<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98260</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2021 12:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2021 12:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯสั่งหน่วยงานราชการจัดทำแอปพลิเคชั่น-แพลตฟอร์มบริการประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
วันที่ 4 เม.ย. น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ โดยเฉพาะในด้านความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลและบริการของภาครัฐ ซึ่งได้ผลักดันให้มีการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาแก้ไขปัญหาโดยต่อเนื่อง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมได้มีข้อสั่งการให้ให้ทุกส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐเร่งรัดจัดทำแอปพลิเคชั่น แพลตฟอร์มดิจิทัลเกี่ยวกับภารกิจต่างๆ ในความรับผิดชอบของแต่ละส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ เพื่อให้บริการหรือให้ข้อมูลแก่ประชาชนให้แล้วเสร็จโดยเร็วภายใน 3 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนที่เป็นรูปธรรม ได้มอบหมายให้สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดองติดตามผลการดำเนินการ และรวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอนายกรัฐมนตรีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกรัฐมนตรีเห็นว่าแนวทางนี้จะมีส่วนในการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลหรือเข้ารับบริการภาครัฐในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งเป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบและวิธีการให้บริการการของภาครัฐให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับบริบททางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อลดภาระการใช้กระดาษในการติดต่องานราชการ&amp;rdquo; น.ส.ไตรศุลี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีดังกล่าวสอดคล้องกับแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย ที่มีเป้าหมายสำคัญ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการและสวัสดิการของประชาชน &amp;nbsp;เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ การทำงานของภาครัฐมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98260</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ, แอปพลิเคชั่น, ไตรศุลี ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_606320c194476.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90437</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2021 13:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2021 13:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘หนองคาย’น่าห่วง!ค่าPM2.5พุ่ง100ไมโครกรัม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ม.ค.2564 - ข้อมูลจากแอปพลิเคชั่น Air4Thai ซึ่งได้ข้อมูลจากผลการตรวจคุณภาพอากาศโดยสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ กรมควบคุมมลพิษ ที่ตั้งอยู่ภายในสวนสาธารณะหนองถิ่น เขตเทศบาลเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคายพบว่า ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 หรือ ค่า PM2.5 โชว์ตัวเลข 100 ไมโครกรัม เป็นกราฟสีแดงพุ่งสูงขึ้น ส่วนค่าคุณภาพอากาศทั่วไป ตัวเลขสูงถึง 210 AQI เป็นค่าสภาพอากาศที่แย่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งสภาพอากาศโดยทั่วไปในตัวเมืองหนองคาย มีเมฆหมอกปกคลุม ท้องฟ้าสลัว แม้จะมีแสงแดดตั้งแต่เช้าก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากตัวเลขค่า PM2.5 ดังกล่าวนี้ ทำให้คุณภาพอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ ประชาชนทั่วไป และกลุ่มเสี่ยงควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งทุกประเภท หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศสูง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ทางจังหวัดหนองคายก็ได้เร่งรณรงค์ประชาชนในพื้นที่ลดการเผาหญ้าแห้ง ฟางข้าว เศษใบไม้ กิ่งไม้ต่าง ๆ และการเผาทุกชนิดเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ และทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ ประกอบกับในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านก็มีการเผาอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ก๊าซจากการเผาก็ลอยอยู่บนชั้นบรรยากาศไปมาระหว่างสองประเทศ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90437</URL_LINK>
