<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93894</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชุม &#039;นัดพิเศษอาเซียน&#039; เรื่องเมียนมาจะเกิดขึ้นไหม?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนจะประชุม &amp;ldquo;วาระด่วน&amp;rdquo; เรื่องวิกฤติเมียนมาเมื่อไหร่หรือไม่ เป็นประเด็นที่มีความสำคัญที่ประเทศไทยควรจะต้องถือเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาให้ครบทุกมิติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เร็ทโน มาร์ซูดี รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของอินโดนีเซีย เพิ่งเดินสายเพื่อซาวเสียงเพื่อนๆ อาเซียนว่าจะเอาอย่างไรกับเหตุการณ์ในเมียนมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่ผ่านมา เธอไปบรูไนซึ่งเป็นประธานกลุ่มอาเซียนบรูไน เพื่อพร้อมแนวความคิดที่ว่า ประชาคมอาเซียนควรจะเป็นกลไกที่ช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในเมียนมาได้ดีกว่าที่เห็นอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้เธอก็บอกว่า ได้หารือกับแอนโธนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งยังได้ต่อสายคุยกับบรรดารัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของอินเดีย ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักร รวมไปถึงทูตขององค์การสหประชาชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ใช่แค่อินโดนีเซียเท่านั้นที่เคลื่อนไหวเรื่องพม่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ วิเวียน บาลากริชนัน ก็ได้แสดงความกังวลต่อการที่กองทัพเมียนมาได้ปราบปรามผู้ประท้วงอย่างรุนแรง การจับกุมนักการเมือง และการตัดอินเทอร์เน็ต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเรียกร้องอย่างเปิดเผยให้กองทัพเมียนมาปล่อยตัวนางอองซาน ซู จี และประธานาธิบดีวิน มินต์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปล่อยแล้วก็จะได้หาทางให้ทั้งสองฝ่ายได้นั่งลงเจรจากัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หาทางออกทางการเมืองที่ประชาชนคนเมียนมาจะยอมรับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิงคโปร์แสดงจุดยืนก่อนหน้านี้ว่าไม่สนับสนุนการคว่ำบาตรเมียนมาแบบ &amp;ldquo;เหวี่ยงแห&amp;rdquo; เพราะจะมีผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมากที่เผชิญกับความยากจนอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐเรียกวิธีการคว่ำบาตรแบบเฉพาะเจาะจงว่า Targetted Sanctions ซึ่งหมายถึงการใช้มาตรการที่พุ่งเป้าไปที่ผู้นำกองทัพและธุรกิจที่กองทัพมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิงคโปร์ต้องเดือดร้อนด้วยเหตุผลหลายประการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิงคโปร์เป็นประเทศที่ลงทุนในเมียนมาสูงที่สุดใน 2-3 ปีที่ผ่านมา เป็นยอดการลงทุนที่มากกว่าจีนและไทยด้วยซ้ำไป ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงที่มีชายแดนติดกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แรงกดดันมาลงที่บริษัทร่วมลงทุนของสิงคโปร์ในเมียนมากำลังมาจากหลายแหล่ง รวมถึงนักเคลื่อนไหวรณรงค์ต่อต้าน เพราะต้องการให้สิงคโปร์แสดงจุดยืนว่าไม่ทำธุรกิจกับรัฐวิสาหกิจที่มีกองทัพเมียนมาเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์อยู่ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศอาเซียนอื่นๆ ที่มีจุดยืนคล้ายกันคือมาเลเซีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านายกฯ มูยิดดิน ยัสซิน ของมาเลเซีย ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกับประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ว่าอาเซียนต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อแสดงถึงความกังวลต่อสถานการณ์ในเมียนมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอกย้ำคำว่า &amp;ldquo;อาเซียนเป็นเสมือนครอบครัวเดียวกัน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แปลว่าสมาชิกทั้ง 10 ต้องมีความรู้สึกว่ามีชะตากรรมเดียวกัน ร้อนก็ร้อนด้วยกัน หนาวก็หนาวด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่บางประเทศก็มีท่าทีหันรีหันขวางอยู่เหมือนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แรกเริ่มที่เกิดเรื่อง ฟิลิปปินส์บอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในเมียนมาเป็น &amp;rdquo;กิจการภายใน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เมื่อเรื่องราวบานปลาย มะนิลาก็เรียกร้องให้มีการ &amp;ldquo;ฟื้นฟูสถานะทางการเมืองของเมียนมาให้กลับไปดั่งเดิม&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวียดนามเรียกร้องให้เมียนมากลับมา &amp;ldquo;ฟื้นฟูให้สถานการณ์กลับมามั่นคงตามปกติ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นการใช้ภาษากว้างๆ ที่ยังแฝงไว้ด้วยความเกรงใจ แต่ไม่แสดงความห่วงใยเลยก็ไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยกับกัมพูชาบอกว่าการยึดอำนาจของกองทัพเมียนมาถือเป็น &amp;rdquo;กิจการภายในประเทศ&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา บอกว่าจุดยืนของไทยก็เหมือนกับของอาเซียนและสหประชาชาติ ซึ่งก็เหมือนไม่ได้บอกอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะจุดยืนอาเซียนถึงวันนี้มีแต่เพียงแถลงการณ์ของประธานอาเซียนปีนี้คือบรูไน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และแถลงการณ์ร่วมของผู้นำอินโดฯ, มาเลเซียและสิงคโปร์ที่มีดีกรีของเสียงเรียกร้องที่ชัดเจนกว่าของไทยเราอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เท่ากับว่าไทยเราได้สูญเสียความเป็นผู้ร่วมริเริ่มให้มีการแก้ไขปัญหาของเพื่อนบ้านที่สำคัญอย่างเมียนมาไปโดยปริยาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งๆ ที่ไทยเราอยู่ในฐานะที่สามารถเป็นแกนประสานกับสมาชิกอาเซียนอื่นๆ กับมหาอำนาจทั้งหลายเพื่อเป็น &amp;ldquo;สะพานเชื่อม&amp;rdquo; กับผู้นำในเมียนมาเพื่อหาทางออกร่วมกันอย่างสันติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเคารพในความต้องการของประชาชนคนเมียนมามากกว่าความกังวลต่อผลกระทบที่จะมีต่อความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างผู้นำทหารไทยและเมียนมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การทูตไทยที่หมดมนต์ขลังในช่วงหลังนี้มาจากสาเหตุอันใด จะได้วิเคราะห์กันต่อไปในคอลัมน์นี้ครับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93894</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, เร็ทโน มาร์ซูดี, แอนโธนี บลิงเคน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
