<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104617</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟัน‘แอคแคปฯ-ดวงฤทธิ์’ ‘ดีอีเอส’ชงผิดพรบ.คอมพ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดนแล้ว! &amp;quot;ดีอีเอส&amp;rdquo; รวบรวมหลักฐานชงฟัน&amp;nbsp; &amp;ldquo;แอคแคปฯ-ดวงฤทธิ์&amp;rdquo; ผิด พ.ร.บ.คอมพ์ ปั่นข่าววัคซีนซิโนฟาร์ม 20 ล้านโดส พบมีการวางแผนเป็นขบวนการเพื่อดิสเครดิตรัฐบาล จ้อคลับเฮาส์กล่าวหาเรียกเงินค่าพบนายกฯ 5&amp;nbsp; ล้าน &amp;quot;ชัยวุฒิ&amp;quot; ชี้ &amp;ldquo;ดวงฤทธิ์&amp;rdquo; จงใจสร้างความสับสนหลายหน&amp;nbsp; ซัดจุดยืนการเมืองฝั่งตรงข้ามรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีที่ในสังคมออนไลน์ได้เผยแพร่หนังสือ บริษัท แอคแคป แอสเซ็ทส์ จำกัด (บริษัท แอคแคปฯ) ที่ทำถึงราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยมีเนื้อหาอ้างว่าบริษัท แอคแคปฯ สามารถจัดหาวัคซีนซิโนฟาร์ม จำนวน 20 ล้านโดส และสามารถจัดส่งให้ได้ภายใน 2 สัปดาห์ แต่ไม่สามารถติดต่อขอเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมวสาธารณสุขได้ จนมีการเผยแพร่หนังสือฉบับดังกล่าวอย่างกว้างขวาง&amp;nbsp; ส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดถึงการบริหารจัดการวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของรัฐบาล เมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2564 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม&amp;nbsp; (Anti Fake News Center) ได้ตรวจสอบเบื้องต้นกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และพบว่าบริษัท แอคแคปฯ ไม่มีชื่อยื่นขึ้นทะเบียนนำเข้าวัคซีนซิโนฟาร์ม รวมทั้งยังจดทะเบียนทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์&amp;nbsp; ไม่มีคุณสมบัตินำเข้ายาและเวชภัณฑ์ และไม่ได้เป็นตัวแทนของผู้ผลิตวัคซีนซิโนฟาร์มจริง ซึ่งภายหลังปรากฏเป็นข่าว&amp;nbsp; ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ก็ได้ปฏิเสธพร้อมชี้แจงแล้วว่าลักษณะของบริษัทไม่น่าเชื่อถือ และไม่มี Dossier&amp;nbsp; หรือเอกสารประกอบรายการประกอบยาและการผลิตจากบริษัทเจ้าของวัคซีนเพื่อมาใช้ขอใบอนุญาตต่อ อย.แต่อย่างใด &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นหนังสือฉบับดังกล่าวนั้น จึงเป็นข้อความที่บิดเบือน และทำให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่เข้าข่ายเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 (พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์) เช่นเดียวกับผู้ที่นำข้อมูลดังกล่าวไปเผยแพร่ หรือส่งต่อก็จะเข้าข่ายมีความผิดเช่นกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยวุฒิกล่าวว่า กระทรวงดีอีเอสกำลังประสานข้อมูลกับ บก.