<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113003</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 19:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 19:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กลาออก เซ่นข้อกล่าวหาล่วงเกินสตรีหลายคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จำนนต่อแรงกดดัน แอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กจากพรรคเดโมแครต ยอมลงจากตำแหน่งแล้วเมื่อวันอังคาร หลังโดนผู้หญิง 11 คนกล่าวหาว่าคุกคามทางเพศ ที่ทำให้ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เรียกร้องให้ลาออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก และมิเคลา เคนเนดี-คูโอโม (Photo by Gotham/GC Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กวัย 63 ปีผู้นี้เคยได้รับความนิยมระดับสูง และในปีที่แล้วเขาได้คำชื่นชมจากการจัดการกับโรคระบาดโควิด-19 ในรัฐนี้ กระทั่งมาเผชิญกับจุดตกต่ำจากข้อกล่าวหาคุกคามทางเพศหลายกรณี และคำกล่าวหาว่าเขาปกปิดยอดผู้เสียชีวิตที่แท้จริงของผู้ป่วยโควิดในบ้านพักคนชรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 11 สิงหาคม กล่าวว่า คูโอโมแถลงลาออกจากตำแหน่งในการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์เมื่อวันอังคารของสหรัฐ โดยการลาออกของเขาจะมีผลในอีก 14 วัน ผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กแทนเขาคือ แคธี โฮกุล รองผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก สังกัดพรรคเดโมแครตเช่นเดียวกับเขา โดยเธอจะเป็นผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กที่เป็นผู้หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่ผ่านมา เลทิเทีย เจมส์ อัยการสูงสุดรัฐนิวยอร์ก เผยแพร่รายงานที่กล่าวหาคูโอโมว่าคุกคามทางเพศสตรีหลายคน ในคำแถลงลาออกเมื่อวันอังคาร คูโอโมซึ่งปฏิเสธคำกล่าวหานี้หลายครั้งหลายครา บอกว่า รายงานฉบับนี้หาว่าเขาล่วงเกินทางเพศผู้หญิง 11 คน และนั่นเป็นพาดหัวข่าวที่ผู้คนได้ยินได้ฟัง ปฏิกิริยาที่ตามมาคือความเดือดดาล ซึ่งก็ควรเป็นเช่นนั้น อย่างไรก็ตาม มันเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระนั้น เขาต้องขอโทษอย่างยิ่งกับผู้หญิงทุกคนที่เขาอาจเคยทำให้ไม่พอใจกับการกระทำของเขา เขาชอบแสดงความคุ้นเคยกับผู้คนมากเกินไป ชอบกอดและจูบผู้คนเป็นบางครั้ง ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เขาทำแบบนี้มาตลอดชีวิต ในใจเขาไม่คิดว่าเคยล้ำเส้นผู้ใด แต่เขาไม่ได้ตระหนักว่าขอบเขตของเส้นดังกล่าวมีการขีดเส้นใหม่ และมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของรุ่นและวัฒนธรรมที่เขาไม่ได้ตระหนักเลย ซึ่งไม่ควรเป็นแบบนั้น จึงไม่มีข้อแก้ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีโจ ไบเดน ซึ่งเรียกร้องให้คูโอโมลาออกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กล่าวถึงการลาออกของเขาสั้นๆ ว่า ตนเคารพการตัดสินใจของผู้ว่าการรัฐรายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คูโอโมชนะเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กในปี 2553 และชนะเลือกตั้งอีก 2 สมัย ในปี 2557 และ 2561 ทำให้เขาชนะเลือกตั้ง 3 สมัยเช่นเดียวกับพ่อของเขา เขาเคยดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดรัฐนิวยอร์กและเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเคหะและพัฒนาเมืองสมัยประธานาธิบดีบิล คลินตัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113003</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุกคามทางเพศ, ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก, ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กลาออก, แอนดรูว์ คูโอโม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210811/image_big_6113c183224d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65534</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2020 14:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2020 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบอาการอักเสบโยงโควิด-19 คร่าผู้ป่วยเด็ก 3 รายในนิวยอร์ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;แนวโน้มน่าวิตก ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กของสหรัฐเผย มีเด็กเล็กเสียชีวิตแล้ว 3 รายจากอาการอักเสบที่พบได้ยาก ซึ่งเชื่อว่าเกี่ยวโยงกับการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หลังจากหลายชาติในยุโรปเคยพบผู้ป่วยเด็กมีอาการคล้ายกัน แต่ไม่มีใครเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม รายงานอ้างคำแถลงของแอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ว่าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของรัฐกำลังตรวจสอบรายงานคนไข้เด็ก 73 รายในรัฐนิวยอร์กที่ป่วยหนักจากอาการคล้ายกับโรคคาวาซากิและอาการท็อกซิกช็อก ซึ่งรวมถึงอาการอักเสบที่หลอดเลือดและโอกาสเสี่ยงที่จะทำให้หัวใจล้มเหลว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเผยระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันเสาร์ด้วยว่า ถึงขณะนี้มีผู้ป่วยเด็กเสียชีวิตเพราะอาการนี้แล้ว 3 ราย ซึ่งรวมถึงเด็กอายุ 5 ปีที่เจ้าหน้าที่ประกาศข่าวการเสียชีวิตเมื่อวันศุกร์ ทั้งหมดถูกตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 หรือมีแอนติบอดีที่เกี่ยวข้อง แต่ยังไม่มีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงความเชื่อมโยงระหว่างอาการเหล่านี้กับโรคโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คูโอโมเตือนว่า หากความเชื่อมโยงระหว่างโควิด-19 กับโรคคาวาซากิเป็นเรื่องที่ยืนยันได้จะเป็นพัฒนาการที่น่าห่วงกังวล &amp;quot;นี่จะเป็นข่าวที่เจ็บปวดอย่างแท้จริง และจะเปิดบทใหม่ที่ต่างไปอย่างสิ้นเชิง&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้มีข้อสันนิษฐานว่าเด็กไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงที่ไวต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ แต่การปรากฏของอาการป่วยที่พบได้ยากนี้ทำให้คูโอโมยอมรับว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าวอาจไม่แน่นอนแล้ว และมีความเป็นไปได้ที่อาการนี้อาจเกิดมานานหลายสัปดาห์ แต่ไม่ได้รับการวินิจฉัยว่าเกี่ยวโยงกับโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนที่แล้ว สำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติของอังกฤษเคยมีคำเตือนเกี่ยวกับการพบเด็กหลายคนที่ติดไวรัสโคโรนา มีอาการคาบเกี่ยวกับอาการท็อกซิกช็อกและโรคคาวาซากิผิดแบบด้วย ทางการของฝรั่งเศส, อิตาลี และสเปน ก็รายงานว่ามีเด็กหลายคนป่วยด้วยอาการคล้ายกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาการเหล่านี้รวมถึงมีไข้สูง, มีผื่นตามผิวหนัง, มีอาการบวมของต่อมต่างๆ และในรายที่อาการหนัก จะเกิดภาวะอักเสบที่หลอดเลือดหัวใจ นักวิทยาศาสตร์กำลังพยายามหาข้อสรุปว่าอาการเหล่านี้เกี่ยวโยงกับไวรัสโคโรนาหรือไม่ เพราะเด็กที่แสดงอาการ ไม่ได้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาทุกคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65534</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิวยอร์ก, ภาวะอักเสบ, แอนดรูว์ คูโอโม, โควิด-19, โรคชิคุนกุนยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200510/image_big_5eb7ac54d87e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63476</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มะกัน&#039;ร่วงวันเดียว4.5พัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนแก้ยอดสังเวยไวรัสเมืองอู่ฮั่นเพิ่มเกือบ 