                <HASHTAG>Air4Thai, กรมควบคุมมลพิษ, คุณภาพอากาศ, หนองคาย, แอปพลิเคชั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210120/image_big_6007cf462762f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15131</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2018 15:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2018 15:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ ได้ฤกษ์เปิดตัวแอพฯ“โชวห่วย-ไฮบริด”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สนธิรัตน์&amp;rdquo;เปิดตัวแอปพลิเคชั่น &amp;ldquo;โชวห่วย-ไฮบริด&amp;rdquo; ช่วยร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ 30,000 แห่ง เชื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากได้เพิ่มขึ้น คาดมีเงินหมุนเวียนในระบบไม่ต่ำกว่าปีละ 1,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค. 61 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงาน &amp;ldquo;ยกระดับร้านค้าธงฟ้าประชารัฐสู่การเป็นโชวห่วยไฮบริด&amp;rdquo;ว่า กระทรวงได้เปิดตัวแอปพลิเคชั่น &amp;ldquo;โชวห่วย-ไฮบริด&amp;rdquo; อย่างเป็นการ เพื่อผลักดันให้ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐจำนวน 30,000 แห่ง เป็นเอ้าท์เล็ตในการจำหน่ายสินค้าชุมชน สินค้าโอทอป สินค้าจากผู้ผลิต MOC Biz Club และ SMEs ผ่านช่องทางออนไลน์ เพียงแค่เจ้าของร้านค้ามีโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟน หรือแทปเลต และดาวน์โหลดพร้อมติดตั้งแอพพลิเคชั่น&amp;rdquo;โชวห่วย-ไฮบริด&amp;rdquo;ก็สามารถเปิดจำหน่ายสินค้าทางออนไลน์ได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การผลักดันร้านโชวห่วยไฮบริด เป็นนโยบายในการสร้างความเข้มแข็งให้กับร้านค้าธงฟ้าประชารัฐที่เข้าร่วมโครงการกับกระทรวงพาณิชย์ เพราะจากเดิมร้านค้าเหล่านี้ จะจำหน่ายสินค้าผ่านทางออฟไลน์ หรือแค่จำหน่ายผ่านทางหน้าร้าน แต่ต่อไปจะสามารถขยายช่องทางการตลาดโดยใช้ระบบอี-คอมเมิร์ซเข้ามาช่วยบริหารจัดการ &amp;nbsp;ทำให้ร้านค้าสามารถขายสินค้าผ่านทางออนไลน์ได้ด้วย ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายให้กับร้านค้าและมีรายได้เพิ่มขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการใช้งานแอปพลิเคชั่นโชวห่วย-ไฮบริด กำหนดให้ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐต้องดาวโหลดเพื่อติดตั้ง และยืนยันตัวตนการเป็นร้านค้า ส่วนผู้ผลิตสินค้าก็ต้องดาวโหลดด้วยเช่นเดียวกัน เพื่ออัพโหลดสินค้าเข้าสู่ระบบ โดยต้องให้รายละเอียดของสินค้า ทั้งนี้ คาดว่าการผลักดันให้ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐเป็นร้านโชวห่วยไฮบริด และการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้กับสินค้าชุมชน จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากได้เพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะมีเงินหมุนเวียนในระบบไม่ต่ำกว่าปีละ 1,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15131</URL_LINK>
                <HASHTAG>พาณิชย์, เศรษฐกิจฐานราก, แอปพลิเคชั่น, โชวห่วย-ไฮบริด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180726/image_big_5b5973365117c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14341</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2018 08:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2018 08:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขุนคลังสั่งสร้างแอปพลิเคสร้างอาชีพ ช่วยคนไทยแก้จน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขุนคลังสั่งปั้น &amp;ldquo;แชริง อีโคโนมี&amp;rdquo; ผุดแอปพลิเคชั้นกลางสร้างอาชีพช่วยคนไทยแก้จน จี้ สศค. ถกร่วม &amp;ldquo;พาณิชย์ -เอกชน&amp;rdquo; เชื่อส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)เป็นตัวกลางไปหารือกับกระทรวงพาณิชย์ และภาคเอกชน เช่น เครือเอสซีจี ในการนำระบบแชริง อีโคโนมี หรือเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน มาใช้ช่วยสร้างงานสร้างรายได้เสริมให้กับคนไทย ทั้งในส่วนของผู้มีรายได้น้อยที่เข้าร่วมฝึกอาชีพตามมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือโครงการบัตรคนจนระยะสอง รวมถึงประชาชนทั่วไปที่ต้องการหางานพิเศษ หารายได้เสริมมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้แนวคิดที่ทำจะคล้ายๆ กับการทำแอปพลิเคชันของรถแท็กซี่ ที่เปิดให้คนขับรถแท็กซี่มาลงทะเบียนกับแอปพลิเคชั่น และใช้แอปฯนี้เป็นตัวกลางในการเรียกใช้บริการ แต่ในส่วนที่กระทรวงการคลังคิดไว้ คือ การทำแอปฯตัวกลางขึ้นมาเพื่อรวบรวมสาขาอาชีพที่มีความจำเป็นและหาใช้บริการยาก เช่น แอปฯกลางสำหรับช่างไฟฟ้า ช่างประปา ผู้รับเหมาก่อสร้างขึ้นมา และจากนั้นก็ให้คนที่ต้องการใช้บริการ เข้าไปติดต่อผ่านแอปฯ ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเบื้องต้นอาจขอให้ เครือเอสซีจี ซึ่งมีเครือข่ายร้านขายวัสดุก่อสร้างทั่วประเทศ &amp;nbsp;ช่วยเป็นคนกลางในการกำหนดมาตรฐานช่างแต่ละประเภท และช่วยคัดเลือก รับลงทะเบียนช่างประเภทต่างๆ เพราะส่วนใหญ่ร้านขายวัสดุก่อสร้างจะรู้จักช่างแต่ละพื้นที่ดีอยู่แล้ว หากใครสนใจก็ให้กรอกข้อมูล ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ รายละเอียดไว้ เพื่อให้คนที่ต้องการใช้บริการ สามารถเข้าไปแอปพลิเคชั่น และติดต่อส่งช่างมาซ่อมได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทุกวันนี้การหาช่างมาซ่อมแซมงานต่างๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย อย่างผมเคยเจอท่อน้ำรั่วตอนกลางคืน ก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน ไม่รู้จะไปถามใคร หรือติดต่อหาช่างจากที่ไหน &amp;nbsp;ดังนั้นหากมีแอปฯที่เป็นตัวกลางเข้ามาช่วยก็จะช่วยประสานให้ ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนสะดวก ขณะเดียวกันก็เป็นช่องทางเพิ่มรายได้ให้กับช่าง หรือผู้มีรายได้น้อยที่กำลังฝึกอาชีพกับโครงการรัฐด้วย หรือบางคนที่ไม่ได้เป็นช่างเต็มตัว ก็สามารถมารับทำงานเป็นจ็อบๆ หารายได้เสริมได้ แต่มีข้อแม้ว่าการทำงานจะต้องมีมาตรฐานตามที่กำหนด&amp;rdquo; นายอภิศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิศักดิ์ กล่าวอีดว่า แนวคิดการทำแชริง อีโคโนมี หรือจัดทำแอปพลิเคชั่นกลางขึ้นมานั้น มั่นใจว่าจะช่วยเพิ่มรายได้แก่ประชาชน ทั้งในส่วนของคนที่ทำงานให้บริการได้เต็มเวลา หรือคนที่รับทำงานช่างเป็นอาชีพเสริม ที่สำคัญการทำแอปฯกลางขึ้นมา ก็สามารถประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้บริการรับทราบง่ายด้วย &amp;nbsp;และที่สำคัญการทำแอปพลิเคชันกลาง จะไม่จำกัดเฉพาะสาขาช่างอย่างเดียว งานบริการ หรืองานประเภทอื่นที่ไม่ผิดกฎหมาย คลังก็สามารถช่วยประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปรับทำให้เกิดขึ้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด ไปดูแนวคิดการนำ แชริง อีโคโนมี มาปรับใช้ให้เหมาะกับธุรกิจของตัวเอง รวมถึงให้ดูตัวอย่างจากบริษัทขนส่งเอกชนว่า มีการทำธุรกิจประสบความสำเร็จได้อย่างไร เพราะตอนนี้ธุรกิจการค้าขายทางออนไลน์เติบโตขึ้นมาก และมีผู้ประกอบการเข้ามาแข่งขันเยอะ จึงน่าสนใจที่ไปรษรีย์ไทยจะต้องเข้าไปดูและมาปรับใช้ &amp;nbsp;โดยการทำธุรกิจแบบนี้ไม่ต้องลงทุนเองทั้งหมด เพียงแต่ใช้การสร้างเครือข่ายและกระจายงานออกไปเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;เมื่อก่อนการขนส่งของไปรษณีย์เข้มแข็งมาก แต่ตอนนี้เอกชนกำลังทำได้ดีและเข้มแข็งกว่าแล้ว ดังนั้นไปรษณีย์ควรจะเข้าไปดูแนวทางว่าจะต้องเป็นอย่างไร ตลอดจนควรนำเศรษฐกิจแบบแบ่งปันมาใช้ เพราะเรื่องนี้หากทำได้แล้วจะช่วยภาพรวมได้เยอะๆ ไม่ใช่แค่บริษัท คนไม่มีงานก็มีงานได้ หรือคนอยากมีรายได้เสริมก็ช่วยได้ ซึ่งจะดีมากๆ ต่อภาพรวมเศรษฐกิจประเทศในอนาคต&amp;rdquo; นายอภิศักดิ์ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14341</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง, สร้างอาชีพ, แก้จน, แชริงอีโคโนมี, แอปพลิเคชั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180627/image_big_5b3399039afab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14264</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2018 14:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2018 14:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธปท.เปิดตัวแอปพลิเคชั่น “Thai Banknotes”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธปท.เปิดแอปพลิเคชั่น &amp;ldquo;Thai Banknotes&amp;rdquo; เพิ่มช่องทางให้ประชาชนได้ความรู้และสังเกตธนบัตรปลอม พร้อมดาวน์โหลดได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป


28 ก.ค. 61 - รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. ได้พัฒนา Mobile Application ชื่อ Thai Banknotes เพื่อเพิ่มช่องทางให้ประชาชนได้รับความรู้เกี่ยวกับวิธีสังเกตลักษณะต่อต้านการปลอมแปลงของธนบัตรแบบใหม่ทุกชนิดราคา ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านทางสมาร์ทโฟน ซึ่งรองรับทั้งระบบปฏิบัติการไอโอเอส (iOS) และ แอนดรอยด์ (Android) นับเป็นอีกหนึ่งวิธีเพื่อป้องกันและยับยั้งธนบัตรปลอม

อย่างไรก็ตาม Thai Banknotes เป็นแอปพลิเคชันที่ออกแบบให้ง่ายต่อการใช้งาน โดยระบบจะแสดงคำแนะนำ เพื่อให้ผู้ใช้ทราบว่าจุดสังเกตแต่ละแห่งจะต้องใช้วิธีการ &amp;ldquo;สัมผัส ยกส่อง หรือพลิกเอียง&amp;rdquo; ในการตรวจสอบ ธนบัตร ผู้ใช้สามารถเลือกใช้งานได้ทั้งแบบภาษาไทยและภาษาอังกฤษ รวมถึงมีช่องทางในการติดตามข้อมูล เพิ่มเติมหรือสอบถามความรู้เรื่องธนบัตรด้วย

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Thai Banknotes ผ่าน App Store ของระบบปฏิบัติ การไอโอเอส (iOS) และผ่าน Google Play ของระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14264</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนบัตร, ธปท., แอปพลิเคชั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180728/image_big_5b5c1d6f9d172.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13719</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2018 19:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2018 19:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมพัฒนาธุรกิจการค้าผุดแอปฯ&quot;โชว์ห่วย-ไฮบริด”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเปิดตัวแอปพลิเคชั่น &amp;ldquo;โชวห่วย-ไฮบริด&amp;rdquo; ช่วยร้านค้าธงฟ้าประชารัฐขายสินค้าชุมชน สินค้าโอทอปและสินค้าเอสเอ็มอี ผ่านทางออนไลน์ นำร่องร้านค้าธงฟ้าประชารัฐในพื้นที่กรุงเทพฯ เบื้องต้น 1,400 ร้าน ดีเดย์เริ่มใช้งาน 1 ส.ค.นี้เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.คง 61 นางกุลณี อิศดิศัย อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมฯ ได้จัดทำแอปพลิเคชั่น &amp;ldquo;โชวห่วย-ไฮบริด&amp;rdquo; เพื่อช่วยเหลือร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ให้มีช่องทางการจำหน่ายสินค้าได้เพิ่มขึ้น นอกเหนือจากการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านทางหน้าร้านปกติ โดยจะสามารถจำหน่ายสินค้าชุมชน สินค้าโอทอป และสินค้าเอสเอ็มอีผ่านทางออนไลน์ได้อีกช่องทางหนึ่ง เพียงแค่เจ้าของร้านมีโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต และดาวโหลดแอปฯ ที่ได้จัดทำขึ้น ก็สามารถขยับสถานะเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ได้เลย ซึ่งจะทำให้ร้านค้ามีรายได้เพิ่มขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับการจำหน่ายสินค้าผ่านแอพพลิเคชั่นร้านค้าจะแสดงรายการสินค้าให้กับลูกค้าได้เลือกซื้อ ซึ่งจะมีทั้งสินค้าชุมชน โอทอป และเอสเอ็มอี ที่ผ่านการคัดเลือกจากกรมฯ ให้นำเข้ามาจำหน่าย เมื่อลูกค้าสั่งซื้อ ระบบจะจัดส่งคำสั่งซื้อไปยังผู้ผลิต จากนั้นผู้ผลิตจะเป็นผู้จัดส่งสินค้ามายังร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ และร้านค้าจะนัดลูกค้าเพื่อให้มารับสินค้าต่อไป ทั้งนี้ ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐที่เข้าร่วมโครงการ หลังดาวโหลดแล้ว จะต้องได้รับการยืนยันตัวตนจากกระทรวงพาณิชย์ก่อน