<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99451</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2021 11:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2021 11:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เด็กพรรคกล้า’แนะรัฐบาลรวมสารพัดแอพฯโควิด-สายด่วนเป็นหนึ่งเดียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 เม.ย.2564 - &amp;nbsp;น.ส.ภรณี วัฒนโชติ รองโฆษกพรรคกล้า กล่าวถึงแอพพลิเคชั่นหลายตัว เช่น ไทยชนะ หมอชนะ ใกล้มือหมอ หมอพร้อม ไทยเซฟไทย และสายด่วนองค์กรต่างๆ ที่รัฐใช้รับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ว่า เป็นเรื่องที่ดี ที่รัฐใช้เทคโนโลยีและการจัดการข้อมูล เข้ามามีส่วนในการจัดการโรคระบาด แต่มองว่าการให้บริการทางข้อมูลต่อประชาชนในยามวิกฤตจะต้องกระชับ ชัดเจน และเข้าถึงง่าย มีข้อมูลที่ถูกต้อง ใช้ประโยชน์ได้จริง ตนเองเจอประสบการณ์ตรง ได้ไปใช้บริการธนาคารที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง และไปศูนย์การค้านั้นอีกครั้งในวันถัดมา จึงได้รับข้อมูลว่ามีผู้ติดเชื้อโควิดมาใช้บริการที่ธนาคารเดียวกัน แต่กลับไม่ทราบช่วงเวลา โดยธนาคารปิดสาขาเพื่อทำความสะอาด จึงเกิดคำถามว่าเมื่อเช็คอินไทยชนะในการเข้าออกสถานที่แล้ว ทำไมจึงไม่ได้รับแจ้งข่าวสารที่จำเป็น ทำให้ไม่สามารถประเมินความเสี่ยงของการรับเชื้อ และหลักปฏิบัติตนที่เหมาะสม นอกจากนั้นยังมีคนใกล้ชิด หาข้อมูลเพื่อเข้าตรวจเชื้อโควิดผ่านแอพหมอพร้อม โดยให้ข้อมูลว่ามีโรงพยาบาลรอบตัวเป็นจำนวนมากให้เข้าตรวจได้ แต่พอจะไปตรวจจริงๆ กลับไม่พร้อมให้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกพรรคกล้า กล่าวอีกว่า อยากเสนอภาครัฐหรือผู้ที่รับผิดชอบแอพพลิเคชั่นต่างๆ เหล่านี้ว่า ควรจะมีข้อมูลที่ตรงกับข้อเท็จจริง และเป็นลักษณะ Real Time เพื่อให้ประชาชนใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอยากเสนอให้มีการรวมแอพพลิเคชั่นไว้ด้วยกันเพียงแอพเดียว และทำฟังชั่นการใช้งานให้ครอบคลุม รวมถึงสายด่วนต่างๆ ซึ่งมีอยู่หลายเบอร์ อยากให้รวมศูนย์เหลือเพียง 1 เบอร์ เพื่อป้องกันความสับสน สะดวกต่อการจดจำ และง่ายต่อการประสานงานให้ความช่วยเหลือประชาชน ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์การปฏิรูประบบ E-Government ของรัฐบาล ในการนำประเทศไทยสู่ยุค 4.0 และ 5.0 ต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99451</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.ภรณี วัฒนโชติ, รองโฆษกพรรคกล้า, แอพพลิเคชั่น, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210414/image_big_6076720593c06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63239</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2020 18:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2020 18:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใช้แน่ปีนี้เรียก &#039;แท็กซี่-มอไซค์วิน&#039; ผ่านแอพพลิเคชั่นถูกกฏหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 เม.ย.63-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่าหลังการเป็นประธานการประชุมผ่านระบบโปรเเกรม ZOOM กับกรมการขนส่งทางบก โดยเฉพาะประเด็นความคืบหน้า การนำระบบเทคโนโลยีแอพพลิเคชั่น มาใช้ โดยกรมการขนส่งทางบกรายงานความคืบหน้าร่างแก้ไข พระราชบัญญัติรถยนต์ ฯ ซึ่งจะครอบคลุมทั้งบริการรถแท็กซี่ และรถจักรยานยนต์ ให้สามารถใช้แอพพลิเคชั่นจัดการการให้บริการแก่ผู้โดยสาร

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า โดยวันจันทร์ที่ 20 เม.ย.นี้ กรมการขนส่งทางบกจะเสนอร่างพระราชบบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ที่มีการแก้ไขหลักเกณฑ์ในการให้บริการผ่านแอพพลิเคชั่น ให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา เพื่อเสนอกฤษฎีกา ก่อนเสนอกลับมากระทรวง คมนาคม เพื่อเสนอครม.พิจารณาต่อไปหากครม.เห็นชอบ จะเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณส คาดว่าจะสามารถนำมาใช้บังคับเป็นกฎหมายได้ในช่วงสิ้นปีนี้

