<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111843</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2021 15:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2021 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>     “ณัฐกานต์ กิ่งพัฒน์”หนุ่มใต้ใจนักสู้     ฮึดปั้นร้านอาหารโตสวนกระแสโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แน่นอนว่าคงไม่ใช่เรื่องง่าย สำหรับการทำธุรกิจในยุคโควิด-19 โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจร้านอาหารที่ต้องเผชิญกับมรสุมหลายต่อหลายครั้ง&amp;nbsp;ทำให้ร้านอาหารจำนวนไม่น้อยต้องปิดกิจการไปอย่างน่าเสียดาย ท่ามกลางช่วงเวลาเลวร้ายที่หลายคนอาจมองว่าความสำเร็จดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ แต่ยังมีอีกหนึ่งหัวใจนักสู้จากแดนใต้ ที่พร้อมเผชิญกับเส้นทางใหม่ผ่านมุมมองการบริหารร้านให้เติบโตสวนวิกฤติเศรษฐกิจได้อย่างเฉียบคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ณัฐกานต์ กิ่งพัฒน์ หรือแม็ค&amp;rdquo; หนุ่มใต้พ่อลูกสองจากเมืองคอน อดีตวิศวกรไฟฟ้าที่ตัดสินใจผันตัวเองมาเปิดร้านอาหารสไตล์ปักษ์ใต้แท้ๆ ใจกลางย่านอุดมสุข ในชื่อ &amp;ldquo;ข้าวแกงกินเก่ง&amp;rdquo; เนื่องจากธุรกิจท่องเที่ยวที่ภรรยาทำอยู่ต้องประสบปัญหาจากพิษโควิด-19&amp;nbsp;ที่เรื้อรังจนต้องปิดตัวลง และคงไม่มีใครคาดคิดว่าธุรกิจร้านอาหารเล็กๆ แห่งนี้จะสามารถเปิดและสร้างตัวได้อย่างประสบความสำเร็จ ภายใต้ความท้าทายของวิกฤติโรคระบาดในปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม็คเล่าให้ฟังว่า &amp;ldquo;ก่อนหน้านี้ผมเคยคิดว่าโควิดเป็นเรื่องไกลตัว จนกระทั่งเมื่อเดือน ก.พ.2563&amp;nbsp;ที่ผลกระทบเริ่มชัดเจนและสาหัสมากขึ้น ธุรกิจทัวร์ที่ภรรยาผมดูแลต้องหยุดชะงัก เพราะไม่มีการเดินทางเลย ไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศ รายได้ของครอบครัวก็ย่อมที่จะลดลงไปด้วย รายได้หลักของครอบครัวจึงเหลือแค่ช่องทางเดียวคืองานประจำของผมด้านวิศวกรรมไฟฟ้าที่บริษัทเอกชนรายใหญ่แห่งหนึ่งเท่านั้น&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงแรกก็ดูเหมือนจะฝ่าฟันกันไปได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปร่วมสองเดือน สถานการณ์การแพร่ระบาดก็ไม่มีวี่แววว่าจะจบลงและส่งผลกระทบมากขึ้น ในเดือน เม.ย.2563&amp;nbsp;แม็คและภรรยาจึงตัดสินใจหยุดทุกกิจการและงานประจำที่เคยมี และเริ่มมองหาธุรกิจใหม่ที่จะช่วยสร้างรายได้ให้กับครอบครัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ตอนนั้นผมเริ่มจากความชอบของตัวเองก่อน อย่างการทำอาหารปักษ์ใต้ที่เคยมีโอกาสทำให้ครอบครัวทานบ่อยๆ ผมมองว่าธุรกิจอาหารน่าจะเป็นทางรอดเดียวในช่วงวิกฤติ จึงเริ่มศึกษาข้อมูลและใช้เวลาหนึ่งเดือนในการเริ่มลองทำในสิ่งใหม่ที่ตัวเองก็ยังไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน อย่างการเปิดร้านอาหาร แม้จะเจอปัญหาและอุปสรรคในช่วงเเรกๆ อย่างเรื่องการควบคุมต้นทุน แต่ผมก็ไม่ยอมแพ้ เพราะเชื่อว่าเส้นทางนี้ที่เราเลือกจะช่วยพยุงครอบครัวของเราให้ก้าวผ่านวิกฤติในครั้งนี้ไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;แม้ว่าจะมีหลายเสียงเตือนจากคนรอบตัวว่าการออกมาเสี่ยงในครั้งนี้ไม่มีทางไปรอด แต่ &amp;ldquo;แม็ค&amp;rdquo; ก็ยังเดินหน้าต่อ พร้อมเปลี่ยนทุกแรงกดดันให้เป็นแรงผลักดัน ด้วยเชื่อว่าอย่างน้อยการได้ลงมือทำนั้น ย่อมมีคุณค่ากว่าการจมอยู่กับปัญหาโดยไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;แม็ค&amp;rdquo; มองหาทำเลทองจนได้มาเปิดร้านในย่านอุดมสุข&amp;nbsp;โดยมองว่าการได้มาเปิดร้านอาหารในแหล่งที่มีคู่แข่งเยอะเป็นเรื่องที่ดีด้วยซ้ำ เพราะมันคือบททดสอบที่ทำให้ต้องพัฒนารสมือและคุณภาพอาหารให้ดีขึ้นเรื่อยๆ เพื่อรักษาฐานลูกค้าให้เหนียวแน่นที่สุด และยังถือเป็นกำไรที่ทำให้ได้มีโอกาสศึกษาตลาด ทั้งในเรื่องราคาอาหาร และกำลังซื้อของลูกค้า เพื่อหาจุดสมดุลที่ทำให้ร้านอยู่ได้&amp;nbsp;ซึ่งร้านข้าวแกงกินเก่งนั้น&amp;nbsp;มีจุดเด่นที่วัตถุดิบแบบปักษ์ใต้แท้ๆ ซึ่งเป็นรสชาติดั้งเดิม อย่างเครื่องแกงรสจัดจ้านก็สั่งตรงมาจากจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อรักษามาตรฐานและรสชาติ เพราะ &amp;ldquo;แม็ค&amp;rdquo;&amp;nbsp;เชื่อว่านั่นคือสิ่งสำคัญที่จะทำให้ร้านสามารถครองใจลูกค้าทุกคนต่อไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้วยความที่ &amp;ldquo;โควิด-19&amp;rdquo;&amp;nbsp;เข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนในทุกรูปแบบ การรับประทานอาหารที่แทบไม่มีการออกมาทานที่ร้าน แต่เปลี่ยนเป็นการสั่งมาทานที่บ้านแทน ทำให้ &amp;ldquo;แม็ค&amp;rdquo; ต้องเริ่มศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกิจอาหารในรูปแบบอื่นๆ จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และ&amp;nbsp;ร้านอาหารบนแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี&amp;nbsp;คือสิ่งที่ตอบโจทย์ที่สุดสำหรับร้านอาหารในยุคนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมตัดสินใจนำร้านเข้าร่วมกับแพลตฟอร์มแกร็บเป็นที่แรก เพราะเป็นแอปพลิเคชันที่ได้รับความนิยม การมีฐานผู้ใช้งานและผู้ให้บริการเยอะก็ตรงกับสิ่งที่ร้านกำลังต้องการ หลังใช้เวลาในการสมัครประมาณ 5&amp;nbsp;วัน ผมก็เริ่มเปิดรับออเดอร์ผ่านแอปพลิเคชันเลย ยิ่งผมเปิดรับออเดอร์ได้เร็วขึ้นเท่าไหร่ ลูกค้าก็จะยิ่งมีโอกาสเห็นร้านของผมมากขึ้นเท่านั้น&amp;nbsp;และภายในไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่ร้านมีบริการแบบเดลิเวอรี ยอดก็เพิ่มขึ้นถึง&amp;nbsp;20-30&amp;nbsp;ออเดอร์ต่อวัน และทำให้รายได้ของร้านดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งผมรู้สึกเกินคาดมาก เพราะเราไม่ได้มีการจัดโปรโมชันเหมือนร้านอื่นๆ แต่กลับมียอดขายที่น่าพอใจในทุกๆ วัน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี &amp;ldquo;แม็ค&amp;rdquo; หนุ่มใต้ใจนักสู้ ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า&amp;nbsp;แม้วันนี้ร้าน &amp;ldquo;ข้าวแกงกินเก่ง&amp;rdquo; จะประสบความสำเร็จได้ในระดับหนึ่งแล้ว แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้หยุดพัฒนาตัวเอง ในทางกลับกัน &amp;ldquo;แม็ค&amp;rdquo;&amp;nbsp;มองว่าทุกวันของตัวเองจะต้องดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในฐานะผู้เล่นที่ต้องแข่งขันในตลาดที่ดุเดือด ยิ่งต้อง&amp;nbsp;ศึกษา เรียนรู้ และปรับตัวให้เร็ว&amp;nbsp;เพื่อให้ก้าวทันตามกระแสการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค&amp;nbsp;และวันนี้ &amp;ldquo;แม็ค&amp;rdquo; ก็ได้พิสูจน์แล้วว่าไม่มีอะไรที่เป็นไม่ได้ ถ้าเรามีใจที่สู้ มุ่งมั่น และตั้งใจจริง ทุกเป้าหมายจะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111843</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวแกงกินเก่ง, ท่องเที่ยว, แกร็บ, แอปพลิเคชัน, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210801/image_big_61065881c04db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100051</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2021 11:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2021 11:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>My BMW App ผู้ช่วยคู่ใจ สั่งการรถได้ง่ายผ่านสมาร์ทโฟนของคุณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;My BMW App คือแอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อคนกับรถผ่าน smartphone จากระยะไกล เวอร์ชั่นล่าสุดนี้มีการออกแบบรูปลักษณ์ใหม่ ให้ใช้งานง่ายขึ้นรวมถึงเพิ่มเติมฟังก์ชันมากขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยสามารถแสดงข้อมูลเกี่ยวกับสถานะของยานพาหนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเข้าไปในหน้าแอป จะมีข้อมูลของรถอย่างครบถ้วนด้วยรุ่นและสีของรถคุณที่หน้าจอ ด้านล่างจะมีข้อมูลทั้งจำนวนพลังงานไฟฟ้าที่คงเหลือ และน้ำมันคงเหลือว่าสามารถขับได้อีกกี่กิโลเมตร รวมถึงสถานะการล็อกรถว่าล็อกแล้วหรือยัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สามารถเปิดใช้งานฟังก์ชันจากระยะไกล
คุณสามารถค้นหารถ ล็อกและปลดล็อกประตูจากในแอป ด้วย Vehicle Finder ซึ่งจะแสดงแผนที่ที่รถของคุณจอดอยู่ และปลดล็อกหรือล็อกรถได้จากปุ่มสัญลักษณ์รูปกุญแจภายในแอปในกรณีที่คุณเดินออกห่างจากตัวรถแล้วเพื่อความสะดวกสบายโดยไม่ต้องเดินกลับมาที่รถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตรวจสอบสภาพแวดล้อมของรถในแบบสามมิติ (Remote 3D View)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สามารถกดดูรถของคุณแบบ 3 มิติ กรณีที่คุณจอดรถทิ้งไว้แล้วต้องการตรวจดูสิ่งแวดล้อมรอบๆ รถของคุณว่าปลอดภัยดีหรือเปล่า เพียงกดที่ Remote 3D View ก็จะสามารถเลื่อนดูทุกมุมมองรอบๆ รถได้อย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ค้นหาจุดหมายปลายทางและส่งพิกัดที่ต้องการไปยังระบบนำทางของรถได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณสามารถเซิร์จหาจุดหมายปลายทางที่ต้องการจะไปในโทรศัพท์ของคุณ และส่งพิกัดที่ต้องการไปยังระบบนำทางของรถได้โดยการกด Send to My BMW&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
