<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112060</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 14:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 14:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐไม่เล่นด้วยเกมยื้อเวลาเลือกตั้งพม่า จี้อาเซียนกดดันต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐระบุ ผู้นำรัฐบาลทหารพม่ากำลังเล่นเกมถ่วงเวลาด้วยการประกาศแผนจัดการเลือกตั้งใหม่ภายใน 2 ปี เรียกร้องประเทศอาเซียนเพิ่มแรงกดดันเมียนมาปฏิบัติตามแผนที่เคยตกลงกันไว้ ขณะแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เตรียมประชุมทางไกลกับรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย เดินทางมาถึงสำนักงานเลขาธิการอาเซียนในกรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซีย เพื่อร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2564 (Secretariat of the President of Ind/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 3 สิงหาคม กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐมีกำหนดเข้าร่วมการประชุมผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกลกับรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มอาเซียนในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นความพยายามล่าสุดของรัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน เพื่อเข้ามาเกี่ยวพันกับภูมิภาคที่เป็นแนวหน้าของการแข่งขันระหว่างสหรัฐกับจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าการประชุมของกลุ่มอาเซียน พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ให้คำมั่นสัญญาว่าเขาจะจัดการเลือกตั้งและยกเลิกภาวะฉุกเฉินภายในเดือนสิงหาคม 2566 ซึ่งเป็นการยืดเวลาจากกรอบเดิม ที่เคยประกาศไว้หลังก่อรัฐประหารวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ว่าจะจัดเลือกตั้งใหม่ภายใน 1 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์อ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลสหรัฐรายหนึ่งที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันจันทร์ว่า คำประกาศดังกล่าวเป็นการเรียกร้องให้อาเซียนต้องเพิ่มความพยายามของตน เพราะเห็นได้ชัดเจนว่ารัฐบาลทหารพม่าแค่กำลังถ่วงเวลาและต้องการยืดปฏิทินให้ยาวออกไปเพื่อความได้เปรียบของตนเอง และยิ่งเป็นเหตุผลว่า ทำไมอาเซียนต้องมีส่วนร่วมในเรื่องนี้ และดำเนินตามและสนับสนุนข้อตกลงฉันทมติ 5 ข้อที่เมียนมาก็ลงนามด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกองค์การสหประชาชาติ กล่าวถึงคำประกาศของผู้นำทหารเมียนมาว่าไม่ได้นำพาไปยังทิศทางที่ถูกต้อง &amp;quot;มันกำลังทำให้เราไกลออกไปจากสิ่งที่เราเรียกร้อง สิ่งที่ชาติสมาชิกเรียกร้อง ซึ่งก็คือการกลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตย, ปล่อยตัวนักโทษการเมืองทั้งหมด, ยุติความรุนแรงและการปราบปราม&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย มาเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนเมื่อเดือนเมษายนด้วย ซึ่งนำไปสู่การคำประกาศฉันทมติที่เรียกร้องให้เมียนมายุติความรุนแรงโดยทันทีและแต่งตั้งผู้แทนพิเศษของอาเซียน แต่หลังจากนั้น นายทหารผู้นี้กลับถอยห่างจากข้อตกลงดังกล่าว และถึงขณะนี้อาเซียนยังไม่สามารถแต่งตั้งผู้แทนพิเศษได้ โดยสุนทรพจน์ของเขาเมื่อสุดสัปดาห์ และคำกล่าวของเรตโน มาร์ซูดี รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย บ่งชี้ว่าเมียนมาและอาเซียนยังไม่เห็นพ้องต้องกัน คาดด้วยว่ามาร์ซูดีจะได้พบปะกับบลิงเคนที่กรุงวอชิงตันสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สหรัฐรายเดิม ซึ่งรายงานสรุปต่อนักข่าวก่อนหน้าการประชุมทางไกลระหว่างบลิงเคนกับรัฐมนตรีอาเซียน กล่าวด้วยว่า สหรัฐได้เสนอให้ขยายการมีส่วนร่วมกับอาเซียนให้ครอบคลุมถึงการสานเสวนาระดับรัฐมนตรีหลายกระทรวงเพิ่มอีก 5 รอบ ซึ่งสหรัฐหวังว่าอาเซียนจะเห็นพ้องด้วยโดยเร็ว โดยหนึ่งในนี้คือการเจรจากันในด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกด้วยว่า คาดว่าบลิงเคนจะเปิดเผยรายละเอียดต่อรัฐมนตรีอาเซียนเกี่ยวกับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของสหรัฐต่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในการต่อสู้กับโควิด-19 ที่กำลังระบาดหนักในภูมิภาคนี้ นอกจากนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐยังจะกล่าวถึง &amp;quot;การบีบบังคับ&amp;quot; ของจีนต่อประเทศในอาเซียนกรณีทะเลจีนใต้ที่มีข้อพิพาทต่อกัน รวมถึงขับเน้นข้อวิตกด้านสิทธิมนุษยชนในจีนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่ผ่านมา ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ก็เพิ่งมาเยือนภูมิภาคนี้และกล่าวถึงทะเลจีนใต้ว่า การอ้างสิทธิของจีนเหนือน่านน้ำนี้เกือบทั้งหมดนั้นไม่อยู่บนพื้นฐานกฎหมายระหว่างประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112060</URL_LINK>
                <HASHTAG>พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย, รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน, สหรัฐ, เมียนมา, แผนจัดการเลือกตั้งใหม่, แอนโทนี บลิงเคน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210803/image_big_6108eed417edc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109699</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2021 17:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2021 17:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐบี้อาเซียนเอาจริงกับพม่า ย้ำร่วมยืนหยัดต้านการบีบบังคับของจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐประชุมทางไกลกับรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มอาเซียน ระบุ สหรัฐ &amp;quot;กังวลอย่างยิ่ง&amp;quot; เกี่ยวกับสถานการณ์ในพม่าและเรียกร้องอาเซียนดำเนินการทันทีเพื่อยุติความรุนแรงและฟื้นฟูประชาธิปไตยในประเทศนี้ อีกด้านยืนยันสหรัฐอยู่ข้างชาติอาเซียนที่เผชิญการ &amp;quot;บีบบังคับ&amp;quot; จากจีนกรณีทะเลจีนใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ (Photo by Mark Makela/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 14 กรกฎาคม กล่าวว่า การประชุมทางไกลระหว่างแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กับบรรดารัฐมนตรีต่างประเทศของ 10 ชาติสมาชิกอาเซียน เป็นการประชุมกันครั้งแรกของสองฝ่ายในสมัยของประธานาธิบดีโจ ไบเดน และเกิดในช่วงยามที่มีความกังวลกันในหมู่นักการทูตและภาคส่วนอื่นๆ ว่ารัฐบาลสหรัฐจะไม่ให้ความสนใจมากพอแก่ภูมิภาคนี้ ซึ่งมีความสำคัญต่อยุทธศาสตร์ระดับภูมิภาคของสหรัฐเพื่อทัดทานการแผ่อิทธิพลมากขึ้นของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เน็ด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เปิดเผยในแถลงการณ์ที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันอังคารตามเวลาสหรัฐว่า รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ &amp;quot;เรียกร้องให้อาเซียนดำเนินการร่วมกัน เพื่อผลักดันการยุติความรุนแรง, ฟื้นฟูการเปลี่ยนผ่านตามระบอบประชาธิปไตยของพม่า และปล่อยตัวผู้ที่ถูกคุมขังอย่างไม่เป็นธรรมทุกคน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และนอกเหนือจากแสดงความ &amp;quot;ห่วงกังวลอย่างยิ่ง&amp;quot; เกี่ยวกับเมียนมาซึ่งในแถลงการณ์ในชื่อเดิมของประเทศนี้แล้ว ไพรซ์กล่าวว่า บลิงเคนยังกระตุ้นให้กลุ่มอาเซียน &amp;quot;ดำเนินการทันทีทันใดเพื่อให้ระบอบการปกครองของพม่ารับผิดชอบต่อฉันทมติและแต่งตั้งผู้แทนพิเศษ&amp;quot; โดยเขาหมายถึงฉันทมติ 5 ข้อที่อาเซียนเห็นพ้องกันในการประชุมเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงการแต่งตั้งทูตพิเศษไปยังเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มอาเซียนเป็นแกนหลักในความพยายามทางการทูตเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ขัดแย้งในเมียนมา หลังจากกองทัพก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนของนางอองซาน ซูจี เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ แต่ระบอบปกครองทหารของเมียนมาไม่แสดงท่าทีใส่ใจที่จะปฏิบัติตามฉันทมติ 5 ข้อนั้น ที่รวมถึงการเรียกร้องให้มีการเจรจาและยุติความรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากประเด็นเมียนมา บลิงเคนยังย้ำกับบรรดารัฐมนตรีของชาติอาเซียนด้วยว่า สหรัฐปฏิเสธ &amp;quot;การอ้างสิทธิทางทะเลที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย&amp;quot; ของจีนในทะเลจีนใต้ และสหรัฐ &amp;quot;ยืนหยัดเคียงข้างผู้อ้างสิทธิ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในการเผชิญหน้ากับการบีบบังคับ (ของจีน)&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจีนอ้างสิทธิเหนือดินแดนในทะเลจีนใต้เกือบทั้งหมด รวมถึงพื้นที่ที่เป็นข้อพิพาท โดยจีนอ้างแผนที่ &amp;quot;เส้นประ 9 เส้น&amp;quot; รูปทรงเกือกม้าที่จีนประกาศเองโดยฝ่ายเดียว เพื่อครอบครองอาณาเขตทางทะเลที่ทับซ้อนกับเขตเศรษฐกิจจำเพาะของเวียดนาม, มาเลเซีย, บรูไน, อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เพียงทะเลจีนใต้ ภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงยังกลายเป็นแนวหน้าแห่งใหม่ในการขับเคี่ยวกันระหว่างสหรัฐและจีน แต่จีนนั้นแซงหน้าสหรัฐไปแล้ว ทั้งเรื่องการใช้จ่ายและอิทธิพลเหนือประเทศท้ายน้ำในฐานะที่จีนเป็นผู้ควบคุมต้นน้ำสายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไพรซ์กล่าวว่า บลิงเคนรับปากว่า สหรัฐจะสนับสนุนภูมิภาคลุ่มน้ำโขงที่เสรีและเปิดกว้างต่อไปภายใต้ความเป็นหุ้นส่วนลุ่มน้ำโขง-สหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านฮิชัมมุดดิน ฮุสเซน รัฐมนตรีต่างประเทศของมาเลเซีย กล่าวว่า เขาหวังว่าการประชุมร่วมกันในวันพุธส่งสัญญาณถึงความทุ่มเทครั้งใหม่ของสหรัฐต่อความร่วมมือแบบพหุภาคีในภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราเข้าใจดีว่าพหุภาคีนิมยมไม่ใช่สิ่งที่รัฐบาลสหรัฐชุดที่แล้วให้ความสำคัญ แต่การเปิดรับความร่วมมือแบบพหุภาคีของรัฐบาลไบเดนเป็นพัฒนาการที่น่ายินดี&amp;quot; เขากล่าว &amp;quot;เส้นทางนี้เป็นหนทางเดียวที่จะนำไปสู่เสถียรภาพ, สันติภาพ, ความรุ่งเรือง และความมั่นคงปลอดภัยในภูมิภาคของเรา&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109699</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทะเลจีนใต้, รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ, รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน, สหรัฐ, อาเซียน, เมียนมา, แอนโทนี บลิงเคน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210714/image_big_60eebeb804445.