1,300 ศพ ตอกย้ำข้อกังขาของหลายชาติเรื่องความโปร่งใส &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; ประกาศแผนรีบูตเศรษฐกิจสหรัฐ แต่วันเดียวกันยอดตายรายวันพุ่งเป็นสถิติใหม่เกือบ 4,500 ศพ สิงคโปร์ชาติที่ 4 อาเซียนยอดติดโควิด-19 เกิน 5,000 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของเจ้าหน้าที่ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคระบาดเมืองอู่ฮั่นของจีนเมื่อวันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2563 ยอมรับว่ามีความผิดพลาดในการรวบรวมและรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตในเมือง ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการแพร่เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เมื่อปลายปีที่แล้ว โดยพบว่ามีผู้เสียชีวิตอีกราวครึ่งหนึ่งของยอดอย่างเป็นทางการ 2,579 ศพ ที่ไม่ได้รายงานหรือรายงานผิดพลาด หรือเท่ากับจำนวน 1,290 ศพ และทำให้ยอดตายรวมในเมืองอู่ฮั่นเพิ่มเป็น 3,869 ศพ ในขณะที่ยอดตายทั่วจีนแผ่นดินใหญ่เพิ่มเป็น 4,632 ศพ นับข้อมูลถึงวันพฤหัสบดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนอย่างเป็นทางการของผู้เสียชีวิตในจีน ซึ่งมีประชากร 1,400 ล้านคน แม้จะปรับเพิ่มแล้ว ก็ยังถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นที่มีขนาดเล็กกว่าจีนมาก เช่น อิตาลีและสเปน ซึ่งจำนวนผู้เสียชีวิตถึงวันศุกร์อยู่ที่ 22,170 ศพ และ 19,478 ศพ ตามลำดับ และหลายสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวลือและภาพถ่ายที่บ่งชี้ว่าจำนวนผู้เสียชีวิตที่แท้จริงในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ นั้นมากมายกว่าที่มีรายงาน แม้แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐยังกล่าวถึงยอดเสียชีวิตในจีนเมื่อวันพุธ อย่างไม่เชื่อตัวเลขว่ามีเพียงแค่ 3,000 กว่าคนเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ทางการอู่ฮั่นเคยพยายามปกปิดเรื่องโรคปอดอักเสบลึกลับระบาดในเมืองนี้เมื่อปลายปีที่แล้วก่อนที่สถานการณ์ที่รุนแรงขึ้นจะเปิดเผยต่อสายตาชาวโลก และแม้รัฐบาลจีนจะยืนกรานว่าจีนเปิดเผยข้อมูลเรื่องโรคระบาดนี้อย่างโปร่งใสแล้ว แต่รัฐบาลหลายประเทศโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกายังคลางแคลง เมื่อวันพฤหัสบดี รัฐบาลฝรั่งเศสและอังกฤษก็ร่วมวงสหรัฐกดดันจีนด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส กล่าวกับหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทม์ว่า คงเป็นการมองอย่างใสซื่อเกินไปหากจะกล่าวว่าจีนจัดการกับสถานการณ์โรคระบาดได้อย่างดี เห็นได้ชัดว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นที่เราไม่รู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันก่อนหน้านี้หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์และสถานีฟอกซ์นิวส์ของสหรัฐรายงานว่ามีข้อสงสัยกันมากขึ้นว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อาจหลุดออกมาจากห้องปฏิบัติการทดลองไวรัสวิทยาเมืองอู่ฮั่น ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตลาดสดที่จีนอ้างว่าเป็นต้นตอของไวรัส แล็บนี้ทำการศึกษาค้างคาว ที่นักวิทยาศาสตร์ระบุว่าคือแหล่งกำเนิดของไวรัสโคโรนา รวมถึงที่ก่อโรคซาร์สระบาดเมื่อปี 2546 ทรัมป์เพิ่งกล่าวถึงข้อสงสัยนี้ในการแถลงข่าวเมื่อวันพุธว่า รัฐบาลของเขากำลังสืบสวนเรื่องนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจีนแถลงเมื่อวันศุกร์ ยืนกรานว่าจีนไม่ได้ปกปิดข้อมูล และรัฐบาลก็ไม่ยอมให้มีการปกปิดด้วย