<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103939</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีเดย์จ่าย1พัน ‘ม33เรารักกัน’ ฟุ้งไม่ทิ้งปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ประเดิมแจก 1 พันบาทให้มนุษย์เงินเดือนตามมาตรา 33 เรารักกัน&amp;nbsp; เผยยอดเงินเก่าไม่ต้องถลุงใช้ให้หมดใน 31 พ.ค. เพราะนำรอบใหม่มารวมขยายใช้ได้ถึงสิ้น มิ.ย. &amp;ldquo;อนุชา&amp;rdquo; ร่ายยิบ &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; ไม่ทิ้งรากหญ้าและกลุ่มเปราะบาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันจันทร์ที่ 24 พฤษภาคมนี้ ถือเป็นวันแรกที่รัฐบาลจะโอนเงินเข้าแอปพลิเคชันเป๋าตังให้กับผู้ประกันตนตามมาตรา 33 จำนวน 1,000 บาท ตามโครงการ ม33เรารักกัน ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในการเยียวยาผลกระทบโควิด-19 ระลอก 3 เป็นการเร่งด่วน ในวงเงินรวม 2,000 บาท ซึ่งการโอนเงินเข้าเป๋าตังครั้งต่อไปนั้นคือวันที่ 31 พ.ค.นี้ &amp;nbsp;
ทั้งนี้ กรณีผู้ได้รับสิทธิ ม33เรารักกันรอบแรก 4,000 บาท แต่ยังใช้ไม่หมดนั้น ไม่จำเป็นต้องรีบใช้ภายในวันที่ 31 พ.ค. เนื่องจากเงินรอบใหม่ที่โอนเข้ามาจะรวมกับยอดเงินเก่า และสามารถนำไปใช้จ่ายกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการได้ถึงวันที่ 30 มิ.ย.2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลได้สานต่อแนวทางการพัฒนาระบบสวัสดิการเพื่อผู้มีรายได้น้อยและประชาชนกลุ่มเปราะบาง ตามนโยบายไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยเฉพาะการช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้มีรายได้น้อย 14.6 ล้านคน เช่น การซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ก๊าซหุงต้ม ค่าโดยสารรถสาธารณะ โดยช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวเมื่อปี 2562 รัฐบาลได้จ่ายเงินเพิ่มให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ เป็นเวลา 2 เดือน เพื่อพยุงการบริโภคของประชาชน 500 บาท/คน/เดือน ช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ถือบัตร 500 บาท/คน/เดือน และช่วยเหลือการเลี้ยงดูบุตรของผู้ถือบัตร 300 บาท/คน/เดือน นอกจากนี้ยังออกมาตรการช่วยเหลือต่อเนื่องเป็นเวลา 12 เดือน คือมาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าให้กับผู้ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 230 บาท/ครัวเรือน/เดือน มาตรการบรรเทาภาระค่าน้ำประปาให้กับผู้ที่ใช้น้ำไม่เกิน 100 บาท/ครัวเรือน/เดือน และมาตรการชดเชยเงินจากภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อผู้ถือบัตรจ่ายค่าสินค้าหรือบริการผ่านบัตรสวัสดิการฯ โดยโอนเงินเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งพักชำระหนี้แก่ผู้ถือบัตรเป็นเวลา 2 ปี และยกระดับร้านค้าธงฟ้า พัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น มีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 121,000 ราย เกิดการใช้จ่ายผ่านบัตรมากกว่า 90,000 ล้านบาท
นายอนุชากล่าวอีกว่า ในปี 2563 ในช่วงที่โรคโควิด-19 ระบาด รัฐบาลได้จ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ 3,000 บาท/คน และเพิ่มวงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคระยะที่ 1 อีก 500 บาท/คน/เดือน เป็นเวลา 3 เดือน จากนั้นในปี 2564 ผู้ถือบัตรยังได้รับเงินช่วยเหลือ 7,000 บาท/คน ตามโครงการเราชนะ และได้รับวงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคระยะที่ 2 อีก 500 บาท/คน/เดือน เป็นเวลา 3 เดือน ส่วนประชาชนกลุ่มเปราะบาง รัฐบาลจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแบบขั้นบันได ตั้งแต่ 600-1,000 บาท/คน/เดือน ปรับเบี้ยความพิการระยะที่ 1 จาก 800 บาท/เดือน เป็น 1,000 บาท/เดือน และระยะที่ 2 กำหนดอัตราเบี้ยขั้นต่ำ&amp;nbsp; 1,000 บาท/เดือน และสูงสุด 2,270 บาท/เดือน ซึ่งกรณีที่มีความยากลำบากทางการเงินให้สมทบเพิ่ม 1,200 บาท/เดือน และกรณีที่มีความพิการระดับรุนแรงสมทบเพิ่ม 1,870 บาท/เดือน และยังจ่ายเงินอุดหนุนตามโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด 600 บาท/คน/เดือน จนอายุครบ 6 ปี โดยในปี 2563 ได้เพิ่มกรอบวงเงินงบประมาณจากปีก่อนหน้าถึง 7,390.87 ล้านบาท นอกจากนี้ ประชาชนกลุ่มเปราะบางทั้งเด็ก ผู้พิการ และผู้สูงอายุ ยังได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาลในช่วงที่โรคโควิด-19 ระบาดอีกคนละ 3,000 บาทอีกด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103939</URL_LINK>
                <HASHTAG>1 พันบาท, ม33เรารักกัน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แอปพลิเคชันเป๋าตัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210523/image_big_60aa592d09b1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103094</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2021 15:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2021 15:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลบแอป “เป๋าตัง” ไม่วืดรับสิทธิ์ “เราชนะ” ได้ง่ายนิดเดียว!!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นอีกหนึ่งข่าวดีสำหรับประชาชนในช่วงวิกฤติจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 เมื่อการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 11 พ.ค.2564 ได้เห็นชอบสนับสนุนวงเงินสิทธิ์เพิ่มเติมให้แก่ผู้รับสิทธิ์ภายใต้โครงการเราชนะ และโครงการ ม33เรารักกัน อีกคนละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ รวมเป็นเงิน 2,000 บาท ซึ่งประชาชนที่เข้าร่วมทั้ง 2 โครงการจะได้รับการโอนวงเงินสิทธิ์ตามช่องทางที่เคยได้รับของแต่ละกลุ่มแบบอัตโนมัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มที่ &amp;ldquo;โครงการเราชนะ&amp;rdquo; ก่อน โดยประชาชนที่รับสิทธิ์ผ่านทางแอปพลิเคชันเป๋าตัง ก็จะได้รับการโอนวงเงินสิทธิ์ในวันที่ 20 และ 27 พ.ค.2564 ส่วนประชาชนกลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ หรือกลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ก็จะได้รับการโอนวงเงินสิทธิ์ในวันที่ 21 และ 28 พ.ค.2564 และสามารถใช้วงเงินสิทธิ์ตามโครงการได้ยาวไปจนถึงสิ้นเดือน มิ.ย.2564 นั่นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประชาชนที่อยู่ใน &amp;ldquo;โครงการ ม33เรารักกัน&amp;rdquo; จะได้รับวงเงินสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังเช่นเดียวกัน โดยรัฐบาลจะทำการโอนวงเงินสิทธิ์ 1,000 บาทแรกให้ในวันที่ 24 พ.ค.2564 และอีก 1,000 บาทถัดไป ในวันที่ 31 พ.ค.2564 และเช่นเดียวกัน คือ สามารถใช้จ่ายผ่านร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการได้จนถึงวันที่ 30 มิ.ย.นี้ เช่นเดียวกับโครงการเราชนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ก็มีประชาชนที่ได้สิทธิ์จากทั้ง 2 โครงการที่รับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ซึ่งได้มีการถอนการติดตั้ง (Uninstalling) หรือลบแอปพลิเคชันดังกล่าวออกไปแล้ว แม้ว่าระยะเวลาโครงการจะยังไม่สิ้นสุด อาจจะด้วยเหตุผลว่า ใช้วงเงินสิทธิ์ตามโครงการในช่วงแรกหมดแล้ว หรืออื่นๆ ในส่วนนี้ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่ได้รับสิทธิ์จากวงเงินสิทธิ์ 2,000 บาทที่รัฐบาลจะจ่ายเพิ่มเติมให้ในช่วงเวลาที่กำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ได้ออกมาไขข้อสงสัยก่อนที่จะกลายเป็นประเด็นตามมา ว่า ประชาชนกลุ่มที่รับสิทธิ์ผ่านทางแอปพลิเคชันเป๋าตังที่ได้ลบแอปพลิเคชันเป๋าตังออกไปแล้ว ยังสามารถรับสิทธิ์ได้เหมือนเดิม เพียงแค่ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชันเป๋าตังใหม่ เพื่อใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์ที่ได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมในครั้งนี้ ได้จนถึงระยะเวลาสิ้นสุดของโครงการเช่นเดียวกับประชาชนที่ได้รับสิทธิ์คนอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ &amp;ldquo;โครงการเราชนะ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;โครงการม33 