<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90664</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2021 15:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2021 15:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สส.ก้าวไกลจี้‘สุพัฒนพงษ์’แจงรายละเอียดเยียวยาให้ชัดหวั่นตกหล่นล่าช้าซ้ำรอยรอบแรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 ม.ค.64 -&amp;nbsp; นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า แม้ไม่มีสมาร์ทโฟนก็สามารถใช้สิทธิในโครงการ &amp;lsquo;เราชนะ&amp;rsquo; ได้ หลังจากมีคนจำนวนมากเป็นห่วงว่า ประชาชนที่ไม่มีสมาร์ทโฟนจะไม่สามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิในโครงการ โดยยืนยันว่า ตอนที่ทำแผนกัน ทีมงานคิดละเอียดทุกเรื่อง เพื่อไม่ให้คนที่ควรจะได้รับการช่วยเหลือตกหล่นไป และได้วางรูปแบบไว้แล้วสำหรับกลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐชา กล่าวว่า จึงอยากขอให้ชี้แจงรายละเอียดให้ชัดๆ ว่า หากไม่มีมือถือสมาร์ทโฟนจะให้ทำอย่างไร ซึ่งที่จริงเรื่องแบบนี้ไม่ควรต้องชี้แจงกันหลายครั้ง หรือให้ประชาชนต้องเสียเวลามาคอยตามการชี้แจงกันรายวัน หรือเมื่อกระแสสังคมวิพากษณ์วิจารณ์แค่ออกมาบอกว่าคิดไว้แล้วแบบนี้ก็ไม่พอ สิ่งที่คิดคืออะไร ประชาชนต้องทำอย่างไรบ้างต้องออกมาทันทีเพราะเขารอคอยคำตอบอยู่ มาตรการเยียวยาที่ผ่านมาของรัฐบาล ยังต้องให้ยืนยันตนผ่านแอพพลิเคชั่นมาตลอด ทั้งที่รัฐบาลก็มีข้อมูลของประชาชนที่ได้รับผลกระทบอยู่แล้วจากการเยียวยารอบก่อน เหตุใดไม่ทำการโยกข้อมูลส่วนนี้มาใช้ ทำไมต้องให้ประชาชนยุ่งยากทำซ้ำทำซาก หากมีความจริงใจจะเยียวยาจริงๆ ควรทำกระบวนการให้ง่ายและรวดเร็ว ไม่ใช่สร้างความสับสนเหมือนต้องลุ้นเสี่ยงโชคกันตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่รองนายกรัฐมนตรีชี้แจงเหตุผลในการไม่จ่ายเงินเยียวยาเป็นเงินสดว่า เพื่อลดการสัมผัสธนบัตรในช่วงสถานการณ์เสี่ยงนั้น นายณัฐชา กล่าวว่า การที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีตระหนักถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นเรื่องที่ดีและน่าชื่นม แต่คงไม่ใช่เหตุผลหลักในเวลานี้ การเยียวยาที่ตรงจุดคือการดูแลประชาชนให้สะดวกนำไปใช้จ่าย หรือลดภาระหนี้สินของเขาได้ง่าย ทั้งยังมีวิธีการที่ง่ายกว่าการใช้จ่ายผ่านแอพพลิเคชั่น ก็คือการจ่ายผ่านระบบพร้อมเพย์ เนื่องจากประชาชนทุกคนมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักอยู่แล้ว สามารถลงทะเบียนแล้วรับเงินเยียวยาผ่านระบบนี้ได้เลย โดยสามารถทำได้เองผ่านตู้กดเงินสด หรือถ้าใครไม่สามารถทำหน้าตู้ได้ก็สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือจากธนาคารได้ แต่ถ้าเป็นการจ่ายผ่านแอพพลิเคชั่น หากเขาทำไม่เป็น ก็จะไม่มีระบบสนับสนุนความช่วยเหลือเหมือนธนาคาร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การจ่ายเงินผ่านแอพพลิเคชั่นไม่เพียงแต่กีดกันประชาชนให้เข้าไม่ถึงการเยียวยาแล้ว ในอีกมุมหนึ่งยังเอื้อให้มีการทุจริตเงินได้ด้วย สมมติเช่นเขาต้องเอาเงินสดไปจ่ายค่าเช่าบ้าน แล้วจ่ายผ่านแอพไม่ได้จะทำอย่างไร ก็ต้องไปพึ่งธุรกิจรับลงทะเบียนซึ่งก็ไม่รู้ว่าท่านรู้ไหมว่ามันมีอยู่ ผู้เดือดร้อนยอมรับเงินสดมาแต่ก็แลกกับการถูกหักเงินไปส่วนหนึ่งทั้งที่เขาลำบากอยู่แล้ว