กระทรวงการต่างประเทศกล่าวถึงการปรับแก้ตัวเลขที่อู่ฮั่นด้วยว่า แม้การรวบรวมข้อมูลจะมีความบกพร่อง แต่จีนมีความรับผิดชอบต่อประวัติศาสตร์ ต่อประชาชน และต่อผู้วายชนม์ที่ต้องรายงานตัวเลขอย่างถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงวันศุกร์ โควิด-19 คร่าชีวิตชาวโลกแล้วมากกว่า 147,000 ราย จากผู้ติดเชื้อมากกว่า 2,193,000 ราย สหรัฐอเมริกามีผู้เสียชีวิตมากที่สุดเกิน 34,600 ราย ติดเชื้อสะสมเกิน 678,000 ราย ถึงกระนั้น ประธานาธิบดีทรัมป์มั่นใจว่าสถานการณ์โดยรวมในสหรัฐผ่านจุดสูงสุดแล้ว และเมื่อวันพฤหัสบดี เขาประกาศแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจใหม่ โดยกำหนดไว้ 3 ระยะด้วยกัน แต่จะเป็นการเปิดเศรษฐกิจแบบเป็นขั้นเป็นตอนและระมัดระวัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กล่าวด้วยว่า บางรัฐที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 น้อยที่สุดอาจสามารถยุติการชัตดาวน์ได้เลยตั้งแต่วันศุกร์ แต่รัฐอื่นๆ ผู้ว่าการรัฐสามารถตัดสินใจโดยทำเนียบขาวจะให้เสรีภาพและแนะนำแนวทางให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน แอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กจากพรรคเดโมแครต ที่กำหนดมาตรการของตนเอง เพิ่งประกาศขยายการชัตดาวน์ออกไปถึงวันที่ 15 พฤษภาคม รัฐนี้สถานการณ์รุนแรงที่สุด โดยมีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 16,000 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา สหรัฐมีผู้เสียชีวิตรายวันเพิ่มเป็นสถิติใหม่ถึง 4,491 ศพ ตามการรวบรวมข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ในรอบ 24 ชั่วโมง ถึงเวลา 20.30 น.ตามเวลาท้องถิ่น (07.30 น. วันศุกร์ของไทย) มากกว่าสถิติเดิมของวันพุธ ซึ่งอยู่ที่ 2,569 ศพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลกระทบของโรคระบาดนี้ต่อเศรษฐกิจของชาติมหาอำนาจทั้งสหรัฐและจีนเด่นชัดขึ้น เมื่อจีนรายงานว่าตัวเลขจีดีพีไตรมาสแรกของปีนี้ หดตัวลง 6.8% เป็นภาวะเศรษฐกิจหดตัวครั้งแรกของจีนนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลเมื่อต้นยุค 1990 ส่วนสหรัฐก็รายงานว่ามีคนตกงานเพิ่มอีก 5.2 ล้านคนในสัปดาห์ที่ผ่านมา และยอดคนว่างงานในสหรัฐนับแต่กลางเดือนมีนาคมเพิ่มเป็น 22 ล้านคนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสถานการณ์ของประเทศในภูมิภาคอาเซียนที่ยังมีการติดเชื้อเพิ่มต่อเนื่อง เมื่อวันศุกร์อินโดนีเซียรายงานว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 407 คน ยอดติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 5,923 คน แซงหน้าฟิลิปปินส์เป็นยอดติดเชื้อมากที่สุดในอาเซียน แต่อินโดนีเซียเพิ่งตรวจหาเชื้อแค่ 42,000 ราย และมีคนเสียชีวิตเพิ่มอีก 24 ราย รวมเป็น 420 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเลเซียมีผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 69 คน ยอดสะสมเพิ่มเป็น 5,251 คน เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 คน ยอดตายรวมเป็น 86 ศพ, ฟิลิปปินส์มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 218 ราย ติดเชื้อสะสมรวมเป็น 5,878 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 25 ราย รวมเป็น 387 ราย ส่วนสิงคโปร์พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ถึง 623 คน ซึ่งยังน้อยกว่าสถิติสูงสุด 728 คนเมื่อวันพฤหัสบดี ยอดติดเชื้อรวมเป็น 5,050 คน เสียชีวิต 10 คนเท่าเดิม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63476</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แอนดรูว์ คูโอโม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200417/image_big_5e99a65b02b4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
