<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118474</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 19:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 19:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคม ดีเดย์ พ.ย.นี้ เรียกรถผ่านแอพถูกกฎหมาย สตาร์ท 40 บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค. 2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้ลงนามในกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 5 ฉบับเรียบร้อยแล้ว ทำให้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นที่สนใจยื่นขออนุญาตและขอการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) สามารถยื่นขอมาได้ โดย ขบ.จะใช้เวลาพิจารณาความถูกต้องภายใน 30 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หากผ่านการพิจารณาคาดว่าภายในเดือน พ.ย.2564 จะมีการเริ่มเปิดให้บริการเรียกรถแท็กซี่ และรถส่วนบุคคลผ่านแอพพลิเคชั่นได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เบื้องต้นคาดว่าจะมีรถสนใจเข้าร่วมแอพพลิเคชั่นไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นคัน โดย ขบ.จะประเมินความพึงพอใจจากประชาชนคู่ขนานกันไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับอัตราค่าโดยสารเริ่มต้น (สตาร์ตมิเตอร์) รถที่เรียกผ่านแอพ อยู่ระหว่าง 40-150 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของรถว่า เป็นขนาดเล็ก ขนาดกลาง หรือขนาดใหญ่ ส่วนอัตราค่าโดยสารตามระยะทางหรือค่าโดยสารระยะทางเกินกว่า 2 กิโลเมตร (กม.)แรก คิด กม.ละ 6-16 บาทขึ้นอยู่กับขนาดของรถ ขณะที่อัตราค่าโดยสารขณะรถจอดนิ่ง หรือรถติด คิดอัตราไม่เกิน 2 บาท/นาที โดยกำหนดให้ผู้ให้บริการเรียกเก็บค่าเรียกรถได้ในอัตราไม่เกิน 20 บาท
&amp;nbsp;
นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า แอพพลิเคชั่นดังกล่าวจะมีการจัดระบบการเรียกรถไว้ตามหมวดหมู่โดยจะจัดให้รถแท็กซี่สาธารณะอยู่ในอันดับแรก รองลงมาคือ รถประเภทที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและรถแท็กซี่ส่วนบุคคล เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ทั้งนี้เชื่อว่าจะมีบริษัทผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นที่สนใจยื่นเข้าร่วมโครงการ ซึ่งจากการเปิดรับฟังความเห็นก่อนหน้านี้ พบว่ามีเจ้าของแอพพลิเคชั่น 6 บริษัทที่แสดงความสนใจ และมีรถป้ายดำกว่า 1 หมื่นคันที่เตรียมเข้าร่วมแอพพลิเคชั่นโดยขณะนี้ได้สั่งการให้ ขบ. ขยายการจัดทำแอพพลิเคชั่นไปยังรถจักรยานยนต์ รวมทั้งจัดระเบียบรถจักรยานยนต์ที่ให้บริการขนส่งอาหารด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมขนส่งทางบก(ขบ.)กล่าวว่า ตามขั้นตอนเจ้าของแอพพลิเคชั่นต้องยื่นเรื่องขออนุญาตไปยัง ขบ. โดยต้องมีคุณสมบัติตามกฎหมายกำหนด คือเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย, มีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท, มีสถานที่ประกอบการในไทย, มีความพร้อมในการให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และต้องไม่เคยถูกเพิกถอนการได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ให้บริการระบบ GPS ตามกฎหมายของ ขบ. จากนั้น ขบ จะใช้เวลาในการพิจารณาแอพพลิเคชั่นหากเป็นไปตามหลักเกณฑ์คาดว่าจะใช้เวลาพิจารณาไม่เกิน 1 เดือน
&amp;nbsp;
รายงานข่าวแจ้งว่า อัตราค่าโดยสารแบ่งเป็น 3 ชนิด ตามประเภทของรถ คือ รถยนต์รับจ้างขนาดเล็ก ระยะทาง 2 กม.แรก 40-45 บาท ระยะทางเกินกว่า 2 กม.ขึ้นไป กม.ละ 6-10 บาท 2. รถยนต์รับจ้างขนาดกลาง ระยะทาง 2 กม.แรก 45-50 บาท ระยะทางเกินกว่า 2 กม.ขึ้นไป กม.ละ 7-12 บาท และรถยนต์รับจ้างขนาดใหญ่ ระยะทาง 2 กม.แรก 100-150 บาท ระยะทางเกินกว่า 2 กม.ขึ้นไป กิโลเมตรละ 12-16 บาท
&amp;nbsp;
สำหรับผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นในไทยในปัจจุบัน เช่น บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด (Grab) ทุนจดทะเบียน 2,879 ล้านบาท, บริษัท เพอร์พิล เวนเจอร์ จำกัด (Robinhood) ทุนจดทะเบียน 900 ล้านบาท, บริษัท เดลิเวอรี่ ฮีโร่ (ประเทศไทย) จำกัด (Food Panda) ทุนจดทะเบียน 204 ล้านบาท , บริษัท เวล็อคซ์ ดิจิตอล จำกัด (Gojek) ทุนจดทะเบียน 104 ล้านบาท และบริษัท ไลน์แมน (ประเทศไทย) จำกัด ทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118474</URL_LINK>
                <HASHTAG>สตาร์ท 40 บาท, เปิดใช้ พ.ย., แอปเรียกรถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60af200f987ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107874</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2021 09:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2021 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>1 ก.ค.นี้ แท็กซี่ร้องศาลฯ-DSIค้านรถป้ายดำให้บริการผ่านแอปฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย. 2564 นายวรพล แกมขุนทด นายกสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ เปิดเผยถึงกรณีเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้ประกาศเผยแพร่กฎกระทรวง รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 2564 ซึ่งได้กำหนดให้รถยนต์ หรือการนํารถยนต์นั่งส่วนบุคคลมาจดทะเบียนเปลี่ยนประเภท เป็นรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ว่าในวันที่ 1 กรกฏาคม นี้ สมาคมฯจะเดินทางไปยื่นหนังสือศาลปกครองสูงสุด,ศาลรัฐธรรมนูญ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)
ทั้งนี้จะขอยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดขอคุ้มครองคำสั่งชั่วคราวยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ชัดต่อกฏหมายที่ขัดต่อ พ.ร.บ.พ.ศ. 2522 ห้ามนำรถส่วนตัววิ่งรับจ้าง ขณะเดียวกันจะยื่นหนังสือถึง DSI ในเรื่องการฟอกเงินของบริษัทแอปพลิเคชันรถป้ายดำ โดยฝ่ายกฏหมายจะรวบรวมหลักฐานจากการกระทำผิดในการนำรถป้ายดำมาวิ่งรับจ้างให้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การออกมาแสดงจุดยืนของสมาคมฯไม่ต้องการที่จะล้มใคร แต่เขาจะมายึดอาชีพเราไปเป็นของนายทุน วันนี้จะออกมาสู้เพื่อคนข้างหลังที่จะออกมาประกอบอาชีพขับแท็กซี่ ซึ่งตามพ.ร.บ.รถยนต์พ.ศ.2522 ดังกล่าวนั้นห้ามเด็ดขาดการเอารถยนต์ส่วนบุคคลมารับจ้าง ซึ่งแม้ภายหลังจดทะเบียนก็ยังให้ใช้ป้ายรถยนต์ส่วนบุคคลจึงเป็นการใช้รถยนต์ผิดประเภทผิดกฎหมายประเด็นสำคัญปัจจุบันผู้ประกอบการแท็กซี่มีจำนวนหลายแสนคัน ในเขตกรุงเทพฯและจังหวัดใกล้เคียงมีการเรียกผ่านทางออนไลน์ ผ่านมือถือ ซึ่งแทบไม่มีผู้โดยสาร อาชีพแท็กซี่รถรับจ้างลำบากแสนสาหัวอยู่แล้วในภาวะปัจจุบัน แน่นอนว่าจะก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง และซ้ำเติมผู้ประกอบการ&amp;rdquo;นายวรพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้าร่างกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน ขณะนี้หากไม่มีการคัดค้านการออกกฎหมายฉบับดังกล่าว เบื้องต้นราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศออกกฎกระทรวงรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2564 โดยกฎกระทรวงกำหนดเครื่องแต่งกาย เครื่องหมาย ประวัติคนขับรถ บัตรประจำตัวคนขับรถ และการแสดงบัตรประจำตัวคนขับรถยนต์สาธารณะ รถยนต์บริการธุรกิจ รถยนต์บริการทัศนาจร และรถจักรยานยนต์สาธารณะ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันหลังกฎกระทรวงประกาศมีผลบังคับใช้แล้วจะมีการออกประกาศกฎหมายฉบับรองเพื่อกำหนดคุณสมบัติ รูปแบบการจดทะเบียนรถสาธารณะและเงื่อนไขผู้ที่ให้บริการรถสาธารณะผ่านแอปพลิเคชัน ราว 4-5 ฉบับเพื่อรองรับกฎกระทรวงฯ หลังจากนั้นคาดว่าจะเริ่มให้บริการแอปพลิเคชันฯได้ภายในปลายดือนกรกฎาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการออกร่างกฎกระทรวงฉบันนี้ กรมขนส่งทางบกจะเป็นผู้ดำเนินการเพื่อยกระดับการให้บริการรถสาธารณะผ่านแอปพลิเคชันทั้งระบบและสามารถควบคุมกลุ่มแท็กซี่ป้ายดำให้อยู่ในกฎระเบียบได้ถูกต้องตามกฎหมาย ขณะเดียวกันกฎกระทรวงดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ใช้บริการรถสาธารณะปลอดภัยและมั่นใจมากขึ้น