<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111035</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2021 13:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2021 13:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิด-19 ระบาดทำคนอดอยากเพิ่ม10%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;U.N.หรือองค์การสหประชาชาติ ได้ออกมาเตือนว่าในช่วงการระบาดโควิด-19 นั้น ประชากรของโลกร้อยละ 10 นั้น กำลังเป็นโรคขาดสารอาหาร เพราะความหิวพุ่งขึ้นสูงในช่วงของการระบาด โดย U.N.ได้ออกมาเตือนเมื่อช่วงวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า การระบาดของไวรัสโคโลน่านั้น สร้างความเลวร้ายเป็นอย่างมาก เพราะนั่นทำให้คนต้องเผชิญกับความหิวโหย อีกทั้งการขาดแคลนอาหารนั้นเริ่มรุนแรงมากขึ้น จากปัญหาโควิด-19 โดยได้รายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคง ทางอาหารและโภชนาการโลก ประจำปี 2564 หรือ (State of Food Security and Nutrition in the World) ว่า ปัจจัยของโรคโควิด-19 นั้น ทำให้ประชากรขาดสารอาหารคิดเป็น 10% &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;รายงานที่รวบรวมเป็นประจำทุกปี โดยหน่วยงานต่างๆ ของสหประชาชาติ กล่าวว่า &amp;ldquo;ความหิวโหยได้เริ่มคืบคลานสูงขึ้นเรื่อยๆตั้งแต่ในปี 2553-2558 แต่ปีที่แล้วความหิวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตามสัดส่วน และแซงหน้าการเติบโตของประชากรโลกก็ว่าได้ ทั้งนี้ผลการรายงานยังพบอีกว่าในช่วงปี 2020 ที่โควิด-19 เริ่มเกิดขึ้นกระทั่งถึงปัจจุบัน ทำให้คนขาดสารอาหารคิดเป็นร้อยละ 10% ถ้าเทียบกับความอดยากอาหารในปี 2019 อยู่ที่ร้อยละ 8.4%&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทั้งนี้รายงานตัวเลขแบ่งตามภูมิภาค โดยระบุว่าผู้คนที่ขาดสารอาหารมากกว่าครึ่งหนึ่ง อาศัยอยู่ในเอเชีย แต่ความหิวโหยที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุด คือในประเทศแอฟริกา และความชุกของภาวะขาดสารอาหารโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 21% ของประชากร ซึ่งนั้นมากกว่าภูมิภาคอื่นถึง 2 เท่า&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าประชากรโลกนั้น ไม่มีความมั่นคงทางด้านอาหาร และภาวะดังกล่าวรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะจากความหิวโหยที่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 12 พูดง่ายๆว่าการที่พวกเขาได้กินอาหารอิ่มท้อง อยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่พวกเขาควรจะได้บริโภคอาหารที่ดีและมีประโยชน์ ทั้งนี้ในปี 2020 มีผู้ที่อดยากและหิวโหยคิดเป็น 928 ล้านคน ขณะที่ปี&amp;nbsp; 2019 มีเพียง 148 ล้านคน ซึ่งเป็นความอดยากที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ข้อมูลจากรายงานระบุว่า มีหลายปัจจัยที่ผลักดันให้เกิดความหิวโหยเพิ่มขึ้น ซึ่งรวมถึงความขัดแย้งและผลกระทบจากสภาพอากาศ เช่นเดียวกับผลผลิตที่ต่ำ และห่วงโซ่อุปทานอาหาร หรือขั้นตอนการผลิตอาหารที่ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนอาหารสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ดร.