<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103200</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2021 16:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2021 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพิ่งตื่น! &#039;รมว.ดีอีเอส&#039; เงื้อดาบฟันเพจ &#039;แหม่มโพธิ์ดำ&#039; ตัดต่อภาพรพ.สนามบุษราคัม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค.64 - จากกรณีโซเชียลมีเดียได้แชร์ข้อมูลข่าวปลอมโควิดจากเพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;แหม่มโพธิ์ดำ&amp;quot; ซึ่งขณะนี้มีการตั้งขึ้นในชื่อเดียวกันนี้เป็นจำนวนหลายเพจ โดยเพจแหม่มโพธิ์ดำ ที่มีผู้กดถูกใจและติดตามประมาณ 4 หมื่น ได้โพสต์เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม โดยเปรียบงบประมาณการจัดสร้างโรงพยาบาลสนามของพิมรี่พาย กับโรงพยาบาลสนามบุษราคัม ที่อาคารอิมแพคเมืองทองธานี ซึ่งพบว่ามีการตัดต่อภาพประกอบรพ.สนามบุษราคัม โดยใช้ภาพเตียงนอนจากที่อื่นมาบอกว่าเป็นของ รพ.บุษราคัม ใช้งบ 239,280,000 บาท สามารถรองรับได้ 1,092 เตียง ตกเตียงละ 220,000 บาท ซึ่งเป็นข่าวปลอมจนเกิดเสียงวิจารณ์รัฐบาลอย่างกว้างขวาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงดิจิทัลฯ ได้ตรวจสอบพบว่ามีความพยายามเชื่อมโยงให้เกิดความเข้าใจผิดถึงการดำเนินการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามของรัฐบาล โดยในส่วนของคุณพิมรี่พาย ที่นำเงินส่วนตัวมาสร้างโรงพยาบาลสนาม ถือเป็นสิ่งที่ดีที่ได้เสียสละช่วยประชาชนในยามลำบาก รัฐบาลก็ต้องขอบคุณถึงความตั้งใจอันดี เช่นเดียวกันอีกหลายๆ คนที่ร่วมช่วยกันคนละเล็กคนละน้อย ตามกำลังหรือความสามารถที่พอจะช่วยได้

&amp;ldquo;ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ต่างมีความตั้งใจดี เพื่อให้ประเทศพ้นวิกฤตโดยเร็ว แต่กลับมีขบวนการที่ไม่หวังดี นำมาเปรียบเทียบ บิดเบือน เพื่อต้องการให้เกิดความแตกแยกขัดแย้ง&amp;rdquo; นายชัยวุฒิ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวุฒิ กล่าวว่า โรงพยาบาลบุษราคัม ที่มีข้อสังเกตเรื่องงบประมาณนั้น จัดตั้งในลักษณะโรงพยาบาลถาวรที่มีมาตรฐาน มีความพร้อมทางการแพทย์ มีอุปกรณ์เครื่องมือดูแลผู้ติดเชื้ออย่างครบครัน มีระบบการดูแลความปลอดภัย มีเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์จากหลายจังหวัดจำนวนมาก สับเปลี่ยนหมุนเวียนเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุข สามารถชี้แจงรายละเอียดหรืองบประมาณได้ทั้งหมด อีกทั้งภาพที่มีการแชร์เปรียบเทียบในขณะนี้ก็เป็นภาพเก่า ช่วงที่มีการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม เพื่อรองรับกลุ่มเสี่ยงเพื่อสังเกตอาการ และเป็นการจัดตั้งในภาวะฉุกเฉิน ก่อนที่จะมีการปรับปรุงให้ได้มาตรฐานในภายหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในช่วงที่ทุกคนต้องร่วมแรงร่วมใจกันเอาชนะโควิด-19 แต่กลับมีผู้ไม่ประสงค์ดีต้องการสร้างความสับสนให้เกิดขึ้นในสังคม ทางกระทรวงฯ ได้ติดตามความเคลื่อนไหวเหล่านี้มาโดยตลอด ขอให้ผู้ที่เป็นต้นตอหรือมีส่วนกับการนำเสนอข้อมูลดังกล่าว ดำเนินการลบโพสต์โดยด่วน และชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้องให้สังคมรับทราบ มิเช่นนั้น กระทรวงดีอีเอส อาจต้องดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่มีเจตนาไม่บริสุทธิ์ต่อไป&amp;quot; รมว.