<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52383</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2019 10:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2019 10:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผู้พิพากษาย้อนอนค.ไม่ห้ามกู้เงินย่อมทำได้ถ้าเช่นนั้นพรรคการเมืองก็ประกอบธุรกิจซื้อหายหุ้นได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13ธ.ค.62-นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng ระบุว่า
.....พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐
.....มาตรา ๖๒ พรรคการเมืองอาจมีรายได้ ดังต่อไปนี้
........(๑) เงินทุนประเดิมตามมาตรา ๙ วรรคสอง
........(๒) เงินค่าธรรมเนียมและค่าบํารุงพรรคการเมืองตามที่กําหนดในข้อบังคับ
........(๓) เงินที่ได้จากการจําหน่ายสินค้าหรือบริการของพรรคการเมือง
........(๔) เงิน ทรัพย์สิน และประโยชน์อื่นใดที่ได้จากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคการเมือง
........(๕) เงิน ทรัพย์สิน และประโยชน์อื่นใดที่ได้จากการรับบริจาค
........(๖) เงินอุดหนุนจากกองทุน
........(๗) ดอกผลและรายได้ที่เกิดจากเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดของพรรคการเมือง
.....มาตรา ๘๗ เงินและทรัพย์สินของพรรคการเมืองต้องนําไปใช้จ่ายเพื่อดําเนินกิจกรรม ทางการเมืองของพรรคการเมือง ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งของพรรคการเมืองและสมาชิก และค่าใช้จ่ายในการบริหารพรรคการเมือง
.....พรป.พรรคการเมือง มาตรา ๖๒ ว่าด้วยรายได้ของพรรคการเมือง ส่วนมาตรา ๘๗ ว่าด้วยรายจ่ายของพรรคการเมือง
.....ถ้ายึดถือตามตรรกะของผู้ที่กล่าวว่า มาตรา ๖๒ ไม่ได้ห้ามไม่ให้กู้ยืมเงิน พรรคการเมืองย่อมกู้เงินได้ ถ้าเช่นนั้นพรรคการเมืองก็จ่ายเงินของพรรคทำในสิ่งที่มาตรา ๘๗ ไม่ได้ห้ามไว้ได้เช่นเดียวกัน
.....ดังนั้นพรรคการเมืองก็สามารถใช้เงินของพรรคซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ปลูกสร้างอาคารขาย ซื้อที่ดินมาจัดสรรขายหรือกระทำการอื่นใดเพื่อแสวงหากำไรได้เพราะมาตรา ๘๒ และ มาตรา ๘๗ ไม่ได้ห้าม
.....ถ้ายึดหลักเช่นนี้พรรคการเมืองก็มีสิทธิดีกว่านิติบุคคลที่ตั้งขึ้นมาเพื่อประกอบธุรกิจที่ต้องระบุว่าต้องการทำอะไรบ้างไว้ในวัตถุประสงค์ ถ้าไม่ระบุไว้ก็ไม่สามารถกระทำได้
.....ต่อไปนักธุรกิจคงตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาเพื่อประกอบธุรกิจ เพราะสามารถทำอะไรได้ทุกอย่าง และยังได้รับเงินอุดหนุนจากกองทุนพรรคการเมืองด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52383</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีเงินกู้อนาคตใหม่, ชูชาติ ศรีแสง, แหล่งรายได้พรรคการเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180111/5a5754d98ee5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52381</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2019 09:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2019 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อ้น&#039;จัดหนัก&#039;ปิยบุตร&#039;เป็นความอับอายของนักกฎหมายตัวอย่างไม่ดีของนักการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;13ธ.