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105289</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 20:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 19:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนไล่สหรัฐกลับไปส่องกระจกดูละเมิดสิทธิในประเทศก่อนวิจารณ์เทียนอันเหมิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ย้อนเจ็บ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนตอกกลับรัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐที่ประกาศจะเชิดชูเกียรติผู้ที่โดนฆ่าตายที่จัตุรัสเทียนอันเหมินเมื่อ 32 ปีก่อน โดยบอกว่าสหรัฐควร &amp;quot;ส่องกระจก&amp;quot; ดูการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศ ก่อนที่จะมาอบรมสั่งสอนชาติอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักศึกษาฮ่องกงเช็ดถูประติมากรรมเสาหลักแห่งความอัปยศ ที่สร้างเพื่อรำลึกเหยื่อการปราบปรามที่เทียนอันเหมิน จัดตั้งไว้ที่มหาวิทยาลัยฮ่องกง เนื่องในวันครบรอบการปราบปราม 4 มิ.ย. 2564 (Photo by Anthony Kwan/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์กล่าวว่า คำแถลงตอบโต้อย่างเผ็ดร้อนของจีนมีออกมาในวันรำลึกเหตุการณ์ปราบปรามนองเลือดที่จัตุรัสเทียนอันเหมินในกรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2532 ที่ผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในจีนแผ่นดินใหญ่โดนปราบปรามและเชื่อว่ามีคนเสียชีวิตหลายร้อยคน แต่บางฝ่ายประเมินว่ามีคนตายมากกว่า 1,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนจีนรุ่นใหม่แทบไม่มีความทรงจำโดยตรงกับขบวนการเทียนอันเหมิน รัฐบาลจีนมุ่งมั่นกับการป้องกันการกล่าวถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น มีนักเคลื่อนไหวหลายคนโดนกักขัง และห้ามการถ่ายทอดภาพสดกิจกรรมดังกล่าว ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ในจีนถูกสกัดกั้นการโพสต์รำลึกเหตุการณ์นี้ รวมถึงอิโมจิเทียนไข การค้นหาคำ &amp;quot;64&amp;quot; ที่เป็นวันเกิดเหตุ ถูกปิดกั้นไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ฮ่องกง ตำรวจห้ามการชุมนุมจัดกิจกรรมรำลึกอีก 1 ปี โดยอ้างข้อห้ามเรื่องโรคระบาด ตำรวจราว 7,000 นายเตรียมพร้อมปฏิบัติหน้าที่ขัดขวางการชุมนุม ช่วงเช้าวันศุกร์ ตำรวจนอกเครื่องแบบจับกุมโจว ฮั่งถง ทนายความวัย 37 ปี รองประธานหญิงของกลุ่มพันธมิตรฮ่องกง ที่เป็นแกนนำจัดงานรำลึกเทียนอันเหมินในทุกปี ตำรวจยืนยันว่า โจวโดนจับกุมพร้อมกับชายวัย 20 ปี ฐานต้องสงสัยว่าโพสต์ประกาศชักชวนการชุมนุมผิดกฎหมายผ่านโซเชียลมีเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้นเมื่อวันพฤหัสบดี รัฐบาลสหรัฐประกาศล่วงหน้าวันรำลึกเทียนอันเหมินว่า สหรัฐยืนเคียงข้างประชาชนชาวจีนในการต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน โดยแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า สหรัฐจะ &amp;quot;เชิดชูการเสียสละของผู้ที่โดนฆ่าตายเมื่อ 32 