จึงจะสามารถเข้าสู่ระบบการซื้อขายสินค้าชุมชนออนไลน์ได้ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องดาวโหลดแอพพลิเคชั่นไปใช้งาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในเบื้องต้นจะเริ่มนำร่องใช้แอพพลิเคชั่นกับร้านค้าในกรุงเทพฯ ก่อนประมาณ 1,400 แห่ง จากนั้นจะประเมินผล ปัญหา อุปสรรค และทำการปรับปรุงแก้ไขให้มีความสมบูรณ์ และจะขยายผลไปสู่ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐทั่วประเทศต่อไป อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นแอพพลิเคชั่นที่จะดาวโหลดจะใช้ได้เฉพาะระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ เท่านั้น ระยะถัดไปจะมีการพัฒนาให้สามารถรองรับระบบปฏิบัติการ IOS โดยจะสามารถใช้งานได้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.2561 นี้ เป็นต้นไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13719</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, กุลณี อิศดิศัย, ร้านค้าประชารัฐ, วินค้าโอทอป, สินค้าชุมชน, สินค้าเอสเอ็มอี, แอปพลิเคชั่น, โชวห่วย-ไฮบริด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180403/image_big_5ac339f0e2584.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1099</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2026 18:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2018 14:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดแอปฯ&quot;พิทักษ์ไพร&quot;แจ้งเตือนบุกรุกป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จิสด้าจับมือกรมป่าไม้เปิดแอปฯ&amp;ldquo;พิทักษ์ไพร&amp;rdquo; ดึง 3 ค่ายมือถือ AIS-TRUE-DTAC ร่วมหนุนส่ง SMS ชวนลูกค้าดาวน์โหลดฟรี หวังเป็นช่องทางประชาชนช่วยแจ้งเหตุบุกรุกป่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15 ม.ค.61-นายอนุสรณ์ รังสิพานิช รักษาการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า ภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า ได้ร่วมมือกับกรมป่าไม้พัฒนาแอปพลิเคชั่นการค้นหาพื้นที่บุกรุก &amp;ldquo;พิทักษ์ไพร&amp;rdquo; ซึ่งเป็นระบบสนับสนุนการบริหารจัดการและการแจ้งเตือนการบุกรุกพื้นที่ป่า บน ios และ Android ที่เปิดประชาชนโหลดใช้งานฟรี เพื่อมีส่วนร่วมในการติดตามแจ้งเบาะแส และช่วยกันระวังภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ ระบบจะแบ่งการทำงานออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนแรก จิสด้าจะวิเคราะห์ข้อมูลจากดาวเทียมในช่วงเวลาก่อนและหลังการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ป่าไม้ เพื่อกำหนดให้เป็นจุดต้องสงสัยบุกรุกป่า หรือการแจ้งเบาะแสจากประชาชน&amp;nbsp;


แทงบอลวันนี้ และส่งไปให้กรมป่าไม้ทำหน้าที่ในส่วนที่ 2 &amp;nbsp;คือ การลงไปตรวจสอบและยืนยันในพื้นที่ ตลอดจนเข้าจับกุมผู้กระทำความผิดได้ทันต่อสถานการณ์&amp;nbsp; 


สล็อต789&amp;nbsp; โดยระบบพิทักษ์ไพร มีระบบนำทางจากตำแหน่งปัจจุบันของเจ้าหน้าที่ที่ประจำอยู่ตามหน่วยป้องกันรักษาป่าทั่วประเทศจำนวน 395 หน่วย ให้เข้าไปยังพื้นที่เป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านนายอรรถพล เจริญชันษา&amp;nbsp;


เว็บแทงหวย&amp;nbsp;&amp;nbsp; รองอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า นอกจากความร่วมมือกับจิสด้าแล้ว ในโอกาสที่วันที่ 14 ม.ค.ของทุกปีเป็นวันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ชาติ ปีนี้กรมป่าไม้จึงได้มอบ Username และ Password ในการเข้าใช้งานระบบปฏิบัติการพิทักษ์ไพร ให้กับฝ่ายปกครอง ฝ่ายทหาร กอ.รมน.ภาค1-4 และศปป.4 กอ.รมน. เพื่อบูรณาการร่วมกันในการเข้าดำเนินการแก้ไขปัญหาป่าไม้ถูกบุกรุก&amp;nbsp;


เว็บสล็อตเว็บทดลอง ส่วนในภาคเอกชนได้รับความร่วมมือกับค่ายมือถือทั้ง 3 คือ AIS ,TRUE และDTAC &amp;nbsp;โดยค่ายมือถือจะส่ง SMS ไปยังลูกค้าเพื่อเชิยชวนให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นฟรี เพื่อให้สะดวกในการแจ้งเบาะแสโดยตรงกับเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1099</URL_LINK>
                <HASHTAG>AIS, Dtac, true, ป่าไม้, แอปพลิเคชั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180115/5a5c557010113.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
