาวิกา &amp;nbsp;ลิมปะสุวัณณะ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 จ.นครปฐม พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ที่ยื่นร้องต่อ กกต.ตั้งแต่วันที่ 9 &amp;nbsp;เม.ย. เนื่องจากพบว่าผลการเลือกตั้งเขตอย่างไม่เป็นทางการที่ กกต.ประกาศเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ไม่ตรงกับคะแนนหน้าหน่วย โดย พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้คะแนนอันดับ 1 ที่ &amp;nbsp;36,762 คะแนน ส่วน น.ส.สาวิกามาเป็นลำดับที่ 2 ที่ 35,615 คะแนน ห่างกัน 147 คะแนน แต่เมื่อ อนค.นำคะแนนดิบรายหน่วยมารวมเอง น.ส.สาวิกากลับชนะ 4 คะแนน&amp;nbsp;
โดยเมื่อวันที่ 28 เม.ย. หลังจัดนับคะแนนใหม่ที่อาคารศูนย์ศิลปวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสนามจันทร์ ในช่วงค่ำนายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี กกต.ได้ออกมาระบุถึงผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการว่าผู้ได้คะแนนอันดับ 1 คือ น.ส.สาวิกา ได้ &amp;nbsp;35,707 คะแนน อันดับ 2 พ.ท.สินธพได้ 35,645 คะแนน โดยชนะไป 62 คะแนน ซึ่งพรรค ปชป.คัดค้านว่ามีการรวมคะแนนผิดพลาด เพราะเท่าที่ติดตามการนับคะแนนพบว่าผู้สมัครของ ปชป.ชนะ อนค.อยู่ 4 คะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ กกต.จึงได้รวบรวมคะแนนและตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง จนถึงเวลาประมาณ &amp;nbsp;03.00 น.ของวันที่ 29 เม.ย.ก็พบสิ่งผิดปกติในหน่วยเลือกตั้งที่ 25 ที่ไม่ปรากฏคะแนนในช่องของผู้สมัคร ปชป. แต่บันทึกผลคะแนนในช่องของพรรคประชาภิวัฒน์แทน 66 คะแนน ทำให้การรวบรวมคะแนนผิดพลาด ซึ่งทำให้ พ.ท.สินธพกลับมามีคะแนน 35,711 คะแนน เป็นอันดับ 1 ชนะ น.ส.สาวิกาที่ได้ &amp;nbsp;35,707 คะแนนอยู่ 4 คะแนน ซึ่ง พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.ยืนยันว่า ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการพรรค ปชป.ชนะ อนค.เพียง 4 คะแนนเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อเวลา 14.30 น. นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต.ได้แถลงถึงปัญหาความผิดพลาดดังกล่าวว่า เกิดปัญหาในการรวมคะแนนโดยพบว่าหน่วยเลือกตั้งที่ 25 ใบรายงานผลคะแนนเลือกตั้ง &amp;nbsp;(ส.ส.5/18) ที่มีทั้งสิ้น 3 ชุดไม่ตรงกัน สำนักงาน กกต.จังหวัดนครปฐมจึงได้เชิญตัวแทนผู้สมัครทั้งพรรค ปชป.และ อนค.ซึ่งได้คะแนนมาเป็นลำดับที่ 1 และ 2 มาเพื่อเปิดหีบของหน่วยเลือกตั้งที่ 25 ดูใบขีดคะแนน (ส.ส.5/11) ว่าสรุปแล้วผลการนับคะแนนของหน่วยดังกล่าวเป็นอย่างไร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในชั้นนับคะแนนไม่มีปัญหาเป็นที่ยุติ เพราะผู้สังเกตการณ์ของทั้งสองฝ่ายต่างก็ยอมรับผลการขีดคะแนนของกรรมการนับคะแนน ซึ่งใบขีดคะแนนนี้จะอยู่ในหีบ แต่มามีปัญหาตอนเอาคะแนนจากใบขีดคะแนนมากรอกในใบรายงานผล (ส.ส.5/18) ซึ่งมี 3 ชุด คือ ติดอยู่ที่หน้าหน่วย ส่ง กกต.เขต และส่ง กกต.จังหวัด ซึ่งขณะนี้พบว่าใบ ส.ส.5/18 สองชุดตรงกัน แต่อีกหนึ่งชุดมีคะแนนแตกต่างไป จึงเชิญผู้แทนของทั้งสองพรรคมาเพื่อตรวจสอบโดยไม่ต้องนับคะแนนใหม่&amp;rdquo; นายแสวงกล่าว
รับมีเหตุผิดพลาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแสวงกล่าวยอมรับว่า ความผิดพลาดในการนับคะแนนกรณีดังกล่าวทั้งวันที่ 24 มี.ค.และการนับคะแนนใหม่ก่อให้เกิดปัญหาความน่าเชื่อถือขององค์กร แต่ต้องบอกว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเกิดจากตัวบุคคล เพราะกรรมการนับคะแนนหนึ่งชุดต้องนับคะแนนถึง 4 หน่วยถือว่างานหนักพอสมควร &amp;nbsp;และในอดีตใบ ส.ส.5/18 ทั้ง 3 ชุดจะใช้การก๊อบปี้ด้วยกระดาษคาร์บอนเขียนครั้งเดียว แต่มีปัญหาว่าไม่ชัด ตัวหนังสือเลือนหายได้ง่าย จึงเปลี่ยนมาใช้การเขียนทั้ง 3 ใบ ทำให้บางครั้งเกิดปัญหาการกรอกข้อมูลคลาดเคลื่อน แต่ทั้งนี้ยืนยันว่าระบบการเลือกตั้งหรือการนับคะแนนของ กกต.