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคม ได้ให้นโยบายแก่กรมการขนส่งทางบก ให้มีการดำเนินการยกระดับการออกใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ประเภทต่างๆ โดยนำตัวอย่างจากต่างประเทศมาใช้ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน

มีสาระสำคัญ เรื่องการกำหนดสภาวะโรค
,การทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย
,การอบรมทดสอบความรู้ของผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถภาคทฤฎี จนถึงมาตรการการตัดแต้ม ซึ่งกรมการขนส่งทางบกต้องหารือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ สตช. เพื่อให้กฎหมายขนส่งและจราจรบุูรณาการร่วมกัน โดยเฉพาะที่มีโทษปรับ ให้มีการตัดแต้มด้วย หลังจากนั้น จะพิจารณาเพิกถอนใบขับขี่ 1 ปี เมื่อครบ 1 ปีจะต้องมาเริ่มการทดสอบใหม่ตั้งแต่ต้น แต่หากถูกตัดแต้มจนหมดจะถูกเพิกถอนการขับรถตลอดชีวิต

ด้านนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.)กล่าวว่าการดำเนินการให้บริการรถโดยสารสาธารณะทั้งรถแท็กซี่และจักรยานยนต์รับจ้าง ที่จะให้บริการผ่านแอพพลิเคชั่น เข้าไปเป็นเนื้อหากำหนดอยู่ในพระราชบัญญัติรถยนต์ฯนั้น เป็นไปตามคำแนะนำของสำนักงานกฤษฎีกา

สำหรับสาระสำคัญที่จะบรรจุเข้าไปในพระราชบัญญัติรถยนต์ เช่น การกำหนดคุณสมบัติของผู้ให้บริการ application และการวางเงินหลักประกัน หากรณีผู้ให้บริการ ไปทำให้เกิดความเสียหาย ก็จะมีวงเงินหลักประกันคุ้มครองชดเชยค่าเสียหายให้แก่ประชาชนที่ใช้บริการ ซึ่งหลักประกันจะเป็นวงเงินเท่าไหร่นั้นจะไปพิจารณาในรายละเอียดต่อไป