ปอท. (กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์) รวมทั้งกระทรวงสาธารณสุข เพื่อรวบรวมหลักฐานและดำเนินการเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังติดตามตัวกรรมการผู้จัดการผู้ลงนามทั้ง 2 รายในหนังสือมาให้ข้อมูลและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับหนังสือฉบับดังกล่าว เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีบุคคลและกลุ่มบุคคลนำไปวิพากษ์วิจารณ์และกล่าวหาในทำนองว่า รัฐบาลมีการเรียกรับผลประโยชน์จากการขึ้นทะเบียนและจัดหาวัคซีนโควิด-19 ซึ่งเข้าข่ายการหมิ่นประมาท และเสนอข้อมูลเท็จอย่างชัดเจนเช่นกัน เพราะการขึ้นทะเบียนและนำเข้าวัคซีนมีระเบียบขั้นตอนการดำเนินการตามช่องทางกฎหมายอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้าพบใครเป็นพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น่าสังเกตว่า ที่ผ่านมาเกิดความพยายามในการตั้งประเด็นโจมตีการบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาลมาอย่างต่อเนื่องและรุนแรงขึ้น มองได้ว่ามีการวางแผนเป็นขบวนการเพื่อดิสเครดิตรัฐบาลหรือไม่ เห็นได้ชัดจากกรณี บริษัท แอคแคปฯ ที่ผู้เกี่ยวข้องในส่วนของภาครัฐต่างออกมาปฏิเสธไปแล้ว แต่ทราบว่าเมื่อคืนวันที่ 27 พ.ค.64 นายดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิก และแกนนำกลุ่มแคร์ คิดเคลื่อนไทย ที่มักร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับพรรคเพื่อไทย นำประเด็นดังกล่าวไปพูดคุยแสดงความคิดเห็นผ่านแอปพลิเคชันคลับเฮาส์ โดยมีเนื้อหาสาระก่อให้เกิดความสับสนขึ้นในสังคม ตลอดจนสร้างความเสียหายให้แก่รัฐบาลและผู้เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีการพูดถึงขั้นว่า มีคนเรียกค่าพาเข้าพบนายกรัฐมนตรีจากบริษัทดังกล่าว เพื่อให้มีช่องทางเจรจานำเข้าวัคซีนซิโนฟาร์ม โดยแลกกับเงิน 5 ล้านบาทอีกด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยวุฒิเผยว่า เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม นายดวงฤทธิ์ก็เคยทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์อ้างว่า มีรุ่นน้องที่รู้จักกันพยายามนำวัคซีนซิโนฟาร์ม 20 ล้านโดสให้รัฐบาล และระบุว่า &amp;ldquo;ประสานไปที่คนของรัฐบาลทุกช่องทางแล้ว มันถามหาผลประโยชน์ตอบแทนกันก่อนหมดเลย&amp;rdquo; จนมีผู้มารีทวีตหรือเผยแพร่ข้อความต่อจำนวนมาก และยังมีหลักฐานว่ามีความสนิทสนมกับนายกรกฤษณ์ กิติสิน หนึ่งในผู้บริหารของบริษัท แอคแคปฯ ด้วย หรือเมื่อต้นเดือน ม.ค.64&amp;nbsp; ก็ทวีตในทำนองว่ามีคนบางกลุ่มได้สิทธิ์ซื้อวัคซีนโควิด-19 แล้ว ทั้งที่กระบวนการทุกอย่างมีการเปิดเผยโปร่งใสโดยตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การที่บริษัท แอคแคปฯ ถูกเปิดโปงว่าไม่ใช่ผู้แทนซิโนฟาร์มจริง และการทวีตข้อความในประเด็นเดียวกันล่วงหน้าของคุณดวงฤทธิ์ ทำให้สามารถตั้งข้อสังเกตได้ว่า อาจเป็นขบวนการเดียวกันที่ต้องการสร้างความสับสนและดิสเครดิตรัฐบาล เรื่องนี้กระทรวงดีอีเอสได้รวบรวมหลักฐานการเผยแพร่ข้อความในแพลตฟอร์มต่างๆ รวมทั้งการพูดคุยในแอปฯ คลับเฮาส์ล่าสุดไว้ทั้งหมดแล้ว ขณะนี้ได้ให้ฝ่ายกฎหมายทำการสรุปว่ามีผู้กระทำผิดกี่รายอย่างไรบ้าง เพื่อดำเนินคดีอย่างเร่งด่วนต่อไป&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.ดีอีเอสกล่าวอีกว่า การที่มีการออกมาโพสต์ว่ามีการเรียกเงิน 5 ล้านบาท หรือมีการเรียกผลประโยชน์จากการจัดหาวัคซีนโควิด-19 นั้น หากมีหลักฐานยืนยันชัดเจน ก็เปิดเผยได้อยู่แล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมดำเนินการตามกฎหมาย เพราะเป็นการแอบอ้างหาประโยชน์ซึ่งไม่สมควรให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศกำลังประสบปัญหาการระบาดโควิด19 แต่ถ้าไม่มีหลักฐานเป็นการพูดลอยๆ ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กเพื่อดิสเครดิตนายกฯ และรัฐบาล เท่ากับเป็นการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เมื่อภาครัฐจำเป็นต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย คนเหล่านี้ก็มักจะออกมาเรียกร้องว่า เป็นการละเมิดสิทธิ ปิดหูปิดตาประชาชน ซึ่งเป็นรูปแบบของขบวนการเฟกนิวส์&amp;nbsp; และต้องการให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เชื่อว่าสังคมพอจะเข้าใจถึงเจตนาของกลุ่มคนดังกล่าว&amp;nbsp; หลายคนก็เป็นกลุ่มคนที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาล และนิยมชมชอบกลุ่มการเมืองบางกลุ่ม จุดยืนทางการเมืองของคุณดวงฤทธิ์ก็ชัดเจน พอถูกจับได้ไล่ทันก็อ้างว่าชนตอ มีอันตรายถึงตาย&amp;nbsp; ไม่ขอพูดถึงเรื่องนี้อีก ทั้งที่หากไม่มีเจตนาก็ควรออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง เหมือนมีเจตนาให้สังคมสับสนไปเรื่อยๆ ซึ่งกรณีของคุณดวงฤทธิ์ถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังรวบรวมหลักฐาน และจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดแน่นอน&amp;quot; นายชัยวุฒิระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ในฐานะรอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ปัจจุบันในยุค 5&amp;nbsp; จี พี่น้องประชาชนรวมทั้งข้าราชการตำรวจต่างก็เข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่า พี่น้องตำรวจหลายท่านรวมถึงหลายหน่วยงานใช้สื่อสังคมออนไลน์ประชาสัมพันธ์การปฏิบัติหน้าที่ในรูปแบบต่างๆ หรือแถลงผลการจับกุมคนร้ายในคดีสำคัญ ตลอดจนเตือนภัยอาชญากรรมในพื้นที่ให้ประชาชนได้รับรู้ในการระมัดระวังตนเองมิให้ตกเป็นเหยื่อ ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและเสริมสร้างภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามยังคงพบเห็นข้าราชการตำรวจบางท่าน ใช้สื่อสังคมออนไลน์แล้วส่งผลกระทบในเชิงลบต่อภาพลักษณ์ขององค์กร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จริงๆ ต้องเรียนว่าการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในทุกแพลตฟอร์ม ข้าราชการตำรวจสามารถมีสิทธิและเสรีภาพในการเข้าถึงและใช้งานทั้งสิ้น แต่เพื่อให้การใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของข้าราชการตำรวจเป็นไปอย่างเกิดประโยชน์และเป็นไปอย่างถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดทำแนวทางการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของข้าราชการตำรวจ ซึ่งเป็นเสมือนคู่มือในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ สำหรับประเภทข้อมูลข่าวสารที่ไม่ควรเผยแพร่ ทั้งในรูปแบบข้อความ รูปภาพ หรือภาพเคลื่อนไหว มีจำนวน 9 ประเภท คือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ข้อมูลที่มีเนื้อหาพาดพิง หรือส่งผลในทางลบต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 2.ข้อมูลที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ หรือกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 3.ข้อมูลที่มีลักษณะยั่วยุ เสียดสี บิดเบือนโฆษณา ชวนเชื่อ สร้างความแตกแยกต่อหน่วยงาน องค์กร&amp;nbsp; สถาบัน สังคม รวมถึงการไม่เป็นกลางทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ข้อมูลความลับของทางราชการ ตามระเบียบการตำรวจที่กำหนดไว้ 5.