<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90684</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2021 18:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2021 18:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไบเดน&#039;ออกคำสั่งประธานาธิบดี10ฉบับ สู้รบกับโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เริ่มทำงานเต็มวันวันแรกด้วยการประกาศสู้รบกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร 10 ฉบับ ที่รวมถึงบังคับสวมหน้ากากอนามัยขณะใช้ระบบขนส่งสาธารณะและกักกันผู้เดินทางเข้าสหรัฐ พร้อมใช้อำนาจตามกฎหมายภาวะสงครามขยายการฉีดและผลิตวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แถลงข่าวเรื่องแผนตอบสนองต่อการระบาดของโควิด-19 ที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2564 โดยมีรองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส และนายแพทย์แอนโทนี เฟาซี (ไม่อยู่ในภาพ) ร่วมในการแถลงข่าวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นับแต่เริ่มแพร่ระบาดในสหรัฐเมื่อต้นปีที่แล้ว ถึงขณะนี้โควิด-19 คร่าชีวิตคนอเมริกันไปมากกว่า 410,000 คน จากผู้ติดเชื้อมากกว่า 24.6 ล้านคน มากมายกว่าทุกประเทศในโลก และในการแถลงข่าวการลงนามคำสั่งประธานาธิบดี 10 ฉบับที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวเตือนว่า จำนวนผู้เสียชีวิตเพราะโควิด-19 ในสหรัฐน่าจะเพิ่มเป็นมากกว่า 500,000 คนในเดือนหน้า และจำเป็นต้องมีการดำเนินการขั้นรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่คือการทำงานในภาวะสงคราม&amp;quot; ไบเดนกล่าว โดยย้ำว่าสหรัฐอยู่ในช่วงภาวะฉุกเฉินแห่งชาติและเขาต้องการรื้อฟื้นความเชื่อมั่นของประชาชนภายหลังความแตกแยกในยุคสมัยของโดนัลด์ ทรัมป์ เขายืนยันด้วยว่า นักวิทยาศาสตร์จะทำงานได้อย่างเสรีในรัฐบาลของเขาโดยไม่มีการเมืองแทรกแซง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันศุกร์กล่าวว่า คำสั่งฝ่ายบริหารที่เพิ่งผ่านการลงนามนี้รวมถึงการเพิ่มความเข้มข้นของมาตรการเดิมในรัฐบาลทรัมป์ เช่น ผู้ที่เดินทางเข้าสหรัฐ นอกจากจะต้องมีผลตรวจโควิดเป็นลบก่อนออกเดินทางแล้ว เมื่อมาถึงยังต้องถูกกักกันโรคด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และนอกจากการบังคับให้ประชาชนต้องสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในสถานที่ราชการของรัฐบาลกลาง ตาม 1 ใน 17 คำสั่งที่ไบเดนลงนามตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่งแล้ว ในคำสั่งเมื่อวันพฤหัสบดี เขายังขยายข้อบังคับให้ครอบคลุมถึงการสวมหน้ากากอนามัยในสนามบินและเมื่อใช้ระบบขนส่งมวลชนบางประเภท อาทิ บนรถไฟ, เครื่องบิน และรถโดยสารระหว่างเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำขอร้องต่อชาวอเมริกันทุกคน ไบเดนเรียกร้องให้สวมหน้ากากอนามัยตลอด 99 วันนับจากนี้ เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของไวรัส &amp;quot;ผู้เชี่ยวชาญกล่าวกันว่า ด้วยการสวมหน้ากากอนามัยนับจากนี้ไปถึงเดือนเมษายน เราจะรักษาชีวิตได้มากกว่า 50,000 ชีวิต&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลของเขายังจะขยายการผลิตวัคซีนและอำนาจในการซื้อวัคซีนเพิ่มเติม โดยใช้ประโยชน์จากหน่วยงานผู้มีอำนาจในสัญญาอย่างเต็มที่ รวมถึงการใช้พระราชบัญญัติการผลิตเพื่อการป้องกันประเทศ รายงานกล่าวว่า รัฐบาลของทรัมป์เคยใช้อำนาจตามกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งให้อำนาจประธานาธิบดีอย่างกว้างขวางในการ &amp;quot;เร่งและขยายการจัดหาทรัพยากรจากฐานอุตสาหกรรมของสหรัฐ&amp;quot; เพื่อชุดป้องกันเชื้อโรค แต่ไม่ได้ใช้กฎหมายนี้สำหรับการทดสอบหรือผลิตวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนเคยให้คำมั่นไว้ว่ารัฐบาลของเขาจะจัดหาวัคซีนโควิด 100 ล้านโดส ภายใน 100 วันแรกของการทำงาน เขากล่าวไว้ก่อนหน้าการแถลงครั้งนี้ด้วยว่า การแจกจ่ายวัคซีนในสหรัฐนั้น &amp;quot;จนถึงตอนนี้ล้มเหลวอย่างน่าหดหู่&amp;quot; รัฐบาลของเขามีแผนจะเพิ่มบทบาทของรัฐบาลกลางในเรื่องนี้ และจะขยายสถานที่ฉีดวัคซีนรวมถึงกลุ่มคนที่จะได้รับวัคซีน เช่นให้ครอบคลุมถึงครูและพนักงานร้านสะดวกซื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนถึงเช้าวันพฤหัสบดีตามเวลาสหรัฐ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งสหรัฐกล่าวว่า ได้ฉีดวัคซีนโควิด-19 ไปแล้ว 17.5 ล้านโดน จากราว 38 ล้านโดสที่ได้แจกจ่ายไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนยังได้แต่งตั้งนายแพทย์แอนโธนี เฟาซี ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อที่โดนทรัมป์ลดบทบาทในช่วงหลัง ให้เป็นที่หัวหน้าที่ปรึกษาทางการแพทย์ของเขา ในการแถลงข่าวเมื่อวันพฤหัสบดี เฟาซีอยู่เคียงข้างไบเดนพร้อมกับรองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ที่นายแพทย์ผู้ได้รับการเคารพนับถืออย่างสูงท่านนี้มาทำหน้าที่แถลงและตอบคำถามนักข่าวที่ทำเนียบขาว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90684</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำสั่งประธานาธิบดี, ประธานาธิบดีโจ ไบเดน, สวมหน้ากากอนามัย, แอนโทนี เฟาซี, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210122/image_big_600ab67c411c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83098</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปัจจัยที่ทำให้ยุคโควิด-19 ยาวนาน 10 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ภาพ : เชื้อโรคโควิด-19 แพร่ผ่านรองเท้าน้อยมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;เครดิต : https://www.who.int/images/default-source/health-topics/coronavirus/myth-busters/mythbusters---shoes.tmb-1920v.png?sfvrsn=cc08f8dd_1&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความเห็นต่างทั้งระดับปัจเจกกับระดับรัฐ ความรู้ความเข้าใจต่อโรค การพัฒนาวัคซีนกับยา เหล่านี้เป็นปัจจัยชี้วัดว่ายุคโควิด-19 จะกินเวลายาวนานเพียงไร จะถึง 10 ปีหรือเกินกว่านั้นหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เกือบครบปีแล้วนับจากจีนแจ้งองค์การอนามัยโลกอย่างเป็นทางการ พบการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่โรคโควิด-19 ในภาพรวมระดับโลกสถานการณ์แย่กว่าเดิม บางประเทศระบาดระลอก 2 ต้องปิดเมืองปิดประเทศอีกครั้ง บางประเทศนับจากเริ่มระบาดจนบัดนี้ยังควบคุมไม่ได้ มีไม่กี่ประเทศที่ควบคุมการแพร่ระบาดได้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังที่เคยนำเสนอว่ายุคโควิด-19 แบ่งเป็น 3 ระยะ ณ ขณะนี้ยังอยู่ระยะแรก กำลังระบาดหนัก บางเมืองเปิด บางเมืองปิด เปิดๆ ปิดๆ เริ่มทดลองใช้ยากับวัคซีน