BMW Digital Key
เปลี่ยนโทรศัพท์ให้เป็นกุญแจรถ ในการล็อก/ ปลดล็อก ไม่จำเป็นต้องพกกุญแจรถอีกต่อไป เพียงมี iPhone ก็สามารถปลดล็อกและสตาร์ทรถได้ด้วย BMW Digital Key แค่เพียงแตะโทรศัพท์ของคุณที่บริเวณมือจับประตูรถ โดยสามารถส่ง BMW Digital Key ให้เพื่อนได้ถึง 5 คน เพื่อใช้แทนกุญแจรถ และสามารถนำรถไปใช้งานได้อย่างง่ายดาย ซึ่งเรายังสามารถจำกัดความเร็วสูงสุด, แรงม้า, ความดังเครื่องเสียงสูงสุด และ อื่นๆ   &amp;nbsp;สำหรับผู้ที่เราส่ง BMW Digital Key ไปให้ได้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เปิดระบบระบายอากาศภายในรถจากระยะไกล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิดระบบปรับอากาศก่อนการเดินทางได้จากระยะไกล เพียงกด Start Climatization ในแอป *เฉพาะรถยนต์ BMW รุ่น Plug-in Hybrid&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สามารถเปิดไฟหน้ารถชั่วคราวจากแอปพลิเคชั่น เพื่อค้นหารถของคุณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายในแอปจะมีสัญลักษณ์ไฟ เมื่อกดจะสามารถเปิดไฟหน้าชั่วคราว ในกรณีจอดรถในที่มืดหรือพื้นที่กว้าง เพื่อส่งสัญญาณว่ารถของคุณอยู่ตรงไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช็คสถานะของรถคุณได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช็คน้ำมันเครื่องว่าครบกำหนดเปลี่ยนหรือยัง และสถานนะเซอร์วิสต่างๆ ของรถ เช่น เบรก เช็คระยะ หรือการอัพเกรดซอฟต์แวร์&amp;nbsp; สามารถเข้าไปเช็คระยะของรถได้จากในแอป ว่าครบกำหนดถ่ายน้ำมันเครื่องหรือยัง และเมื่อครบกำหนดจะมีข้อความแจ้งเตือน รวมถึงการเซอร์วิสต่างๆ ว่าพร้อมสำหรับการใช้งานหรือไม่ เช่นเบรก ถึงเวลาเปลี่ยนหรือยัง หรือเมื่อแอปมีการอัพเกรดเพิ่มเติมก็จะมีการแจ้งเตือนภายในแอป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สามารถดาวน์โหลด My BMW App ได้แล้ววันนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบบ iOS คลิก&amp;nbsp; https://apple.co/2Pg1eLg&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบบ Android คลิก&amp;nbsp; https://bit.ly/3rGtF2h&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100051</URL_LINK>
                <HASHTAG>My BMW App, สมาร์ทโฟน, แอปพลิเคชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210420/image_big_607e52601d2d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98020</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2021 17:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2021 17:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอปฯ&quot;หมอพร้อม&quot;เปิดลงทะเบียนออนไลน์ จองสิทธิ์ฉีดวัคซีน เดือนมิ.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1เม.ย.64-ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) มีการแถลงข่าว ประเด็น &amp;quot;หมอพร้อม&amp;quot;, วัคซีน Certificate, ระบบรายงานการฉีดวัคซีน Real Time Dashboard โดย นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี ประธานคณะทำงานด้านระบบข้อมูลการให้บริการวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 &amp;nbsp;นพ.ศุภฤกษ์ ถวิลลาภ จากกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า หลังจากที่สธ.ประกาศว่าวันที่ 1เม.ย.จะมีการฉีดวัคซีนพร้่อมกันทั่วประเทศ โดยเป็นจากวัคซีนจากแอสตร้าเซนเนก้า 61 ล้านโดส ซิโนแวคค 2 ล้านโดส ซึ่งจะมาถึงไทยวันที่ 10 เม.ย.อีก 1ล้านโดส คาดว่าจะฉีดได้ประมาณวันที่ 16-17 เม.ย. ซึ่งการฉีดวัคซีนก็เพือควบคุมโรค รองรับทางเศรษฐกิจ เพราะรัฐบาลต้องการเปิดประเทศให้เร็วที่สุด &amp;nbsp; จึงต้องทำให้คนในประเทศได้รับการฉีดวัคซีนไม่น้อยกว่า 50-60% ด้วยเหตุนี้จึงมีการพัฒนาแอปพลิเคชั่นหมอพร้อมขึ้นมาให้ ดูแลระบบการฉีดวัคซีนอย่างครบวงจร ซึ่งปัจจุบันใช้ฐานของโรงพยาบาลในการฉีด ต่อไปจะใช้ฐานจากโรงพยาบาลสนาม หรือรถเคลื่อนที่ &amp;nbsp;และขณะนี้มีภาคเอกชนหลายแห่งเสนอให้ใช้สถานที่เป็นสนามฉีดวัคซีน เช่นห้างสรรพสินค้า เป็นต้น ใให้เป็นสถานที่ฉีดวัคซีน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ทางด้านการพัฒนาแอปพลิชั่นหมอพร้อม ซึ่งในเดือนมิถุนายน คาดว่าจะเปิดให้คนลงทะเบียนในการจองสิทธิ์และนัดหมายฉีดวัคซีนได้ &amp;nbsp;หรือส่วนคนที่ไม่มีสมาร์ทโฟน สามารถติดต่อผ่านโรงพยาบาลที่เคยเข้ารับการรักษา และคนที่อยู่ในชนบท ทางโรงพยาบาลประจำตำบล และอสม.