<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>36332</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2019 21:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2019 21:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กูเกิล&#039; ตัดความร่วมมือ &#039;หัวเว่ย&#039; จำกัดการใช้แอนดรอยด์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กูเกิลสนองคำสั่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มตัดความร่วมมือกับบริษัทหัวเว่ยของจีน ที่รัฐบาลสหรัฐระบุว่าเป็นภัยคุกคามความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์ของหัวเว่ยไม่สามารถใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์และแอปพลิเคชันของกูเกิลที่จะมีออกมาในอนาคต ยกเว้นเวอร์ชั่นที่เป็นโอเพนซอร์ซ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ โลโก้หัวเว่ยที่ร้านขายโทรศัพท์ในกรุงปักกิ่ง / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตัดสินใจของกูเกิล ซึ่งเป็นเจ้าของระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ที่ใช้กับสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ขึ้นบัญชีดำหัวเว่ยเมื่อวันพุธที่แล้ว อันส่งผลให้บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีนแห่งนี้ไม่สามารถใช้เทคโนโลยีของบริษัทอเมริกันได้ หากไม่ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม 2562 ว่านอกจากกูเกิล ซึ่งเป็นเจ้าของแอปพลิเคชัน เช่น จีเมล, ยูทูบ และกูเกิลแมป ที่ประกาศตัดความร่วมมือกับหัวเว่ย ยังมีรายงานวันเดียวกันว่า บริษัทผู้ผลิตชิพคอมพิวเตอร์ของสหรัฐหลายรายที่ผลิตฮาร์ดแวร์ป้อนการผลิตสมาร์ทโฟนของหัวเว่ย ก็ได้ยุติการจัดส่งสินค้าแก่บริษัทจีนแห่งนี้แล้วเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การขึ้นบัญชีดำของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ และคำสั่งฝ่ายบริหารของทรัมป์ นอกจากกำหนดให้บริษัทสหรัฐต้องขออนุญาตจากรัฐบาลเสียก่อน จึงจะทำการค้ากับบริษัทต่างชาติที่คุกคามความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งในที่นี้พุ่งเป้าหมายที่บริษัทหัวเว่ย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กูเกิลชี้แจงผ่านทวิตเตอร์ทางการของกูเกิล @Android ว่าในขณะที่บริษัทปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาล บริษัทขอให้ความมั่นใจว่า บริการของกูเกิล เช่น กูเกิลเพลย์และความปลอดภัยที่ได้จากกูเกิลเพลย์โพรเท็กต์ จะใช้งานได้ต่อไปในอุปกรณ์ของหัวเว่ยที่มีอยู่เดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งของรัฐบาลสหรัฐ กูเกิลจะระงับการดำเนินธุรกิจกับหัวเว่ยทั้งหมดที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการถ่ายโอนฮาร์ดแวร์, ซอฟต์แวร์ และบริการทางเทคนิค ที่ไม่ใช่บริการที่เปิดให้ใช้แบบสาธารณะ ซึ่งหมายความว่าต่อจากนี้หัวเว่ยจะใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ได้แค่เวอร์ชั่นที่เป็นโอเพนซอร์ซเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวเว่ยกล่าวในแถลงการณ์ว่า บริษัทจะให้บริการอัพเดตความปลอดภัยและบริการหลังการขายแก่สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่มีอยู่ทั้งหมดทั่วโลกต่อไป รวมถึงอุปกรณ์ที่ยังไม่ได้จำหน่ายด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บลูมเบิร์กนิวส์รายงานอ้างแหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้ว่า หัวเว่ยจะไม่สามารถใช้แอปพลิเคชันและบริการที่เป็นของกูเกิลได้ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกระทรวงการต่างประเทศของจีน โดยหลู่ กัง โฆษกกระทรวง กล่าวว่า รัฐบาลจีนกำลังติดตามสถานการณ์อย่างกระตือรือร้น แต่ในเวลาเดียวกัน จีนให้การสนับสนุนบริษัทของจีนในด้านการใช้อาวุธทางกฎหมายและปกป้องสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของบริษัทจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวเว่ยทะยานขึ้นเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่อันดับ 2 ของโลกรองจากซัมซุง โดยไตรมาสแรกของปีนี้หัวเว่ยทำยอดขายแซงหน้าไอโฟนของบริษัทแอปเปิล แต่หัวเว่ยยังต้องพึ่งพาซัพพลายเออร์ต่างชาติอยู่มาก ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ธุรกิจนิกเกอิของญี่ปุ่นกล่าวว่า&amp;nbsp; ในแต่ละปีหัวเว่ยซื้อชิ้นส่วนจากซัพพลายเออร์ต่างชาติคิดเป็นมูลค่าราว 67,000 ล้านดอลลาร์ ในจำนวนนี้ 11,000 ล้านดอลลาร์ มาจากซัพพลายเออร์สหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บลูมเบิร์กรายงานว่า ผู้ผลิตชิพคอมพิวเตอร์ของสหรัฐ อาทิ อินเทล, ควอลคอม และบรอดคอม ได้แจ้งพนักงานว่าพวกเขาจะยุติการจัดส่งสินค้าให้หัวเว่ยจนกว่าจะแจ้งเปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไรอัน คูนตซ์ นักวิเคราะห์จากโรเซนแบลตต์ซีเคียวริตีส์ กล่าวว่า หัวเว่ยพึ่งพาผลิตภัณฑ์เซมิคอนดักเตอร์สหรัฐอย่างมาก และหากขาดชิ้นส่วนสำคัญจากบริษัทสหรัฐก็จะก่อผลกระทบร้ายแรง แต่ก็เชื่อกันว่าหัวเว่ยยังมีสินค้าสำรองอยู่ในคลัง อย่างไรก็ตาม คำสั่งห้ามนี้อาจทำให้หัวเว่ยต้องชะลอการสร้างเครือข่าย 5 จี ไปจนกว่าสหรัฐจะยกเลิกคำสั่งห้าม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36332</URL_LINK>