ข้อมูลที่เข้าข่ายการกระทำผิด ตามประมวลกฎหมายว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารทั้งของราชการและบุคคล รวมถึงการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและกฎหมายอาญาใดๆ เช่น ภาพลามก อนาจาร&amp;nbsp; เป็นต้น 6.ข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อน้ำหนักความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานทางคดี เกิดผลเสียต่อกระบวนการยุติธรรม รวมถึงส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติภารกิจที่มีความเสี่ยงในเชิงยุทธวิธีและยุทธการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7.ข้อมูลที่สร้างกระแสทางสังคมหรือก่อให้เกิดความตื่นตกใจโดยไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และไม่มีหลักฐานยืนยัน&amp;nbsp; 8.ข้อมูลที่เป็นภัยคุกคามต่อระบบสารสนเทศและเครือข่าย&amp;nbsp; ได้แก่ โปรแกรมไม่พึงประสงค์ หรือ Malware ทุกประเภท 9.ข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์อันดีของความเป็นข้าราชการตำรวจ ก่อให้เกิดความขบขัน วิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบ ลดความเชื่อมั่น ศรัทธาต่องานตำรวจ ทั้งที่เป็นปัจเจกบุคคล และองค์กรตำรวจโดยรวม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงฝากถึงพี่น้องข้าราชการตำรวจ ในการเข้าถึงหรือใช้สื่อสังคมออนไลน์ ควรพิจารณาใช้ด้วยความระมัดระวังและถือปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบและแนวทางที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดไว้อย่างเคร่งครัดด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104617</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, จัดหาวัคซีนซิโนฟาร์ม, ซิโนฟาร์ม, พรบ.คอมพ์, วัคซีนซิโนฟาร์ม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แอคแคป, แอคแคป แอสเซ็ทส์, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210519/image_big_60a525568d938.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104523</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซิโนฟาร์ม1ล้านโดส รจภ.นำเข้าไทยมิ.ย.เข็มไม่เกินพัน/บิ๊กตู่ลั่นไร้วัคซีนการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์&amp;quot; จับมือ สธ.แจงนำเข้าวัคซีนซิโนฟาร์ม ประเดิมล็อตแรกล้านโดส มิ.ย.นี้ ราคาไม่เกินเข็มละพันบาท อย.ขึ้นทะเบียนแล้ว โต้แอคแคปไม่เคยยื่นเรื่อง &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลั่นไม่มีวัคซีนการเมือง การันตี ป.ช.ช.ได้ฉีดร้อยเปอร์เซ็นต์ ชี้ฟังทุกฝ่ายจำเป็นต้องปรับแผนตามสถานการณ์ ศบค. ยัน &amp;quot;หมอพร้อม&amp;quot; ยังอยู่ ย้ำเปิดช่องทางให้ลงทะเบียนได้มากขึ้น ขอโทษทำคนสับสน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม เวลา 13.30 น. ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แถลงข่าวบูรณาการความร่วมมือแนวทางการจัดสรรและนำเข้าวัคซีนโควิดทางเลือก &amp;quot;ซิโนฟาร์ม&amp;quot; โดยมีผู้ร่วมแถลงข่าว ประกอบด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และ นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อระบบสาธารณสุขไทยในสถานการณ์โควิด-19 พระราชทานแนวทางช่วยเหลือประชาชน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขและราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์มีความร่วมมือที่ดีต่อกันมาโดยตลอด จนสามารถดำเนินการจัดหาวัคซีนทางเลือกให้กับประชาชน และทำให้เข้าถึงวัคซีนได้มากขึ้น ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าวัคซีนทางเลือกเกิดขึ้นแล้ว โดยราชวิทยาลัยเป็นผู้ประสานงาน และมีตัวแทนนำเข้าตามใบอนุญาต คือ บริษัท ไบโอเจเนเทค จำกัด ซึ่ง อย.ได้อนุมัติวัคซีนซิโนฟาร์มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ไพศาล เปิดเผยว่า อย.ได้อนุมัติวัคซีนซิโนฟาร์ม ที่นำยื่นเอกสารขอนำเข้า โดยบริษัท ไบโอจีนีเทค จำกัด ซึ่งเป็นวัคซีนเชื้อตาย ที่สำคัญคือ ผลิตโดยสถาบันชีววัตถุแห่งกรุงปักกิ่ง (BIBP) ซึ่งได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.นิธิกล่าวว่า ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ 2559 และขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการบริหารจัดการ เพื่อยับยั้งและควบคุมการแพร่ระบาดให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเดินต่อไปได้อย่างปกติสุข โดยความร่วมมือการนำเข้าวัคซีนโควิด-19 ทางเลือกซิโนฟาร์ม ระหว่างราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กระทรวงสาธารณสุข และ อย.มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนส่งเสริมความร่วมมือ เพื่อให้การกระจายวัคซีนในสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้บริษัทโลจิสติกส์ที่นำเข้าเก็บวัคซีนซึ่งเป็นปกติ และเป็นบริษัทที่เคยนำเข้าวัคซีนอื่นๆ จากบริษัทซิโนฟาร์ม คือบริษัทไบโอจีนีเทค ช่วยร่นระยะเวลาในการยื่นเอกสาร ระหว่างการขออนุญาตจาก อย. ซึ่งเมื่อได้รับการอนุมัติแล้ว ทางราชวิทยาลัยจะดำเนินการนำเข้าบริหารจัดสรรวัคซีนทางเลือก ซึ่งจะต้องประสานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงสาธารณสุข ในการกระจายวัคซีนไปยังหน่วยงานต่างๆ ของภาครัฐ และเอกชนที่ต้องการให้กิจกรรมหรือธุรกิจเป็นไปได้อย่างต่อเนื่องไม่มีความติดขัด ทั้งนี้ วัคซีนซิโนฟาร์มเป็นวัคซีนชนิดเชื้อตาย เช่นเดียวกับวัคซีนซิโนแวคและโควาซีน ที่ได้รับการอนุมัติจากประเทศจีน โดยมีข้อบ่งชี้ว่าวัคซีนซิโนฟาร์มสามารถฉีดให้กับผู้สูงอายุได้
ซิโนฟาร์มล็อตแรกล้านโดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เบื้องต้นคาดว่าจะนำเข้าล็อตแรกมาราว 1 ล้านโดส ภายในเดือน มิ.ย.นี้ ส่วนในเดือนต่อไปอาจให้บริษัท ไบโอจีนีเทค หารือ และต่อรองกับบริษัทผู้ผลิตต้นทางอีกครั้งหนึ่ง ส่วนการดำเนินการจัดสรรวัคซีนซิโนฟาร์ม จะหารือร่วมกับ สธ.เพื่อกระจายวัคซีนให้แก่หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่สนใจจัดซื้อ พ่วงการประกันผลจากวัคซีนโควิด-19 ด้วย&amp;rdquo; ศ.นพ.นิธิระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เริ่มมีหน่วยงานรัฐและเอกชนติดต่อขอซื้อวัคซีนบ้างแล้ว เช่น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บริษัท ปตท.