ชัยวุฒิ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;แหม่มโพธิ์ดำ&amp;quot; ที่มีผู้กดถูกใจและติดตามประมาณ 4 หมื่นคน ไม่ใช่เฟซบุ๊กจริงของแหม่มโพธิ์ดำที่มีคนถูกใจสูงกว่าล้านคน ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นได้มีการเปิด-ปิดการใช้งานตลอดเวลา&amp;nbsp;แต่ขณะนี้ยังปิดเพจและไม่มีการชี้แจงถึงกรณีมีคนปลอมเพจสร้างเฟกนิวส์ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103200</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงดีอีเอส, ข่าวปลอมโควิด, ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, พิมรี่พาย, รพ.บุษราคัม, รพ.สนาม, เฟกนิวส์, แหม่มโพธิ์ดำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a22c29498da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2020 16:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2020 15:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แหม่มโพธิ์ดำ&#039; ฉะ ส.ส.ก้าวไกล ฉวยดราม่าลงรูปลิงอินโดโยงแบนกะทิไทย ชี้ควรจะปกป้องไม่ใช่ซ้ำเติม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ค.63 เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;แหม่มโพธิ์ดำ&amp;quot; โพสต์ข้อความกล่าวถึงกรณีนายนิติพล ผิวเหมาะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล นำภาพลิงจากสื่ออินโดฯเชื่อมโยงประเด็นยุโรปกีดกันทางการค้าอ้างทรมานลิงเก็บมะพร้าวว่า ปกติจะไม่ยุ่งเรื่องการเมืองเลย แต่เคสนี้กูว่ามันเกินไปหน่อยปะวะ เมื่อ ส.ส. พรรคก้าวไกล นำภาพลิงอินโด และภาพเก่าๆที่คนถ่ายไว้ (ภาพแรกถ่ายที่ไทยปี 53 ภาพที่เหลือนำมาจากสื่ออินโด) มาลงในจังหวะที่กำลังมีดราม่าจากการที่ประเทศไทยถูกใส่ร้ายเรื่องการใช้ลิงเก็บกะทิ จนหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเกิดขึ้นในไทยไม่นานนี้และเป็นสาเหตุให้ไทยถูกแบนสินค้ากะทิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องแยกก่อน ระหว่างวิถีชาวบ้าน ที่มีการเลี้ยงลิงในสวน เอามาเก็บกะทิโชว์ (ส่วนตัวกูก็ไม่สนับสนุนนะ) ถ้าเข้าข่ายทรมานสัตว์ เราก็มีกฎหมายตรงนี้อยู่สามารถดำเนินคดีได้ แจ้งความได้เลย เพจประสานเจ้าหน้าที่อุทยานประจำ เขาก็รีบดำเนินการให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาหลักจากเรื่องนี้คือ มีกลุ่มรักสิ่งแวดล้อมที่โยงมั่วไปหมด หาว่าธุรกิจกะทิไทย ใช้ลิงในการเก็บมะพร้าว ทั้งที่ความเป็นจริง กะทิบ้านเราเกรดคุณภาพมาก ส่งขายทั่วโลก ต้องใช้มะพร้าวเป็นล้านลิตร ต้องใช้ลิงกี่ตัว เพ้อเจ้อ แทนที่นักการเมือง จะช่วยปกป้องธุรกิจไทยที่กำลังถูกใส่ร้าย กลับดึงดราม่าโดยไม่เช็คข้อมูลแบบนี้กูว่าใช้ไม่ได้ กูยืนยันนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะที่อยู่เมืองนอกมาตลอดเกินครึ่งชีวิต กะทิไทยแม่งสุดยอด อร่อยสุดแล้ว ถ้าจะมาเจอใส่ร้ายให้ธุรกิจเขาเสียหายโดยไม่มีหลักฐาน คนไทยก็ต้องช่วยกันปกป้อง ส่วนกลุ่มค้ากะทิไทย ก็ต้องติดสลากชัดเจน ว่าไม่มีการใช้สัตว์ในอุตสาหกรรม คนซื้อก็จะได้สบายใจด้วย
