<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103658</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2021 08:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2021 08:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดุลย์&#039;ข้องใจ&#039;ประสิทธิ์&#039;ตุ๋นพันล้าน โยง&#039;ประยุทธ์&#039;อยู่ในตำแหน่งทำสถาบันมัวหมอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21 พ.ค.64 -&amp;nbsp; นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 2535&amp;nbsp; กล่าวว่า กรณีการจับกุม นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ประธานโครงการคืนคุณแผ่นดิน ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงประชาชนมูลค่าเป็นพันล้านบาท โดยแอบอ้างเป็นคนรักสถาบันแล้วอาศัยเป็นเครดิตสร้างภาพหลอกลวงประชาชน เป็นอีกตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า การอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ คือการทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์มัวหมอง ยังมีคนแอบอ้างสถาบันเพื่อผลประโยชน์ตัวเองอีกมาก หากพล.อ.ประยุทธ์ ยังดื้อด้านทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน ยังจะมีเหตุการณ์ที่สร้างมลทินให้กับสถาบันตามมาอีก
&amp;nbsp;
นายอดุลย์ ตั้งข้อสังเกตว่า คนที่มีพฤติการณ์ฉ้อโกงอย่างนายประสิทธิ์ เข้ามามีความสัมพันธ์กับกองทัพได้อย่างไร จนได้เป็นประธานโครงการคืนคุณแผ่นดิน และแอบอ้างว่ามีความสนิทสนมกับบุคคลระดับสูง ยังอ้างว่ามีคนระดับสูงมาร่วมลงทุน และบริษัทได้นำเงินที่ได้ไปมอบให้อีกด้วย สร้างภาพลักษณ์การทำดีเป็นคนเสียสละจนทำให้คนหลงเชื่อ ที่สำคัญ บริษัทในเครือของนายประสิทธิ์ ได้ให้หน่วยปฏิบัติการข่าวสาร หรือ ไอโอ ของกองทัพ ใช้พื้นที่เซิร์ฟเวอร์ของเว็บไซต์ในเครือบริษัทนายประสิทธิ์ เพื่อปฏิบัติการณ์ไอโอ และยังใช้นายประสิทธิ์ เป็นอาจารย์พิเศษโรงเรียนจิตอาสา อบรมเจ้าหน้าที่ของกองทัพด้วย เมื่อความแตกว่านายประสิทธิ์เป็นนักต้มตุ๋นกองทัพจะอธิบายต่อสังคมอย่างไร นอกจากดำเนินการทางกฎหมายแล้ว ต้องสอบสวนหาข้อเท็จจริงในเชิงลึกด้วย เพราะทำให้กองทัพและสถาบันเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์รู้ดีว่าการจะดำรงรักษาระบอบประยุทธ์เอาไว้จำเป็นต้องใช้คนแบบนายประสิทธิ์ ใช้รัฐมนตรีแบบ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ใช้นั่งร้านแบบพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และใช้ ไอโอ ปั่นหัวประชาชนให้เกิดความแตกแยก และยังมีบางคนที่โหนเจ้าอ้างว่าทำเพื่อสถาบันแต่แท้จริงแล้วเพื่อการดำรงอยู่เพื่อระบอบประยุทธ์มากกว่า ปัญหาคือ ความพยายามรักษาระบอบประยุทธ์ กับความอดทนของประชาชนที่ไม่อาจมองเห็นสถาบันต้องมัวหมองเพราะพล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; กำลังถึงจุดระเบิด ซึ่งแน่นอนว่าย่อมหมายถึงบาดแผลของประเทศครั้งใหญ่จะเกิดขึ้นอีกครั้ง และขอทำนายว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะมีบั้นปลายชีวิตที่ไม่ปกติสุขอย่างแน่นอน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอดุลย์ กล่าวว่า เกียรติยศสุดท้ายของ พล.อ.ประยุทธ์ หมดสิ้นความสง่างามไปแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ควรถอนคำปฏิญาณ ข้าจะรักษามรดกของพระองค์ท่านไว้ด้วยชีวิต สมัยเป็นนักเรียนนายร้อยเสีย ตนไม่เข้าใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ เคยอ่าน พันท้ายนรสิงห์ หรือไม่ ที่แม้เพียงแค่ความผิดถือท้ายเรือพระที่นั่งและทำให้โขนเรือพระที่นั่งกระทบกิ่งไม้หัก ก็ยังยอมถวายหัวเป็นราชพลี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103658</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ประสิทธิ์ เจียวก๊ก, แอบอ้างสถาบัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606afe4bafea2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91360</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2021 09:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2021 09:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ศุภชัย&#039;กังวลญัตติซักฟอกฝ่ายค้านโยงสถาบันหวั่นเป็นการสาดน้ำมันเข้ากองไฟ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 ม.