ชาร์ลส์ โอวูบาห์ หัวหน้าผู้บริหารของ Action Against Hunger องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรและทำงานด้านการจัดการ เกี่ยวกับปัญหาความอดยากของโลก บอกว่า &amp;ldquo;ความหิวเกิดขึ้นจากเหตุและผลของความขัดแย้ง โดยสังเกตว่าประมาณ 60% ของคนหิวโหยของโลก ส่วนมากอาศัยอยู่ในประเทศที่มีความอดอยาก อาวุธสงคราม เพราะปัญหาดังกล่าวจะนำมาซึ่ง ข้อพิพาทเรื่องอาหาร น้ำ หรือทรัพยากรที่จำเป็นในการผลิตอาหาร และนั่นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ความหิวโหยทั่วโลก พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ แต่ทว่าก็เป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจ สำหรับประชากรที่ต้องอาศัยอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง สู้รบกัน นอกจากนี้ยังรวมถึงเรื่องของสภาพภูมิอากาศโลกที่เปลี่ยนแปลง กระทั่งกระทบต่อแหล่งอาหาร รวมถึงโรคติดต่ออย่างโควิด-19 ที่ทำให้ความอดอยาก และหิวโหยเพิ่มขึ้นเช่นกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ดร. โอวูบาห์ บอกอีกว่า &amp;ldquo;ปัจจัยเหล่านี้เป็นจุดอ่อนที่ซ่อนอยู่ในระบบสุขภาพ อาหาร และการคุ้มครองทางสังคมแย่ลงไปอีก อีกทั้งความหิวโหยยังคุกคามชีวิตของสมาชิก ที่เปราะบางที่สุดในสังคม ซึ่งกำลังดิ้นรนเอาชีวิตรอดอยู่แล้ว&amp;rdquo; แต่ประเด็นสำคัญในรายงาน คือปัจจัยประกอบของการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ซึ่งทำลายเศรษฐกิจของหลายประเทศ และมีผลกระทบร้ายแรงต่อประเทศที่อ่อนแออยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชียและแอฟริกา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ท้ายการรายงานสรุประบุว่า ในขณะที่ยังไม่สามารถระบุจำนวน ผลกระทบของการระบาดใหญ่ของ COVID-19 ในปี 2020 ได้อย่างเต็มที่ แต่เรามีความกังวลเกี่ยวกับเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบจำนวนหลายล้านคน ที่ได้รับผลกระทบจากการแคระแกร็น (149.2 ล้านคน) ขาดโอกาสการเข้าถึงอาหารที่ดี (45.4 ล้านคน) หรือมีน้ำหนักเกิน (38.9 ล้านคน) ภาวะทุพโภชนาการในเด็กยังคงเป็นความท้าทาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111035</URL_LINK>
                <HASHTAG>Action Against Hunger, State of Food Security and Nutrition in the World, U.N., การแคระแกร็น, ขาดแคลนอาหาร, ความหิวโหย, ความอดยาก, ดร.ชาร์ลส์ โอวูบาห์, ภาวะทุพโภชนาการ, องค์การสหประชาชาติ, เอเชีย, แอฟริกา, โรคขาดสารอาหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210725/image_big_60fd0345d1bea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109837</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2021 17:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2021 17:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จัดตั้งศูนย์แสดงสินค้าและกระจายสินค้าไทย-แอฟริกา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวกรชวัล สมภักดี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอส.พี.ดี เอ็นเตอร์ไพร์ซ จำกัดและนายปกรณ์ ปั้นลี้ นายกสมาคมความสัมพันธ์ไทย แอฟริกา และประธาน บริษัท kenthai global steering limited ร่วมพิธีลงนามการจัดทำบันทึกตกลงทางด้านความร่วมมือร่วมกับพันธมิตรทางการค้าระหว่างประเทศ ไทย-แอฟริกา ในการจัดตั้งศูนย์แสดงสินค้าและกระจายสินค้าไทย-แอฟริกา ณ กรุง ไนโรบี ประเทศเคนยาและกรุงเทพ ประเทศไทย เพื่อสนับสนุนช่องทางการตลาดสินค้าทางการเกษตรของไทยและแอฟริกา ณ อาคารFriend Zone อ.เมือง จ.นนทบุรี เมื่อเร็วๆนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109837</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;กษัตริยมหาราชในดวงใจไทยนิรันดร์&quot;, ตลาดสินค้าทางการเกษตร, นางสาวกรชวัล สมภักดี, นายปกรณ์ ปั้นลี้, บริษัท kenthai global steering limited, บริษัท เอส.