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70771</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิติพล ผิวเหมาะ, ลิงเก็บมะพร้าว, ส.ส.ก้าวไกล, แบนกะทิไทย, แหม่มโพธิ์ดำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200707/image_big_5f0436e36e6cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62795</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2020 09:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2020 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิชัย&#039; save แหม่มโพธิ์ดํา อัดรัฐบาลไม่เลิกนิสัยปิดปากประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 เม.ย.63 - นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ โพสต์ข้อความลงบนทวิตเตอร์ระบุว่า &amp;quot;ไม่เลิกนิสัยปิดปากประชาชน! แทนที่จะจับผู้ร้ายทำหน้ากาอนามัย 200 ล้านชิ้นหาย กลับฟ้องแหม่มโพธิ์ดำ หากจำกันได้ CSI LA เปิดเผยเรื่องนาฬิกาก็โดนฟ้อง นักศึกษานั่งรถไปอุทยานราชภักดิ์ก็โดน วิจารณ์เศรษฐกิจแย่ก็โดนทำให้สงสัยถ้ามีคนเผยว่า 1.9 ล้านล้านมีโกงจะถูกฟ้องอีกไหม #saveแหม่มโพธิ์ดํา&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62795</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิชัย นริพทะพันธุ์, แหม่มโพธิ์ดำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180420/image_big_5ad9527f71d85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59455</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2020 13:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2020 13:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กพปชร.ราวีเพจแหม่โพธิ์ดำร้องปอท.ให้เปิดหน้า!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มี.ค.2563 &amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) นายสนธิญา สวัสดี สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เข้าพบ พนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท. เพื่อช่วยตรวจสอบเพจเฟซบุ๊กแหม่มโพธิ์ดำ หลังได้เผยแพร่คลิปวิดีโอ นายศรสุวีร์ ภู่รวีรัศวัชรี หรือ เสี่ยบอย ที่มีหน้ากากอนามัยกักตุนกว่า 200 ล้านชิ้น จนเกิดกระแสสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิญา กล่าวว่า วันนี้ขอให้ ปอท. ตรวจสอบเพจดังกล่าวเพราะโปรไฟล์ต่างๆ ไม่มีความชัดเจนทั้ง รูปภาพ เบอร์โทรศัพท์ติดต่อและสถานที่ติดต่อ อยากทราบว่าตัวตนเป็นใคร โดยที่ผ่านมาตนติดตามการทำงานของเพจมาตลอด กระทั่งเหตุการณ์ล่าสุดเรื่องหน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้น มาโพสต์เผยแพร่จนมีผู้คนแชร์เป็นจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าอาจเป็นข้อมูลเท็จ เพราะในประเทศไทยมีผลิตเพียง 13 โรงงาน ผลิตได้วันละ 1.2 ล้านชิ้น หากมีการกักตุน 200 ล้านชิ้น ต้องสั่งซื้อจากโรงงานทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 7 เดือน แต่สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดเพิ่งจะผ่านมา 2 เดือน ซึ่งต้องเก็บกักตุนตั้งแต่ปลายปี 2562 ปัจจุบันเพจดังกล่าวได้ปิดไปแล้ว จึงอยากขอความชัดเจนจากเพจเนื่องจากทำให้สังคมเกิดความสับสน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เพจแหม่มโพธิ์ดำเคยเปิดรับบริจาคเงินได้เกือบ 1 ล้านบาทจากบุคคลที่มีชื่อเสียงแวดวงต่างๆ และจัดซื้อหน้ากากภายในวันเดียว 2.5 หมื่นชิ้นนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ เพราะสินค้าดังกล่าวอยู่ในหมวดสินค้าคุ้มครองของกรมการค้าภายใน ถามว่าไปเอามาจากที่ใด และหลังเกิดเรื่องขึ้น เพจแหม่มโพธิ์ดำก็ปิดตัวไป ก่อนจะกลับมาเปิดอีกครั้ง