มีความปลอดภัยระหว่างการนับและการลงคะแนน รวมถึงการเก็บรักษา ซึ่งแต่ละขั้นตอนสามารถตรวจสอบได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าเมื่อผลคะแนนยังไม่เป็นทางการ เหตุใดนายฉัตรไชยจึงออกมาให้สัมภาษณ์ นายแสวงกล่าวว่า ท่านน่าจะได้รับทราบข้อมูลในขณะนั้น ซึ่งยังไม่ครบถ้วนและยังมีปัญหาเรื่องกรอกข้อมูลอยู่ &amp;nbsp;และเมื่อถามต่อว่านายฉัตรไชยใช้คำว่าพรรคอนาคตใหม่ชนะ ไม่ได้ใช้คำว่าผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ นายแสวงสวนว่า &amp;ldquo;ก็ชนะเบื้องต้นไง&amp;rdquo; ผู้สื่อข่าวถามว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำ จ.นครปฐมต้องรับผิดชอบหรือไม่ นายแสวงกล่าวว่าไม่อยากจะโทษ เพราะการนับคะแนนใหม่ เป็นเรื่องของ กกต.เขต ซึ่ง ผอ.กกต.จังหวัดมีหน้าที่เพียงอำนวยความสะดวกและให้คำปรึกษาเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อเวลา 15.00 น. ที่ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดนครปฐม นายสามารถ นาคสกุล ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.จังหวัดนครปฐม เป็นประธานแถลงเหตุความผิดพลาดของการประกาศผลการนับคะแนน โดยมีผู้แทนจาก กกต.ส่วนกลาง 2 คนร่วมสังเกตการณ์ ผู้แทนจากผู้สมัคร ปชป. และนางอมรรัตน์ โชคปมิตต์กุล กรรมการสรรหาพรรคอนาคตใหม่และว่าที่ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ และสื่อมวลชนจำนวนมากเข้าร่วมสังเกตการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสามารถยอมรับว่ามีเหตุความผิดพลาดเกิดขึ้นจริง เนื่องจากผลที่ส่งไปรวมคะแนนไม่ตรงกับหมายเลขของผู้ที่ได้คะแนนจริง โดยเหตุเกิดขึ้นที่หน่วยเลือกตั้งที่ 25 หลังนับคะแนนจากบัตรเลือกตั้ง &amp;nbsp;คณะกรรมการต้องบันทึกเป็น 3 ส่วน ส่งเข้าเก็บในหีบบัตร ส่งไปติดประกาศ และส่งไปรวมคะแนนเพื่อประกาศต่อสาธารณชน ปรากฏว่าในส่วนที่ส่งไปรวมคะแนนมีการบันทึกผิดหมายเลขของผู้สมัคร จากผู้สมัครหมายเลข 2 พรรค ปชป.ได้ 66 คะแนนกลับส่งคะแนนไปรวมในผู้สมัครหมายเลข 1 พรรคประชาภิวัฒน์ จึงทำให้คะแนนของผู้สมัครหมายเลข 2 พรรค ปชป.หายไป 66 คะแนน ทำให้คะแนนของผู้สมัครหมายหมายเลข 9 พรรค อนค.ชนะไป 62 คะแนน แต่เมื่อนำคะแนนของหมายเลข 2 กลับมารวมทั้งหมด ปรากฏว่า พ.ท.สินธพชนะ น.ส.สาวิกา 4 คะแนน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; สรุปคะแนนรวมทั้งหมดเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.นครปฐม พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร ผู้สมัครหมายเลข 2 &amp;nbsp;พรรค ปชป.ได้ 35,711 คะแนน น.ส.สาวิกา ผู้สมัครหมายเลข 9 จากพรรค อนค.ได้ 35,707 คะแนน ซึ่ง หลัง กกต.ชี้แจงเหตุความผิดพลาด กองเชียร์ได้ลงมาจากห้องส่งเสียงเฮร้องไชโยด้วยความยินดี พร้อมส่งเสียงว่าเบอร์ 2ๆ เสธ.แก้ว ซึ่งเป็นชื่อของ พ.ท.สินธพ
ก่อนหน้านี้ที่พรรค ปชป.ได้มีการแถลงถึงความผิดพลาดดังกล่าว ก่อนที่นายสาธิต ปิตุเตชะ &amp;nbsp;รักษาการรองหัวหน้าพรรคจะเรียกร้อง กกต.ให้ประกาศรับรองผลโดยเร็วเพื่อป้องกันความสับสน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พรรค อนค.ได้ออกแถลงการณ์ระบุ ผลคะแนนของเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.นครปฐมถือเป็นกรณีที่มีปัญหาอย่างมาก โดยมีการแสดงคะแนนเปลี่ยนไปมาถึง 5 ครั้ง ได้แก่ 24 มี.ค. กกต.ประกาศให้พรรค อนค.ใหม่แพ้ ปชป. 147 คะแนน ด้วยคะแนน 35,615 ต่อ 35,762 &amp;nbsp;แต่ 1 สัปดาห์หลังเลือกตั้ง ผู้สมัคร อนค.ขอคะแนนรายหน่วยจาก กกต.มาตรวจสอบเอง พบว่า อนค.ชนะพรรค ปชป. 4 คะแนน ด้วยคะแนน 35,766 ต่อ 35,762 คะแนน และในวันที่ 28 เม.ย.พรรค ปชป.ประกาศชัยชนะได้คะแนนมากกว่าพรรค อนค.ใหม่ 4 คะแนน ด้วยคะแนน 35,707 ต่อ 35,711 คะแนน ส่วนนายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี กกต.ให้สัมภาษณ์ว่าพรรค อนค.ชนะพรรค ปชป. 62 คะแนน ด้วยคะแนน 35,707 ต่อ 35,645 คะแนน สุดท้าย 29 เม.ย. นายจรุงวิทย์แถลงว่าพรรค อนค.แพ้พรรค ปชป. 4 คะแนน 35,707 ต่อ &amp;nbsp;35,711 คะแนน