วิธีการรักษาแบบต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บทความนี้สรุปปัจจัยที่ทำให้ยุคโควิด-19 อาจกินเวลา 10 ปีหรือนานกว่านั้น โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ ระดับบุคคล กลุ่มเฉพาะ ระดับประเทศ และระดับโลก ตามบริบทล่าสุดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการแรก ระดับบุคคล กลุ่มเฉพาะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในขณะที่คนส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือป้องกันโรคระบาด แต่บางคนบางกลุ่มทำสิ่งตรงข้าม แบ่งเป็น 2 ประเภทย่อย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.1 พวกไม่เห็นด้วย ต่อต้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลุ่มนี้คือพวกที่ต่อต้านการล็อกดาวน์ การปิดเมืองปิดประเทศ ชุมนุมประท้วงรัฐบาล ไม่ยอมทำตามมาตรการของรัฐ เช่น ฝ่าฝืนคำสั่งห้ามไปเที่ยวชายหาด จัดงานเลี้ยง หลายประเทศมีคนประเภทนี้ไม่มากก็น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.2 ไม่ให้ความร่วมมือเท่าที่ควร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลุ่มนี้ไม่ถึงกับต่อต้าน แต่ไม่ให้ความร่วมมือป้องกันการแพร่ระบาดเท่าที่ควร เช่น การรักษาระยะห่างอยู่เสมอ การสวมใส่หน้ากากอนามัย ผลคือมาตรการปกติไม่ได้ผล ไม่อาจควบคุมการระบาดได้ดี บางประเทศต้องประกาศล็อกดาวน์ ปิดเมืองปิดประเทศอีกครั้ง เช่น หลายประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางกับยุโรป เช่น สหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส รัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรณียุโรป ในเวลา 5 สัปดาห์ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มเป็น 2 เท่า แม้การแพร่ระบาดมาจากหลายปัจจัย แต่สะท้อนว่ามาตรการปกติไม่ได้ผล ต่างจากบางประเทศที่ได้ผล เช่น ไต้หวัน เวียดนาม จีน ไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 2 ระดับประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แยกโดยหลักคิดหรือนโยบายของรัฐบาล แบ่งเป็น 2 ประเภท พวกเห็นด้วยกับการล็อกดาวน์กับไม่สนับสนุนการล็อกดาวน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.1 ไม่เห็นด้วยกับการล็อกดาวน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลทรัมป์เป็นกรณีตัวอย่าง หลักคิดคือเศรษฐกิจสำคัญกว่าโรคระบาด ประธานาธิบดีทรัมป์พูดซ้ำหลายครั้งว่าขอให้ฟังตนมากกว่าเชื่อข้อมูลวิทยาศาสตร์ ให้เหตุผลว่าพวกนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ตกอยู่ใต้อำนาจการเมืองไปแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สตีเวน มนูชิน (Steven Mnuchin) รัฐมนตรีกระทรวงการคลังประกาศจะไม่ใช้มาตรการปิดเมืองอีกแล้ว เพราะสร้างความเสียหายมากกว่า เรื่องที่ต้องทำคือ &amp;ldquo;ทุกคนต้องกลับไปทำงาน&amp;rdquo; แม้เสี่ยงติดเชื้อก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.2 เห็นด้วยกับการล็อกดาวน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลุ่มนี้รู้ผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม แต่เห็นว่าจำต้องล็อกดาวน์ เพราะเป็นวิธีที่ก่อประโยชน์มากกว่า เป็นแนวทางที่สอดคล้องกับความรู้ระบาดวิทยา จีนเป็นตัวอย่างแรก รัฐบาลสั่งปิดเมืองอย่างรวดเร็วและเข้มงวด ให้ประชาชนทุกคนอยู่แต่ในบ้าน รัฐบาลส่งกองทัพเข้าไปส่งน้ำส่งอาหาร วิธีการนี้ได้ผล