พี.ดี เอ็นเตอร์ไพร์ซ จำกัด, พันธมิตรทางการค้าระหว่างประเทศ, ลงนามการจัดทำบันทึกตกลง, ศูนย์แสดงสินค้าและกระจายสินค้าไทย-แอฟริกา, สมาคมความสัมพันธ์ไทย แอฟริกา, แอฟริกา, ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60f00f86e9f1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106681</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2021 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2021 13:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เที่ยวแอฟริกาครั้งแรก‘ฟลุค-นาตาลี’ก็ปรี๊ดแล้ว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปล่อยทีเด็ดส่งท้ายฝรั่งเศสทิพย์ ฟลุค-เกริกพล มัสยวาณิช กับ ลี-นาตาลี เจียรวนนท์ จัดเต็มโมเมนต์โรแมนติก โดยมีฉากหลังสุดปังเป็นหอไอเฟลยามค่ำคืน ต่อด้วยควงแขนขึ้นเขาเสพบรรยากาศย่านศิลปะในตำนาน ที่จิตรกรเอกของโลก ปีกัสโซ เคยมานั่งวาดภาพ! แต่ใช่จะมีแต่โมเมนต์หวานๆ งานนี้ยังหนีเที่ยวกันต่อที่โมร็อกโก ครั้งแรกในทวีปแอฟริกาของทั้งคู่ที่ทำเอาถึงกับปรี๊ด! &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เกิดอะไรขึ้น? ห้ามพลาด &amp;ldquo;หนีเที่ยวกัน&amp;rdquo; วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายนนี้ เวลา 08.30 น. ทาง Workpoint ช่อง 23 ดูย้อนหลังได้ทาง YouTube Flukelee FlukeLee - YouTube และไปหนีเที่ยวกันแบบ unlimited ที่เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/nheetiew/ และอินสตาแกรม @nheetiewgun.th&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106681</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฝรั่งเศส, ฟลุค-เกริกพล มัสยวาณิช, ลี-นาตาลี เจียรวนนท์, แอฟริกา, โมร็อกโก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210617/image_big_60caedea6c2d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84595</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หลักแบ่งแยกแล้วปกครอง (divide and rule)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ : ลักษณะเส้นแบ่งแผนที่ประเทศในแอฟริกา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0cm; text-align:center&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือการทำให้ศัตรูอ่อนแอด้วยการยุยงปลุกปั่น ให้คนในสังคมขัดแย้งกันอย่างรุนแรง ไม่อาจหาทางออกด้วยสันติวิธี เพื่อเจ้าของยุทธศาสตร์จะเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์ เช่น เข้าไปมีอิทธิพลครอบงำปกครอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลักแบ่งแยกแล้วปกครอง (divide and rule หรือ divide and conquer) คือการทำให้ศัตรูอ่อนแอด้วยการยุยงปลุกปั่น สร้างความแตกแยก บ่อนทำลายความสามัคคี คนในสังคมขัดแย้งกันอย่างรุนแรง ไม่อาจหาทางออกด้วยสันติวิธี เกิดการต่อสู้ทางความคิดจนถึงขั้นใช้อาวุธสงคราม เพื่อเจ้าของยุทธศาสตร์จะเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์ เช่น เข้าไปมีอิทธิพลครอบงำ ยึดครอง ปกครอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรณีศึกษาจากประวัติศาสตร์ : &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลักแบ่งแยกแล้วปกครองเป็นที่นิยมใช้ตั้งแต่โบราณกาล การศึกษาตัวอย่างจากประวัติศาสตร์ช่วยให้เข้าใจมากขึ้น ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรณีการแบ่งแยกออตโตมัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ออตโตมันอยู่ฝ่ายเยอรมนีและเป็นผู้ครอบครองอาหรับ รัฐบาลอังกฤษสัญญาว่าจะให้อาณาจักรอาหรับ (Arab kingdom) เป็นอิสระจากออตโตมัน ผู้นำอาหรับสมัยนั้น ฮุสเซน บิน อะลี (Hussein bin Ali, 1856-1931) จึงนำชาวอาหรับต่อต้านพวกเติร์ก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พวกเติร์ก (Turks - สายเจ้าผู้ปกครองออตโตมัน) กับพวกอาหรับ (Arabs) แม้มีศาสนาอิสลามร่วม แต่ด้วยความแตกต่างทางเชื้อชาติ ประวัติศาสตร์ ความต้องการส่วนตัวของผู้ปกครองจึงเกิดความบาดหมาง ในสมัยนั้นดินแดนชายฝั่งติดทะเลของคาบสมุทรอาระเบียเป็นของออตโตมันเกือบหมด ยกเว้นคูเวต โอมาน และฝั่งติดทะเลภาคใต้ ดินแดนที่เป็นซีเรียเดิมซึ่งประกอบด้วยซีเรีย อิรัก จอร์แดน เลบานอน อิสราเอลเป็นของออตโตมันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลอังกฤษกับฝรั่งเศสหวังใช้สงครามเพื่อแยกจักรวรรดิออตโตมันให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย หนึ่งในยุทธศาสตร์ที่ใช้คือสนับสนุนพวกชาตินิยมอาหรับ เพื่อให้คนท้องถิ่นทำสงครามต่อต้านออตโตมัน โดยที่อังกฤษกับฝรั่งเศสไม่คิดจะให้อาหรับเป็นอิสระอย่างแท้จริง รัฐบาลอังกฤษกับฝรั่งเศสซึ่งเป็นนักล่าอาณานิคมใช้ &amp;ldquo;ลัทธิชาตินิยมที่มีเป้าหมายปลดปล่อยตัวเองจากการเป็นอาณานิคม&amp;rdquo; เป็นเครื่องมือล่าอาณานิคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในมุมอาหรับเป็นช่วงที่ลัทธิชาตินิยมอาหรับมาแรง อาจมีอิทธิพลไม่น้อยกว่าศาสนา เพราะออตโตมันนับถืออิสลามเช่นเดียวกัน แต่พวกอาหรับยังต้องการเป็นประเทศเอกราช พ้นจากอำนาจผู้ปกครองเติร์ก เกิดสงครามเข่นฆ่าระหว่างมุสลิมด้วยกันเอง และเมื่อเยอรมนีแพ้สงคราม สิ้นจักรวรรดิออตโตมัน อังกฤษมิได้รักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับพวกอาหรับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรณีอังกฤษแบ่งแยกอินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อินเดียมีแผ่นดินกว้างใหญ่ ประชากรมหาศาล รัฐบาลอังกฤษผู้เป็นเจ้าอาณานิคมใช้วิธีทำให้อินเดียอ่อนแอด้วยการสร้างความเกลียดชังในหมู่คนอินเดียด้วยกัน คนอินเดียจมอยู่ในความขัดแย้งกันเองแทนที่จะร่วมกันต่อต้านอังกฤษที่เข้ามาปกครองพวกตน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิธีการของรัฐบาลอังกฤษเริ่มต้นด้วยการทำสำมะโนประชากรแยกแยะว่าใครอยู่ที่ไหน ชาติพันธุ์ใด นับถือศาสนานิกายใด อังกฤษสอนให้คนอินเดียยึดมั่นชาติพันธุ์ศาสนานิกายของตน แต่เดิมอินเดียเป็นพหุสังคมมีศาสนานิกายมากมาย แม้มีความขัดแย้งแต่ยังอยู่ร่วมกันได้ มาบัดนี้ความขัดแย้งทั้งจากชาติพันธุ์ นิกายศาสนากำลังบาดลึกรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การสร้างความขัดแย้งในหมู่ชนชั้นปกครองเป็นอีกวิธีที่ใช้ รวมทั้งยุยงให้คนท้องถิ่นเกลียดชังชนชั้นปกครอง เช่น ที่เบงกอล (Bengal - แถบบังกลาเทศในปัจจุบัน) ประชาชนประท้วงร้องขอให้คนท้องถิ่นมีส่วนปกครองมากขึ้น รัฐบาลอังกฤษสนับสนุนคนท้องถิ่นที่ส่วนใหญ่เป็นมุสลิมผู้ยากไร้ลุกขึ้นต่อต้านผู้ปกครองที่เป็นคนเชื้อสายอินเดียที่นับถือศาสนาฮินดู&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สังเกตว่ารัฐบาลอังกฤษใช้เหตุผลที่ดูดี คือให้คนยากจนต่อต้านคนมั่งมี ประชาชนมีอำนาจปกครองตนเองมากขึ้น และประเด็นความแตกต่างทางศาสนา แต่เป้าหมายเบื้องหลังที่อังกฤษต้องการไม่ใช่เรื่องลดความเหลื่อมล้ำ ให้เสรีประชาธิปไตย แต่ให้ประเทศอินเดียวุ่นวายเพื่อตนจะได้ปกครองต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลประการหนึ่งที่ตามมาคือเกิดพรรคมุสลิมที่ต่อต้านพรรคของพวกฮินดูในรัฐสภา