เช่น การประกันคุ้มครองรถสาธารณะ การตรวจสภาพรถที่ให้บริการ ผู้ให้บริการมีใบขับขี่สาธารณะ ฯลฯ ส่วนการกำหนดอัตราค่าโดยสารให้บริการ เบื้องต้นทางกรมฯ อยู่ระหว่างการกำหนดเงื่อนไขอัตราค่าโดยสารในรูปแบบมิเตอร์หรือรูปแบบแอปพลิเคชันว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งจะเป็นช่องทางที่เพิ่มรายได้ให้แก่รถสาธารณะ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107874</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถป้ายดำ, วรพล แกมขุนทด, เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา, แท็กซี่, แอปเรียกรถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d93622ad5fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107469</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2021 10:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2021 10:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชกิจจาฯ ประกาศแล้วกฎกระทรวงฯใช้รถยนต์ส่วนบุคคลจดทะเบียนให้บริการรับจ้างผ่านแอป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
24 มิ.ย.2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่23 มิ.ย. 2564 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้ประกาศเผยแพร่กฎกระทรวง รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2564 ซึ่งได้กำหนดให้รถยนต์ หรือการนํารถยนต์นั่งส่วนบุคคลมาจดทะเบียนเปลี่ยนประเภท เป็นรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) จะต้องออกประกาศกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข การรับรองผู้ให้บริการ และแอปพลิเคชัน ที่จะนํามาให้บริการตามฐานอํานาจที่กําหนดในร่างกฎกระทรวงฉบับดังกล่าว โดยจะรับฟังความคิดเห็นผู้เกี่ยวข้องและออกประกาศ โดยใช้เวลาประมาณ 1 เดือน (30 วัน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงดังกล่าว เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนนำทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้ให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดตามแนวทางเศรษฐกิจแบ่งปัน (Sharing Economy) โดยการให้ประชาชนสามารถนำรถยนต์ส่วนบุคคลมาให้บริการรับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างถูกต้อง ซึ่งสอดคล้องกับบริบทของสังคมและวิถีการใช้ชีวิตของประชาชนที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน ประกอบกับเกิดความเรียบร้อยและความปลอดภัยแก่ผู้โดยสาร รวมถึงยังเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน และเพิ่มทางเลือกในการใช้บริการรถยนต์รับจ้างอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสาระสำคัญของกฎกระทรวงฯ นั้น นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ได้แบ่งการจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1.ขนาดเล็ก&amp;nbsp;มีกําลังในการขับเคลื่อนตั้งแต่ 50-90 กิโลวัตต์ 2.ขนาดกลาง&amp;nbsp;มีกําลังในการขับเคลื่อนมากกว่า 90 กิโลวัตต์ แต่ไม่เกิน 120 กิโลวัตต์ และ 3.ขนาดใหญ่ มีกําลังในการขับเคลื่อนมากกว่า 130 กิโลวัตต์ขึ้นไป ทั้งนี้ กรณีเป็นรถที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนต้องมีความเร็วสูงสุดได้ไม่น้อยกว่า 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในการรับจดทะเบียนเป็นรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์นั้น ให้จดทะเบียนได้เพียงคนละ 1 คัน ขณะที่ รถที่จะรับจดทะเบียนเป็นรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ต้องเป็นรถที่มีประตูไม่น้อยกว่า 4 ประตู และต้องมีลักษณะเป็นรถเก๋ง 2 ตอน, รถเก๋ง 2 ตอนแวน, รถเก๋ง 3 ตอน, รถเก๋ง 3 ตอนแวน, รถยนต์นั่ง 2 ตอน, รถยนต์นั่ง 2 ตอนแวน, รถยนต์นั่ง 3 ตอน, รถยนต์นั่ง 3 ตอนแวน หรือรถยนต์ลักษณะอื่นตามที่อธิบดี ขบ. ประกาศกําหนด โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ต้องมีและใช้อุปกรณ์เครื่องสื่อสาร เพื่อการรับงานจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ ขบ.