อย่างไรก็ตามส่วนประเด็นการพัฒนาการออกใบอนุญาตขับขี่ทุกประเภทนั้น อธิบดีกรมการขนส่งทางบกระบุว่าได้ดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม เพื่อยกมาตรฐานให้การออกใบอนุญาต ให้ทัดเทียมกับประเทศในยุโรป ตั้งแต่ขั้นตอนการตรวจสภาพร่างกาย ซึ่งในอนาคตกรมการขนส่งทางบก จะร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข ในการ ให้ผู้ที่ต้องการสอบใบอนุญาตไปตรวจร่างกายที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และมีการส่งผลตรวจว่ามีสมรรถภาพร่างกายพร้อม ในการขับขี่แค่ไหน ออนไลน์ข้อมูลมายังกรมการขนส่งทางบก โดยไม่จำเป็นต้องมีการขอใบรับรองแพทย์มาทำการสอบใบอนุญาตเหมือนในอดีต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63239</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, แอพพลิเคชั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200415/image_big_5e96f3d1f0172.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39338</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2019 16:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2019 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>5 ชาติอาเซียนรับความเปลี่ยนแปลง ยอมใช้แอพพลิเคชั่นเรียกรถสาธารณะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;การให้บริการรถขนส่งสาธารณะผ่านระบบแอพพลิเคชั่น&amp;nbsp; ที่ กรมขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม กำลังพิจารณาแก้ไขกฎหมาย หลังจากที่เล็งเห็นว่าโลกในยุคปัจจุบัน มีความเปลี่ยนแปลงไปสู่เทคโนโลยีดิจิทัล การพัฒนาระบบแอพพลิเคชั่น&amp;nbsp; เข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตเพื่อให้เกิดความสะดวก สบาย รวดเร็ว และปลอดภัย ทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการ ซึ่งกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว อาทิ ระบบการเงิน ที่มีบริการ อี- แบงค์กิ้ง เข้ามาทดแทนการให้บริการการเงินแบบเดิมๆ สามารถโอนเงิน ซื้อขายสินค้าข้ามทวีปได้ด้วยปลายนิ้ว ระบบการค้าขายสินค้าและบริการต่างๆ รวมไปถึงการให้บริการขนส่งสาธารณะ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;หากศึกษาเรื่องการให้บริการแอพพลิเคชั่นเรียกรถรับส่งสาธารณะ ในภูมิภาคอาเซียน แล้วจะพบว่าในหลายประเทศมีการปรับกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคเทคโนโลยีดิจิทัล ในหลายประเทศ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ในประเทศสิงคโปร์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2560 รัฐสภาสิงคโปร์ผ่านร่างแก้ไขกฎหมายการคมนาคมทางบก กำหนดให้ผู้ขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลให้บริการผ่านแอพพลิเคชั่น&amp;nbsp; คนขับแท็กซี่แบบไม่เต็มเวลา (Private Hire Car Driver Vocational License - PDVL) โดยมีข้อกำหนดดังนี้&amp;nbsp; ต้องสอบใบอนุญาตวิชาชีพสำหรับรถรับจ้างส่วนบุคคล โดยต้องอบรมเป็นเวลา 10 ชั่วโมง , มีการต่อใบอนุญาตทุก 6 ปี , ติดสติกเกอร์ที่กระจกรถเพื่อยืนยันสถานะ , ใบอนุญาตวิชาชีพผู้ขับขี่รถรับจ้างส่วนบุคคลจะแตกต่างจากใบอนุญาตวิชาชีพผู้ขับขี่รถแท็กซี่ในแง่รูปแบบการให้บริการ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เนื่องจากทางการสิงคโปร์ยืนยันว่าต้องรักษาพื้นที่ทำมาหากินให้แท็กซี่ในระบบเดิม จึงไม่อนุญาตให้รับผู้โดยสารที่จุดจอดแท็กซี่ หรือโบกรถริมถนนได้ , คนขับต้องอยู่ภายใต้กฎควบคุมเกี่ยวกับความปลอดภัยเช่นเดียวกับแท็กซี่ในระบบเดิม มีการหักคะแนนความประพฤติหากทำผิดกฎ&amp;nbsp;&amp;nbsp; , บริษัทผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นต้องอยู่ในการกำกับดูแลของหน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น มีการรายงานข้อมูลของรถยนต์และคนขับ ข้อมูลเส้นทาง ให้ทางการรับทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ยังเพิ่มช่องทางด้วยการเปิดบริการอำนวยความสะดวกคนขับที่ต้องการลงทะเบียนเต็มรูปแบบ โดยมีการผ่อนปรนข้อกำหนด จากเดิมสงวนไว้ให้พลเมืองสิงคโปร์เท่านั้นเป็นอนุญาตให้ผู้ที่มีใบอนุญาตทำงานและทำงานกับบริษัทจัดหาคนขับรถสามารถมาถือ PDVL ได้ , ไม่บังคับอายุ (เดิมผู้ขับแท็กซี่ต้องมีอายุมากกว่า 30 ปี) , ต้องลงทะเบียนและตรวจสุขภาพภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2560 , ยืดระยะเวลาสอบใบขับขี่สาธารณะไปอีก 1 ปีจนถึง 30 มิถุนายน 2018 (โดยระหว่างนี้สามารถขับรถได้) , คนขับต้องสามารถพูดภาษาอังกฤษเบื้องต้นได้ , หากไม่มีงานประจำอื่น จะถูกบังคับให้ส่งเงินเข้ากองทุนประกันสังคมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ประเทศสิงคโปร์ยังเปิดบริการอำนวยความสะดวกคนขับ ที่ต้องการลงทะเบียนเต็มรูปแบบ โดยคนขับจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ตั้งแต่การตรวจสุขภาพ, อบรมการสอบใบขับขี่ช่วงวันหยุดและการสอบใบอนุญาติ รวมๆ มูลค่า 250 ดอลลาร์สิงคโปร์ โดยข้อมูล ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2560 ขนส่งทางบกสิงคโปร์แถลงตัวเลขว่ามีใบสมัคร 39,000 คน และได้รับอนุมัติไปแล้ว 33,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ.2016 ในการประชุมคณะรัฐมนตรี เปลี่ยนท่าทีเป็นการหาทางอยู่ร่วมกันระหว่าง บริการเรียกรถผ่านระบบแอพพลิเคชั่น และแท็กซี่เดิม โดยมีลักษณะเดียวกับประเทศสิงค์โปร์&amp;nbsp; เปิดให้คนทั่วไปมาประกอบอาชีพได้ แต่ก็เพิ่มมาตรการควบคุม ได้แก่ คนขับต้องใช้ใบขับขี่สาธารณะ (public service vehicle licence - PSV) ,ทำประกันรถให้ครอบคลุม , รถที่นำมาขับต้องมีการลงทะเบียนและตรวจสภาพ , ไม่มีการติดป้ายแสดงตัวบนรถ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้รัฐบาลมาเลเซีย ได้ผ่อนปรนกฎเกณฑ์สำหรับแท็กซี่เดิม โดยการให้มีรถแท็กซี่ราคาประหยัด , มีกองทุนสนับสนุนสำหรับรถแท็กซี่ใหม่ และเปิดทางให้คนขับเดิมเป็นเจ้าของรถเองได้จากเดิมที่ต้องสังกัดบริษัท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ส่งผลให้ วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 รัฐสภามาเลเซีย ผ่านร่างแก้ไขกฎหมาย 2 ฉบับ ได้แก่&amp;nbsp; กฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกและกฎหมายว่าด้วยการออกใบอนุญาตรถยนต์สาธารณะ จากการแก้กฎหมายดังกล่าว ประเทศมาเลเซีย ได้จัดประเภทธุรกิจใหม่ขึ้นมาเพื่อรองรับ Ride-Hailing โดยเฉพาะ ในชื่อ Intermediation Business License ซึ่งผู้ให้บริการ แอพพลิเคชั่นเรียกรถสาธารณะ จะต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจประเภทนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ส่วนในประเทศฟิลิปินส์ พบว่า เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2558 นายโจเซฟ เอมิลิโอ อะบายา รัฐมนตรีกระทรวงการขนส่งและการสื่อสารของฟิลิปปินส์ ออกประกาศคำสั่งของกระทรวงฯ เกี่ยวกับการส่งเสริมการเดินทาง โดยผู้ขับขี่ ที่ต้องการรับงานจากบริษัทให้บริการเรียกแท็กซี่ผ่านแอพพลิเคชันและอินเทอร์เน็ตจะต้องขึ้นทะเบียนกับบริษัทเหล่านี้ และต้องจ่ายค่าธรรมเนียมปีละ 12 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 405 บาท) ให้แก่สำนักงานกำกับดูแล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ในวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ.2560 คณะกรรมการด้านการขนส่งทางบกฟิลิปปินส์ สั่งให้ผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่น เรียกรถเพื่อขนส่งสาธารณะ&amp;nbsp; ส่งรายชื่อคนขับทั้งหมดให้กับขนส่งทางบก และสั่งให้หยุดรับคนขับใหม่ หลังจาก เชื่อว่ามีคนขับจำนวนมากไม่มีใบอนุญาตขับรถขนส่งสาธารณะที่ถูกต้อง&amp;nbsp; โดยเชื่อว่ามีคนขับประมาณ 42,000 คน แต่มีคนขับที่ใบอนุญาตถูกต้องเพียง 15,400 คน&amp;nbsp; บริษัทที่ให้บริการแอพพลิเคชั่น ได้ยื่นหนังสือโต้แย้งคำสั่งนี้ทั้งสองบริษัทไม่ต้องการหยุดรับคนขับเพิ่มเติม โดยถูกปรับเป็นเงินประมาณ 1 แสนเหรียญ&amp;nbsp; ฐานปล่อยให้คนขับที่ไม่มีใบอนุญาตมาวิ่งให้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ในเดือน สิงหาคม พ..ศ.2560คณะกรรมการด้านการขนส่งทางบกฟิลิปปินส์ สั่งระงับการให้บริการบริษัทให้บริการแอพพลิเคชั่น สำหรับการเรียกรถบริการสาธารณะ เป็นเวลา 1 เดือน และให้ชดเชยรายได้แก่คนขับทั้งหมดในช่วงระงับการให้บริการ&amp;nbsp; หลังจากพบว่ามีการแอบรับคนขับเพิ่มซึ่งละเมิดคำสั่งห้ามรับคนขับใหม่หลังแจ้งลงทะเบียนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ส่วนในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา พบว่าในวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ.2560&amp;nbsp; ผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นเรียกรถขนส่งสาธารณะระดับโลก แห่งหนึ่ง เปิดให้บริการรถยนต์ร่วมโดยสาร ที่ประเทศพม่า แต่รับเฉพาะแท็กซี่ที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย&amp;nbsp; ซึ่งในย่างกุ้ง ขณะนั้นมีรถแท็กซี่ให้บริการอยู่แล้ว 70,000 คัน ทั้งที่ติดแอร์และไม่ติดแอร์ ทั้งที่มีและไม่มีเข็มขัดนิรภัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เพียวมินเถ่ง มุขมนตรีภาคย่างกุ้ง กล่าวว่า &amp;quot;ผมขอต้อนรับผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีร่วมเดินทางจากสหรัฐอเมริกา ที่ขยายพื้นที่ให้บริการไปทั่วโลก รวมทั้งยังเป็นศูนย์รวมของคนรุ่นใหม่ ผมเชื่อมั่นว่า บริการนี้จะช่วยให้พม่า กลายเป็นตลาดที่น่าดึงดูดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้านการให้บริการด้านความปลอดภัยและเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรรวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการให้บริการจากผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นเรียกรถขนส่งสาธารณะ จะเป็นก้าวสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างพม่าและสหรัฐอเมริกา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับประเทศอินโดนีเซีย&amp;nbsp; รัฐบาลประกาศกฎควบคุมแอพเรียกรถโดยสารตั้งแต่ต้นปี 2559 และมีผลบังคับใช้เดือนเมษายน 2560 โดยเป็นข้อบังคับทั่วไป เช่น ต้องมีใบขับขี่สาธารณะ ต้องนำรถไปตรวจสภาพเพิ่ม รัฐบาลท้องถิ่นกำหนดราคาขั้นต่ำและสูงของแอพเรียกรถและจำกัดปริมาณรถ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กลับมาที่เมืองไทยดัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เคยกล่าวถึงเรื่อง แอพพลิเคชั่นให้บริการรถรับส่งสาธารณะ เอาไว้ว่า มั่นใจว่าการเรียกรถโดยสารสาธารณะผ่านระบบแอพพลิเคชั่น จะไม่เกิดความขัดแย้งระยะยาวกับผู้ขับรถแท็กซี่สาธารณะที่ถูกกฎหมายอยู่แล้ว เพราะทั้ง 2 อาชีพมีกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ แอพพลิเคชั่นให้บริการรถรับส่งสาธารณะ&amp;nbsp; คือทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการความสะดวกสบาย แต่จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนแท็กซี่สาธารณะ เป็นการบริการหลักเทียบจำนวนกันไม่ได้ ถือเป็นเรื่องปกติ ไม่ทับซ้อนกัน คนที่ทำให้เกิดความขัดแย้งคือผู้สร้างปัญหาให้เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;การใช้บริการ แอพพลิเคชั่นเรียกรถรับส่งสาธารณ เรานั่งอยู่กับที่แล้วมีรถมารับถึงที่ เทียบกับเราใช้บริการแท็กซี่ ต้องเดินออกไปหน้าปากซอย&amp;nbsp; ลูกค้าคนละกลุ่มแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าทำความเข้าใจจริงๆ ไม่มีอะไรที่ทับซ้อนกันเลย อีกทั้งในทางกลับกันเราต้องการสร้างโอกาสให้ประชาชนมีหนทางทำมาหากินมากขึ้น แก้ปัญหาปากท้องและเลี้ยงดูครอบครัวด้วยตัวเองได้&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39338</URL_LINK>
                <HASHTAG>5 ชาติอาเซียน, กฎหมาย, ขนส่งสาธารณะ, เทคโนโลยีดิจิทัล, แอพพลิเคชั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190624/image_big_5d1091bd50249.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13320</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2018 07:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2018 07:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมเร่งลงทุนพัฒนาสนามบินอัจฉริยะรับนักท่องเที่ยวโต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คมนาคมเร่งลงทุนพัฒนาสนามบินรองรับการเติบโตของนักท่องเที่ยว ด้าน ทอท.เตรียมผุดแอพยกระดับการให้บริการ เชื่อมข้อมูล 16 สนามบิน ทั่วโลก ยืนยันตัวเลขเติบโต 9-10%
&amp;nbsp;

นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานการประชุมเชิงอภิปราย AOT Sister Airport CEO Forum 2018 จัดโดยบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ ทอท. ว่า ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นฮับการบินของภูมิภาค จึงเป็นหนึ่งในภารกิจที่กระทรวงคมนาคมต้องเร่งลงทุนขยาย และพัฒนาสนามบินรองรับการเติบโตของนักท่องเที่ยว ซึ่งจากข้อมูลขององค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ พบว่า ปี 60 นักท่องที่เดินทางทั่วโลกอยู่ที่ 1,300 ล้านคน สูงขึ้น 7% จากปี 59 ถือว่าเติบโตสูงสุดในรอบ 7 ปี คาดว่าปี 61 จะเพิ่มขึ้น 4-5% โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะเพิ่มขึ้น 5-6% ซึ่งจีน และอินเดีย จะเป็นตัวอย่างการเติบโตที่เห็นได้ชัด

&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;

นายไพรินทร์ กล่าวต่อว่า ในช่วงปี 61-64 จะเห็นมูลค่าการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของสนามบินทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 33 ล้านล้านบาท&amp;nbsp; ซึ่ง 40% ของจำนวนนี้จะเป็นการลงทุนในเอเชียแปซิฟิก ขณะเดียวกันในปี 73 มูลค่าการลงทุนฯ ทั่วโลกจะอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 66 ล้านล้านบาท อย่างไรก็ตามการพัฒนาสนามบินนั้น เทคโนโลยีถือว่ามีส่วนสำคัญในการสร้างนวัตกรรม เพื่อปรับปรุงการบริการต่างๆ เช่น การนำระบบปัญญาประดิษฐ์(AI : Artificial Intelligent) หรือหุ่นยนต์ เข้ามาใช้ภายในสนามบิน ตั้งแต่การขนกระเป๋าสัมภาระ งานทำความสะอาด และงานรักษาความปลอดภัย เป็นต้น

&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;