จะเป็นผู้แนะนำเรื่องลงทะเบียนการฉีดวัคซีนต่อไป &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีระบบติดตามอาการหลังฉีด สอบถามอาการผ่านทางแอพ และเตือนให้ไปรับวัคซีนเข็มที่ 2 &amp;nbsp;รวมทั้ง ในแอพยังแสดงใบรับรองการได้รับวัคซีนดิจิทัลอีกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทางสธ.วางแผนที่จะเขยื้อนวัคซีน ให้เป็นสามเหลี่ยม 3ตัวคือ ด้านการกำหนดพื้นที่ &amp;nbsp;การจัดระบบ และการทำระบบข้อมูล ทั้งการลงทะเบียนเพื่อรับวัคซีนและการกำหนดเป้าหมายอื่นๆ &amp;nbsp;ซึ่งการพัฒนาระบบข้อมูลนี้ จะเชื่อมโยงกับระบบสุยภาพของประชาชน เป็นการยกระดับบริการสุขภาพของไทย &amp;nbsp;จึงอยากเชิญชวนให้พี่น้องชาวไทยทุกคนมารับวัคซีน &amp;quot; นพ.เกียรติภูมิกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี ประธานคณะทำงานด้านระบบข้อมูลการให้บริการวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 &amp;nbsp; กล่าวว่า กล่าวว่า แอปพลิเคชั่นหมอพร้อมที่พัฒนาขึ้น จะมีการรายงานตัวเลขการฉีดวัคซีนที่กระจายไปตามจังหวัดต่างๆแบบ Real Time &amp;nbsp;และสามารถรลงทะเบียนเพื่อขอรับวัคซีน ติดตามอาการหลังฉีด การออกใบรับรองหลังการฉีดวัคซีน &amp;nbsp;ขณะนี้ออกให้แล้ว 3.5หมื่นราย และสำหรับ ใบรับรองการฉีดวัคซีน &amp;nbsp;ผู้เดินทางไปต่างประเทศ จะมีใบรับรองที่เรียกว่า International Travel Health Certificate ขณะนี้ กำลังรอความชัดเจนขององค์การอนามัยโลก (WHO )เรื่องระบบการรับรองมาตรฐานของทุกประเทศว่าควรเป็นอย่างไร &amp;nbsp;โดยคาดว่าในวันที่ 28 เมษายนจะมีความชัดเจนขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่เราเลือกแอปพลิเคชัน &amp;nbsp;หมอพร้อม &amp;nbsp;ผ่านทางระบบไลน์ เพราะเห็นว่ามีคนใช้และเข้าถึงระบบไลน์กันมาก ซึ่งในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้ แอปพลิเคชั่น หมอพร้อมจะเข้าไปอยู่ในระบบPlay Store &amp;nbsp;ประชาชนสามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ เพื่อเตรียมพร้อมกับการฉีดวัคซีน&amp;quot; นพ.พงศธรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนพ.ศุภฤกษ์ ถวิลลาภ จากกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กล่าวว่า &amp;nbsp;แอปพลิเคชั่น หมอพร้อมที่เป็นระบบ Dashboard หรือการรายงานผลแบบอัติโนมัติ &amp;nbsp;ข้อมูลจากทุกจังหวัด จะถูกส่งเข้ามาที่ส่วนกลาง ทั้งการฉีดเข็มแรก และเข็มที่สอง และมีการรายงานผล ของอาการข้างเคียง ว่าเกิดที่ไหน มีใครบ้าง &amp;nbsp;ตัวเลขจะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ส่วนใบรับรองการฉีดวัคซีน ทุกโรงพยาบาลที่ให้บริการจะเป็นผู้ออกใบรับรองให้และใบรับรองนี้จะไปปรากฎในแอฟพลิเคชั่นหมอพร้อม ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ เพียงกรอกเลขบัตรประชาชน ข้อมูลก็จะวิ่งมาที่สธ.เพื่อยืนยันว่าได้มีการฉีดวัคซีนแล้วจริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต่อไปเราจะพัฒนาให้ประชาชนได้เข้าถึง เห็นข้อมูลทุกด้าน เกี่ยวกับการฉีดวัคซีน แต่คงต้องรออักสักระยะ&amp;quot; &amp;nbsp; นพ.ศุภฤกษ์กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98020</URL_LINK>
                <HASHTAG>#วัคซีน, วัคซีนโควิด19, หมอพร้อม, แอปพลิเคชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210401/image_big_6065a00ac1801.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96442</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2021 09:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2021 09:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯผุดแอปพลิเคชันติดตามรถแท็กซี่ลุยเปิดตัว มิ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18&amp;nbsp; มี.ค. 2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบรมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้เร่งรัดให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) จัดทำแอปพลิเคชันสำหรับเป็นทางเลือกให้รถแท็กซี่ใช้แทน GPS โดยต้องมีความสามารถในการติดตามรถแท็กซี่เพื่อความปลอดภัย และผู้โดยสารสามารถเรียกใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันได้ในขณะเดียวกัน เพื่อความสะดวกและเป็นช่องทางในการสร้างรายได้ให้กับผู้ขับรถแท็กซี่ด้วย