บี้ กกต.จัดเลือกตั้งใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คะแนนที่เปลี่ยนไปมาเช่นนี้ ทำให้ไม่สามารถหาข้อยุติอันชอบธรรมได้เลยว่าผลการเลือกตั้งครั้งใดถือว่าเป็นครั้งที่ถูกต้อง นอกจากนี้ยังเกิดเหตุไฟดับนานถึง 20 วินาทีในระหว่างการนับคะแนน และผู้สังเกตการณ์ของพรรคอนาคตใหม่ได้ตรวจสอบพบเหตุผิดปกติหลายกรณีมากเกินกว่าจำนวนคะแนนที่พรรคอนาคตใหม่แพ้พรรคประชาธิปัตย์ ข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นกรณีปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 1 ของจังหวัดนครปฐมมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง พรรคอนาคตใหม่จึงขอเรียกร้องให้ กกต.สั่งให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งเขต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา &amp;nbsp;124 เพื่อให้ได้มาซึ่งผลการเลือกตั้งที่โปร่งใสเป็นธรรม สะท้อนเจตจำนงที่แท้จริงของประชาชนและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; น.ส.พรรณิการ์ วาณิช โฆษกพรรค อนค.ระบุว่า ผลคะแนนของเขตการเลือกตั้งที่ 1 จ.นครปฐม ถือว่ามีปัญหาอย่างมาก มีการเปลี่ยนผลคะแนนไปมาถึง 5 ครั้ง ไม่มีครั้งไหนเลยที่คะแนนตรงกันเมื่อวันที่ 24 มี.ค. ซึ่งสรุปแล้วไม่ว่าจะยังไงก็ไม่สามารถหาข้อยุติได้จริงๆ ว่าผลคะแนนไหนเป็นผลคะแนนที่ถูกต้องและชอบธรรม เมื่อหลักฐานปรากฏตามนี้จึงเป็นเหตุให้พรรคขอให้ กกต.จัดการเลือกตั้งใหม่ในนครปฐมเขต 1 ทั้งเขต เพื่อให้ได้ผลการเลือกตั้งที่เป็นที่ยอมรับ โปร่งใส เป็นธรรม และแสดงเจตจำนงที่แท้จริงของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า กรณีเขต 1 จ.นครปฐม ทำให้มีคำถามจากประชาชนออกมาว่าแล้วเขตอื่นจังหวัดอื่นจะมีข้อผิดพลาดเช่นนี้หรือไม่ จึงถึงเวลาแล้วหรือยังที่การนับคะแนนผลการเลือกตั้งควรมีการรีเช็กหรือตรวจสอบซ้ำด้วยระบบกับการนับด้วยเจ้าหน้าที่ เมื่อ &amp;nbsp;Human Ware มีความผิดพลาด ดังนั้นจึงต้องมีการตรวจสอบด้วยระบบเพื่อให้ผลการเลือกตั้งน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับของสังคม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.รยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวเช่นกันว่า การทำงานของ กกต.ในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่ทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยว่ามีความสุจริต เที่ยงธรรม โปร่งใสจริงหรือไม่ จนผ่านมาเดือนเศษแล้ว กกต.ก็ไม่สามารถทำลายความไม่เชื่อใจ สร้างความน่าเชื่อถือกลับมาได้ จนมาถึงกรณีล่าสุดที่เขต 1 จ.นครปฐม ที่มีการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ กรณีนี้ยิ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพการทำงานของ กกต.&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวตอนหนึ่งในการประชุมใหญ่ประจำปีของพรรคว่า แม้ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาเป็นอย่างไร ที่ผ่านมาได้เจอกับลูกพรรคที่แพ้คะแนน 400-500 คะแนน ก็ถามว่าพอใจแล้วใช่หรือไม่ หลายคนก็บอกว่าพอใจแล้วและยอมรับความพ่ายแพ้ ดังนั้น เราต้องมีสปิริตเพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้ ขอให้พรรคการเมืองคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนนายชุมสาย ศรียาภัย รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี กกต.แจกใบส้มนายสุรพล &amp;nbsp;เกียรติไชยากร ว่าที่ ส.ส.เขต 8 เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยว่า กรณีดังกล่าวถือว่าเป็นข้อหาที่เบาบางมากจนแทบไม่น่ามีความผิด การให้เงินพระเป็นหน้าที่ทางสังคม เป็นหน้าที่ชาวพุทธ พระภิกษุก็ไม่มีสิทธิ์เลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ ส่วนจะฟ้องร้อง กกต.หรือไม่นั้นยังไม่ได้ฟันธง แต่สภาพตอนนี้คือเป็นความน่าเชื่อได้ว่า และสังคมก็เชื่อได้ว่าสามารถฟ้องได้ ซึ่งไม่ได้ข่มขู่ แต่ถึงเวลาเราอาจรักษาสิทธิ์ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34741</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมสาย ศรียาภัย, ดร.