ด้านนายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน)(ทอท.)กล่าวว่า ทอท. ลงทุน 300-400 ล้านบาท จัดทำดิจิทัลแพลตฟอร์ม ภายใต้แนวคิด 4.0 ด้วยการนำเทคโนโลยีมายกระดับการให้บริการต่างๆ ผ่านแอพพลิเคชั่นที่ ทอท.จะสร้างขึ้น เพื่อให้ผู้มาใช้บริการสนามบินได้รับความสะดวกมากที่สุด ทั้งนี้ในอนาคตแอพดังกล่าวจะเชื่อมโยงข้อมูลทั้ง 16 สนามบิน ใน 9 ประเทศทั่วโลกที่อยู่ในโครงการข้อตกลงความร่วมมือระหว่าท่าอากาศยาน ( Sister Airport )ด้วย ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เยอรมัน จีน เมียนมา เวียดนาม ลาว เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และเบลเยี่ยม

&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;

นายนิตินัย กล่าวต่อว่า สำหรับแอพฯ นี้มีความพิเศษมากมาย เช่น เมื่อผู้โดยสารขาเข้ามาถึงสนามบินเพียงกดแอพจะทราบทันทีว่ารับกระเป๋าที่สายพานใด รวมทั้งหากจะเข้าห้องน้ำ เพียงแค่กดแอพก็จะทราบว่าห้องน้ำที่ใกล้ที่สุดคนใช้บริการเต็มหรือไม่ นอกจากนี้ยังสามารถจองแท็กซี่ล่วงหน้าได้ด้วย แม้จะอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่ก็สามารถจองแท็กซี่ที่มิวนิก ประเทศเยอรมันได้ ขณะเดียวกันยังสามารถจองที่จอดรถที่สนามบินได้ด้วยแม้ว่าตัวเองยังอยู่ที่บ้าน เป็นต้น อย่างไรก็ตามคาดว่าจะเริ่มให้บริการแอพฯนี้ได้ในไตรมาส 1 ปี 62 ในสนามบินสุวรรณภูมิ, ดอนเมือง และภูเก็ตก่อน จากนั้นจะขยายไปยังสนามบินอื่นต่อไปทั้งในไทย และ 9 ประเทศ


&amp;quot;ยังยืนยันเป้าหมายการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารในงวดปีนี้ สิ้นสุด ก.ย.61 เติบโต 9-10% จากปีก่อน โดยในรอบ 8 เดือนของปี 60/61 ต.ค. 60- พ.ค.61เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนมีผู้โดยสารใช้บริการท่าอากาศยาน 6 แห่งของ ทอท.จำนวน 95,536,222 คน เพิ่มขึ้น 9.88%&amp;quot;นายนิตินัยกล่าว