ปีก่อน&amp;quot; และนักเคลื่อนไหวผู้กล้าหาญที่ยังพยายามถึงวันนี้ในการเผชิญกับการกดขี่ปราบปรามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สหรัฐจะยืนหยัดเคียงข้างประชาชนจีน ยามที่พวกเขาเรียกร้องให้รัฐบาลเคารพสิทธิมนุษยชนสากล&amp;quot; บลิงเคนกล่าว พร้อมเรียกร้อง &amp;quot;ความโปร่งใส&amp;quot; ที่รวมถึงการชี้แจงอย่างครบถ้วนเกี่ยวกับผู้เสียชีวิต, ถูกกักขัง หรือสูญหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันศุกร์ ตอบโต้คำกล่าวของบลิงเคนว่า สหรัฐควร &amp;quot;เผชิญหน้ากับปัญหาสิทธิมนุษยชนร้ายแรงของตนเอง&amp;quot; ตั้งแต่การละเมิดชนกลุ่มน้อยไปจนถึงการปฏิบัติต่อคนเข้าเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อพิจารณาถึงการกระทำผิดด้านสิทธิมนุษยชนที่ไม่อาจเถียงได้ สหรัฐมีคุณสมบัติอะไรจึงมาอบรมสั่งสอนคนอื่น&amp;quot; เขากล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105289</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ละเมิดสิทธิมนุษยชน, สหรัฐ, ฮ่องกง, เทียนอันเหมิน, แอนโทนี บลิงเคน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60ba22ae019e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96633</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2021 22:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2021 22:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เวทีอะแลสการะอุ รมต.สหรัฐ-จีนเปิดฉากประคารมกันดุเดือด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;การประชุมของเจ้าหน้าที่ทางการทูตระดับสูงครั้งแรกระหว่างรัฐบาลจีนกับรัฐบาลชุดใหม่ของสหรัฐที่อะแลสกาเปิดฉากอย่างดุเดือดในวันพฤหัสบดี เมื่อรัฐมนตรีของทั้งสองต่างตำหนินโยบายของอีกฝ่ายอย่างเปิดเผยต่อสาธารณะ ก่อนจะปิดห้องเจรจากันอย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมที่เมืองแองเคอเรจ รัฐอะแลสกาของสหรัฐ นาน 2 วัน มีขึ้นภายหลังรัฐมนตรีต่างประเทศ แอนโทนี บลิงเคน และรัฐมนตรีกลาโหมลอยด์ ออสติน ของสหรัฐเสร็จสิ้นภารกิจเยือนญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ สองชาติพันธมิตรของสหรัฐ เพื่อหาแนวร่วมทัดทานอิทธิพลของจีน โดยบลิงเคนพร้อมด้วยเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ เดินทางต่อมาอะแลสกาเพื่อประชุมเจรจากับหยาง เจียฉือ เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีต่างประเทศของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวเริ่มการประชุมว่า สหรัฐจะอภิปรายกันถึงความกังวลอย่างยิ่งของสหรัฐต่อการกระทำของจีน รวมถึงที่มณฑลซินเจียง, ฮ่องกง, ไต้หวัน, การโจมตีทางไซเบอร์ต่อสหรัฐ, การบีบบังคับทางเศรษฐกิจต่อชาติพันธมิตรสหรัฐ &amp;quot;การกระทำของจีนคุกคามต่อระเบียบที่อยู่บนพื้นฐานของกฎกติกาที่รักษาเสถียรภาพในโลก&amp;quot; บลิงเคนกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านหยาง เจียฉือ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมาธิการวิเทศสัมพันธ์กลางของพรรคคอมมิวนิสต์จีน กล่าวตอบโต้ด้วยสุนทรพจน์ยาว 15 นาทีที่ดุเดือดพอกัน โดยกล่าวหาสหรัฐว่าใช้แสนยานุภาพทางทหารและอำนาจครอบงำทางการเงินกดขี่ประเทศอื่นๆ ใช้ข้ออ้างเรื่องความมั่นคงแห่งชาติมาขัดขวางการแลกเปลี่ยนทางการค้าปกติ และยุยงให้ประเทศอื่นๆ โจมตีจีน ส่วนประเด็นสิทธิมนุษชนของสหรัฐเองก็อยู่ในจุดตกต่ำที่สุด คนอเมริกันผิวดำโดนเข่นฆ่า เขายังเรียกร้องสหรัฐเลิกผลักดันประชาธิปไตยในแบบของสหรัฐเข้าไปยังประเทศอื่นๆ เพราะประเทศส่วนมากในโลกนี้ไม่ได้ยอมรับค่านิยมของสหรัฐว่าเป็นค่านิยมของโลก และเตือนด้วยว่า จีนคัดค้านอย่างหนักแน่นต่อการแทรกแซงของสหรัฐในกิจการภายในของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตอบโต้ต่อหน้าสื่อมวลชนทั่วโลกกินเวลายาวนานกว่า 1 ชั่วโมงก่อนที่พวกเขาจะปิดห้องเจรจาโดยไม่ให้สื่อทำข่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐรายหนึ่งบอกในภายหลังว่า การเจรจาเป็นไปอย่าง &amp;quot;มีสาระ, จริงจัง และตรงประเด็น&amp;quot; และเลยเวลา 2 ชั่วโมงที่กำหนดไว้ การประชุมช่วงที่ 2 จัดในช่วงค่ำวันพฤหัสบดี และช่วงที่ 3 กำหนดไว้ช่วงเช้าวันศุกร์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96633</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ประชุมอะแลสกา, สหรัฐ, หยาง เจียฉือ, แอนโทนี บลิงเคน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210319/image_big_6054c704afaf3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96247</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2021 17:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2021 17:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้องสาวคิม จองอึน กร้าวใส่สหรัฐล่วงหน้ารมต.เยือนเกาหลีใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คิม โยจอง น้องสาวผู้ทรงอิทธิพลของคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ กล่าวเตือนสหรัฐอย่าได้ก่อเรื่องที่จะทำให้นอนไม่หลับไปอีก 4 ปี ขณะรัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐคุยกับญี่ปุ่นเมื่อวันอังคารและออกแถลงการณ์ร่วมปรามจีนถึงพฤติกรรมบีบบังคับและบั่นทอนเสถียรภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ คิม จองอึน และคิม โยจอง น้องสาว ขณะร่วมการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้ ที่หมู่บ้านปันมุนจอม เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2561 (Photo by Korea Summit Press Pool/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำกล่าวของน้องสาวคิมซึ่งทำหน้าที่ที่ปรึกษาให้แก่พี่ชาย มีออกมาก่อนหน้าที่ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐ และแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ จะเดินทางมาเยือนเกาหลีใต้ในวันพุธ หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจเยือนญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกของรัฐมนตรีทั้งสองในรัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่มีเป้าหมายรวบรวมพันธมิตรทางทหารเพื่อเป็นปราการต่อต้านจีนและประสานแนวร่วมต่อต้านเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพสหรัฐและเกาหลีใต้เริ่มการซ้อมรบร่วมประจำฤดูใบไม้ผลิเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งจำกัดไว้แค่การจำลองทางคอมพิวเตอร์เนื่องจากภาวะโรคระบาด หนังสือพิมพ์โรดองซินมุนของทางการเกาหลีเหนือเผยแพร่แถลงการณ์ของคิม โยจอง วิจารณ์การซ้อมรบดังกล่าวว่า &amp;quot;คำแนะนำต่อคณะบริหารชุดใหม่ของสหรัฐที่กำลังดิ้นรนแพร่กระจายกลิ่นดินปืนบนแผ่นดินของเราจากอีกฝั่งมหาสมุทร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากสหรัฐต้องการหลับสนิทในช่วง 4 ปีข้างหน้า ก็เป็นการดีกว่าที่สหรัฐจะไม่สร้างปัญหาตั้งแต่เริ่มต้นที่จะทำให้นอนไม่หลับ&amp;quot; คำแถลงของคิม โยจอง