เกิดขบวนการเคลื่อนไหวของมุสลิมทั่วประเทศ เรียกร้องสิทธิมุสลิมตามแนวทางของ Mohammed Ali Jinnah และเกิดกระแสแบ่งแยกดินแดนอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฝ่ายฮินดูตอบโต้ด้วยการจัดตั้งกลุ่มเคลื่อนไหวของตนที่เรียกว่า Hindu Mahasabha เพื่อรักษาสิทธิของพวกฮินดูบ้าง พวกมุสลิมกับฮินดูที่เคลื่อนไหวต่างชิงชังต่อกัน ประเทศชาติอ่อนแอ เป็นเหตุผลที่อังกฤษเจ้าอาณานิคมสามารถฉกฉวยผลประโยชน์จากประเทศใหญ่โตนี้ถึง 90 ปี และลงเอยด้วยอินเดียถูกแบ่งแยกดินแดนออกไป เกิดปากีสถานกับบังกลาเทศ (ชื่อเดิมปากีสถานตะวันออก) ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรณีแบ่งแยกอาณานิคมแอฟริกาของฝรั่งเศส&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ค.ศ.1958 รัฐบาลฝรั่งเศสเห็นสมควรปลดปล่อยอาณานิคมของตนในแอฟริกา แต่การปลดปล่อยใช้ยุทธศาสตร์แบ่งแยกแล้วปกครอง แบ่งแอฟริกาตะวันตกของฝรั่งเศส (French West Africa) และอาณานิคมแอฟริกาที่อยู่บริเวณเส้นศูนย์สูตร (French Equatorial Africa federations) ออกเป็น 13 ประเทศ ยาพิษร้ายแรงที่รัฐบาลฝรั่งเศสทิ้งไว้คือประเทศที่แบ่งใหม่ประกอบด้วยหลายชาติพันธุ์ คนเหล่านี้ไม่คุ้นกับการมีผู้นำร่วม รัฐบาลที่สามารถควบคุมให้ประเทศมีเสถียรภาพคือรัฐบาลที่ใช้หลักอำนาจนิยม ผลเสียคือบางครั้งได้ผู้นำที่ไม่ได้เอาใจใส่ประชาชนทุกกลุ่ม เกิดรัฐประหารบ่อยครั้ง เกิดสงครามกลางเมืองอยู่เสมอ เป็นเหตุผลหนึ่งที่ประเทศยากจนพัฒนาไม่ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในกรณีนี้การแบ่งแยกแล้วปกครองคือจัดแบ่งสังคมในลักษณะไม่เอื้อต่อการปกครอง จำต้องให้อดีตเจ้าอาณานิคมช่วยเหลือต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; Thomas C. Mountain ชาวแอฟริกาตั้งข้อสังเกตว่าการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยตะวันตก คือการแบ่งแยกแล้วปกครอง ยุยงให้สังคมแตกแยกต่อสู้กันเอง บางครั้งลงเอยด้วยสงครามกลางเมือง ทำให้แอฟริกาอ่อนแอไม่จบไม่สิ้น เป็นยุทธศาสตร์ของพวกจักรวรรดินิยม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; Mountain อธิบายว่าก่อนใช้ระบอบประชาธิปไตย ประเพณีของชาวบ้านคือการพูดคุยหาทางออกด้วยฉันทามติ (consensus) ไม่มีใครได้ทุกอย่างหรือเสียทุกอย่าง ทุกคนยอมรับฉันทามติ การเลือกผู้นำในหลายประเทศใช้วิธีปรึกษาหารือจนทุกคนยอมรับว่าจะให้ใครขึ้นเป็นผู้นำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าหลักคิดประชาธิปไตยคือทำในสิ่งที่ประชาชนต้องการ ชาวแอฟริกาขอเลือกที่จะไม่เอาระบอบประชาธิปไตยแบบตะวันตก ประชาธิปไตยไม่มีประโยชน์ถ้าไม่ช่วยให้คนอิ่มท้อง ได้สวมใส่เสื้อผ้าให้อบอุ่น เมื่อป่วยแล้วได้รับการรักษา ชีวิตที่สงบสุขตามอัตภาพคือสิ่งที่ประชาชนต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประชาธิปไตยเป็นรูปแบบการปกครองที่น่าสนใจ หลายประเทศใช้ได้ผลดี แต่ทุกวันนี้นักวิชาการยอมรับแล้วว่าจะได้ผลดีมากน้อยขึ้นกับวัฒนธรรมสังคม บริบทแวดล้อมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแก้เกมแบ่งแยกแล้วปกครอง :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฝ่ายจักรวรรดินิยม นักล่าอาณานิคมผู้รุกรานหวังสร้างความแตกแยกจากประเด็นที่ปลุกเร้าได้ เช่น ใช้กระแสชาตินิยมปลุกเร้าแบ่งแยกชาติพันธุ์ ใช้ความยากจนปลุกเร้าให้ต่อต้านชนชั้นปกครองผู้มั่งมี