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13320</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทอท., ท่าอากาศยาน, นิตินัย ศิริสมรรถการ, แอพพลิเคชั่น, ไพรินทร์ ชูโชติถาวร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180605/image_big_5b1685d3f05d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7099</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2018 18:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2018 18:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> พม.เปิดแอพฯโกลด์ สื่อสารสังคมผู้สูงวัยยุค4.0 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;14เม.ย.61- นางธนาภรณ์ พรมสุวรรณ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)ได้เป็นประธานมอบวุฒิบัติให้กับผู้สูงอายุ ซึ่งจบหลักสูตรการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงวัย วิทยาลัยสูงวัยตำบลถืมตอง รุ่นที่ 2 จำนวน 39 คน ณ หอประชุมประชาคมตำบลถืมตอง อ.เมืองน่าน โดยผู้สูงวัยดังกล่าว เข้ารับการอบรมจนจบหลักสูตรวิทยาลัยสูงวัยตำบลถืมตอง และองค์การบริหารส่วนตำบลถืมตอง &amp;nbsp;พร้อมกับกล่าวว่า พม. งเห็นความสำคัญและคุณค่าของผู้สูงอายุ &amp;nbsp;อี่กทั้ง ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ซึ่งปัจจุบันมีผู้สูงอายุ 3 กลุ่ม คือ ผู้สูงอายุที่ติดเตียง , ผู้สูงอายุติดบ้าน และผู้สูงอายุติดสังคม ซึ่งทั้ง 3 กลุ่ม มีความจำเป็นที่จะต้องมุ่งเน้นให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้ และเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ และภาครัฐมีแนวคิดว่าจะเพิ่มช่วงอายุผู้สูงอายุจากเดิม 60 ปี เป็น 65 ปี ซึ่งยังอยู่ระหว่างการพิจารณาให้รอบด้าน &amp;nbsp;เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบด้านงบประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พม.ยังเตรียมเปิดให้มีการใช้แอพลิเคชั่นโกลด์ (Application gold) เป็นช่องทางในการสื่อสารและให้ความรู้ความเข้าใจทั้งด้านสิทธิประโยชน์ มีระบบการดูแล เบี้ยยังชีพ สวัสดิการและเงินกองทุนต่างๆ แก่ผู้สูงวัย รวมไปถึงการลงทะเบียนผู้สูงอายุด้วย ซึ่งจะทำให้ผู้สูงอายุและผู้ดูแล สามารถเข้าถึงสิทธิต่างๆและการสื่อสาร ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7099</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางธนาภรณ์ พรมสุวรรณ, พม., ยุคสังคม4.0, สังคมผู้สูงวัย, แอพพลิเคชั่น, แอพพลิเคชั่นโกลด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180414/image_big_5ad1e20f6c0b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6034</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2018 08:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2018 08:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>4 แบงก์ใหญ่ใจป้ำยกเลิก “ค่าธรรมเนียม”  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนาคารพาณิชย์ทยอยประกาศยกเลิกค่าธรรมเนียม การใช้บริการช่องทางดิจิทัล ขานรับสังคมไร้เงินสด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29&amp;nbsp;มี.ค. 61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารพาณิชย์ได้ทยอยประกาศฟรีค่าธรรมเนียมใช้บริการผ่านช่องทางดิจิทัล เพื่อลดการใช้เงินสดตามนโยบาย e-Payment โดยธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (KBANK) ได้ประกาศยกเลิกค่าธรรมเนียมสำหรับลูกค้ารายย่อยและลูกค้าผู้ประกอบการที่ใช้บริการช่องทางดิจิทัล 4 ช่องทาง ได้แก่ K PLUS, K PLUS SME, K-Cyber, K-Cyber SME โดยฟรีค่าธรรมเนียมบริการยอดนิยมที่ลูกค้าใช้บริการมากที่สุด ได้แก่ โอนข้ามเขต/ข้ามธนาคาร จ่ายบิลค่าสินค้าและบริการ เติมเงิน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (SCB) เปิดตัวแคมเปญใหม่ &amp;ldquo;SCB EASY Freenomenon&amp;rdquo; โดยยกเลิกค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมการเงิน 5 ประเภทยอดฮิต ได้แก่ 1. โอนข้ามเขต 2. โอนต่างธนาคาร 3. เติมเงินต่างๆ 4. จ่ายบิล 5. กดเงินโดยไม่ใช้บัตรข้ามเขต ผ่านแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;SCB EASY&amp;rdquo; โอน จ่าย เติม กด ฟรีหมด ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค. เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BBL) ยกเว้นค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัล ทั้งช่องทางบริการผ่านโทรศัพท์มือถือ บัวหลวง เอ็มแบงก์กิ้ง ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง และช่องทางบริการทางอินเทอร์เน็ต บัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง สำหรับลูกค้าที่นิยมทำธุรกรรมโอนเงินข้ามเขต โอนเงินต่างธนาคารแบบทันที โอนเงินพร้อมเพย์ การชำระบิลค่าสินค้าและบริการ และบริการเติมเงิน ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 61 เป็นต้นไป
&amp;nbsp;