อย่างไรก็ตามขณะนี้ ขบ.อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบควบคุม ตรวจสอบ และติดตามรถ TAXI เพื่อความปลอดภัยผ่านแอปพลิเคชัน โดยคาดว่าโครงการดังกล่าวจะแล้วเสร็จ ภายในเดือนมิถุนายน 2564 ซึ่งจะมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบและสร้างความเข้าใจกับผู้ขับรถแท็กซี่ พร้อมกันนี้ ได้ให้ ขบ.พัฒนาบริการรถรับจ้างทางเลือกให้กับประชาชนที่ต้องการมีรายได้เสริมและเพื่อตอบสนองรูปแบบการใช้ชีวิตของประชาชน เนื่องจากปัจจุบันการให้บริการการเดินทาง โดยเรียกใช้บริการ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นที่นิยมของประชาชน ซึ่งรถยนต์ที่นำมาให้บริการบางส่วนยังไม่สามารถนำมาจดทะเบียน ให้ถูกต้องตามกฎหมายได้

ทั้งนี้จึงกำหนดให้มีรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นอีกแบบหนึ่ง โดยการเรียกใช้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้เป็นทางเลือกสำหรับประชาชน และส่งเสริมให้ผู้ขับรถยนต์ดังกล่าวสามารถประกอบอาชีพได้ถูกต้องตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม จะได้มีการกำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไข การจดทะเบียนและผู้ขับรถ เจ้าของรถต้องมีและใช้อุปกรณ์เครื่องสื่อสารเพื่อรับงานจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่กรมการขนส่งทางบกให้การรับรอง คนขับรถต้องมีใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ เพื่อความปลอดภัย ผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องจัดทำประกันภัยสำหรับรถยนต์สาธารณะ

ในส่วนของรถยนต์ที่จะนำมาเปลี่ยนประเภทเป็นรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ต้องเป็นรถเก๋งสองตอน รถเก๋งสองตอนแวน รถเก๋งสามตอน รถเก๋งสามตอนแวน รถยนต์นั่งสองตอน รถยนต์นั่งสองตอนแวน รถยนต์นั่งสามตอน รถยนต์นั่งสามตอนแวน หรือรถยนต์ลักษณะอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี และจะกำหนดขนาดรถที่ให้บริการ ที่มีความหลากหลาย

ทั้งนี้เพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชน เมื่อดำเนินการเปลี่ยนประเภทเป็นรถยนต์รับจ้าง ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ต้องแสดงเครื่องหมายแสดงการเป็นรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ติดไว้ที่ตัวรถ โดยจะมีการกำหนดแบบของเครื่องหมายและตำแหน่งการติดตั้ง ส่วนทะเบียนรถยังคงใช้หมายเลขและแผ่นป้ายทะเบียนที่เป็นทะเบียนรถยนต์ส่วนบุคคลเดิม อย่างไรก็ตาม รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ยังคงกำหนดให้มี อายุการใช้งานไม่เกิน 9 ปี นับแต่วันจดทะเบียนครั้งแรก

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่าระหว่างที่อยู่ในขั้นตอนการออกกฎหมาย ได้มอบหมายให้ขบ.พิจารณาคุณสมบัติของผู้ที่จะมาให้บริการระบบแอปพลิเคชันในการเรียกรถให้สอดคล้องกับต่างประเทศที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เช่น กำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับทุนทะเบียนบริษัท เป็นต้น เพื่อให้ผู้ให้บริการระบบฯ มีความรับผิดชอบต่อสังคมในภาพรวม รวมทั้งการกำหนดรายละเอียดต่าง ๆ ในกฎหมายสมควรจะให้มีความยืดหยุ่น สามารถปรับแก้ได้ตามสถานการณ์หรือวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีที่ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96442</URL_LINK>
                <HASHTAG>แท๊กซี่, แอปพลิเคชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210318/image_big_6052bea4b8024.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52722</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธุรกิจซื้อขายออนไลน์แรง ‘ร้านหนังสือ-สิ่งพิมพ์’ร่วง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิด 10 ธุรกิจดาวรุ่ง ธุรกิจแพลตฟอร์ม ที่เป็นตัวกลางซื้อขายออนไลน์มาแรงสุด กระโดดจากไม่เคยติดอันดับขึ้นมาครองแชมป์ ส่วนอีคอมเมิร์ซ เกม แอปพลิเคชัน โลจิสติกส์ ตามมาติดๆ อึ้งธุรกิจความเชื่อ พุ่งติดอันดับ 10 ส่วนดาวร่วง ร้านเช่าหนังสือครองแชมป์ ตามด้วยผลิตโทรศัพท์บ้าน แฟกซ์ ร้านเน็ต สิ่งพิมพ์ ไม่น่ารอด พร้อมจับตาร้านกาแฟ ชานม ในทำเลไม่ดีเสี่ยงเจ๊ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลวิจัย 10 อันดับธุรกิจดาวรุ่งและธุรกิจดาวร่วง ปี 2563 ที่ศึกษาโดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ว่าธุรกิจที่จะเป็นดาวรุ่งในปี 2563 อันดับที่ 1 คือ ธุรกิจแพลตฟอร์ม (ธุรกิจตัวกลางหรือตลาดกลางทางด้านอิเล็กทรอนิกส์) เช่น ช้อปปี้, ลาซาด้า, ไลน์แมน, แกร็บฟู้ด เป็นต้น อันดับ 2 คือ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซและธุรกิจเทคโนโลยีและสารสนเทศและอุปกรณ์ รวมถึงผู้ให้บริการโครงข่าย 3.