ค.62- น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ หรือ&amp;rsquo;อ้น&amp;rsquo; อดีตผู้สมัครส.ส.กทม. รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp; กล่าวถึงกรณีที่นายปิยบุตร&amp;nbsp; แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงไม่เห็นด้วยกับมติ กกต. ที่ส่งศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค จากกรณีพรรคกู้เงินนาย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค 191 ล้านบาท ว่า&amp;nbsp; เพื่อป้องกันไม่ให้สังคมเกิดความสับสน จึงขอให้ความเห็นในอีกมุมหนึ่งและตั้งข้อสังเกตถึงข้อสงสัยของนายปิยบุตรว่าอาจจะไม่อยู่บนหลักเหตุผลของกฎหมาย ไม่พิจารณาจากข้อเท็จจริง และชี้นำสังคมเพื่อกล่าวหาองค์กรอิสระที่มีหน้าที่ตรวจสอบความโปร่งใสของนักการเมือง
น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า วิธีคิดตามหลักตรรกะทั่วไป และเหตุผลของนักกฎหมาย คือ พรรคอนาคตใหม่เป็นพรรคการเมืองหรือเป็นบริษัทเอกชน หากเป็นพรรคการเมืองก็มาดูกฎหมายที่เกี่ยวกับพรรคการเมืองซึ่งก็คือ พรป . พรรคการเมือง ชื่อตรงตัวเลย และฉบับที่ใช้บังคับอยู่ก็คือ พรป. พรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ซึ่งในมาตรา 62 กำหนดแหล่งรายได้ของพรรคการเมืองไว้ชัดเจนว่ามี 7 ประเภท คือ 1.เงินทุนประเดิม 2. เงินค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงพรรค 3. เงินที่ได้จากการจำหน่ายสินค้าหรือบริการ 4. เงิน ทรัพย์สิน และประโยชน์อื่นใดที่ได้จากการจัดกิจกรรมระดมทุน 5. เงิน ทรัพย์สิน และประโยชน์อื่นใดที่ได้จากการรับบริจาค&amp;nbsp; 6. เงินอุดหนุนจากกองทุน และ 7. ดอกผลของเงินดังกล่าว เมื่อเข้าใจตามนี้แล้วก็มาดูว่า&amp;ldquo;เงินกู้&amp;rdquo; อยู่ในข้อใดหรือไม่ ก็ปรากฏว่าไม่ได้อยู่ใน 7 ประเภทที่ว่าเลย ดังนั้น &amp;ldquo;เงินกู้&amp;rdquo; จึงเป็นเงินนอกกฎหมาย เป็นเงินที่มีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะไม่มีกฎหมายข้อใดอนุญาตให้ทำได้ ดังนั้นที่กกต. มีมติว่าเงินกู้ยืม 191 ล้านบาทเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนมาตรา 72 จึงเป็นการวินิจฉัยที่ถูกต้องแล้ว ฉะนั้นนายปิยบุตร ไม่ควรยึดติดมาตราตามพรป. พรรคการเมือง 2550 ซึ่งเป็นกฎหมายเก่าที่ยกเลิกไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตาม พรป. พรรคการเมือง 2560&amp;nbsp; ยังระบุถึงแหล่งเงินที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย คือรวมทั้งเงินนั้นได้มาจากการฟอกเงิน คอร์รัปชัน การขายยาเสพติด หรือปล้นมาตามที่นายปิยบุตรกล่าวอ้าง และยังรวมไปถึงเงินอื่นๆ อีก เช่น เงินที่มีแหล่งรายได้นอกเหนือ 7 แหล่ง (ตามมาตรา 62) เงินบริจาคที่เกิน 10 ล้านบาทต่อปี (ตามมาตรา 66) เงินที่รับมาจากบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย (ตามมาตรา 74) ดังนั้นนายปิยบุตรควรไปทำความเข้าใจบทบัญญัติของ พรป. ฉบับนี้ให้ละเอียดอีกครั้ง การออกมาให้เหตุผลทางกฎหมายของนายปิยบุตรที่ไม่ยอมรับมติ กกต. จึงอาจเป็นที่น่าอับอายของนักกฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญสูงในสาขามหาชน ซึ่งนายปิยบุตรควรกลับไปทบทวนอ่านหนังสือ &amp;ldquo;ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมายทั่วไป&amp;rdquo; ของ ศ.ดร. หยุด แสงอุทัย ก่อนที่จะมาตัดสิน กกต. หรือใครว่าสอบตกหรือสอบผ่าน