สามารถควบคุมการแพร่ระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อต้นพฤศจิกายนที่ผ่านมา นายกฯ อังกฤษ บอริส จอห์นสัน กล่าวว่า ในสถานการณ์ตอนนี้ที่กำลังระบาดหนักไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากปิดเมืองอีกรอบ เตือนว่าหากโควิด-19 แพร่ระบาดหนักจนระบบสาธารณสุขรับไม่ไหว สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือแพทย์พยาบาลมีสิทธิเลือกว่าควรรักษาใครก่อนหรือทิ้งใครไว้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องที่ต้องเข้าใจคือ การล็อกดาวน์ให้อยู่แต่ในบ้านเป็นมาตรการแยกผู้ติดเชื้อออกจากคนปกติ ไม่ว่าผู้ติดเชื้อแสดงอาการหรือไม่ เพราะหลังจาก 14 วัน (หรือมากกว่า) ผู้ป่วยโควิด-19 จะแสดงตัวให้รู้หรือไม่ก็หายเอง รัฐบาลที่ไม่สนับสนุนการปิดเมืองเท่ากับปล่อยให้โรคระบาดหนักต่อไปเรื่อยๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 3 ระดับโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.1 การแพร่ระบาดแบบไม่รู้ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตั้งแต่แรกระบาด กระทรวงสาธารณสุขจีนเผยว่า มีกรณีเชื้อแพร่ระบาด &amp;ldquo;ก่อนผู้ป่วยมีอาการ&amp;rdquo; ก่อนผู้ป่วยจะรู้ตัว การแพร่เชื้อขณะไม่แสดงอาการมีความชัดเจน และดูเหมือนจะมากกว่าที่เข้าใจตอนแรก งานวิจัยของสำนักสถิติแห่งชาติสหราชอาณาจักร (ONS) พบว่าผู้ป่วยโควิด-19 ร้อยละ 86.1 (ช่วงเดือนเมษา.ถึงมิถุนา.) ไม่แสดงอาการ (ไข้ ไอ เสียการรับกลิ่นรส)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งานวิจัยที่เผยแพร่ปลายเดือนตุลาคม พบว่าร้อยละ 20 ของพนักงานร้านขายของชำสหรัฐติดโรคโควิด-19 และส่วนใหญ่เป็นพวกไม่แสดงอาการ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อมูลหลายชิ้นบ่งชี้ว่าผู้ป่วยโควิด-19 ชนิดไม่แสดงอาการมีมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.2 ประสิทธิภาพวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าทันทีที่โลกมีวัคซีนปัญหาโควิด-19 จะหมดไป ความจริงซับซ้อนกว่านั้น ปลายเดือนกันยายน คริส วิทตี้ (Chris Whitty) หัวหน้าทีมแพทย์อังกฤษเตือนอย่าคาดหวังวัคซีนรุ่นแรกมากนัก เพราะวัคซีนรุ่นแรกอาจมีประสิทธิภาพป้องกันโรคเพียง 40-60% (ครึ่งหนึ่งของผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วยังติดเชื้อได้) ประโยชน์ของวัคซีนรุ่นแรกคือลดอาการเจ็บป่วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนหน้านั้น แอนโทนี เฟาซี (Anthony Fauci) พูดทำนองเดียวกันว่า ในระยะแรกถ้าได้ผลสัก 75% ถือว่าดีแล้วหรือถ้าได้ผล 50-60% ก็ยอมรับได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องรอพัฒนาวัคซีนรุ่นต่อไปที่ปรับปรุงจากรุ่นแรก (ตรงกับระยะที่ 3 ของยุคโควิด-19)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.3 การกระจายวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเทศเศรษฐกิจดีประชาชนย่อมได้วัคซีนอย่างทั่วถึงก่อน ตรงข้ามกับประเทศยากจนที่ต้องรอความช่วยเหลือ ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลกชี้ว่า หลักการให้วัคซีนที่ถูกต้องคือ ให้บางคนแก่ทุกประเทศ &amp;ldquo;ดีกว่า&amp;rdquo; ให้ทุกคนในประเทศตัวเองก่อน หากไม่ช่วยประเทศอื่นจะทำให้การระบาดยืดเยื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นที่มาของโครงการวัคซีนโลก COVAX เพื่อกระจายวัคซีนแก่ทุกประเทศ โดยเฉพาะประเทศยากจน ความคืบหน้าโครงการเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม การฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 เป็นโครงการระดับโลกที่ต้องเห็นผลเร็ว ยิ่งช้ายิ่งเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.4 เชื้อกลายพันธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยธรรมชาติเชื้อไวรัสกลายพันธุ์อยู่เสมอ บางครั้งก่อโรครุนแรงขึ้น บางครั้งลดความรุนแรง ล่าสุดพบคนติดเชื้อโรคโควิด-19 จากสัตว์จำพวกมิงค์ (mink) ผู้เชี่ยวชาญกังวลว่าอาจเป็นต้นเหตุระบาดรอบใหม่จากเชื้อโรคโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ ที่น่ากังวลกว่านั้นคือสายพันธุ์นี้ต่างจากสายพันธุ์ปัจจุบันมาก เกรงว่าวัคซีนที่กำลังวิจัยอยู่อาจใช้ไม่ค่อยได้ผล ต้องวิจัยใหม่หมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การที่มิงค์ติดโควิด-19 มาจากการกลายพันธุ์เช่นกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เชื้อกลายพันธุ์เป็นเหตุที่ต้องวิจัยและปรับปรุงวัคซีนเป็นระยะ ให้ได้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพมากพอ และต้องวิจัยให้เร็วมากพอด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.5 ทฤษฎีสมคบคิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในขณะที่หลายคนพูดว่าวัคซีนคือทางออก แต่อีกด้านเกิดคำถามว่าควรรับวัคซีนหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลโพลจาก Pew Research Center ที่นำเสนอกลางเดือนกันยายน พบว่าคนอเมริกันร้อยละ 51 เท่านั้นที่อยากฉีดวัคซีน ที่เหลือกังวลว่าวัคซีนไม่ปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนหน้านั้น 1 เดือน ผลสำรวจของ Gallup พบว่าคนอเมริกันร้อยละ 65 เท่านั้นที่ยอมฉีดวัคซีน ร้อยละ 35 บอกว่าจะไม่ฉีดแม้ อย.สหรัฐรับรองและฉีดให้ฟรี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีหลายเหตุผลที่ไม่ยอมฉีด ที่พูดกันมากคือ &amp;ldquo;ทฤษฎีสมคบคิด&amp;rdquo; (conspiracy theory) หนึ่งในทฤษฎีที่คนเชื่อกันมากคือมนุษย์เป็นผู้สร้างโควิด-19 เป็นแผนการที่วางไว้หลายปีแล้ว บิล เกตส์ (Bill Gates) แห่งไมโครซอฟต์ร่วมกับชนชั้นปกครองโลกต้องการลดประชากรโลก หวังใช้เหตุการณ์นี้ควบคุมโลกด้วยการสร้างวัคซีนที่ใส่ไมโครชิปควบคุมมนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนที่เชื่อว่าวัคซีนใส่ไมโครชิปอาจไม่ใช้วัคซีนตัวใดๆ&amp;nbsp; เลย เพราะไม่รู้ว่ามีไมโครชิปอยู่ในหลอดยาของตนหรือไม่&amp;nbsp; คนเหล่านี้จะคิดว่าสถาบันการแพทย์ องค์กรระหว่างประเทศต่างๆ ไม่น่าเชื่อถือเป็นส่วนหนึ่งของชนชั้นปกครองโลก นี่คือการอธิบายตามแนวทฤษฎีสมคบคิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีปัจจัยลบหลายข้อที่ส่งผลให้การแพร่ระบาดยืดเยื้อ&amp;nbsp; บทความนี้นำเสนอภาพโดยสังเขป สรุปว่าความเห็นต่างทั้งระดับปัจเจกกับระดับรัฐ ความรู้ความเข้าใจต่อโรค การพัฒนาวัคซีนกับยา เหล่านี้เป็นปัจจัยชี้ว่ายุคโควิด-19 จะกินเวลายาวนานเพียงไร จะถึง 10 ปีหรือเกินกว่านั้นหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83098</URL_LINK>
                <HASHTAG>คริส วิทตี้, บอริส จอห์นสัน, สถานการณ์โลก, แอนโทนี เฟาซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e089f896a7c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