ให้การรับรอง ซึ่งอย่างน้อยต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับตัวรถและผู้ขับรถ ระบบการแสดงตัวตนของผู้ขับรถ ระบบการคิดอัตราค่าโดยสารล่วงหน้า ระบบติดตามตัวรถ ระบบตรวจสอบเวลาและสถานที่รับส่ง และระบบแจ้งการร้องเรียนหรือขอความช่วยเหลือ ทั้งนี้ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ต้องดําเนินการโดยผู้ให้บริการระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ ขบ.ให้การรับรอง รวมทั้งต้องมีการจัดเก็บข้อมูล ที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้อย่างน้อย 1 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ให้ใช้สีของตัวถังรถตามสีเดิมที่ปรากฏในใบคู่มือการจดทะเบียนรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ก่อนการจดทะเบียนเปลี่ยนประเภทเป็นรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และให้มีอายุการใช้งานได้ไม่เกิน 9 ปีนับแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก ในกรณีที่รถยนต์ครบอายุการใช้งาน 9 ปีแล้ว ให้เจ้าของรถนําใบคู่มือจดทะเบียนรถไปแสดงต่อนายทะเบียน เพื่อบันทึกหลักฐาน การระงับทะเบียนหรือเปลี่ยนประเภทรถ ทั้งนี้ ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ครบอายุการใช้งาน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ แผ่นป้ายทะเบียนรถของรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ให้มีขนาด ลักษณะ และสีเช่นเดียวกับแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกินเจ็ดคน โดยอาจให้ใช้แผ่นป้ายทะเบียน รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกินเจ็ดคนเดิมก็ได้ นอกจากนี้ ต้องมีการตรวจสภาพรถตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 15 ทวิ รวมทั้งต้องรักษาความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยทั้งภายนอกและภายในตัวรถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า ส่วนอัตราค่าจ้างบรรทุกคนโดยสารและค่าบริการอื่น สําหรับรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ได้กำหนดไว้ว่า รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก และขนาดกลาง&amp;nbsp;ให้กําหนดโดยถือเกณฑ์ระยะทาง 2 กิโลเมตร (กม.) แรก ไม่เกิน 50 บาท และ กม.ต่อๆ ไป กม.ละไม่เกิน 12 บาท ในกรณีที่ระบบการคิดอัตราค่าโดยสารล่วงหน้าประเมินสภาพการจราจรว่า ไม่สามารถเคลื่อนที่หรือเดินรถต่อไปได้ตามปกติวิสัย ในอัตรานาทีละไม่เกิน 3 บาท ในส่วนกรณีการจ้างผ่านศูนย์บริการสื่อสารหรือระบบสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ กําหนดได้ไม่เกิน 50 บาท&amp;nbsp;และค่าบริการเพิ่มกรณีอื่น กําหนดได้ไม่เกิน 200 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่ รถขนาดใหญ่ กำหนดค่าจ้างบรรทุกคนโดยสาร โดยถือเกณฑ์ระยะทาง 2 กม.แรก ไม่เกิน 200 บาท และ กม.ต่อๆ ไป กม.ละไม่เกิน 30 บาท ในกรณีที่ระบบการคิดอัตราค่าโดยสารล่วงหน้า ประเมินสภาพการจราจรว่าไม่สามารถเคลื่อนที่หรือเดินรถต่อไปได้ตามปกติวิสัย ในอัตรานาทีละไม่เกิน 10 บาท&amp;nbsp;ส่วนกรณีการจ้างผ่านศูนย์บริการสื่อสารหรือระบบสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์กําหนดได้ ไม่เกิน 100 บาท และค่าบริการเพิ่มกรณีอื่น กําหนดได้ไม่เกิน 200 บาท&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การเรียกเก็บค่าจ้างบรรทุกคนโดยสารนั้น ให้เรียกเก็บตามจํานวนเงินซึ่งคํานวณโดยระบบการคิดอัตราค่าโดยสารล่วงหน้าที่ปรากฏในอุปกรณ์เครื่องสื่อสาร เพื่อการรับงานจ้าง โดยต้องแจ้งให้คนโดยสารทราบก่อนทําการขนส่งผู้โดยสารคนนั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107469</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถยนต์ส่วนบุคคล, รับจ้างผ่านแอป, ราชกิจจานุเบกษา, แอปเรียกรถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60af200f987ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104878</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2021 10:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2021 10:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอกชนหนุนแอปฯเรียกรถ ศักดิ์สยามย้ำเงื่อนไขต้องเป็นธรรมกับทุกฝ่าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1 มิ.