ซึ่งเป็นการกล่าวถึงรัฐบาลของประธานาธิบดีไบเดนอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรก ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เอ่ยชื่อของผู้นำสหรัฐโดยตรงก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นโยบายต่างประเทศแบบแหวกขนบในยุคของทรัมป์เริ่มต้นด้วยการด่าทอและขู่ทำสงครามกับคิม จองอึน ก่อนที่จะเปลี่ยนมาญาติดีและจัดประชุมสุดยอดกับคิมหลายครั้ง แต่สุดท้ายจบลงด้วยความล้มเหลว ก่อนพิธีสาบานตนของไบเดน คิมกล่าวถึงสหรัฐว่าเป็นศัตรูสำคัญอันดับหนึ่ง ในพิธีสวนสนาม เกาหลีเหนือยังเปิดตัวขีปนาวุธยิงจากเรือดำน้ำชนิดใหม่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น้องสาวของคิมผู้นี้มีบทบาทสำคัญระหว่างที่ความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีทวีขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งลงท้ายด้วยการที่เกาหลีเหนือระเบิดทำลายสำนักงานประสานงานระหว่างสองเกาหลี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชิน บอมชุล นักวิจัยจากสถาบันวิจัยเพื่อยุทธศาสตร์แห่งชาติเกาหลี ตั้งข้อสังเกตว่า ก่อนหน้านี้ คล้อยหลังคำประกาศของน้องสาวคิมก็จะมีการดำเนินการติดตามมาจากทางการเปียงยาง เกาหลีเหนือเห็นว่าสหรัฐคงไม่ยอมโอนอ่อนให้ จึงได้ออกแถลงการณ์ก่อนหน้าที่บลิงเคนและออสตินมาเยือนเกาหลีใต้ และมีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการยั่วยุทางทหารจากเกาหลีเหนือระหว่างการเยือนและคล้อยหลังการเยือนของรัฐมนตรีสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ออสตินและบลิงเคนเดินทางถึงกรุงโตเกียวของญี่ปุ่นเมื่อวันจันทร์ และในวันอังคารทั้งคู่ได้หารือกับรัฐมนตรีกลาโหมและรัฐมนตรีต่างประเทศของญี่ปุ่น จากนั้นทั้งสองฝ่ายได้ออกแถลงการณ์ร่วม เรียกร้องให้เกาหลีเหนือล้มเลิกนิวเคลียร์อย่างสิ้นเชิง โดยเตือนว่าคลังแสงนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือคุกคามสันติภาพและเสถียรภาพระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ร่วมของสหรัฐและญี่ปุ่นเตือนจีนด้วยว่า &amp;quot;พฤติกรรมของจีน ซึ่งไม่สอดคล้องกับระเบียบระหว่างประเทศที่มีอยู่ แสดงถึงการท้าทายทางการเมือง, เศรษฐกิจ, การทหารและเทคโนโลยี&amp;quot; และว่ารัฐมนตรีของทั้งสองฝ่ายมุ่งมั่นคัดค้านพฤติกรรมบีบบังคับและทำลายเสถียรภาพที่กระทำต่อชาติอื่นๆ ในภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี บลิงเคนปฏิเสธที่จะให้ทัศนะต่อคำกล่าวของคิม โยจอง แต่เขาบอกว่า สหรัฐกำลังพิจารณาว่ามาตรการกดดันเพิ่มเติมต่างๆ จะได้ผลหรือไม่ หรือมีหนทางการทูตที่สมเหตุสมผลหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเปิดเผยที่วอชิงตันว่า รัฐบาลสหรัฐพยายามติดต่อกับเกาหลีเหนือผ่านหลายช่องทางตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ รวมถึงผ่านช่องทางนิวยอร์ก ซึ่งหมายถึงทูตเกาหลีเหนือประจำองค์การสหประชาชาติ แต่ &amp;quot;จนถึงบัดนี้เรายังไม่ได้รับการตอบสนองจากเปียงยาง&amp;quot; จาลินา พอร์เตอร์ รองโฆษกกล่าวกับนักข่าวเมื่อวันจันทร์.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96247</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม โยจอง, น้องสาวคิม, ลอยด์ ออสติน, เกาหลีเหนือ, เตือนจีน, เตือนสหรัฐ, แอนโทนี บลิงเคน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210316/image_big_60507fb187564.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