ค.64 - ที่รัฐสภา นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านยืนยันไม่แก้ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า จากการพูดคุยทั้ง 2 ฝ่าย เมื่อวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ได้ให้ข้อคิดกับฝ่ายค้าน ทั้งนี้ยืนยันว่าญัตติของฝ่ายค้านที่ยื่นมานั้น ถูกต้องตามกระบวนการ สามารถบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระได้ แต่สิ่งที่ประธานสภาฯ และตนวิตกกังวลในเรื่องของการใช้คำพูดของข้อกล่าวหาที่ไปพัวพันถึงสถาบัน จึงได้วิเคราะห์ว่า การตั้งข้อกล่าวหาในหลายๆ ประเด็นที่ไปพัวพันกับสถาบัน เวลาสมาชิกสภาฯ อภิปรายจะผิดข้อบังคับหรือไม่ เพราะในข้อบังคับห้ามเอยถึงบุคคลที่สาม และพระมหากษัตริย์โดยไม่จำเป็น แต่เมื่อญัตติเขียนระบุเชื่อมโยงไปถึงพระมหากษัตริย์ ถึงแม้จะไม่กล่าวหาสถาบันก็ตาม แต่สมาชิกสภาฯ จะหลีกเลี่ยงการพูดถึงสถาบันไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จึงเป็นเรื่องที่ลำบากใจ เมื่อฝ่ายค้านยื่นญัตติเข้ามาแล้วต่างคนก็ต่างมุมมอง ตั้งท่ากันตั้งแต่ยังไม่อภิปราย ถ้าสมมุติว่า ฝ่ายค้านอภิปรายผิดข้อบังคับ แล้วรัฐบาลประท้วง ฝ่ายค้านก็จะอ้างว่ามีอยู่ในญัตติ ซึ่งตอนเขียนไม่ผิด แต่ตอนพูดผิด แล้วจะทำอย่างไร เรื่องนี้ประธานสภาฯ เป็นกังวลว่าการอภิปรายจะไม่เป็นไปด้วยความราบรื่น เพราะแทนที่จะอภิปรายเสร็จภายใน 4 วัน และลงมติวันที่ 5 ก็อาจจะยืดเยื้อออกไปอีก ที่สำคัญประธานสภาฯ กังวลว่า ไม่อยากให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นการเปิดประเด็นหลายๆ ประเด็น ถ้าฝ่ายค้านอภิปรายตั้งข้อกล่าวหารัฐบาลที่ค่อนข้างแรง และนายกรัฐมนตรีชี้แจง หากเปิดประเด็นแรงๆ ออกมา ก็จะเป็นการสาดน้ำมันเข้ากองไฟ ไฟก็ลุกโชติช่วง หรือสาดน้ำเข้าหากัน ต่างฝ่ายก็ต้องเปียก ทำให้ไม่เป็นผลดีต่อการทำงานร่วมกัน ซึ่งประธานสภาฯ เป็นห่วง และไม่อยากให้ใครตกเป็นจำเลยของสังคมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้&amp;rdquo;นายศุภชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศุภชัย กล่าวต่อว่า สำหรับตน ในฐานะที่เป็นผู้กลั่นกรองญัตติ ก็เป็นกังวล แต่เมื่อฝ่ายค้านยืนยัน เราก็ต้องบรรจุญัตติเข้าสู่ระเบียบวาระ ส่วนจะอภิปรายวันไหนทางสำนักเลขาธิการสภาฯ จะประสานไปยังรัฐบาลว่าจะพร้อมชี้แจงวันไหน และหากมีปัญหาในระหว่างการอภิปรายสมาชิกสภาฯ แต่ละคนก็ต้องรับผิดชอบตนเอง ประธานในที่ประชุม ก็อาจจะต้องทำหน้าที่หนักหน่อย อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ได้วิตกในการทำหน้าที่ เพราะเรายึดข้อบังคับการประชุมเป็นที่ตั้ง แต่อาจจะไม่ถูกใจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งเป็นปัญหาที่จะต้องแก้สถานการณ์เฉพาะหน้ากันต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91360</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ, นายศุภชัย โพธิ์สุ, แอบอ้างสถาบัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210129/image_big_6013786438de8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91250</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2021 08:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2021 08:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อะแฮ้ม!&#039;อดีตอัยการสูงสุด&#039;เตือนฝ่ายค้านระวังการใช้คำพูดในสภาฯอาจเข้าข่ายระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ม.ค.64- &amp;nbsp;นายตระกูล วินิจนัยภาค อดีตอัยการสูงสุด(อสส.)โพสต์ระภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า &amp;nbsp;การที่พรรคร่วมฝ่ายค้านจะอภิปรายพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า #ใช้สถาบันเป็นข้ออ้างแบ่งแยกประชาชนและแอบอ้างใช้เป็นเกราะปิดบังความล้มเหลวของตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อะแฮ้ม!!!! ระวังการใช้คำพูดกันหน่อยนะครับว่า..อาจจะเข้าข่าย #จาบจ้วงล่วงเกินเปรียบเทียบเปรียบเปรยเสียดสีต่อองค์พระมหากษัตริย์ #ทำให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท นะครับ...ท่านผู้มีเกียรติในสภา!!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ผมยังเชื่อในฝีมือ #ท่านประธานชวนหลีกภัย ว่าจะดับไฟกองนี้ได้เสียตั้งแต่ลมยังไม่พัดนะครับ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91250</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซักฟอก, ตระกูล วินิจนัยภาค, ฝ่ายค้าน, อดีตอัยการสูงสุด, แอบอ้างสถาบัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180412/image_big_5acecd4ae2da6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