&amp;nbsp;
ส่วนข้อสงสัย ของนายปิยบุตร ต่อการทำงานของ กกต. ว่าเร่งรัดคดีจนผิดสังเกตนั้น รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ข้อสงสัยของนายปิยบุตรเป็นการชี้นำสังคมเพื่อกล่าวหาองค์กรอิสระที่มีหน้าที่ตรวจสอบความโปร่งใสของนักการเมืองหรือไม่ เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงจะเห็นว่า กกต. ไม่ได้เร่งรัดการทำคดีนี้เป็นพิเศษแต่อย่างใดเลย กกต. ได้รับคำร้องจากคุณศรีสุวรรณเกือบ 7 เดือนแล้ว ตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค. และที่ผ่านมา กกต. ได้ขอเอกสารเพื่อพิจารณามาโดยตลอด พรรคอนาคตใหม่ต่างหากกลับเป็นฝ่ายเพิกเฉยและบ่ายเบี่ยงไม่ส่งพยานหลักฐานเอกสาร และขอขยายเวลาเรื่อยมา ดังนั้นการกล่าวหา กกต. จึงอาจเป็นแทกติกของนักการเมืองที่ไม่ใช่ตัวอย่างที่ดีแต่อย่างใด
&amp;nbsp;
น.ส.ทิพานัน ยังกล่าวถึงกรณีที่นายปิยบุตรเรียกร้องให้ กกต. ฟังเสียงสังคมว่า ไม่ทราบว่านายปิยบุตรกล่าวในฐานะนักกฎหมายหรือนักการเมือง หรืออะไร เพราะในฐานะนักกฎหมาย นายปิยบุตรต้องทราบดีว่า องค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ตรวจสอบไม่ควรให้กระแสสังคมเป็นเครื่องชี้นำ กกต. ต้องทำตามหน้าที่คือพิจารณาตัดสินตามข้อตัวบทกฎหมายและพยานหลักฐานเอกสารต่างๆ และในฐานะนักการเมือง นายปิยบุตรก็ต้องทราบดีอีกเช่นกันว่า ความเห็นต่างๆ ของสังคมมีทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับนายปิยบุตร ในสังคมประชาธิปไตยนั้น นายปิยบุตรควรยอมรับฟังความเห็นต่างด้วย ไม่ควรแนะให้คนอื่นเห็นตามตนเองและผู้สนับสนุนของตนเองเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อทีมฟุตบอลของนายปิยบุตรทำฟาล์วเพราะหลงไปอ่านกติกาผิดเล่ม&amp;nbsp; ไม่ทำตามกติกาใหม่และไม่ยอมศึกษาให้เข้าใจ ดึงดันจะเล่นแบบเดิมจนละเมิดกติกาและถูกลงโทษให้เหลือผู้เล่นเพียง 10 คน พอโอกาสชนะไม่ค่อยมี แทนที่จะเล่นในเกมต่ออย่างสมศักดิ์ศรี กลับใช้แทกติกพุ่งล้ม ทำออฟไซด์บ่อยๆ ให้ผู้ชมเห็นว่าการที่กรรมการเป่าเตือนหรือตัดสินเป็นเพราะกรรมการกลั่นแกล้ง พอผลแข่งแพ้ก็โทษกรรมการ โทษกติกาว่าไม่ยุติธรรม ในการกระทำเช่นนี้ถือว่าทีมไม่เคารพกติกา ไร้น้ำใจนักกีฬา เล่นไม่สมศักดิ์ศรี และไม่เคารพแฟนฟุตบอลที่สนับสนุนทีม&amp;nbsp; หากยิ่งทำต่อไปคงจะมีเพียงกลุ่มฮูลิแกนที่สนับสนุนทีมเท่านั้น&amp;rdquo; น.ส.ทิพานัน กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52381</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ, นายปิยบุตร แสงกนกกุล, พรป.พรรคการเมือง, ยุบพรรคอนาคตใหม่, แหล่งรายได้พรรคการเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191213/image_big_5df2f98ed36fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