                <HASHTAG>กูเกิล, ขึ้นบัญชีดำ, จีน, สหรัฐ, หัวเว่ย, แอนดรอยด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190520/image_big_5ce2bbce898fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13671</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2018 21:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2018 21:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อียูปรับกูเกิล 1.68 แสนล้าน ใช้แอนดรอยด์ผูกขาดเสิร์ชเอนจินในสมาร์ทโฟน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สหภาพยุโรป (อียู) สั่งปรับเงินบริษัทกูเกิลสูงถึง 4,340 ล้านยูโร (168,145 ล้านบาท) ฐานใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของบริษัทส่งเสริมการใช้งานเสิร์ชเอนจินและเบราเซอร์ของกูเกิลเอง ถือเป็นการปรับเงินก้อนโตที่สุดตามกฎป้องกันการผูกขาดตลาดของอียู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ตุ๊กตาหุ่นแอนดรอยด์ของกูเกิลตั้งอยู่ในงานเปิดตัวแอนดรอยด์เวอร์ชัน 7.0 ที่ฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2559 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 18 กรกฎาคม 2561 กล่าวว่า การตัดสินใจของอียูซึ่งเป็นผลของการสอบสวนยาวนาน 3 ปี เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่มีความหวั่นวิตกกันมากขึ้นว่าจะเกิดสงครามการค้าข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก สืบเนื่องจากการตัดสินใจของทรัมป์ที่ขึ้นภาษีศุลกากรเหล็กและอะลูมิเนียมนำเข้าจากยุโรป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาร์เกรธ เวสเทเจอร์ กรรมาธิการด้านการแข่งขันของอียู กล่าวเมื่อวันพุธว่า บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐแห่งนี้ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของตนที่แทบจะผูกขาดตลาด ไปในการส่งเสริมการใช้งานเสิร์ชเอนจินและเบราเซอร์ของกูเกิลเอง และในวันนี้คณะกรรมาธิการตัดสินใจปรับกูเกิลเป็นเงิน 4,340 ล้านยูโร (5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเท่ากับ 168,145 ล้านบาท) ฐานฝ่าฝืนกฎต่อต้านการผูกขาดของอียู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรรมาธิการอียูรายนี้ ซึ่งตามเล่นงานบริษัทยักษ์ใหญ่จากซิลิคอนวัลเลย์ของสหรัฐหลายราย เตือนด้วยว่ากูเกิลต้องยุติการดำเนินการดังกล่าวของพวกเขาภายใน 90 วัน มิเช่นนั้นก็จะต้องจ่ายค่าปรับถึง&amp;nbsp; 5% ของรายได้เฉลี่ยในแต่ละวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสั่งปรับเงินจำนวนมโหฬารนี้เป็นสถิติใหม่ ซึ่งมากกว่าสถิติเก่าเกือบ 2 เท่า จากที่อียูเคยสั่งปรับกูเกิลในกรณีเว็บบริการขายของเมื่อปี 2560 เป็นเงิน 2,400 ล้านยูโร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กูเกิลประกาศทันทีว่าพวกเขาจะอุทธรณ์คำตัดสินของอียู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาร์เกรธ เวสเทเจอร์ แถลงที่สำนักงานใหญ่อียู ในกรุงบรัสเซลส์ เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวสเทเจอร์กล่าวระหว่างการแถลงข่าวที่กรุงบรัสเซลส์ว่า กูเกิลสกัดทางคู่แข่งด้วยการบังคับให้ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนรายใหญ่ รวมถึงซัมซุงของเกาหลีใต้ และหัวเหว่ยของจีน ต้องติดตั้งเครื่องมือค้นหาของกูเกิลและเว็บเบราเซอร์โครมของกูเกิลไว้ในสมาร์ตโฟนล่วงหน้า ซึ่งเท่ากับการปิดกั้นคู่แข่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กูเกิลยังตั้งค่าให้กูเกิลเสิร์ชเป็นเครื่องมือค้นหาเริ่มต้นของเครื่อง โดยกำหนดไว้เป็นเงื่อนไขสำหรับการอนุญาตเพื่อการติดตั้งแอปพลิเคชันของกูเกิล คณะกรรมาธิการยุโรปกล่าวว่า กูเกิลเสิร์ชและโครมจึงถูกติดตั้งไว้ก่อนในอุปกรณ์ส่วนใหญ่ที่ขายในอียู และกูเกิลยังป้องกันไม่ให้ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนขายสมาร์ตโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการของคู่แข่งที่อิงจากรหัสโอเพนซอร์สของแอนดรอยด์ และสุดท้ายกูเกิลยังใช้สิ่งกระตุ้นทางการเงินต่อผู้ผลิตและผู้ดำเนินการเครือข่ายโทรศัพท์หากพวกเขาติดตั้งกูเกิลเสิร์ชไว้ในอุปกรณ์ล่วงหน้าด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13671</URL_LINK>
                <HASHTAG>กูเกิล, ผูกขาด, สหภาพยุโรป, สั่งปรับเงิน, อียู, เสิร์ชเอนจิน, แอนดรอยด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180718/image_big_5b4f4963207d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