รยุศด์ บุญทัน, พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร, พรรณิการ์ วาณิช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุทิน ชาญวีรกูล, เกศปรียา แก้วแสนเมือง, แสวง บุญมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190429/image_big_5cc70aee3b22b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งเคาะปาร์ตี้ลิสต์ แบไต๋ยึดสูตรกรธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้เวลาทำงาน! &amp;quot;แสวง&amp;quot; เผย กกต.มอบหมายให้สำนักงานไปศึกษาวิธีคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคการเมือง และนักวิชาการเคยเสนอ หลังศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง แต่ยืนยันมีสูตร กรธ.และเผยแพร่มา 2 ปีแล้ว ยันทันวันที่ 9 พ.ค.แน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงภายหลังการประชุม กกต.วันที่ 25 เมษายน ว่าที่ประชุม กกต.ได้รับทราบคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ไม่รับคำร้องของ กกต.เรื่องการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กกต.จึงจะต้องดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจในการคำนวณจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ภายหลังการประกาศผลเลือกตั้ง ส.ส.แล้ว โดยจะคำนึงถึงวิธีการตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 ที่สำนักงาน กกต.เสนอให้ กกต.พิจารณา หรือวิธีการคำนวณอื่นๆ อย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้จำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ที่ประชุม กกต.มอบหมายให้สำนักงานไปศึกษาวิธีคำนวณที่นักวิชาการ พรรคการเมืองเสนอ และระบุว่าเป็นวิธีการที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ว่าวิธีเหล่านั้นถูกต้องตามรัฐธรรมนูญจริงหรือไม่ ซึ่งบุคคลที่เสนอได้ส่งวิธีคำนวณให้ กกต.แล้ว อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เสนอก็ล้วนแต่อ้างว่าของตนถูกต้องตามมาตรา 128 ของ พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส. แต่คิดคำนวณออกมาได้ต่างกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแสวงชี้แจงว่า ในส่วนของสำนักงาน กกต. การคำนวณตามแบบของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ถือเป็นทางเลือกหนึ่งของ กกต. เพราะวิธีการนี้ได้เสนอมาตลอด 2 ปี ไม่เคยมีการโต้แย้ง รวมทั้งได้มีการเผยแพร่พรรคการเมืองที่ได้ติดตามก็น่าจะทราบสูตรอยู่แล้ว เพียงแต่ยังไม่มีผลคะแนนการเลือกตั้งออกมา แต่เมื่อมีการเลือกตั้งออกมาแล้ว และมีการเอาผลคะแนนไปคิดตามวิธีการดังกล่าว กลับท้วงว่าถูกต้องตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ และมีการนำเสนอวิธีการคำนวณของตัวเอง โดยบอกว่าสิ่งนี้ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ กกต. ให้ไปดูแล้วนำมาเสนอ กกต. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรอบเวลาเรื่องนี้คงต้องดำเนินการโดยเร็ว เพราะถึงอย่างไรวันที่ 9 พ.ค.นี้ กกต.ต้องประกาศ ส.ส.ทั้งสองแบบไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองเลขาฯ กกต.เผยว่า ก่อนหน้านี้ กกต.ยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามาตรา 128 ของ พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส.ขัดกับมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ เมื่อศาลวินิจฉัยว่าเป็นอำนาจ กกต. เราจะพยายามหาสูตรที่ไม่ขัดกฎหมาย หากหาได้ก็ไม่จำเป็นต้องพูดเรื่องกฎหมายลูกขัดกับรัฐธรรมนูญ ส่วนเมื่อ กกต.ประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว มีผู้ที่เห็นว่าการคำนวณจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อไม่ถูกต้องก็มีสิทธิไปร้องต่อศาลได้
