<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45228</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“Amazing Hua Hin 2019”  กระตุ้นเที่ยว Green Season  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;
วัดห้วยมงคล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อเอ่ยถึง &amp;ldquo;หัวหิน&amp;rdquo; แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองไทยในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ทุกฤดูกาล แม้ท้องทะเลจะไม่สวยงามมากในช่วงฤดูฝน แต่ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ทั้งแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ตลาดน้ำ ตลาดกลางคืน&amp;nbsp; จุดชมวิว ศาสนสถาน แหล่งช็อปปิ้ง สวนน้ำ และอาหารการกินให้เลือกมากมาย ที่สำคัญตลอดเดือนกันยายนนี้ ผู้ประกอบการในพื้นที่ยังร่วมใจจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวนอกฤดูกาล หรือ Green Season ด้วยการจัดที่พักและร้านอาหารในราคาพิเศษไว้ต้อนรับผู้ที่มาเยือนหัวหินในช่วงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นางสาวโศรยา หอมชื่น ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ททท. สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดโครงการ Amazing Hua Hin 2019 เพื่อส่งเสริมการเดินทางนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (Green Season) โดยนำเสนอราคาห้องพักและร้านอาหารในราคาพิเศษ ลดสูงสุด 50% ตั้งแต่บัดนี้ -30 กันยายน 2562 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเข้ามาในพื้นที่ให้มากยิ่งขึ้น ทำให้เกิดกระจายรายได้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว Green Season โดย ททท. สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ ได้ขอความร่วมมือจากสถานประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในอำเภอหัวหิน และพื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ ธุรกิจโรงแรม/ที่พัก ที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมห้าดาว โรงแรมบูติกและโรงแรมขนาดเล็ก ธุรกิจร้านอาหารและของที่ระลึก มอบส่วนลดตั้งแต่ 10-50% ให้นักท่องเที่ยว ตั้งแต่บัดนี้-30 กันยายน 2562 โดยได้รับความร่วมมือจากสถานประกอบการในพื้นที่มากกว่า 30 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมโครงการนี้ ทาง ททท. สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ มีการมอบของที่ระลึก Surprise Gift สำหรับ 1,000 ท่านแรกที่จองโดยตรงกับสถานประกอบการนั้น เพียงแจ้งโค้ด &amp;ldquo;Amazing Hua Hin&amp;rdquo; และทำการลงทะเบียนผ่าน QR CODE หลังจากเช็กอินเข้าที่พักเรียบร้อยแล้ว ซึ่งนักท่องเที่ยวที่สนใจโปรโมชั่นดังกล่าว สามารถติดตาม และ Download รายละเอียดสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ ได้ที่ Facebook Fan Page : TAT PRACHUAP &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้อำนวยการการ ททท. สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับแหล่งท่องเที่ยวในเมืองหัวหิน ส่วนใหญ่อยู่ไม่ไกลจากที่พักและร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการ เช่น &amp;quot;วัดห้วยมงคล หัวหิน&amp;quot; เป็นวัดที่ประดิษฐานรูปเหมือน &amp;quot;หลวงพ่อทวด&amp;quot; องค์ใหญ่ที่สุดในโลก แกะสลักจากไม้ตะเคียนทองขนาดใหญ่ให้ประชาชนได้ไปสักการบูชา และขึ้นไปชมความงดงามของทิวทัศน์ ซึ่งสามารถมองเห็นเทือกเขาตะนาวศรีที่กั้นพรมแดนไทย-เมียนมาได้อย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อด้วยสถานที่แห่งความทรงจำคือ &amp;quot;สถานีรถไฟหัวหิน&amp;quot; คงเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร สถานที่แห่งนี้เคยเป็นพลับพลาที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 อีกทั้งยังมีหัวจักรรถไฟไอน้ำสมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ตั้งอยู่ให้ได้ชมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;จุดชมทิวทัศน์เขาหินเหล็กไฟ&amp;quot; เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่มีความสวยงาม จากจุดนี้จะมองเห็นภาพของเทือกเขาที่สลับกันไปมาเป็นความสวยงามตามธรรมชาติ ตลอดจนมองเห็นตัวเมืองและอ่าวหัวหินได้อย่างชัดเจน บนยอดเขายังเป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 และมีสถานที่พักผ่อนและออกกำลังกายอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;อุทยานราชภักดิ์&amp;quot; ตั้งอยู่ภายในพื้นที่ของโรงเรียนนายสิบทหารบก อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ฝั่งตรงข้ามสวนสนประดิพัทธ์ เป็นสถานที่ที่มีการประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหาบูรพกษัตริย์ไทย 7 พระองค์ คือ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช, สมเด็จพระนเรศวรมหาราช, สมเด็จพระนารายณ์มหาราช, สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช, พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1, พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถมาสักการะและชมอุทยานราชภักดิ์ได้ทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;quot;น้ำตกป่าละอู&amp;quot; เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่และมีความสวยงาม ตั้งอยู่ในเขตป่าละอู อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองหัวหินประมาณ 65 กิโลเมตร อุดมไปด้วยป่าไม้สีเขียวชอุ่มและสัตว์ป่าหายากนานาชนิด อาทิ กระทิง เสือดาว ช้างป่า อีกทั้งยังเป็นแหล่งชมผีเสื้อที่เลื่องชื่ออีกด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายกันที่ &amp;quot;ตลาดโต้รุ่งหัวหิน&amp;quot; ซึ่งมีสินค้ามากมาย ทั้งของที่ระลึกจำพวกเสื้อยืดสกรีนลายเก๋ๆ&amp;nbsp; โปสต์การ์ดภาพสวยๆ ของเมืองหัวหิน รวมไปถึงอาหารง่ายๆ จากแผงลอยหลายร้านให้ได้เลือกซื้อ เลือกชิมกันทั้งตลาด ไม่ว่าจะเป็น ผัดไทย หอยทอด ข้าวหมูแดง ข้าวขาหมู ก๋วยเตี๋ยว โจ๊ก อาหารตามสั่ง หรือจะเป็นซีฟู้ดที่ย่างกันให้เห็นสดๆ หน้าร้าน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ยังมีของกินเล่นขึ้นชื่อ เช่น ไอศกรีม โรตีไส้ต่างๆ ลูกชิ้นปิ้ง หมูสะเต๊ะ ขนมหวานแบบไทยๆ ผลไม้ตามฤดูกาล และที่ขาดไม่ได้คือ ข้าวเหนียวมะม่วง ที่ตั้งแผงขายอยู่กลางตลาด ซึ่งได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติไม่น้อยเลยทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;เชื่อว่ากิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงกรีนซีซั่นนี้ จะตอบโจทย์และความต้องการของนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มเป้าหมายให้เลือกมาพักผ่อน เติมพลังใจ พลังกาย ก่อนกลับไปพิชิตการงานด้วยความพร้อมเกินร้อยเปอร์เซ็นต์&amp;rdquo; ผู้อำนวยการการ ททท. สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ กล่าวปิดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ เปิดบริการทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. โทรศัพท์ 0-3251-3885, 0-3251-3871&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สรณะ รายงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:10.0pt; margin-left:180.0pt&quot;&gt;/-/-&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45228</URL_LINK>
                <HASHTAG>Amazing Hua Hin 2019, กระตุ้นเที่ยว Green Season, การท่องเที่ยว, หัวหิน, แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190907/image_big_5d73b2098f983.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12959</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2018 08:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2018 08:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิด้าโพล&#039; เผยคนไทยต้องการให้เพิ่มความปลอดภัยตามแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นิด้าโพล&amp;rdquo; เผยคนไทยต้องการให้เพิ่มความปลอดภัยตามแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนไทยยังเชื่อถือมาตรการป้องกันอุบัติภัยของไทย แต่แนะให้เพิ่มมาตรการความปลอดภัยตามแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ อย่างเร่งด่วน จี้ทำประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้ความรู้ประชาชนเอาตัวรอด เวลาประสบภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน &amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่อง &amp;ldquo;มาตรการป้องกันอุบัติภัยของไทย&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 3 &amp;ndash; 5 กรกฎาคม 2561 โดยสอบถามความคิดเห็นจากประชาชนทั่วประเทศกระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,268 หน่วยตัวอย่าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจเมื่อถามถึงความน่าเชื่อถือของมาตรการป้องกันอุบัติภัยของไทย พบว่า ประชาชน ร้อยละ 8.28 ระบุว่า มีความน่าเชื่อถือมากที่สุด ร้อยละ 66.40 ระบุว่า มีความน่าเชื่อถือมาก โดยผู้ที่ระบุว่า เชื่อถือมาก - มากที่สุด ได้ให้เหตุผลว่า มาตรการป้องกันอุบัติภัยของไทย &amp;nbsp;มีประสิทธิภาพและมีมาตรฐาน รวดเร็ว สามารถให้ความช่วยเหลือได้ทันเวลา และมีจุดมุ่งหมายชัดเจน ร้อยละ 20.27 ระบุว่า ไม่มีความน่าเชื่อถือ ร้อยละ 2.76 ระบุว่า ไม่มีความน่าเชื่อถือเลย โดยผู้ที่ระบุว่า ไม่น่าเชื่อถือ - ไม่เชื่อถือเลย ให้เหตุผลว่า มาตรการป้องกันอุบัติภัยของไทยยังไม่มีความรัดกุมเท่าที่ควร ไม่มีมาตรฐาน ยังขาดอุปกรณ์เครื่องมือที่ทันสมัยเมื่อเทียบกับต่างประเทศ และร้อยละ 2.29 ระบุว่า &amp;nbsp;ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระดับความเร่งด่วนในการเพิ่มมาตรการความปลอดภัยตามแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ พบว่า ประชาชน ร้อยละ 30.76 ระบุว่า เร่งด่วนที่สุด ร้อยละ 55.60 ระบุว่า เร่งด่วน โดยผู้ที่ระบุว่า เร่งด่วน - เร่งด่วนที่สุด ได้ให้เหตุผลว่า จะได้มีแนวทางการแก้ไข และป้องกันได้ทันเหตุการณ์ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และสามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ร้อยละ 12.06 ระบุว่า ไม่เร่งด่วน ร้อยละ 0.79 ระบุว่า ไม่เร่งด่วนเลย โดยผู้ที่ระบุว่า ไม่เร่งด่วน - ไม่เร่งด่วนเลย ให้เหตุผลว่า กฎ ข้อบังคับมีอยู่แล้วแต่ไม่ปฏิบัติตาม ขณะที่บางส่วน &amp;nbsp; ระบุว่า ยังมีวาระอื่น ๆ ที่ต้องแก้ไขเร่งด่วนกว่านี้ และร้อยละ 0.79 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประสิทธิภาพในการทำงานของเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเข้าช่วยเหลือเหตุอุบัติภัย พบว่า ประชาชน ร้อยละ 37.22 ระบุว่า &amp;nbsp;มีประสิทธิภาพมากที่สุด ร้อยละ 57.18 ระบุว่า มีประสิทธิภาพมาก โดยผู้ที่ระบุว่า มีประสิทธิภาพมาก - มากที่สุด ได้ให้เหตุผลว่า ปฏิบัติงาน &amp;nbsp; ได้ดี รวดเร็ว และเต็มความสามารถ เพราะเจ้าหน้าที่มีทักษะ ความรู้ ความสามารถเฉพาะอยู่แล้ว ร้อยละ 4.50 ระบุว่า ไม่มีประสิทธิภาพ ร้อยละ 0.55 ระบุว่า ไม่มีประสิทธิภาพเลย โดยผู้ที่ระบุว่า ไม่มีประสิทธิภาพ - ไม่มีประสิทธิภาพเลย ให้เหตุผลว่า ไม่มีความพร้อม ล่าช้าในการปฏิบัติงาน ขาดเครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัย และร้อยละ 0.55 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงมาตรการป้องกันอุบัติภัยตามแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 52.68 ระบุว่า มีการประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้การเอาตัวรอดเมื่อประสบภัย รองลงมา ร้อยละ 51.42 ระบุว่า เพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยตามสถานที่ท่องเที่ยว ร้อยละ 49.84 ระบุว่า ติดป้ายเตือนอุบัติเหตุ/อุบัติภัย ร้อยละ 23.90 ระบุว่า จัดทีมสำรวจศึกษาสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติเพื่อเก็บข้อมูลอย่างละเอียด ร้อยละ 23.42 ระบุว่า จัดทำแผนที่เส้นทางการท่องเที่ยว ร้อยละ 12.46 ระบุว่า จำกัดอายุนักท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ ร้อยละ 2.21 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ มีกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และบทลงโทษที่ชัดเจน ปิดการให้บริการในช่วงที่อันตราย มีการติดตั้งระบบเตือนภัย มีอุปกรณ์ที่พร้อมใช้งานเมื่อเกิดอุบัติเหตุ/อุบัติภัย ขณะที่บางส่วนระบุว่า ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลว่าจะเชื่อและปฏิบัติตามหรือไม่และร้อยละ 1.18 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 9.70 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ ร้อยละ 24.76 มีภูมิลำเนาอยู่ปริมณฑลและภาคกลาง ร้อยละ 18.30 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.20 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และร้อยละ 14.04 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ ตัวอย่างร้อยละ 53.47 เป็นเพศชาย ร้อยละ 46.37 เป็นเพศหญิง และร้อยละ 0.16 เป็นเพศทางเลือก ตัวอย่างร้อยละ 5.99 มีอายุไม่เกิน 25 ปี ร้อยละ 16.32 มีอายุ 26 &amp;ndash; 35 ปี ร้อยละ 20.11 มีอายุ 36 &amp;ndash; 45 ปี ร้อยละ 36.12 มีอายุ 46 &amp;ndash; 59 ปี ร้อยละ 19.72 มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และร้อยละ 1.74 ไม่ระบุอายุ ตัวอย่างร้อยละ 91.80 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 3.31 นับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ 1.18 นับถือศาสนาคริสต์ /ฮินดู/ซิกข์/ยิว/ ไม่นับถือศาสนาใด ๆ และร้อยละ 3.71 ไม่ระบุศาสนา ตัวอย่างร้อยละ 18.53 ระบุว่าสถานภาพโสด ร้อยละ 72.48 สมรสแล้ว ร้อยละ 5.05 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ และร้อยละ 3.94 ไม่ระบุสถานภาพการสมรส ตัวอย่างร้อยละ 29.57 จบการศึกษาประถมศึกษาหรือต่ำกว่า ร้อยละ 28.79 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 5.92 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 25.47 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ร้อยละ 6.15 &amp;nbsp;จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 4.10 ไม่ระบุการศึกษา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12959</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้ชีพ, กู้ภัยของไทย, นิด้าโพล, ผลสำรวจความคิดเห็น, มาตรการป้องกันอุบัติภัย, แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180708/image_big_5b416a026bbbd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