ผมมองว่าเพจแหม่มควรให้ชัดเจนทุกอย่าง หลังจากนี้เมื่อทราบตัวแล้วจะมาแจ้งความดำเนินคดีฐานนำเข้าข้อมูลเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์อีกครั้ง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิญา กล่าวต่อว่า สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ที่เรียกร้องให้ปรับคณะรัฐมนตรี ตนขอถามกลับว่าในอดีตเคยมีหน้าห้องรัฐมนตรีคนหนึ่งไปพัวพันเรื่องกัญชา ขณะนี้ลาออกไปแล้วหรือไม่ ส่วนคณะติดตาม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ มีหลายคนเชื่อว่า ร.อ.ธรรมนัส ไม่ทราบรายละเอียดทั้งหมดทุกคน ยืนยันว่า การมาครั้งนี้ไม่ได้มีใบสั่งแต่มาในนามส่วนตัวและเพื่อรักษาชื่อเสียงของพรรค อย่างไรก็ตาม หากแหม่มโพธิ์ดำจะทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริงก็ขอให้ออกมาเปิดหน้าเหมือนนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ที่เปิดหน้าชัดเจนและไม่สนถ้าถูกฟ้องกลับ ที่เคยร้องเรียนจนพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบไปแล้ว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59455</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปอท., พปชร., พรรคพลังประชารัฐ, สนธิญา สวัสดี, แหม่มโพธิ์ดำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200311/image_big_5e6884ac3b0f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7702</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ็มสุดโหด จ่อเพิ่มโทษ พยายามฆ่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หนุ่มสุดโหดทำทารุณแฟนถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ยังเมายาพูดจาจับต้นชนปลายไม่ถูก ตำรวจเตรียมตั้งข้อหาเพิ่ม &amp;quot;พยายามฆ่า&amp;quot; หลังพบอุปกรณ์ใช้ทำร้ายร่างกายเพียบ ตั้งแต่ที่หนีบผม มีด ขาตั้งกล้อง สายไฟ ทั้งแทง ทุบ ตี ไฟชอร์ต ปาดคอ จนหน้ายับ จมูกหัก แขนขวาหัก กระดูกฝ่ามือซ้ายหัก เหยื่อเผยคบกันมา 8 เดือน ถูกทำร้าย 6 หน ล่าสุดสร้างเรื่องว่าเธอยักเงินค่าสมัครเรียนฟอเร็กซ์ไปใช้จนหมด แถมเพ้อว่าตัวเองเป็นโจ๊กเกอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 เมษายนนี้ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีหญิงสาวรายหนึ่งถูกแฟนทำร้ายร่างกาย โดยมีการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ว่า ได้รับรายงานจาก สน.บึงกุ่ม ว่าตามวัน-เวลาเกิดเหตุ เมื่อ 22 เมษายน 2561 เวลาประมาณ 16.30 น. ก่อนเกิดเหตุ นายชัยชนะ ศิริชาติ อายุ 25 ปี ผู้ต้องหา ได้คบหาเป็นแฟนกับผู้เสียหาย และพักอาศัยอยู่ด้วยกันที่ลุมพินีคอนโด ถนนนวมินทร์ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ ต่อมาผู้ต้องหาทราบว่าผู้เสียหายมีผู้ชายอื่นมาติดพันและทำตัวห่างเหิน จึงได้ใช้กำลังบังคับ ข่มขู่ ไม่ให้ออกมาจากห้องพักที่เกิดเหตุ จากนั้นผู้ต้องหาได้ใช้ไม้กวาดและไดร์นวดหน้าไฟฟ้า ฟาด ทุบ ตี ทำร้ายที่ใบหน้า ศีรษะ และตามร่างกายผู้เสียหายหลายครั้ง โดยในขณะลงมือทำร้าย ผู้ต้องหาให้ผู้เสียหายใช้โทรศัพท์ของผู้ต้องหาถ่ายคลิปขณะถูกทำร้าย แล้วไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กของผู้ต้องหา กระทั่งพี่สาวของผู้เสียหายทราบจากการดูผ่านเฟซบุ๊กดังกล่าว จึงได้โทรศัพท์แจ้งผ่านเจ้าพนักงานตำรวจ บก.สปพ. (สายด่วน 191) มาทาง สน.