สัญญาว่าจะให้เงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามกรณีที่ กกต. สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่, สั่งนับคะแนนใหม่ และสั่งระงับสิทธิผู้มีสิทธิเลือกตั้งไว้ชั่วคราว กกต.ไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการหาเสียงให้แก่ผู้สมัครและพรรคการเมือง ทำให้ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองไม่มีแนวทางในการปฏิบัติกับเรื่องดังกล่าวนั้น นายแสวงแจงว่า กรณีนี้ กกต.ได้ออกระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.ออกตาม พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 71 กรณีการให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงิน ทรัพย์สิน ไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อมแก่ผู้ใด ชุมชน สมาคม มูลนิธิ วัด สถานศึกษา สถานสงเคราะห์ หรือสถาบันใด รวมถึงมาตรา 73 กำหนดไว้ว่า การช่วยเหลือเงิน หรือทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใดตามประเพณีต่างๆ กระทำมิได้ โดย กกต.ได้มีหนังสือตอบข้อหารือของพรรคการเมือง ที่ได้มีหนังสือหารือเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติตามข้อดังกล่าว และแจ้งให้พรรคการเมืองทราบ พร้อมทั้งเผยแพร่ในเว็บไซต์ของสำนักงานเป็นการทั่วไปก่อนการเลือกตั้งแล้วด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กกต.ควรยึดสูตรคำนวณเพื่อให้ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ที่กำหนดให้การคำนวณดังกล่าวได้จำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรค ไม่เกินจำนวนที่พึงมี และยึดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้สังคมครหาหรือตั้งคำถามเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยไม่รับคำร้องของ กกต.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้า กกต.ปฏิบัติตามกฎหมาย จะไม่มีความสับสน คลุมเครือ และจะไม่มีคำท้วงติง แต่การกระทำที่ผ่านมายังไม่ใช่ การคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อเพื่อเติมเต็มให้พรรคการเมืองขนาดเล็กที่ได้คะแนนไม่ถึงเกณฑ์พึงมีได้ ส.ส. 1 ที่นั่ง เป็นการคำนวณที่ไม่สามารถนำมาใช้ได้ หาก กกต.ยืนยันใช้สูตรที่คำนวณส.ส.ให้พรรคเล็ก ถือเป็นการกระทำขัดรัฐธรรมนูญ กกต.ต้องรับผิดชอบกระทำของตัวเอง การกระทำที่ขัดกับรัฐธรรมนูญถือเป็นเรื่องใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าหาก กกต.ยังยืนยันการคำนวณสูตรเดิม ซึ่งต่างจากวิธีคำนวณของพรรคเพื่อไทย จะดำเนินการอย่างไรหรือไม่ นางลดาวัลลิ์กล่าวว่า การที่พรรคจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ต้องรอให้ กกต.ประกาศผลก่อน การทำงานของ กกต.ทุกขั้นตอนต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ เพราะเป็นประโยชน์ของประเทศและประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชุมสาย ศรียาภัย รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ กกต.มีมติให้ใบส้มนายสุรพล เกียรติไชยากร ว่าที่ ส.ส.เขต 8 เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ว่า ช่วงเช้าวันที่ 26 เม.ย. นายสุรพลจะเดินทางมาที่พรรคเพื่อไทย มาหารือกับฝ่ายกฎหมายถึงกระบวนการที่อาจใช้สิทธิ์โต้แย้ง กกต. ซึ่งตามความเห็นส่วนตัวมองว่าช่องทางหนึ่งที่สามารถทำได้คือใช้สิทธิโต้แย้งไปยังศาลปกครอง เพราะ กกต.ก็ถือเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ โดยฝ่ายกฎหมายจะพิจารณารายละเอียดร่วมกับนายสุรพลอีกครั้ง
กกต.เร่งรัดเกินไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เท่าที่ทราบว่ากระบวนการตัดสินเร่งรัดเกินไปหรือไม่ กกต.แจ้งข้อกล่าวหาให้นายสุรพล วันที่ 18 เมษายน นายสุรพลได้ชี้แจงรายละเอียดวันที่ 19 เมษายน จากนั้นอีก 5 วัน คือ 23 เมษายน กกต.ชี้มูลเรื่องดังกล่าวเลย ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นฝ่ายกฎหมายจะพิจารณาว่าพอจะมีทางที่รักษาสิทธิ์อย่างไรได้หรือไม่&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชุมสายกล่าวว่า จากประเด็นแจกใบส้ม ตามที่มีคนสังเกตจะทำให้พรรคถูกยุบ ตนมองว่าจะไม่ถึงขั้นยุบพรรคเพื่อไทยแน่นอน เพราะตามกฎหมายว่าด้วยการยุบพรรคระบุชัดเจนว่า หัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคต้องรู้เห็นและรับรู้กับการกระทำดังกล่าว แต่ทางแกนนำพรรคไม่ทราบเรื่องมาก่อน มารู้ภายหลังจากที่ กกต.มีมติให้ใบส้มไปแล้ว อีกทั้งจากที่ฟังนายสุรพลชี้แจงเบื้องต้น ที่นำเงินใส่ซองทำบุญถวายพระภิกษุนั้นไม่ได้เจตนาซื้อเสียง หรือจูงใจให้ผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้ เนื่องจากพระถือเป็นลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่จะใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่ยอมรับว่า กกต.แจกใบส้มต่อนายสุรพล คงจะมีผลกระทบต่อการรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลสำหรับพรรคเพื่อไทยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.รยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า คิดว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมาค่อนข้างชัดเจน แปลออกมาง่ายๆ เป็นภาษาชาวบ้านได้ว่า นี่มันหน้าที่ กกต. จะมาถามศาลทำไม ซึ่งก็ตรงกับสิ่งที่ตนคิดและสงสัยมาตั้งแต่ทราบว่า กกต.ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ทุกอย่างที่ กกต.ต้องทำ ถูกกำหนดไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในรัฐธรรมนูญไว้หมดแล้ว ก็แค่เพียงทำตามเท่านั้น &amp;nbsp;มิจำเป็นต้องตีความใดๆ อีก ซึ่งเป็นสิ่งที่ กกต.ควรจะทราบตั้งแต่ก่อนวันเลือกตั้งแล้ว การประวิงเวลาเช่นนี้ ทำให้ประชาชนคิดได้ว่า กกต.ตั้งใจหาทางตีความกฎหมาย เพื่อเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อดเป็นห่วงไม่ได้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะซ้ำรอย การเลือกตั้งปี 2549 และ 2557 ที่เกิดการโมฆะ และทำให้ กกต.ต้องติดคุก หนึ่งเดือนที่ผ่านมา กกต.ก็ตกเป็นจำเลยสังคมมามากแล้ว แต่หลังจากนี้ ผมเกรงว่า กกต.จะยิ่งตกเป็นจำเลยสังคมหนักกว่าที่ผ่านมา หากยังไม่สามารถทำให้ประชาชนเห็นถึงความสุจริต โปร่งใส เที่ยงธรรมได้ ขอแค่เพียง กกต.อดทนให้มาก อย่าถอดใจไปก่อน เพราะผมมีความกังวลและหวั่นใจว่า กกต.อาจชิงลาออกไปก่อน หากทนแรงกดดันและรับสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ไหว ส่งผลทำให้การเลือกตั้งไม่ครบองค์ประกอบ เพราะขาดผู้ที่มาจัดการเลือกตั้ง และอาจจะทำให้การเลือกตั้งเกิดปัญหากลายเป็นโมฆะได้ในที่สุด ซึ่งกรณีนี้ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้&amp;quot; รองโฆษกพรรคเพื่อชาติกล่าว
แปลกพิลึกดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ลำดับความสำคัญและตรรกะของการเลือกตั้งไทยครั้งนี้แปลกดีพิลึก แถมสังคมไทยยอมจำนนกับตรรกะและลำดับความสำคัญที่บิดเบี้ยวนี้อีก เราเลือกตั้งผ่านมา 1 เดือน แต่ไม่รู้ผลการเลือกตั้ง ไม่มีการเปิดเผยคะแนนดิบ อีกทั้ง กกต. ผู้จัดการเลือกตั้งบอกไม่ทราบว่าจะคำนวณคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อเช่นไร มีการส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ แต่ศาลบอกเป็นหน้าที่ กกต. ไม่ใช่ศาล ข่าวสารและสิ่งที่สังคมไทยรับรู้ตลอด 1 เดือน คือมีพรรคที่ได้ ส.ส. เป็นลำดับที่ 2 แย่งชิงประกาศจะตั้งรัฐบาลสืบทอดอำนาจแข่งพรรคที่ได้คะแนนนิยมอันดับหนึ่ง และมีคะแนนรวมน้อยกว่าคะแนนรวมทั้งหมดของพรรคที่ประกาศไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจในการหาเสียง แต่สังคมกลับปล่อยให้พฤติกรรมกลับหัวนี้คงอยู่ เราจะยอมให้ตรรกะบิดเบี้ยวครอบงำสังคมไทยเพราะความกลัวหรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาคำร้องที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ว่าทาง กกต.ได้ส่งคำชี้แจงมายังผู้ตรวจฯ แล้ว ตามที่ผู้ตรวจฯ ได้ให้ชี้แจงข้อกล่าวหาของผู้ร้องเข้ามาภายใน 7 วัน ขณะนี้อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการประมวลข้อมูลเอามาเทียบเคียงกับคำร้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาเรื่องการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 91 หรือไม่ ซึ่งผู้ตรวจฯ ตระหนักว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวข้องกับเงื่อนเวลาที่ต้องประกาศรับรองผล จึงได้นัดประชุมผู้ตรวจฯ นัดพิเศษในวันที่ 26 เม.