ธุรกิจเกมธุรกิจพัฒนาแอปพลิเคชัน 4.ธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์ ที่รับอานิสงส์การขยายตัวของธุรกิจออนไลน์ 5.ธุรกิจประกันภัย ประกันชีวิต ธุรกิจบริการทางการแพทย์และความงาม ที่มีคะแนนเท่ากัน 6.ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มและธุรกิจบนสตรีทฟู้ด 7.ธุรกิจเกี่ยวกับผู้สูงอายุ 8.ธุรกิจฟินเทค การชำระเงินผ่านระบบเทคโนโลยี และธุรกิจพลังงาน 9.ธุรกิจก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐาน ธุรกิจที่ปรึกษากฎหมาย บัญชี และ 10.ธุรกิจความเชื่อ ธุรกิจเกี่ยวด้านการท่องเที่ยวและธุรกิจเครื่องสำอางและครีมบำรุงผิว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจแพลตฟอร์มมาแรงสุดในปี 2563 จากที่ปี 2562 ไม่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของธุรกิจดาวรุ่ง เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง หันมาใช้เทคโนโลยีกันมากขึ้น มีความเคยชินกับการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์กันมากขึ้น มีความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน และกระแสการพัฒนาแพลตฟอร์มทั่วโลก ทำให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ตรงจุด แต่ก็ต้องยอมรับว่าธุรกิจแพลตฟอร์มอาจมีความเสี่ยงในด้านการแข่งขันที่รุนแรง ทั้งจากคู่แข่งในและต่างประเทศ ความไม่ชัดเจนของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และด้านความปลอดภัยหรือการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนธุรกิจดาวรุ่งที่โดดเด่นอื่นๆ อย่างธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต ได้รับผลดีจากการยกเลิกแอลทีเอฟ ทำให้เกิดโอกาสในการออมเพื่อลดหย่อนภาษี มีความต้องการซื้อประกันภัย เพื่อคุ้มครองความเสี่ยงต่อบริษัทและครัวเรือน ประชาชนให้ความสำคัญในการออมระยะยาวมากขึ้น และไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้มีการวางแผนทางการเงินเพิ่มขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ธุรกิจบนสตรีทฟู้ด เป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ ที่สำคัญรัฐบาลและภาคเอกชนมีนโยบายสนับสนุนการเปิดถนนคนเดิน เพื่อดึงดูดการท่องเที่ยว และเชื่อเสียงของประเทศด้านสตรีทฟู้ด ค่อนข้างมีชื่อเสียงในระดับโลก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนธุรกิจความเชื่อ ที่ในปี 2562 ไม่ติด 1 ใน 10 ของธุรกิจดาวรุ่ง แต่มาติดในปีนี้ เนื่องจากปัจจุบันคนจำนวนมากต้องการหาที่พึ่งยึดเหนี่ยวจิตใจทั้งด้านการงาน การเงิน ความรัก และความศรัทธา ประกอบกับความเชื่อเรื่องเครื่องรางของขลัง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นสิ่งที่คู่กับอารยธรรมมาตลอด และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งต้องการเสริมบารมี และที่สำคัญลูกค้าบางกลุ่มพร้อมที่จ่ายในทุกราคาเพื่อสิ่งที่ตนเองเชื่อ เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางเสาวณีย์กล่าวว่า สำหรับ 10 อันดับธุรกิจร่วงปี 2563 ธุรกิจเช่าหนังสือ มาเป็นอันดับ 1 รองลงมา 2.ธุรกิจผลิตโทรศัพท์พื้นฐานและเครื่องโทรสาร 3.ธุรกิจร้านให้บริการอินเทอร์เน็ต 4.ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์และวารสาร 5.ธุรกิจผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ใช้แรงงาน และธุรกิจหัตถกรรมและเฟอร์นิเจอร์ไม้ 6.ธุรกิจการค้าแบบดั้งเดิม 7.ธุรกิจคนกลาง 8.ธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ใช้บรรจุข้อมูล 9.ธุรกิจดั้งเดิมไม่มีการดีไซน์และใช้แรงงานมาก เช่น เฟอร์นิเจอร์ ของเล่น และ 10.ธุรกิจร้านถ่ายรูป ซึ่งธุรกิจดาวร่วงเหล่านี้ ผู้ดำเนินธุรกิจอยู่แล้ว ต้องเร่งปรับตัวให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัจจุบัน หากไม่ปรับตัวก็จะยิ่งมีปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจยังได้มีการศึกษาธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงในปี 2563 แต่ยังไม่ถึงกับเป็นธุรกิจดาวร่วง คือ ธุรกิจร้านกาแฟ ที่ทำเลไม่ดี ไม่มีแฟรนไชส์ และขนาดเล็ก รวมถึงธุรกิจร้านชานมไข่มุก ที่ทำเลไม่ดี เพราะปัจจุบันมีร้านกาแฟและชานมไข่มุกเปิดใหม่จำนวนมาก และที่สำคัญมีการแข่งขันในการตัดราคากันด้วย และยังมีธุรกิจที่มีความเสี่ยงปานกลาง เช่น คลินิกเสริมความงาม ธุรกิจเครื่องสำอาง และอาหารเสริม ธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ที่ทำเลไม่ดี และธุรกิจเบเกอรี่และร้านอาหารที่เพิ่งเปิด และมีขนาดเล็ก.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52722</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซื้อขายออนไลน์, ดิจิทัลแพลตฟอร์ม, ธุรกิจซื้อขายออนไลน์, ธุรกิจโลจิสติกส์, รกิจซื้อขายออนไลน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อีคอมเมิร์ซ, เกม, แอปพลิเคชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191217/image_big_5df8e4f7a268c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47299</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2019 11:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2019 11:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>Ksher Payment จับมือ เมอร์ลิน เอ็นเตอร์เทนเมนท์ส ส่งโซลูชันการเงินครบวงจร ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;Ksher Payment (เคเชอร์ เพย์เมนท์) บริษัทฟินเทคชั้นนำด้านการให้บริการธุรกรรมการเงินสำหรับร้านค้าหรือเจ้าของธุรกิจในประเทศไทยนักท่องเที่ยวจีน เปิดให้บริการนวัตกรรมการชำระเงินแบบใหม่และครบวงจร ทั้งระบบออนไลน์ และระบบออฟไลน์ เพื่อรับเงินนักท่องเที่ยวจีน ให้กับ บริษัท เมอร์ลิน เอ็นเตอร์เทนเมนท์ส จำกัด ผู้บริหารแบรนด์ซีไลฟ์ บางกอก โอเชียน เวิลด์ และพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ กรุงเทพฯ เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมสังคมไร้เงินสด และเพิ่มความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวจีนที่นิยมทำชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน Alipay และ WeChat Pay โดยสามารถชำระเงินพร้อมแสดงอัตราแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินหยวนได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;มร. เจสัน ลี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เคเชอร์ เพย์เมนท์ จำกัด กล่าวว่า &amp;ldquo;จากข้อมูลพบว่านักท่องเที่ยวจีนกว่า 64% นิยมชำระเงินโดยใช้ e-wallet ผ่านแอปพลิเคชันยอดนิยมของชาวจีน ทั้ง Alipay และ WeChat Pay และอีกกว่า 40% พบว่าไม่พกเงินสดเลย ดังนั้นผู้ประกอบธุรกิจที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักท่องเที่ยวจีน จึงควรมีความพร้อมเรื่องระบบการรับชำระเงินที่สอดคล้องกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีน เพราะเป็นช่องทางในเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้า สร้างความแตกต่างที่สำคัญ เพิ่มยอดขาย และทำให้ไม่พลาดโอกาสทางธุรกิจ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;โดยล่าสุด Ksher Payment ได้เปิดให้บริการโซลูชันด้านธุรกรรมการเงินที่ครบวงจร ให้กับ บริษัท เมอร์ลิน เอ็นเตอร์เทนเมนท์ส จำกัด ผู้บริหารแบรนด์ซีไลฟ์ บางกอก โอเชียน เวิลด์ และพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ กรุงเทพฯ ซึ่งปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก โดยครอบคลุมบริการทั้งระบบออนไลน์ ซึ่งนักท่องเที่ยวจีนสามารถจองตั๋วล่วงหน้าและชำระเงินได้ทันที ผ่านทางมินิโปรแกรมของแอปพลิเคชัน WeChat (WeChat Go) และอีกทั้งสามารถรับชำระเงินนักท่องเที่ยว ณ จุดขาย ด้วยระบบ EDC Ksher Cashier โดยมีเครื่องรับเงิน EDC วางอยู่ที่จุดจำหน่ายบัตร และจุดบริการข้อมูล ซึ่งนักท่องเที่ยวจีนหรือตัวแทนกรุ๊ปทัวร์สามารถชำระเงินโดยใช้ E-wallet แอปพลิเคชัน&amp;nbsp; WeChat Pay และ Alipay เพื่อสแกน QR Code ชำระเงินผ่านเครื่อง EDC พร้อมแสดงอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินหยวนให้กับนักท่องเที่ยวได้เห็นอย่างชัดเจน และสามารถพิมพ์ใบเสร็จจากเครื่อง EDC ให้กับนักท่องเที่ยวได้ทันทีอีกด้วย&amp;rdquo; มร. เจสัน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ ระบบ Ksher Cashier ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการธุรกรรมการเงินให้กับร้านค้าพันธมิตร เหมาะกับร้านค้าที่มีหลายสาขา เพราะสามารถจัดการรายรับได้อย่างมีระบบ โดยการคัดแยกแต่ละแคชเชียร์ จะโอนเข้าบัญชีเดียวกัน หรือ แตกต่างกันก็ได้ตามที่ร้านค้าต้องการ เพื่อทำให้ร้านค้าทราบยอดขายว่ามาจากสาขาไหนได้อย่างสะดวกชัดเจน นอกจากนี้ ร้านค้าพันธมิตรที่ใช้โซลูชันของ Ksher จะได้รับแคมเปญพิเศษที่ช่วยสนับสนุนการขาย ทั้งด้านเทคนิคความรู้ในการเจาะตลาดนักท่องเที่ยวจีน และส่วนลดพิเศษจากทาง Alipay และ WeChat Pay ที่ช่วยดึดดูดลูกค้า อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoCommentText&quot; style=&quot;margin-bottom:15.0pt; text-align:justify&quot;&gt;ผู้ประกอกการธุรกิจและร้านค้าที่มีความสนใจใช้บริการโซลูชันด้านธุรกรรมการเงินจาก Ksher Payment เพื่อต่อยอดธุรกิจกับลูกค้าทั้งนักท่องเที่ยวชาวจีนและชาวไทย สามารถสมัครใช้บริการได้ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเปิดบริการแรกเข้า โดยติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ โทร. 02-150-0508 ต่อ 2, Line: @ksherservice, Facebook: KsherThailand และ www.ksher.com&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:center&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47299</URL_LINK>
                <HASHTAG>Ksher Payment (เคเชอร์ เพย์เมนท์), มร. เจสัน ลี, แอปพลิเคชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191004/image_big_5d96c87a3905c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44650</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2019 19:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2019 19:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หัวเว่ยรุ่นเรือธง &#039;Mate 30&#039; อดใช้แอปของกูเกิล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หัวเว่ย &amp;quot;Mate 30&amp;quot; สมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงของหัวเว่ยที่จะวางจำหน่ายในเดือนหน้า จะไม่มีแอปพลิเคชั่นของกูเกิล เนื่องจากการคว่ำบาตรของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ผู้ชมนิทรรศการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภคในกรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2562 เข้าชมบูธของหัวเว่ย / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกของบริษัทกูเกิลยืนยันเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคมว่า แอปพลิเคชันที่เป็นลิขสิทธิ์ของกูเกิล เช่น จีเมล, กูเกิลแมปส์ และยูทูบ ไม่สามารถส่งมอบให้สมาร์ทโฟนหัวเว่ย Mate 30 เนื่องจากการคว่ำบาตรตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ดังนั้นแล้วสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ของหัวเว่ยสามารถติดตั้งเฉพาะระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ที่เป็นโอเพนซอร์สเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สมาร์ทโฟนหัวเว่ยรุ่น&amp;nbsp;Mate 30 ไม่สามารถเข้าถึงแอปสโตร์ของกูเกิลเพลย์ ทำให้ลูกค้าที่ซื้อโทรศัพท์รุ่นนี้ไปไม่สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันยอดนิยมต่างๆ ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐออกคำสั่งห้ามบริษัทอเมริกันขายผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ กับหัวเว่ยเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เนื่องจากความกังวลด้านความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งหัวเว่ยออกมาปฏิเสธเรื่องนี้ แม้เมื่อเดือนที่แล้วประธานาธิบดีทรัมป์จะประกาศผ่อนปรนการคว่ำบาตรหัวเว่ย 90 วัน แต่เจ้าหน้าที่สหรัฐยังไม่อนุมัติการยื่นเรื่องขอทำการค้ากับหัวเว่ย แม้จะมีผู้ร้องขอแล้วกว่า 130 ราย ขณะที่กูเกิลเผยว่าผลิตภัณฑ์ใหม่ของหัวเว่ยไม่เข้าข่ายคำสั่งผ่อนปรนการคว่ำบาตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เป็นซอฟต์แวร์แบบโอเพนซอร์ส ซึ่งบริษัทผู้ผลิตสามารถนำมาติดตั้งในสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ทของตนได้ แต่บริษัทผู้ผลิตต้องทำข้อตกลงกับกูเกิลก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กูเกิลไม่ได้เปิดเผยว่าได้ยื่นขออนุญาตต่อเจ้าหน้าที่สหรัฐที่จะให้หัวเว่ยนำแอปพลิเคชันของตนไปใช้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ริชาร์ด วินด์เซอร์ ผู้เขียนบล็อก &amp;quot;เรดิโอฟรีโมบาย&amp;quot; ให้ความเห็นว่า ถ้าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ของหัวเว่ยไม่มีแอปของกูเกิลติดตั้งมาด้วย เป็นงานยากมากที่จะจูงใจให้ลูกค้าซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นนี้โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44650</URL_LINK>
                <HASHTAG>Mate 30, กูเกิล, สมาร์ทโฟนรุ่นเรือธง, สหรัฐคว่ำบาตร, หัวเว่ย, เพลย์สโตร์, เมท 30, แอปพลิเคชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190830/image_big_5d6917d8932d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