บึงกุ่ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากรับเเจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บึงกุ่มได้รีบเดินทางไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมกับจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ในทันที และตรวจยึดของกลางโทรศัพท์มือถือที่ถ่ายคลิป นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บึงกุ่มดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนผู้เสียหายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่นโดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียงหรือได้รับความเสียหาย และหน่วงเหนี่ยวหรือกักขัง หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุร้ายดังกล่าว เป็นที่รับทราบกันอย่างแพร่หลาย โดยช่องทางหนึ่งมาจากเฟซบุ๊ก &amp;quot;แหม่มโพธิ์ดำ&amp;quot; ได้เผยแพร่คลิปเหตุการณ์ ระบุว่า ชายที่ก่อเหตุคือนายชัยชนะ ศิริชาติ หรือเอ็ม อายุ 25 ปี แอดมินเพจ Global Fx Investment สอนการลงทุนฟอเรกซ์ (Forex) หรือการซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงิน หลังปรากฏคลิป พบว่าที่เกิดเหตุเป็นคอนโดมิเนียมลุมพินี นวมินทร์-ศรีบูรพา ถนนนวมินทร์ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม. ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่านายชัยชนะอาศัยอยู่กับหญิงสาวภายในอาคารบี 1 ชั้น 13 จึงได้เกลี้ยกล่อมให้เปิดประตูออกมา ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง จากนั้นนายชัยชนะได้ให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าไปทำแผลหญิงสาวที่อยู่ภายในห้อง 1 คน โดยไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไป กระทั่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยกลับออกมา พอเปิดประตู เจ้าหน้าที่จึงบุกจู่โจมเข้าไปจับตัวนายชัยชนะทันที และช่วยเหลือหญิงสาวออกมา ทราบชื่อคือ น.ส.กุลดารา หรือนิต้า อายุ 21 ปี ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณใบหน้า ศีรษะ และมือ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเฟซบุ๊ก &amp;quot;The Purge Forex : เทรดเกรียน เซียนล้าง&amp;quot; ได้เปิดเผยพฤติกรรมของนายชัยชนะว่า ที่ผ่านมานายชัยชนะสร้างชื่อจากการลงทุนฟอเรกซ์ ก่อนจะเปิดสอนคอร์สให้แก่ผู้สนใจ แต่พบว่านายชัยชนะเก็บเงินไปแล้วไม่ได้สอน ทั้งยังระดมทุนแล้วนำเงินไปใช้ส่วนตัว โดยมีผู้เสียหายราว 150 คน คิดเป็นมูลค่า 6 ล้านบาท ที่ผ่านมาพยายามรวบรวมผู้เสียหายกดดันให้นายชัยชนะกลับตัว แต่ก็ไม่เป็นผล ผู้เสียหายบางคนต้องการขอเงินคืน กระทั่งไม่ตอบเฟซบุ๊ก ขาดการติดต่อ และเกิดเรื่องดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จนถึงช่วงบ่ายวันที่ 23 เม.ย. นายชัยชนะยังคงพูดจาวกไปวนมา เนื่องจากยังไม่สร่างจากฤทธิ์ยาบ้า โดยขณะถูกคุมตัวอยู่ที่ห้องขัง สน.บึงกุ่ม ถูก พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 เข้าไปสอบสวน ทราบว่าเรื่องข่าวลือฝ่ายหญิงแอบโอนหุ้นฝ่ายชายไปจำนวนถึง 40 ล้านบาท ยังไม่มีพยานหลักฐานที่ชัดเจน ต้องทำการสอบสวนอย่างละเอียดก่อน ขณะที่ครอบครัวหรือญาติพี่น้องไม่มีใครเดินทางมาเยี่ยมนายชัยชนะแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ธีระพงษ์เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ประสานไปตามโรงพักต่างๆ เพื่อเช็กข้อมูลว่าเคยมีผู้เสียหายเดินทางมาลงบันทึกประจำวันหรือแจ้งความเอาผิดกับนายชัยชนะ หรือเอ็ม บ้างหรือไม่ แต่ดูจากพฤติกรรมล่าสุดแล้ว นายเอ็มน่าจะเคยก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้ว ส่วนอาการแฟนสาวของนายเอ็ม ยังให้การไม่ได้ พักอยู่ที่โรงพยาบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี เพื่อเยี่ยมอาการบาดเจ็บหญิงสาวที่ถูกนายชัยชนะทำร้ายร่างกาย ทราบว่าหญิงสาวได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้า ศีรษะ และนิ้วก้อยมือซ้ายหัก ถือว่าบาดเจ็บสาหัส จึงต้องเปลี่ยนข้อหาจากทำร้ายร่างกายผู้อื่น เป็นทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับอันตรายสาหัส ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 มีโทษจำคุก 6 เดือน-10 ปี ส่วนข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว ความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันปรากฏภาพผู้อื่นโดยประการจะทำให้ผู้นั้นเสื่อมเสียหรือ อับอาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมตแอมเฟตามีน) ยังคงไว้เช่นเดิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวว่า จากการสอบปากคำผู้เสียหายทราบว่า ก่อนหน้านี้ฝ่ายหญิงมีแฟนแล้วเลิกกัน จากนั้นมาคบกับนายชัยชนะเป็นเวลา 8 เดือน โดยพฤติการณ์ของนายชัยชนะ เวลาที่จะทำร้ายแฟนสาว มีลักษณะเสพยาเสพติด และเกิดอาการเมายาเสพติด มีภาพหลอน ไม่รู้ตัวว่าตนเองทำอะไรลงไป ในขณะทำเหมือนไม่ใช่ตนเอง รำพึงรำพันว่าตนเองเป็นโจ๊กเกอร์ และเคยทำร้ายร่างกายแฟนมาแล้ว 6 ครั้ง แฟนไม่เคยแจ้งความ ซึ่งเหตุการณ์ล่าสุด ทำร้ายมาประมาณ 6-8 ชั่วโมง มีการทำร้ายในรูปแบบต่างๆ เช่น เอาที่หนีบผมที่มีความร้อนสูงมาจี้ตามร่างกาย ใช้มีดปาดคอจะให้ถึงแก่ความตาย แต่โชคดีปาดไม่เข้า ใช้ขาตั้งกล้องฟาดไปตามลำตัว ใช้สายไฟลอก อีกด้านเชื่อมต่อกับไฟฟ้าและจี้ตามร่างกาย มีเจตนาจะเอาลูกตาทั้ง 2 ข้างออก แต่เอาออกไม่ได้ ขณะนี้ตาทั้งสองข้างเขียว มีรอยมีดตีที่ตา มีรอยมีดจิ้มที่หน้าผากและคอ ตามร่างกายมีรอยแผลเป็นโดยฟาดด้วยสายไฟ เห็นได้ชัดว่ามีความพยายามเจตนาฆ่า ซึ่งร่องรอยการถูกทำร้ายยังไม่หายดี เป็นแผลฉกรรจ์ โดยแผลที่ถูกทำร้ายไม่ได้รับการรักษา ปล่อยให้หายไปตามกาลเวลา สาเหตุที่ฝ่ายหญิงทน เพราะรักฝ่ายชายมาก ในขณะนี้ก็ต้องชั่งใจว่าระหว่างชีวิตที่ปลอดภัยและความรัก จะต้องเลือกอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวอีกว่า เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงเช่นนี้ จึงเตรียมแจ้งข้อหาพยายามฆ่า และดำเนินคดีกับนายชัยชนะ ในเหตุการณ์ทำร้ายแฟนสาวถึง 6 ครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.สมบูรณ์ ทศบวร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กล่าวว่า อาการของ น.ส.กุลดารามีใบหน้าบวม ตาบวม คอมีรอยถูกบาด จมูกหัก แขนขวาหัก กระดูกฝ่ามือซ้ายหัก มีรอยฟกช้ำและรอยไหม้ตามร่างกาย มีทั้งรอยแผลใหม่และรอยแผลเก่า คาดว่าเมื่อวันที่ 22 เม.ย.นี้ถูกทำร้ายประมาณ 8-10 ชั่วโมง ซึ่งขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว แต่ยังคงต้องใช้เวลาในการพักรักษาตัว ส่วนสภาพจิตใจสามารถพูดคุยได้ตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.กุลดาราเปิดเผยว่า สาเหตุที่นายชัยชนะไลฟ์สดขณะทำร้ายเธอ เป็นเพราะต้องการให้กลุ่มผู้เสียหายที่ถูกหลอกให้มาเรียนฟอเร็กซ์เข้าใจว่าเธอเป็นผู้นำเงินไปใช้ จนนายชัยชนะไม่สามารถสอนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.