จำกัด ฯลฯ ซึ่งจะพิจารณาการฉีดให้แก่องค์กรผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หรือกลุ่มโรงแรม นอกจากนี้ในอนาคตราชวิทยาลัยยังเล็งหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ตัวอื่นเพิ่มเติม เพื่อนำมาศึกษา และทำการวิจัยว่าวัคซีนตัวไหนเหมาะสำหรับเชื้อที่ระบาดในประเทศไทยมากที่สุด สำหรับราคานั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตกลง ซึ่งต้องคำนึงถึงต้นทุน ค่าขนส่ง และการจัดเก็บวัคซีนอีกครั้งหนึ่ง คาดว่าอยู่ราวๆ ไม่เกิน 1,000 บาทต่อเข็ม ขอยืนยันว่าราชวิทยาลัยไม่ค้ากำไรแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ที่สำนักงาน อย. นพ.ไพศาลชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่เอกสารบริษัท แอคแคป แอสเซ็ทส์ จำกัด ระบุว่า มีวัคซีนซิโนฟาร์ม 20 ล้านโดส เสนอให้รัฐบาลไทย แต่นายกฯ รวมถึงนายอนุทินไม่ให้เข้าพบ จึงได้ไปเสนอขายให้กับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ว่า จากการตรวจสอบ 1.บริษัท แอคแคปฯ ไม่ได้เป็นผู้รับอนุญาตนำเข้าด้านยา และ 2.บริษัทแอคแคปฯ ไม่ได้มาขึ้นทะเบียนนำเข้าวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของซิโนฟาร์ม แต่บริษัทที่มาขอขึ้นทะเบียนนำเข้าวัคซีนฟาร์มคือ บริษัท ไบโอจีนีเทค จำกัด ซึ่ง อย.ได้อนุมัติทะเบียนให้กับไบโอจีนีเทคอย่างถูกต้องตามขั้นตอนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.นิธิชี้แจงเรื่องดังกล่าวทางเฟซบุ๊กส่วนตัวเช่นกัน โดยระบุว่าไม่เคยเห็นหนังสือดังกล่าว พร้อมยืนยันราชวิทยาลัยต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่มี ขอร้องอย่าถือโอกาสโจมตีกัน แค่นี้ประชาชนคนเจ็บก็ทุกข์จะแย่อยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายอนุทินกล่าวว่า ไม่ติดใจเอาความกับแอคแคปฯ อีกทั้งทราบว่าเป็นบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างอาจทำให้ไม่เข้าใจขั้นตอนการจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ที่ต้องมีการนำเข้าและขึ้นทะเบียน และต้องได้รับการอนุญาตจาก อย. หากต้องการติดต่อสามารถมาได้ทางช่องทาง อย. ซึ่งที่ผ่านมาวัคซีนทุกชนิดและยี่ห้อต้องมาขึ้นทะเบียนกับ อย. ยินดีที่จะอำนวยความสะดวก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องนี้ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า มีที่มาที่ไปอย่างไร เป็นข่าวปลอมหรือไม่ หากเป็นการให้ข้อมูลเท็จแล้วทำให้ประชาชนสับสนจะเข้าข่ายเฟกนิวส์มีความผิด หน่วยงานที่ได้รับความเสียหายต้องร้องเข้ามา ทั้งนี้ ที่ผ่านมารัฐบาลติดต่อผู้ผลิตโดยตรงไม่ผ่านนายหน้า และวัคซีนเป็นที่ต้องการของตลาด จึงไม่มีความจำเป็นที่ผู้ผลิตต้องใช้นายหน้าในการวิ่งขายวัคซีน จึงเชื่อว่าไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์ตามข่าวที่ออกมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเช้าวันเดียวกัน ที่ศูนย์การค้าเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟรอนท์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เดินทางไปตรวจเยี่ยมจุดบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 นอกสถานพยาบาล ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครและหอการค้าไทย ดำเนินการโดยศูนย์การค้าเอเชียทีค และโรงพยาบาลบางปะกอก 1 โดยนายกฯ ได้สอบถามอาการหลังฉีดวัคซีนกับประชาชนว่า &amp;quot;เป็นยังไงบ้าง เจ็บนิดเดียวเดี๋ยวก็หาย สังเกตอาการไม่มีอาการอะไรเลยใช่ไหม วันนี้วัคซีนยังต้องรอ ซึ่งขึ้นอยู่กับวัคซีน ขณะนี้มีอยู่แค่ไหนก็แค่นั้น แต่เดี๋ยวจะทยอยฉีดให้กับทุกคน ขอบคุณและเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ เหน็ดเหนื่อยกันหน่อยตอนนี้&amp;quot; ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้กล่าวให้กำลังใจนายกฯ ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายกฯ กล่าวว่า ฝากความคิดถึงทุกคน ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ เหนื่อยหน่อย แต่ทั้งหมดเป็นกุศล ทำให้กับคนที่เขายากลำบากนั่นแหละกุศลแรง จากนั้นนายกฯ ชูสองนิ้วให้กับประชาชนที่ต่อคิวรอฉีดวัคซีน พร้อมกล่าวว่า เดินหน้าไปด้วยกันนะ เราต้องชนะไปด้วยกันทุกคน เราต้องเดินหน้าไปด้วยกันทุกคน
&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; โต้วัคซีนการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า ได้เห็นความพร้อมเพียงในเรื่องการเตรียมการตามมาตรฐานสาธารณสุขอย่างครบถ้วน การฉีดวัคซีนจะกระจายเร่งทำให้มากยิ่งขึ้นตามปริมาณวัคซีนที่ได้กระจายไป และมีหลายกลุ่มที่มีความจำเป็นที่ต้องได้รับความเร่งด่วนในการฉีดวัคซีน ดังนั้นขอให้ฟังที่ตนพูด อย่าไปฟังที่อื่นพูด เพราะจะทำให้เกิดความไม่เข้าใจหรือเข้าใจผิดไป ขอให้นึกถึงหัวใจของเจ้าหน้าที่ที่เหน็ดเหนื่อยบ้าง ตนขอแค่นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทุกอย่างเป็นไปตามกำหนด แต่ยอมรับว่าการทำงานเพื่อคนหมู่มากในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา คงไม่ต้องขอโทษ เพราะบางอย่างจำเป็นต้องมีความอ่อนตัวในการบริหารบ้าง ซึ่งการทำงานมีแนวทางกำหนดไว้ล่วงหน้าว่าสถานการณ์จากระดับหนึ่ง สอง สาม สี่ แล้วจะทำอย่างไร การบริหารวัคซีน การจัดหาสถานที่ฉีด จำนวนผู้ฉีด การกระจายวัคซีน ทุกอย่างจะต้องมีการปรับ แต่ทุกคนจะได้รับการฉีดวัคซีนอย่างแน่นอน ผมขอยืนยัน ขออย่าไปพูดว่าคนนั้นไม่ได้ฉีด คนนี้ได้ฉีด ขอความร่วมมือกับสื่อด้วย เรื่องใดที่ไม่เกิดประโยชน์ขอความกรุณาอย่าไปแพร่ในสื่อทุกชนิดเพื่อลดความขัดแย้ง เพราะไม่ใช่เรื่องสนุกที่จะไปทะเลาะเบาะแว้งกัน ผมไม่อยากให้ใครทะเลาะกันทั้งสิ้น ไม่ว่าฝ่ายใดก็ตาม เราต้องไปด้วยกัน การทำสิ่งดีๆ เพื่อสิ่งดีๆ ถือเป็นกุศลต่อตนเอง ทำให้ประเทศชาติฟื้นตัวขึ้น ช่วยกันทำความดี&amp;quot; นายกฯ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จะมีการแจ้งความเอาผิดกับบริษัท แอคแคป แอสเซ็ทส์ จำกัด ที่อ้างว่าเคยติดต่อกับรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เป็นเรื่องที่จะดำเนินการต่อไป คงไม่ต้องมาถามล่วงหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านระบบหมอพร้อม จะยังได้รับการฉีดวัคซีนหรือไม่นั้น นายกฯ กล่าวว่า ขอยืนยันว่าทุกคนได้ฉีด 100 เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นการลงทะเบียนผ่านระบบหมอพร้อมหรือแอปพลิเค ชันอื่นๆ ที่จะทำให้รวดเร็วมากขึ้น เพียงแต่วันนี้ต้องทำให้ระบบหมอพร้อมรองรับคนที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันอื่นด้วย เพื่อนัดและติดตามผลการฉีดวัคซีน และการออกใบรับรอง ขอร้องว่าอย่าไปคิดเพียงชั้นเดียวไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในส่วนของวัคซีนการเมืองที่ยังมีความเห็นต่างกันในพรรคร่วมรัฐบาลจะทำอย่างไร นายกฯ ได้หันหน้าไปมองนายอนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก่อนกล่าวว่า &amp;ldquo;ไม่มีปัญหาอะไรหรอก