ย. เวลา 09.30 น. เพื่อพิจารณาดูพยานหลักฐานต่างๆ และคาดว่าจะสามารถมีมติได้เลยว่าจะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองพิจารณาวินิจฉัยหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงาน กกต. นายสันติพล ไชยกิจ อดีตสมาชิกพรรคเพื่อนไทย ได้รับมอบอำนาจจากนายอนุวัฒน์ วิกัยพัฒน์ อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อนไทย เข้ายื่นหนังสือถึง กกต. แจ้งหนังสือลาออกจากการเป็นกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรคเพื่อนไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายสันติพลเปิดเผยว่า เนื่องจากทางกรรมการบริหารพรรคที่มีอยู่จำนวน 8 คน และสมาชิกพรรคเห็นว่าทางหัวหน้าพรรคเพื่อนไทยไม่ได้มีการดำเนินการกิจกรรมทางการเมือง ตลอดจนอุดมการณ์ของหัวหน้าพรรคเองก็ไม่มีความชัดเจน จึงขอลาออกไปทำตามอุดมการณ์ทางการเมืองของตนเอง ซึ่งขณะนี้พรรคเพื่อนไทยเหลือเพียงนายสิระ พิมพ์กลาง รักษาการเป็นหัวหน้าพรรคเพียงเท่านั้น ส่วนตนจะย้ายพรรคหรือตั้งพรรคใหม่นั้น อยู่ระหว่างการหารือกัน แต่แนวโน้มจะมีการตั้งพรรคใหม่มากกว่าที่จะย้ายไปสังกัดพรรคอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พัสวี ภัทรพุทธา ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 กทม.พรรคอนาคตใหม่ และนายชัยธวัช ตุลาธน รองเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เข้ายื่นหลักฐานเพิ่มเติมจากที่ยื่นไปเมื่อวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อขอให้นับคะแนนใหม่ในเขต 2 กทม.ทั้งเขตเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยธวัชกล่าวว่า ขณะนี้ผ่านมา 1 เดือน กกต.ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ โดยที่ผ่านมา น.ส.พัสวีได้ไปขอผลคะแนนรายหน่วยทุกหน่วยของเขต มาเปรียบเทียบกับภาพถ่ายที่ประชาชนใบรายงานผลที่ติดไว้หน้าหน่วยเลือกตั้ง พบว่ามีความผิดปกติในหลายหน่วย แยกได้เป็น 4 กรณี 1.การนับคะแนนในวันเลือกตั้งที่ 24 มี.ค. เมื่อประชาชนพบความผิดปกติและได้มีการทักท้วงกรรมการนับคะแนน จึงได้มีการแก้ไข 2.ใบรายงานผล ส.ส.5/18 มีบางหน่วยไม่ตรงกับใบขีดคะแนน (ส.ส. 5/11) 3.พบว่าใบรายงานผล ส.ส.5/18 ที่ติดอยู่หน้าหน่วยเลือกตั้งไม่ตรงกับใบ ส.ส.5/18 ที่ กกต.เขตมอบให้กับผู้สมัครภายหลังที่ไปขอคัด 4.พบว่าใบ ส.ส.5/18 ที่ กกต.เขต มอบให้กับผู้สมัครภายหลังที่ไปขอคัดพบว่ามีการขีดฆ่าแก้ไข ไม่มีการเซ็นชื่อรับรองโดยกรรมการนับคะแนน และน่าสงสัยว่าในบางจุดอาจมีการเขียนเพิ่มเติมในภายหลัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น จึงขอให้นับคะแนนใหม่ทั้งเขต เพราะการเลือกตั้งผ่านไปเดือนกว่าแล้ว ยังมีหลายกรณีที่ประชาชนสงสัย ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ถูกมองว่าไม่สุจริต อยากให้ กกต.เร่งดำเนินการตรวจสอบและสั่งนับคะแนนใหม่ทั้งเขตเลือกตั้ง
ร้องตรวจสอบการใช้เงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรวิชัย มิ่งวงษ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 อุบลราชธานี พรรคประชาธิปไตยใหม่ พร้อมด้วยนายพยุงศักดิ์ ชอบชื่น ผู้สมัครเขต 2 แพร่, นายส่ง ใจเครือ ผู้สมัครเขต 3 ศรีสะเกษ และนายอนุรักษ์ อยู่สายชล ผู้สมัครเขต 1 สุพรรณบุรี เดินทางมายื่นร้องต่อ กกต. ขอให้ตรวจสอบกรรมการบริหารพรรคประชาธิปไตยใหม่ กับการใช้จ่ายเงินของนางแพงศรี พิจารณ์ เหรัญญิกพรรค และภรรยาของนายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายพรวิชัยเผยเหตุที่มาร้องเป็นกรณีการประชุมสามัญของพรรคเมื่อวันที่ 20 เม.ย.2562 เมื่อมีสมาชิกต้องการทวงถามเรื่องเงินช่วยเหลือเยียวยาให้แก่ผู้ลงสมัคร ส.ส.เขต จำนวน 204 คน นายสุรทิน หัวหน้าพรรคไม่ตอบ และเลิกการประชุมทันที ทั้งที่ยังมีวาระการประชุม 2-5 ไม่ได้ดำเนินการ ต่อมามีคำสั่งพรรคให้พวกตนทั้ง 4 คน พ้นจากสมาชิกภาพ จึงถือว่าการประชุมสามัญของพรรคประชาธิปไตยใหม่ไม่เป็นไปตามระเบียบวาระการประชุม นอกจากนี้ นางแพงศรี เหรัญญิกพรรค ได้แจกเงินใส่ซองขาวให้ผู้ประชุม 300-400 บาท โดยไม่ได้รับทุกคนที่มาประชุมครั้งนี้ จึงขอให้ กกต.เข้ามาตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ผู้สมัคร ส.