และใช้ประเด็นความแตกต่างทางศาสนาความเชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในการสร้างความจงเกลียดจงชังจำต้องยุยงปลุกปั่นให้เกิดความอารมณ์แรงกล้า เช่น จากที่เคยอยู่ร่วมกันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยมาเป็นการพยายามเรียกร้องสิทธิของตนเอง ยอมตายเพื่อชาติหรือลัทธิที่ยึดถือ สามารถฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อื่นหรือคนอื่นที่คิดต่าง หากจะแก้ปัญหาความยากจนต้องใช้วิธีทำลายคนร่ำรวย อยู่ร่วมในหมู่บ้านสังคมเดียวกันไม่ได้อีกแล้วถ้านับถือคนละศาสนานิกายความเชื่อ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้รุกรานพยายามสร้างกระแสความคิดการทำลายล้าง ทางออกต้องเริ่มด้วยการเข้าใจแผนแบ่งแยกแล้วปกครอง เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ ตื่นตัวพัฒนาตนเองไม่สิ้นสุด สร้างสังคมที่ทุกคนอยู่ได้แม้คิดต่าง เห็นต่าง ชอบต่าง ทุกฝ่ายที่เห็นต่างต้องถอยคนละก้าว ปรับปรุงพัฒนาตัวเองให้อีกฝ่ายยอมรับได้มากขึ้น แม้มีสิทธิแต่ยอมสละบางส่วนเพื่อส่วนรวม ให้ความสำคัญกับการอยู่รอดของสังคมส่วนรวม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;การให้&amp;rdquo; เป็นวิธีที่ทุกคนทำได้ เริ่มจากให้ความรักความเมตตา (แทนความเกลียดชัง) ไม่คิดว่าตัวเองดีที่สุดเก่งที่สุด (คนอื่นมีดีเหมือนกันเพียงแต่ต่างรสนิยม) ยึดหลักนิติธรรม คนที่มีมากกว่าควรให้คนขัดสน (คนมีมากกว่าไม่จำต้องเป็นเศรษฐี คนมีข้าวกิน 3 มื้อควรแบ่งให้คนที่มีน้อยกว่า) การช่วยเหลือแบ่งปันต้องเป็นวัฒนธรรมสังคม ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์โดยไม่แบ่งชาติพันธุ์ศาสนานิกาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การลงมือทำเท่าที่นั้นคือคำตอบ. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84595</URL_LINK>
                <HASHTAG>สถานการณ์โลก, แอฟริกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e089f896a7c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16737</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2018 21:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2018 21:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนใจป้ำ เสนอเงินช่วยแอฟริกาอีก 1.9 ล้านล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ของจีน ประกาศต่อที่ประชุมสุดยอดกับผู้นำประเทศแอฟริกาที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันจันทร์ว่า การลงทุนของจีนในทวีปนั้น &amp;quot;ไม่มีข้อผูกมัดทางการเมืองใดๆ&amp;quot; พร้อมให้คำมั่นช่วยเหลือด้านการพัฒนาก้อนใหม่อีก 60,000 ล้านดอลลาร์ (กว่า 1.96 ล้านล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน (กลาง แถวหน้า) ถ่ายภาพหมู่กับผู้นำประเทศจากทวีปแอฟริกา ระหว่างการประชุมว่าด้วยความร่วมมือจีน-แอฟริกา ที่มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2561 /&amp;nbsp; AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 3 กันยายน 2561 ว่า ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงเสนอให้เงินทุนช่วยเหลือก้อนโตนี้ในการประชุมวันแรกของเวทีประชุมสุดยอดผู้นำจีน-แอฟริกา นาน 2 วันที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งเน้นเกี่ยวกับโครงการความริเริ่มเส้นทางสายไหมใหม่ของจีน เงินช่วยเหลือจำนวนนี้ซึ่งจีนจะมอบให้ในช่วงเวลา 3 ปี เพิ่มเติมจากเงินก้อนเก่าที่จีนเสนอให้เมื่อปี 2558 จำนวนเท่ากันที่ 60,000 ล้านดอลลาร์