ต.อ.วิระชัยได้ไปตรวจห้องพักนายเอ็มอีกครั้ง พบอุปกรณ์ที่ใช้ทำร้ายและทรมานแฟนสาวเป็นจำนวนมาก ได้แก่ สายไฟที่ใช้สำหรับนำไปเสียบไฟบ้าน 220 โวลต์ เอาไปชอร์ตตามตัว, ด้ามไม้ถูพื้นสภาพหัก 2 ท่อนจากการใช้ตีอย่างรุนแรง, สายไฟที่ใช้รัดคอผู้เสียหาย, มีด 2 ด้ามเต็มไปด้วยคราบเลือดที่ใช้ปาดคอฝ่ายหญิง, เตารีดและเครื่องม้วนผมใช้นาบตามลำตัว นอกจากนี้ยังพบคราบเลือดกระเซ็นอยู่ทั่วทั้งห้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรพบว่า นายชัยชนะ หรือเอ็ม เคยก่อคดีมาแล้วถึง 2 คดี ขณะที่ยังใช้ชื่อนายสมใจ ศิริชาติ ถูกแจ้งข้อหา &amp;ldquo;ร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร&amp;rdquo; ทั้ง 2 ครั้ง ในท้องที่ สน.บึงกุ่ม โดยคดีที่ 1 ถูกจับเมื่อวันที่ 1 มี.ค.2550 ในข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจร ซึ่งก่อเหตุเมื่อวันที่ 22 ต.ค.2548 และคดีที่ 2 ถูกแจ้งข้อหาเพิ่ม ในวันที่ 2 มี.ค.2550 ข้อหาเดิมคือ ร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร ที่ถูกแจ้งข้อหาวันที่ 25 ก.พ.2550 และตำรวจนำตัวดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากถูกดำเนินคดีแล้ว นายเอ็มก็ได้เปลี่ยนชื่อ จากนายสมใจ ศิริชาติ เป็น นายชัยชนะ ศิริชาติ เมื่อวันที่ 19 ก.พ.2557 ในท้องที่เขตบึงกุ่ม จนมาก่อเหตุขึ้นในครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สมัย ศิริทองถาวร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้คนทั่วไปได้เห็นเหตุการณ์จริงของภัยจากยาเสพติด ซึ่งเมื่อเสพเข้าไปแล้ว ผู้เสพจะไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ และคนทั่วไปหรือคนใกล้ชิดก็ไม่สามารถทำนายเหตุการณ์ความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นได้ จึงย้ำเตือนประชาชนว่า เมื่อมีปัญหาเครียด ไม่สบายใจ อย่าพึ่งยาเสพติด เนื่องจากจะยิ่งเป็นการซ้ำเติมปัญหา และอาจกลายเป็นผู้ป่วยโรคทางจิตได้ง่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองอธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวว่า การใช้สารเมตแอมเฟตามีน หรือยาบ้า มีความสัมพันธ์กับการเกิดอาการทางจิต หรือเรียกว่าเกิด &amp;ldquo;ภาวะโรคร่วมจิตเวชสารเสพติด&amp;rdquo; โดยเมื่อยาบ้าผ่านเข้าสู่สมองจะมีผลทำให้สารสื่อนำประสาท &amp;ldquo;โดปามีน&amp;rdquo; (Dopamine) ในสมองผิดปกติ เกิดอาการทางจิตแบบมีภาวะหวาดระแวง ได้แก่ อาการหลงผิด ประสาทหลอน หูแว่ว หวาดระแวง เช่น กลัวจะมีคนมาทำร้าย คนรักนอกใจ เป็นต้น ซึ่งจะนำไปสู่พฤติกรรมที่ใช้ความรุนแรง มีการทำร้ายตนเอง ทำร้ายบุคคลใกล้ชิด ดังเหตุการณ์ข่าวที่เกิดขึ้น ในปีที่ผ่านมามีผู้ป่วยโรคจิตเวชที่เกิดจากการใช้ยาเสพติดเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลรัฐสูงถึง 359,257 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7702</URL_LINK>
                <HASHTAG>Global Fx Investment, ทารุณแฟนถ่ายทอดสด, นายชัยชนะ ศิริชาติ, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พยายามฆ่า, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หนุ่มสุดโหด, เมายา, แหม่มโพธิ์ดำ, ใช้กำลังบังคับ ข่มขู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180423/image_big_5addf4b28932f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