รัฐบาลต้องไม่ไปทำตัวเป็นพ่อรู้ดีว่าเขาจะนำเงินไปใช้ทำอะไร ถ้าจ่ายแล้วกำหนดเงื่อนไขได้ว่าไม่ให้นำเงินไปซื้อเหล้า หรือไม่ให้นำเงินไปใช้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ ถามหน่อยว่าเวลาประชาชนเสียภาษี จะกำหนดไม่ให้ท่านเอาเงินไปซื้อเรือเหาะ ซื้อเรือดำน้ำจีนได้ไหม ผมหวังมาตลอดว่ารัฐบาลจะมีบทเรียนและเรียนรู้จากประสบการณ์ที่ล้มเหลวจากการออกมาตราการเยียวยาแก่ประชาชนรอบก่อนที่มีความล่าช้าและไม่ทั่วถึง แต่สุดท้ายแล้วดูเหมือนพวกท่านก็ไม่ได้เรียนรู้และแก้ไขอะไรเลย&amp;nbsp; ผู้ที่รับผลกรรมกับความไร้ศักยภาพของรัฐบาลก็หนีไม่พ้นประชาชน&amp;rdquo; นายณัฐชา กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90664</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐชา บุญชัยอินสวัสดิ์, นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์, มาตรการเยียวยาโควิด, แอพพลิเคชันเป๋าตัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210119/image_big_600677869aeb7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72166</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2020 09:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2020 09:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลใจดีเพิ่มเงิน900บาทอุ้มคนเที่ยววันธรรมดา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 ก.ค. 2563 นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ได้รายงานให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบถึงความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในโครงการเราเที่ยวด้วยกันโดยจะมีการปรับเงื่อนไขโครงการจากเดิมรัฐสนับสนุนเงินเที่ยวในรูปแบบ E-Voucher โดยโอนให้ผ่านทางแอพพลิเคชันเป๋าตังจำนวน 600 บาทต่อคืน เป็นในกรณีที่เดินทางท่องเที่ยวในวันธรรมดา จันทร์-ศุกร์ จะได้รับเงิน E-Voucherเพิ่มเป็น 900 บาทต่อคืน ส่วนถ้าหากเดินทางท่องเที่ยวในวันหยุดเสาร์- อาทิตย์ หรือวันหยุดอื่น ๆ ก็จะจ่ายเงินเที่ยวในจำนวนเดิมคือ 600 บาทต่อคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องนี้เป็นมติของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ ที่มี สศช. เป็นประธาน ซึ่งการปรับเพิ่มเงิน E-Voucher ดังกล่าวไม่ได้มีการใช้งบประมาณเพิ่มเติม ทั้งหมดยังอยู่ในกรอบที่ได้เคยมีการอนุมติไปก่อนหน้านี้&amp;rdquo; นางสาวไตรศุลี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเด็นที่มีบางโรงแรมที่พักที่เข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกัน และมีการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาที่พักนั้น สศช. อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียด โดยหากพบว่าโรงแรมที่พักมีการปรับขึ้นค่าบริการจริง ก็จะทำการแบล็กลิสรายชื่อโรงแรมที่พักดังกล่าวทันที
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72166</URL_LINK>
                <HASHTAG>E-Voucher, รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, สศช., เพิ่มวงเงินเที่ยววันธรรมดา, แอพพลิเคชันเป๋าตัง, ไตรศุลี ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200721/image_big_5f16b42d5caf7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