ย.2564-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า หลังจากที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการร่างกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .... เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2564 แล้วนั้น โดยมีผู้แทนจากบริษัทผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน และผู้แทนกลุ่มผู้ขับรถป้ายดำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้รวมตัวกันเพื่อขอเข้าแสดงความเห็นสนับสนุนต่อร่างกฎกระทรวงฉบับดังกล่าว รวมทั้งแสดงความขอบคุณที่ภาครัฐโดยกระทรวงคมนาคมสนับสนุนและเปิดโอกาสให้รถยนต์รับจ้างทางเลือกผ่านแอปพลิเคชันเป็นบริการขนส่งสาธารณะทางเลือกที่ถูกต้องตามกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวว่าเรื่องนี้ เป็นนโยบายเป้าหมายของกระทรวงคมนาคมที่ได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เร่งดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ภาครัฐสามารถควบคุมกำกับดูแลให้เกิดความปลอดภัยและเป็นธรรมในการให้บริการ และส่งเสริมให้ผู้ขับรถยนต์รับจ้างผ่านแอปพลิเคชันสามารถประกอบอาชีพเสริมได้อย่างถูกต้อง และเพิ่มช่องทางในการสร้างรายได้ให้กับประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้สั่งการให้กรมการขนส่งทางบกเชิญผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน ผู้ให้บริการแท็กซี่ในปัจจุบัน และหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาควิชาการ และหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค เป็นต้น ร่วมให้ความเห็นเพื่อความเป็นธรรมในการให้บริการรถยนต์รับจ้างทางเลือกผ่านแอปพลิเคชันอย่างรอบด้านและครอบคลุมในทุกมิติ ซึ่งได้กำหนดกรอบระยะเวลาให้กรมการขนส่งทางบกเร่งดำเนินการรถยนต์รับจ้างทางเลือกผ่านแอปพลิเคชัน ต้องดำเนินการออกประกาศและระเบียบที่เกี่ยวข้องทันทีภายหลังกฎกระทรวงมีผลใช้บังคับภายในเดือนกรกฎาคม 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ให้บริการแอปพลิเคชันต้องมายื่นขอรับรองและเมื่อได้รับการรับรองแล้ว จึงจะสามารถดำเนินการขึ้นทะเบียนให้ประชาชนที่มีความประสงค์จะขับรถยนต์รับจ้างผ่านแอปพลิเคชันได้ ซึ่งก็จะมีการกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะมาขับรถยนต์รับจ้างผ่านแอปพลิเคชันด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กฎกระทรวงเรียกแท็กซี่ผ่านแอปฯ จะเป็นประโยชน์และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย อัตราค่าโดยสาร บริการ มีมาตรฐานและเป็นธรรม ไม่มีการได้เปรียบเสียเปรียบ โดยแท็กซี่ในระบบนอกจากสามารถเรียกบริการผ่านแอปฯได้แล้ว ยังสามารถ โบกเรียกได้รามปกติเหมือนเดิม แร่รถส่วนบุคคลป้ายดำที่นำใหห้บรืการผ่านแอปฯ จะโบกเรียกใช้บริการไม่ได้ ต้องเรียกใข้ผ่านแอปฯ อย่างเดียว ตรงนี้ ถือว่าแท็กซี่เป็นธรรมกับในระบบ และหากบริการจัดการดีๆ จะช่วยลดต้นทุน แท็กซี่ ไม่ต้องวิ่งรถหาผู้โดยสารเหมือนเดิมอีกด้วย&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กลุ่มรถแท็กซี่ได้ให้ความเห็นว่าควรปรับปรุงเงื่อนไขต่างๆ เกี่ยวกับรถแท็กซี่ให้มีความสอดคล้องหรือเท่าเทียมกับรถยนต์รับจ้างส่วนบุคคลให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน เช่น อนุญาตให้ใช้รถขนาดเล็กมาจดทะเบียนเป็นรถแท็กซี่ได้ ปรับอัตราค่าโดยสารรถแท็กซี่ขนาดใหญ่ให้มีความเหมาะสม รวมถึงให้รถแท็กซี่สามารถติดฟิล์มได้เหมือนรถยนต์ส่วนบุคคล รวมไปถึง ควรมีบทลงโทษผู้ให้บริการแอปฯ กรณีทำผิดเงื่อนไข&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งในการนี้ได้กำชับให้กรมการขนส่งทางบกเร่งสร้างความเข้าใจกับผู้ประกอบการแท็กซี่และประชาสัมพันธ์ถึงการขั้นตอนการดำเนินการให้ชัดเจนต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า หลังจากนี้ กรมการขนส่งทางบก ต้องดำเนินการออกประกาศและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ภายหลังกฎกระทรวงมีผลใช้บังคับภายในเดือนกรกฎาคม 2564 เช่น การกำหนดอัตราค่าโดยสารสำหรับรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์, หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการรับรองระบบอิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;&amp;nbsp;และผู้ให้บริการระบบอิเล็กทรอนิกส์, เครื่องหมายสำหรับรถยนต์รับจ้างทางเลือกผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์, หลักเกณฑ์และวิธีการวัดกำลังของเครื่องยนต์หรือมอเตอร์ไฟฟ้า, เงื่อนไขและขั้นตอนในการจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างทางเลือกดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนที่มีความประสงค์ที่จะประกอบอาชีพขับรถยนต์รับจ้างทางเลือกสามารถไปสมัครเป็นสมาชิกกับผู้ให้บริการรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่กรมการขนส่งทางบกรับรอง ติดตั้งแอปพลิเคชันที่ใช้ในการให้บริการ นำหลักฐานต่าง ๆ พร้อมรถยนต์ส่วนบุคคลมาเปลี่ยนประเภทการจดทะเบียนเป็นรถยนต์รับจ้าง ก่อนออกให้บริการได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเบื้องต้นรถยนต์รับจ้างผ่านแอปพลิเคชันจะต้องมีอายุการใช้งานไม่เกิน 9 ปี ซึ่งสอดคล้องกับรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน (รถแท็กซี่) ในปัจจุบัน ในฝั่งของผู้ให้บริการแอปพลิเคชันต้องเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย และได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก ด้านผู้ขับรถจะต้องมีใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ และผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ด้านตัวรถจะต้องมีการทำประกันภัยเพิ่มเติมเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพของผู้โดยสาร และมีการติดเครื่องหมายแสดงการเป็นรถยนต์รับจ้างทางเลือก ซึ่งรถยนต์รับจ้างทางเลือกผ่านแอปพลิเคชันสามารถให้บริการผ่านแอปพลิเคชันเท่านั้น ไม่สามารถรับผู้โดยสารจากการโบกเรียกข้างทางได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบก ต้องเร่งพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับเป็นทางเลือกให้รถแท็กซี่ใช้แทน GPS ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2564 เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและเป็นช่องทางในการสร้างรายได้ให้กับผู้ขับรถแท็กซี่เพิ่มเติม เนื่องจากผู้โดยสารสามารถเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ผ่านแอปพลิเคชันดังกล่าวได้ โดยมีกรมการขนส่งทางบกทำหน้าที่ควบคุม ตรวจสอบ และติดตามรถแท็กซี่เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104878</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรัฐมนตรี(ครม.), ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, แอปเรียกรถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210601/image_big_60b5aa9bebeac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104106</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2021 13:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2021 13:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผ่านแล้ว ครม.ไฟเขียวเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันไม่ผิดกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25พ.ค.2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มติอนุมัติร่างกฎกระทรวงว่าด้วยรถรับจ้างบรรทุกผู้โดยสารไม่เกินเจ็ดคนผ่านระบบอิเล็กทรอนิสก์ พ.ศ. .... โดยเป็นการอนุญาตให้รถยนต์ส่วนบุคคลมาจดทะเบียนเปลี่ยนประเภทเป็นรถยนต์รับจ้าง โดยการรับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้เป็นทางเลือกสำหรับประชาชนในการให้บริการ และส่งเสริมให้ผู้ขับรถยนต์ดังกล่าว สามารถประกอบอาชีพได้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ เหตุผลและความจำเป็นในการออกร่างกฎกระทรวงดังกล่าวนั้น เนื่องจากปัจจุบันการให้บริการการเดินทางโดยการเรียกใช้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เป็นที่นิยมของประชาชน ซึ่งรถยนต์ที่นำมาให้บริการบางส่วนยังไม่สามารถนำมาจดทะเบียนได้ตามประเภทที่กฎหมายกำหนด ดังนั้น จึงเห็นสมควรกำหนดให้มีรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นอีกแบบหนึ่งของรถยนต์รับจ้าง

นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) จะต้องออกประกาศกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข การรับรองผู้ให้บริการ และแอปพลิเคชัน ที่จะนํามาให้บริการตามฐานอํานาจที่กําหนดในร่างกฎกระทรวงฉบับดังกล่าว โดยจะรับฟังความคิดเห็นผู้เกี่ยวข้องและออกประกาศ โดยใช้เวลาประมาณ 1 เดือน (30 วัน) หลังจากที่กฎกระทรวงมีผลใช้บังคับ ซึ่งกฎกระทรวงมีผลใช้บังคับนั้น จะต้องรอประกาศในราชกิจจานุเบกษา

อย่างไรก็ตามจากนั้นเมื่อผ่านขั้นตอน ขบ. ออกประกาศฯ แล้ว ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน จะต้องยื่นเอกสารการทำงานของแอปพลิเคชัน ก่อนที่คณะกรรมการ ขบ. จะพิจารณาคุณสมบัติผู้ให้บริการ และรายละเอียดทางเทคนิคของแอปพลิเคชัน เมื่อผ่านการพิจารณาแล้ว จะออกหนังสือรับรอง หลังจากนั้นจะเปิดลงทะเบียนของทั้งผู้ขับรถ และผู้โดยสาร ก่อนจะเริ่มเปิดให้บริการต่อไป ส่วนจะสามารถเปิดให้บริการได้เมื่อไหร่นั้น จะขึ้นอยู่กับความพร้อมของผู้ประกอบการ

สำหรับรายละเอียดในการดำเนินการของรถยนต์ส่วนบุคคลมาจดทะเบียนเปลี่ยนประเภทเป็นรถยนต์รับจ้างนั้น จะใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ส่วนบุคคลเดิม โดยให้นายทะเบียนเปลี่ยนประเภทการจดทะเบียน เป็นรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ในใบคู่มือจดทะเบียนรถ ขณะที่ ตัวรถ จะต้องมีอายุใช้งานได้ไม่เกิน 9 ปี แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1.ขนาดเล็ก (เครื่องยนต์ 50-90 kW) เช่น March, Vios, City, Mirrage เป็นต้น 2.ขนาดกลาง (เครื่องยนต์ 90-120 kW) เช่น Altis, Civicเป็นต้น และ 3.ขoาดใหญ่ (เครื่องยนต์มากกว่า 120 kW) เช่น Accord, Fortuner เป็นต้น ทั้งนี้ จะมีลักษณะเป็นรถเก๋ง, แวน สองตอน หรือสามตอนก็ได้ โดยจะต้องมีการทำประกันภัยเพิ่มเติมคุ้มครองสวัสดิภาพของผู้โดยสาร และติดเครื่องหมายแสดงการใช้แอปพลิเคชันด้วย

ทั้งนี้ในส่วนของคนขับรถนั้น กำหนดให้จะต้องมีใบขับขี่สาธารณะ และผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และใช้แอปพลิเคชันของผู้ให้บริการแอปพลิเคชันที่ผ่านการรับรองจาก ขบ. ขณะที่ อัตราค่าโดยสาร จะแบ่งเป็น รถขนาดเล็ก, กลาง มีค่าโดยสารไม่เกินอัตราของรถแท็กซี่ในปัจจุบัน ด้านรถขนาดใหญ่ มีค่าโดยสารไม่เกินอัตราของรถแท็กซี่&amp;nbsp; VIP ในปัจจุบัน โดยสามารถมีค่าบริการเพิ่มเติมกรณีอื่นได้ แต่ต้องไม่เกิน 200 บาท ทั้งนี้ รัฐมนตรีฯ จะเป็นผู้ประกาศกำหนดอัตราค่าโดยสาร

นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า สำหรับรายละเอียดของแอปพลิเคชันนั้น จะต้องเป็นแอปพลิเคชันสําหรับเรียกใช้บริการรถยนต์รับจ้างฯ ในส่วนของผู้ขับรถ (Driver Application) จะต้องมีระบบยืนยันตัวตน เช่น Pin Code, Fingerprint, Face Scan เป็นต้น อีกทั้งมีระบบคํานวณเส้นทาง ระยะเวลา และค่าโดยสารโดยประมาณ มีระบบรับส่งข้อความ/โทรศัพท์กับผู้โดยสาร ในส่วนของผู้โดยสาร (Passenger Application) จะมีระบบลงทะเบียนผู้โดยสาร ระบบเรียกใช้งานรถยนต์รับจ้างแบบทันทีและแบบจองล่วงหน้า รวมถึงมีระบบคํานวณเส้นทาง ระยะเวลา และค่าโดยสารโดยประมาณ ระบบประเมินความพึงพอใจต่อผู้ขับรถ และระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน

สำหรับคุณสมบัติของผู้ให้บริการแอปพลิเคชันนั้น จะต้องเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย มีทุนจดทะเบียนตามที่กำหนดในประกาศ (ไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท) และต้องมีสถานที่ประกอบการในประเทศไทย รวมถึงมีความพร้อมในการให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และต้องไม่เคยถูกเพิกถอนในการได้รับอนุญาตเป็นผู้ให้บริการระบบ GPS ตามกฎหมายของ ขบ.