ส. เขต 13 กทม. พรรคเพื่อไทย ยื่นเอกสารหลักฐานต่อ กกต. เพิ่มเติม กรณีก่อนหน้านี้ที่ได้ร้องว่าบัตรเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งที่ 13 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ เขตเลือกตั้งที่ 13 กทม. หายไป 180 ใบ แล้วได้รับการชี้แจงจากสำนักงาน กกต. เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ที่มีเอกสารรายงานผลการเลือกตั้ง ส.ส.5/18 ระบุว่าหน่วยดังกล่าวมีจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 968 คนนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายตรีรัตน์เปิดเผยว่า ขอขอบคุณ กกต. ที่เร่งชี้แจงกรณีคำร้องของตน แต่จากการตรวจสอบเอกสารการเลือกตั้งหน้าหน่วย (ส.ส.5/5) พบว่าในเอกสารระบุจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในหน่วยดังกล่าว 841 คน ซึ่งถ่ายมาในช่วงเช้า แตกต่างจากเอกสารรายงานผลการเลือกตั้งของ กกต. (ส.ส.5/18) ที่ระบุว่าหน่วยดังกล่าวมีจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 968 คน ไม่ตรงกับที่ระบุไว้หน้าหน่วย ทั้งที่เป็นหน่วยเดียวกัน จำนวนผู้มีสิทธิกลับไม่เท่ากัน เป็นไปได้อย่างไร รวมถึงลายเซ็นและชื่อของประธานกรรมการประจำหน่วยก็ไม่ตรงกันในเอกสารทั้งสอง ไม่น่าเป็นไปได้ที่จะมีประธาน 2 คน แล้วจะให้ยึดตามเอกสารใด หลังจากนี้ก็ไปยื่นเรื่องนี้ต่อ กกต.กทม.ด้วยต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า หลังวันที่ 9 พ.ค. มั่นใจว่าพรรคพลังประชารัฐจะสามารถรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างแน่นอน ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยคาดการณ์ว่ารัฐบาลจะอายุสั้น และให้ ส.ส.เร่งลงพื้นที่นั้น เป็นสิ่งที่สามารถคาดการณ์ได้ แต่ส่วนตัวตนมองว่ารัฐบาลจะอยู่นานก็ได้ โดยมีเหตุผลประกอบคือ ภาวะผู้นำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่มีความกล้าในการตัดสินใจอย่างเด็ดขาด มีทีมรัฐมนตรีที่เป็นนักบริหารมืออาชีพ มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ซึ่งจะทำให้ชาวบ้านอยู่ดีกินดี เศรษฐกิจฐานรากของประเทศดีขึ้น ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้น รัฐบาลก็จะอยู่ยาวได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่าจะถอนตัวจากการเสนอชื่อชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคกับผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ว่า ขอปฏิเสธกระแสดังกล่าว เพราะที่ผ่านมายังไม่เคยแสดงท่าทีหรือประกาศว่าต้องการจะลงแข่งขันชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแต่อย่างใด มีแต่สื่อนำชื่อตนไปเอ่ยถึงในเชิงรายงานข่าวเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาผมยอมรับว่ามีคนมาทาบทามจริง โดยบอกว่าอยากให้มาช่วยกันทำงานให้พรรค แต่ก็รับฟังเท่านั้นไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เพราะตอนนี้ยังมองไม่เห็นเหตุผลว่าจะเป็นหัวหน้าพรรคทำไม เพราะอยู่อย่างนี้ก็ทำงานได้อยู่แล้ว แม้ที่ผ่านมาจะไม่ค่อยแสดงบทบาทอะไรมาก ดังนั้นจะบอกว่าขอถอนตัวมันก็ไม่ใช่ เพราะผมไม่เคยบอกว่าจะลงชิงอะไร&amp;rdquo; นายพีระพันธุ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากถึงวันที่มีการคัดเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ในวันที่ 15 พ.ค. และมีคนเสนอชื่อเข้าชิงจะมีท่าทีอย่างไร นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ ขอดูท่าทีจากหลายๆ อย่างก่อนจึงจะตัดสินใจอีกครั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34491</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมสาย ศรียาภัย, ดร.รยุศด์ บุญทัน, ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส, ธนกร วังบุญคงชนะ, พรวิชัย มิ่งวงษ์, พัสวี ภัทรพุทธา, พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค, รักษเกชา แฉ่ฉาย, ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์, วิรัตน์ กัลยาศิริ, สันติพล ไชยกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกศปรียา แก้วแสนเมือง, แสวง บุญมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc1d010bf6b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