เรารักกัน&amp;rdquo; นั้น ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี แต่โครงการเพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ผ่านการกระตุ้นการใช้จ่าย สนับสนุนให้เกิดการบริโภคนั้นไม่ได้มีเพียงเท่านี้ ยังมีโครงการสุดฮอตอย่าง &amp;ldquo;คนละครึ่ง&amp;rdquo; ที่ระยะแรกเปิดลงทะเบียน 10 ล้านคน และผลการลงทะเบียนในช่วงแรกๆ ดูจะไม่ค่อยเวิร์กเท่าไหร่ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะประชาชนยังไม่เข้าใจหลักการของโครงการคนละครึ่งเพียงพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่ง &amp;ldquo;โครงการคนละครึ่ง&amp;rdquo; คอนเซ็ปต์คือ การร่วมจ่าย (Co-Pay) ระหว่างประชาชนที่เข้าร่วมโครงการและรัฐบาล โดยรัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการซื้ออาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป ไม่รวมสลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบและบริการต่างๆ ในอัตรา 50% ของราคาสินค้า แต่ไม่เกิน 150 บาทต่อวัน วงเงินรวม 3,000 บาทต่อคน ในระยะเวลาโครงการที่กำหนด โดยใช้จ่ายผ่าน G-Wallet แอปพลิเคชันเดิม แอปพลิเคชันเดียว อย่าง &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; ส่วนร้านค้าก็รับจ่ายผ่าน G-Wallet เช่นกัน แต่เป็นแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;ถุงเงิน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โครงการคนละครึ่ง&amp;rdquo; ดำเนินการไปได้ระยะหนึ่ง ประชาชนเริ่มเข้าใจหลักการและวิธีการใช้จ่ายมากขึ้น โครงการก็ได้รับความนิยมมากขึ้นตามไปด้วย ทั้งจากฝั่งประชาชนผู้ใช้จ่ายและจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ เรียกว่าแฮปปี้กันทุกฝ่าย จนทำให้ต้องมีโครงการเฟส 2 ตามมา และล่าสุด &amp;ldquo;โครงการคนละครึ่ง เฟส 3&amp;rdquo; ก็กำลังจะเกิดขึ้นเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ &amp;ldquo;โครงการคนละครึ่งเฟส 3&amp;rdquo; นี้ จะครอบคลุม 31 ล้านคน แบ่งเป็น ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการอยู่แล้ว 15 ล้านคน และจะเปิดให้ลงทะเบียนใหม่ ซึ่งรอบนี้จะรับอีก 16 ล้านคน ส่วนเงื่อนไขการใช้จ่ายภายในโครงการก็ยังเป็น Co-Pay เหมือนเดิม โดยเบื้องต้นกระทรวงการคลังคาดว่าจะให้ลงทะเบียนได้ประมาณเดือน มิ.ย.2564 ซึ่งโครงการจะเริ่มดำเนินการ หรือเริ่มให้ใช้จ่ายได้ตั้งแต่ ก.ค.-ธ.ค.2564 นั่นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประชาชนที่ยังไม่เคยเข้าร่วมโครงการ &amp;ldquo;คนละครึ่งเฟส 3&amp;rdquo; ก็ให้ลงทะเบียนตามกำหนดที่กระทรวงการคลังจะมีการประกาศในระยะต่อไป แต่ในส่วนประชาชนรายเดิมที่เข้าร่วมโครงการอยู่แล้วนั้น ก็ต้อง &amp;ldquo;ยืนยันตัวตนใช้สิทธิ์&amp;rdquo; ที่แอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือว่าจะเลือก &amp;ldquo;สละสิทธิ์&amp;rdquo; ก็ได้ เพื่อไปใช้สิทธิ์ในมาตรการอื่นๆ ที่รัฐบาลเตรียมจะผลักดันออกมาในช่วงระยะเวลาเดียวกัน อย่าง &amp;ldquo;โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้&amp;rdquo; เพราะหลักเกณฑ์ของประชาชนที่จะเข้าร่วมโครงการ เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนและกระตุ้นการบริโภค คือ 1 คน 1 สิทธิ์ 1 โครงการเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประชาชนที่จะรับสิทธิ์ในโครงการกระตุ้นการใช้จ่ายและบรรเทาภาระค่าครองชีพจากรัฐบาล ก็ต้องเลือกรับสิทธิ์ในแต่ละโครงการให้เหมาะสมกับตัวเองที่สุด ขณะที่ประชาชนที่ได้รับสิทธิ์ตามโครงการเดิมอยู่แล้วก็ไม่ต้องกังวล เพียงแค่ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดเพื่อรับสิทธิ์เท่านั้น!!.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103094</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, กุลยา ตันติเตมิท, คนละครึ่ง, แอปพลิเคชันเป๋าตัง, โครงการ ม33เรารักกัน, โครงการเราชนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210516/image_big_60a0d7bf137a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