ผมเข้าใจกันหมดทุกประการ ผมยืนยันตรงนี้ ต่อหน้านายอนุทิน เมื่อวานนี้ผมก็คุยกับพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคชาติไทยพัฒนา ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร จะมีปัญหาก็เพราะมีคนยุแยงตะแคงรั่วอยู่แถวนี้นั่นแหละ การจะปรับเปลี่ยนอะไรต่างๆ ผมก็ปรับเปลี่ยนตามข้อเสนอของกระทรวงสาธารณสุข ว่าอะไรดี อะไรใช่หรือไม่ใช่ อะไรต้องปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ ผมก็ฟังในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับประชาชนในทุกระดับ ด้านสาธารณสุขเราก็ต้องฟัง ซึ่งข้อมูลทั้งหมดก็เข้าสู่ ศบค.ที่มีผมเป็น ผอ. แล้วผมจะไปสั่งอะไรได้หรือไม่ ไม่ใช่ว่าผมจะไปเข้าข้างใครทั้งนั้นแหละ ผมต้องบูรณาการในการทำงานจากข้อกำหนดทุกประการ นี่คือหน้าที่ของผมตามข้อมูลที่หลายฝ่ายเสนอขึ้นมา ก็แค่นั้นเอง อย่าไปตีกัน บ้านเมืองวุ่นวายพออยู่แล้ว หยุดๆ กันเสียบ้าง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังแถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ประจำวันแล้ว พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ได้ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับแผนการฉีควัคซีน หลังถูกวิจารณ์ว่ามีการปรับเปลี่ยนแผนการกระจายวัคซีนไปมา พร้อมยืนยันว่า แผนไม่ได้ปรับไปปรับมา แต่ยังมีความเห็นแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ซึ่ง ศบค.รับฟังทั้งหมด ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ศบค.จึงได้ประชุมเพื่อปรับเปลี่ยนแผนให้ตรงกับสถานการณ์ที่เป็นปัจจุบันมากยิ่งขึ้น รวมทั้งไม่ได้ยกเลิกระบบหมอพร้อม แต่เปิดช่องทางให้มีการลงทะเบียนเข้าถึงการฉีดวัคซีนมากขึ้นและเหมาะสมแต่ละพื้นที่ อย่าง กทม.ที่ได้ทำแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอฝากและสื่อสารไปถึงคน กทม. เพราะดูจากกระแสข่าวแล้วพบว่าพี่น้องชาว กทม.น้ำตาคลอสับสนเรื่องนโยบายวัคซีน หากวันนี้ยังไม่มีความชัดเจน อย่างไรขออนุญาตนำมาเรียนย้ำในวันถัดๆ ไป และอยากจะกราบขอโทษถ้ามีอะไรที่ทำให้ท่านรู้สึกว่าไม่ชัดเจนไม่เข้าใจ ทางทีมของเราจะทำให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น และอยากเห็นประเทศไทยแข็งแรง คนไทยทุกคนแข็งแรง&amp;quot; พญ.อภิสมัยกล่าว และว่า ท้ายที่สุดไม่ว่าจะลงช่องทางใด ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลใกล้บ้าน โรงพยาบาลที่มีประวัติการรักษาก่อนหน้านี้ หรือแจ้งกับทาง อสม.ในพื้นที่ ระบบเหล่านี้ไม่ได้ล้มหายไปไหน ทุกช่องทางที่ประชาชนลงทะเบียนระบบจะรวมข้อมูลทั้งหมดไปยังระบบหลังบ้านของหมอพร้อม คือ&amp;nbsp; Moph IC หรือระบบบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 สุดท้ายจะออกใบรับรองเมื่อสิ้นสุดการฉีดเข็มที่ 2.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104523</URL_LINK>
                <HASHTAG>1ล้านโดส, COVID-19, ฉีดวัคซีน, ซิโนฟาร์ม, นำเข้าวัคซีน, นำเข้าวัคซีนซิโนฟาร์ม, ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์, วัคซีนโควิด, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมอพร้อม, แอคแคป, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210528/image_big_60b0ee728c1f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