2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความช่วยเหลือจำนวนมหาศาลนี้มีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงการเข้าถึงตลาดและทรัพยากรในต่างแดนของจีน และส่งเสริมอิทธิพลของจีนภายนอกประเทศด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้จีนได้ให้เงินกู้แก่หลายประเทศในทวีปเอเชียและแอฟริกาเป็นเงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์มาแล้ว เพื่อใช้ในโครงการสร้างถนน, ทางรถไฟ, ท่าเรือ และโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานอื่นๆ แต่นักวิจารณ์หลายคนเตือนว่า โครงการเหล่านี้ทำให้บางประเทศกำลังมีหนี้สินก้อนโต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สียืนกรานต่อวงเสวนากับบรรดาผู้นำประเทศและผู้แทนธุรกิจจากแอฟริกาก่อนหน้าการประชุมสุดยอดว่า การลงทุนของจีนในแอฟริกาไม่ได้พ่วงเงื่อนไขผูกมัดทางการเมืองแต่อย่างใด ความร่วมมือของจีนกับแอฟริกานั้นชัดเจนว่ามีเป้าหมายที่คอขวดซึ่งเป็นจุดติดขัดสำคัญต่อการพัฒนาทรัพยากรสำหรับความร่วมมือของจีนจะไม่ใช้สำหรับโครงการที่เป็นหน้าเป็นตา แต่จะใช้สำหรับโครงการที่จำเป็นที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ผู้นำจีนยอมรับว่า มีความจำเป็นต้องพิจารณาถึงความอยู่รอดในเชิงพาณิชย์ของโครงการเหล่านี้ และต้องมั่นใจว่าการเตรียมการนั้นมีความเสี่ยงต่ำในด้านการลงทุน และต้องทำให้ความร่วมมือยั่งยืนมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า โครงการเส้นทางสายไหมใหม่ &amp;quot;หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง&amp;quot; นี้ ไม่ใช่แผนเพื่อสร้างสโมสรหรือกลุ่มอภิสิทธิ์เหนือประเทศใด แต่เป็นโครงการเพื่อการเปิดกว้างยิ่งขึ้น, การแบ่งปัน และผลกำไรของทั้งสองฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาสีได้ประกาศต่อพิธีเปิดการประชุมว่าด้วยความร่วมมือจีน-แอฟริกา (FOCAC) ว่าจีนจะให้เงินทุน 60,000 ล้านดอลลาร์ สำหรับความริเริ่ม 8 โครงการช่วง 3 ปีข้างหน้า มีตั้งแต่ด้านการส่งเสริมอุตสาหกรรม, การก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน และทุนการศึกษาสำหรับเยาวชนชาวแอฟริกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำจีนเสริมด้วยว่า พวกประเทศที่ด้อยพัฒนาที่สุด, มีหนี้สินมากที่สุด และจนที่สุด จะได้รับการยกเว้นหนี้ที่เกิดในรูปเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยของจีนซึ่งจะมีกำหนดชำระภายในสิ้นปี 2561 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการศึกษาโดยศูนย์เพื่อการพัฒนาโลก ซึ่งหน่วยงานคลังสมองจากสหรัฐ พบว่ามี &amp;quot;ความห่วงกังวลร้ายแรง&amp;quot; เกี่ยวกับความยั่งยืนของหนี้สาธารณะใน 8 ประเทศจากเอเชีย, ยุโรป และแอฟริกาที่ได้รับเงินทุนจากโครงการหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทางของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน (ขวา) และไซริล รามาโฟซา ประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ นั่งใกล้กันในที่ประชุมวันแรก /&amp;nbsp; AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านไซริล รามาโฟซา ประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ กล่าวปกป้องการเข้ามามีบทบาทของจีนในทวีปแอฟริกาว่า FOCAC ปฏิเสธทัศนะที่ว่า ลัทธิล่าอาณานิคมใหม่กำลังเข้าเกาะกุมแอฟริกา เหมือนที่พวกชอบกล่าวร้ายต้องการให้เราเชื่อเช่นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนที่แล้ว ระหว่างที่นายกฯ มหาเธร์ โมฮัมหมัด ของมาเลเซียมาเยือนจีน