ทั้งนี้ จากข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่า บริษัทผู้ให้บริการแอปพลิเคชันในประเทศไทย เช่น บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด (Grab) มีทุนจดทะเบียน 2.87 พันล้านบาท, บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด (Robinhood) มีทุนจดทะเบียน 900 ล้านบาท, บริษัท เดลิเวอรี่ ฮีโร่ (ประเทศไทย) จำกัด (Food Panda) มีทุนจดทะเบียน 204 ล้านบาท, บริษัท เวล็อคซ์ จำกัด (Gojek) มีทุนจดทะเบียน 104 ล้านบาท, บริษัท ไลน์แมน (ประเทศไทย) จำกัด มีทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104106</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ครม., แอปเรียกรถ, ไม่ผิดกฎหมาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210525/image_big_60ac97fec8fed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74121</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2020 18:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2020 18:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คมนาคม&#039;จี้ขนส่งฯเรียกรถผ่านแอพพลิเคชั่น-ตัดแต้มใบขับขี่ ต้องเสร็จในปีนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 ส.ค.2563 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงนโยบายการนำรถยนต์ส่วนบุคคลมาให้บริการรถโดยสารสาธารณะเรียกผ่านแอพพลิเคชั่น ว่า นโยบายของกระทรวงคมนาคมชัดเจนว่ากรมการขนส่งทางบก(ขบ.)จะต้องดำเนินการให้เป็นรูปธรรมและมีผลบังคับใช้ได้ภายในปี 63 นี้ เช่นเดียวกับนโยบายการตัดคะแนนจากการขับขี่รถยนต์ และ รถจักรยานยนต์ บนท้องถนนที่กระทำผิดกฎหมาย ซึ่งในส่วนนี้ทาง ขบ.จะต้องมีการดำเนินการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในเรื่องของของการแก้ไขกฎหมายและให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนของการตัดแต้มคะแนนในใบขับขี่หากทำผิดกฎจาจรนั้น ในส่วนนี้ขบ. ต้องมีการประสานกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อกำหนดกรอบ คะแนน และความผิดที่จะตัดแต้ม ซึ่งขณะนี้อยู่ะหว่างการดำเนินการเบื้องต้นการตัดแต้ม หากผู้ขับขี่ถูกตัดแต้มครบ 100 คะแนน จะถูกพักใบอนุญาติใบขับขี่ 1ปี หลังจากนั้นถึงจะกลับมาสอบใบขับขี่ใหม่ &amp;nbsp;แต่ถ้าถูกหักแต้มคะแนนครั้งที่ 2 จนครบหมด 100 คะแนน ผู้ครอบครองใบขับขี่จะถูกยึดใบขับขี่ทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ขบ. จะเรียกผู้ถือใบขับขี่ตลอดชีพ ที่มีอายุมากกว่า 70 ปี มาทดสอบสมรรถภาพใหม่นั้น ในเรื่องนี้ทาง ขบ. อยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดทั้งเรื่องการตัดแต้ม การสอบผู้ถือใบขับขี่ใหม่ ซึ่งเรื่องนี้ทาง ขบ. จะนำมาตรฐานจากทั่วโลกมาปรับให้เข้ากับประเทศไทย ซึ่งตนมองว่าการเกิดอุบัติเหตุ อายุไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญว่าจะทำให้เกิดอุบัติเหตุ ขณะที่ทางองค์การอนามัยโลก หรือ WHOก็ได้ระบุว่า การเกิดอุบัติเหตุเกิดจากความพร้อมของคนขับขี่มากกว่า ซึ่งได้แบ่งออกเป็น 70%หากดื่มสุราก็จะเกิดอุบัเหตุมากสุด ,อีก 27% เกิดจากความพร้อมของรถ ส่วนอีก 3% ที่จะเกิดอุบัติเหตุได้เกิดจากมีการตัดหน้ากระชั้นชิด อย่างไรก็ตามยืนยันว่า หากไม่สามารถดำเนินการได้ตามนโยบายก็ไม่มั่นใจว่าท่านอธิบดีกรมการขนส่งทางบก จะได้อยู่ทำงานต่อหรือเปล่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวถึงการนำรถยนต์ส่วนบุคคลมาให้บริการรถสาธารณะผ่านแอปพลิเคชั่นว่า ตามที่ก่อนหน้านี้ ขบ. ได้ดำเนินการร่างกฎกระทรวง และกำหนดเงื่อนไขหลักเกณฑ์ เพื่อรองรับรถยนต์ส่วนบุคคลให้ถูกต้องตามกฎหมายนั้น ล่าสุด คณะกรรมการกฤษฎีกาได้ให้ความเห็นว่า การนำรถดังกล่าวมาให้บริการผ่านแอปฯ จะต้องไปแก้กฎหมายตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) รถยนต์ พ.ศ. 2522 ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลาตามขั้นตอน นอกจากนี้ ขบ. ยังอยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียด เพื่อกำหนดให้รถส่วนบุคคลที่จะนำมาให้บริการผ่านแอปพลิเคชั่น เป็นกลุ่มรถประเภทใหม่ รวมไปถึงใบอนุญาตขับขี่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะเดียวกัน ในระหว่างนี้ ขบ. จึงได้พัฒนาแอปพลิเคชั่นกลาง นำมาใช้กับรถแท็กซี่สาธารณะในระบบที่ในปัจจุบันมีอยู่กว่า 90,000 คัน เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัวโคโรนา 2019 (โควิด-19) ส่งผลให้มีผู้ใช้บริการลดลง ขณะเดียวกัน การดำเนินการดังกล่าว ยังเป็นไปตามข้อเรียกร้องของผู้ขับรถแท็กซี่ ที่เสนอให้ยกเลิก Taxi OK รวมถึงการติดตั้ง GPS ที่จะเป็นการเพิ่มต้นทุนให้กับผู้ประกอบการรถแท็กซี่ด้วย อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะเห็นผลเป็นรูปธรรมภายในปีนี้ ตามข้อสั่งการของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74121</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถโดยสารสาธารณะ, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.), แอปเรียกรถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200330/image_big_5e81f8be3c0a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