พร้อมกันนี้ ธนาคารได้ยกเว้นค่าธรรมเนียมเอทีเอ็มถอนเงินข้ามเขตและโอนเงินข้ามเขตจากบัญชีภายในธนาคาร และโอนเงินไปยังบัญชีต่างธนาคาร ตั้งแต่วันที่ 1 - 30 เมษายน 61 เพื่ออำนวยความสะดวกและมอบเป็นของขวัญให้กับลูกค้าผู้ถือบัตรธนาคารกรุงเทพที่ทำธุรกรรมผ่านตู้บัวหลวงเอทีเอ็มในช่วงเทศกาลปีใหม่ไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTB) ไม่คิดค่าธรรมเนียมการโอนเงินข้ามเขต หรือโอนต่างธนาคารแบบทันที จ่ายบิลค่าสินค้าและบริการ บริการเติมเงิน ผ่าน KTB netbank ตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค. จนถึงสิ้นปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอุษณีย์ ลิ่วรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า จากการที่ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งได้ประกาศยกเลิกค่าธรรมเนียม คาดว่าจะเป็นผลกระทบต่อรายได้ค่าธรรมเนียมในระยะสั้นเท่านั้น เพราะในระยะยาวธนาคารจะได้รับประโยชน์จากฐานลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ในอนาคตจะมีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มาเสริมลูกค้ากลุ่มนี้ได้ นอกจากนี้ มองว่าไม่มีผลต่อภาพรวมกำไรกลุ่มธนาคาร เนื่องจากอยู่ในแผนการดำเนินงานของธนาคารอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6034</URL_LINK>
                <HASHTAG>BBL, KBANK, KTB, SCB, ค่าธรรมเนียม, ธนาคาร, ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์, ยกเว้นค่าธรรมเนียม, แอพพลิเคชั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180329/image_big_5abc3cf95e7b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5895</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2018 15:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2018 15:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อภิสิทธิ์&#039;เปิดตัวแอพฯ &#039;D-Connect&#039;อำนวยความสะดวกการยืนยันเป็นสมาชิกปชป.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มี.ค.61- นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สาธิตขั้นตอนการยืนยันความป็นสมาชิกพรรคซึ่งพรรคประชาธิปัตย์จะเปิดให้สมาชิกพรรคเข้ายืนยันการเป็นสมาชิกพรรคกับหัวหน้าพรรคได้ตั้งแต่วันที่ 1 - 30 เม.ย. โดยพรรคได้จัดทำแอพพลิเคชั่นชื่อ &amp;quot;D-Connect&amp;quot; เพื่ออำนวยความสะดวกในขั้นตอนการยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคโดยอ้างอิงจากเลข 13 หลักในบัตรประะจำตัวประชาชนซึ่งระบบจะดึงข้อมูลสมาชิกจากฐานข้อมูลของกกต. รวมทั้งสามารถโอนเงินชำระค่าสมาชิกพรรคโดยผ่านระบบคิวอาร์โค๊ดได้ด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ติดปัญหา 3 เรื่อง คือ 1 กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กำหนดว่าต้องมีสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านมายืนยันด้วย ซึ่งเป็นการเพิ่มภาระโดยไม่จำเป็น และสวนทางกับสิ่งที่รัฐบาลพยายามโฆษณาเรื่องไทยแลนด์สี่จุดศูนย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.เมื่อแอพพลิเคชั่นข้อมูลครบพร้อมให้สมาชิกเซ็นต์ชื่อบนจอเป็นลายเซ็นต์อิเล็คทรอนิกส์เก็บเป็นข้อมูลได้ ซึ่งเป็นการยืนยันเจตนารมณ์ความเป็นสมาชิกแล้ว แต่กกต.ก็ยังไม่รับรอง ทำให้ต้องย้อนมาใช้กระดาษส่งกลับไปให้กกต. จึงขอเรียกร้องไปยังกกต.ให้ขจัดอุปสรรคส่วนนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.แอพพลิเคชั่นที่เตรียมไว้สามารถทำเรื่องการโอนเงินได้ด้วย คือไม่ต้องชำระเป็นเงินสดแต่ถ้ามีโทรศัพท์และโหลดแอพพลิเคชั่นนี้แล้วก็โอนค่าสมาชิกดพรรคได้เลย แต่ติดปัญหาว่าธนาคารไม่ยอมให้ทำระบบนี้ เ นื่องจากต้องมีการประชุมกรรมการบริหารพรรคว่าให้ทำได้แต่ติดที่คสช.ยังไม่อนุญาตให้ประชุมได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า หวังว่าการประชุมกกต.กับพรรคการเมืองในวันพรุ่งนี้จะให้คำตอบได้ว่าจะปฏิรูปการเมืองให้ประชาชนมีส่วนกับการพัฒนาบริหารพรรคการเมืองจริงหรือไม่ ถ้าจริงขอเรียกร้องให้ขจัดอุปสรรคทั้งสามข้อนี้ให้ประชาชนเป็นสมาชิกพรรคได้ง่าย แต่ไม่ว่าจะได้คำตอบหรือไม่จะสื่อสารไปยังสมาชิกพรรคทั่วประเทศว่าเตรียมระบบนี้ไว้รองรับการยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคไว้แล้ว และขอเชิญชวนให้มายืนยันความเป็นสมาชิกพรรค ณ ที่ทำการพรรคสำนักงานใหญ่ และสำนักงานสาขาพรรคทั่วประเทศ 263 จุด ซึ่งต่อไปจะพยายามเพิ่มให้เป็น 350 จุด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่มีพรรคการเมืองตั้งใหม่จะแย่งสมาชิกพรรคไปหรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่หนักใจเพราะเป็นทางเลือกของประชาชนที่จะตัดสินใจอยู่พรรคการเมืองไหนก็ได้ แต่รับไม่ได้หากสมาชิกพรรคต้องขาดจากความเป็นสมาชิกพรรคเพราะกฎ ระเบียบ กติกา ของคสช.และกกต.ที่ไม่เอื้ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคต่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้ากกต.และคสช.อยากเห็นการปฏิรูปการเมืองที่พรรคการเมืองเป็นของประชาชนอย่างแท้จริงก็มีหน้าที่อำนวยความสะดวกให้คนสมัครและกลับมาเป็นสมาชิกได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่สร้างอุปสรรคโดยไม่จำเป็น เพราะเท่ากับไม่ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับพรรคอย่างแท้จริง&amp;quot; นายอภิสิทธิ์ กล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5895</URL_LINK>
                <HASHTAG>D-Connect, ประชาธิปัตย์, มาร์ค อภิสิทธิ์, ยืนยันการเป็นสมาชิกพรรค, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, แอพพลิเคชั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180327/image_big_5aba014105fda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