เพื่อประกาศยกเลิกโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานมูลค่า 22,000 ล้านดอลลาร์ที่จีนเป็นทุนใหญ่ มหาเธร์ได้กล่าวเตือนเกี่ยวกับ &amp;quot;เวอร์ชั่นใหม่ของลัทธิล่าอาณานิคม&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16737</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ทางสายไหมใหม่, ล่าอาณานิคมใหม่, สีจิ้นผิง, หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง, เงินช่วยเหลือ, แอฟริกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180903/image_big_5b8d4102644dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10277</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2018 21:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2018 21:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มชาติแอฟริกาเตรียมหารือ ใช้ &#039;หยวน&#039; เป็นสกุลทุนสำรอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่รัฐบาลและธนาคารกลางของ 14 ประเทศแอฟริกาจะหารือกันในเวทีประชุมที่กรุงฮาราเร ถึงความเป็นไปได้ในการใช้เงินสกุลเหรินหมินปี้หรือหยวนของจีน เป็นเงินทุนสำรองของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานสำนักข่าวซินหัวของทางการจีนเมื่อวันอังคารที่ 29 พฤษภาคม 2561 อ้างแถลงการณ์ของสถาบันบริหารจัดการการเงินและเศรษฐศาสตร์มหภาคแห่งแอฟริกาตะวันออกและใต้ (MEFMI) ว่าเจ้าหน้าที่และนักการธนาคารของธนาคารกลางจากประเทศในภูมิภาคนี้จะประชุมกันที่กรุงฮาราเรของซิมบับเว เกี่ยวกับการใช้เงินสกุลหยวนของจีนเป็นทุนสำรองของประเทศเหล่านี้ โดยการประชุม 2 วันในวันอังคารและพุธยังจะมีเจ้าหน้าที่ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งแอฟริกาเข้าร่วมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลาดิส สิเวลา-จาดากู โฆษกของ MEFMI กล่าวว่า ประเทศส่วนใหญ่ในกลุ่ม MEFMI กู้เงินหรือได้เงินให้เปล่าจากจีน จึงสมเหตุสมผลในทางเศรษฐกิจที่จะจ่ายคืนในรูปของเงินเหรินหมินปี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;MEFMI ประกอบด้วย แองโกลา, บอตสวานา, บุรุนดี, เคนยา, เลโซโท, มาลาวี, โมซัมบิก, นามิเบีย, รวันดา, สวาซิแลนด์, แทนซาเนีย, ยูกันดา, แซมเบีย และซิมบับเว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อต้นปีนี้ ธนาคารหลายแห่งในยุโรปก็เพิ่งเปิดเผยแผนการจะใช้เงินสกุลหยวนเป็นส่วนหนึ่งของทุนสำรองระหว่างประเทศ ซึ่งขับเน้นถึงอิทธิพลที่เพิ่มมากขึ้นของสกุลเงินหยวนในฐานะสกุลทุนสำรองระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิเวลา-จาดากูกล่าวด้วยว่า ในฐานะที่จีนเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของมากกว่า 130 ประเทศ สิ่งท้าทายหลักๆ สำหรับประเทศแอฟริกาก็คือ ทำอย่างไรจึงจะได้ประโยชน์จากรูปแบบการค้าขายระหว่างประเทศแบบใหม่นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่เงินสกุลหยวนของจีนมีเสถียรภาพมากขึ้นในปีนี้ ช่วยส่งเสริมเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของจีนที่ต้องการให้หยวนเป็นเงินสกุลหลักของการปริวรรตเงินตราต่างประเทศของโลก และช่วยกระตุ้นให้ต่างชาติซื้อตราสารหนี้และหุ้นของจีนเพิ่มมากขึ้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10277</URL_LINK>
                <HASHTAG>MEFMI, จีน, ทุนสำรอง, สกุลเงิน, หยวน, เหรินหมินปี้, แอฟริกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180529/image_big_5b0d6122657ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
