<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>8525</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2018 20:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2018 20:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหยื่อสังเวยพายุอินเดียพุ่งเกิน 140 ศพ แอฟริกาตะวันออกก็อ่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ยอดผู้สังเวยพายุฝุ่นและพายุฝนฟ้าคะนองในอินเดียเพิ่มเป็นมากกว่า 140 คนในวันศุกร์ พยากรณ์อากาศเตือนยังมีพายุต่อเนื่องถึงวันอังคาร ส่วนที่แอฟริกาตะวันตก หลายประเทศเผชิญฝนตกน้ำท่วม คร่าชีวิตคนแล้วหลายร้อยคนนับแต่ต้นปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อนบ้านของราชวีร์ ซิงห์ ชี้ให้ดูซากความเสียหายของบ้านซิงห์ในเมืองเคราครห์ ที่โดนพายุถล่มเมื่อคืนวันพุธ และทำให้เจ้าของบ้านบาดเจ็บสาหัส แต่ภรรยาและหลานชายเสียชีวิต / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานความคืบหน้าสถานการณ์พายุกระหน่ำอินเดียตั้งแต่คืนวันพุธที่ผ่านมา โดยจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นมากกว่า 140 คนแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ 4 พฤษภาคม 2561 ซึ่งเป็นการรวมยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมจากรัฐทางตอนใต้ของประเทศที่เผชิญพายุฝนฟ้าคะนองเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พายุฝุ่นซึ่งมีความเร็วลมถึง 130 กิโลเมตร/ชั่วโมง เข้ากระหน่ำหลายรัฐทางภาคเหนือของอินเดียเมื่อคืนวันพุธ ทำให้บ้านเรือนซึ่งส่วนใหญ่สร้างด้วยดิน พังถล่มลงจำนวนมาก ต้นไม้และเสาไฟฟ้าหักโค่น ชาวบ้านกล่าวกันว่า พายุมาอย่างปุบปับทำให้หลายคนหนีไม่ทัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนผู้เสียชีวิตจากพายุฝุ่นครั้งนี้เพิ่มเป็น 121 คนตามข้อมูลอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ ที่รวบรวมจากรัฐอุตตรประเทศ, รัฐราชสถาน และรัฐอุตตราขัณฑ์ที่อยู่ติดกัน และรัฐปัญจาบ นอกจากนั้นยังมีรายงานคนโดนฟ้าผ่าเสียชีวิตอีก 21 คน ในรัฐเตลังคานาและรัฐอานธรประเทศ ทางภาคใต้ของอินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาของอินเดียเตือนว่า อาจจะพายุเกิดขึ้นอีกหลายลูกเหนือพื้นที่กว้างใหญ่ของประเทศจนถึงวันอังคารนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ในแต่ละปี ผู้คนในอินเดียสังเวยชีวิตเพราะพายุและฟ้าผ่าจำนวนมาก แต่พายุครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในครั้งที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้ามไปอีกฝั่งของมหาสมุทรอินเดีย ที่แอฟริกาตะวันออก ฝนตกหนักติดต่อกันหลายสัปดาห์ซึ่งช่วยบรรเทาความแห้งแล้ง ได้กลับกลายเป็นภัยพิบัติที่คร่าชีวิตคนหลายร้อยคนและทำให้ไร้ที่อยู่อีกหลายแสนคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ประเทศเคนยา ซึ่งฝนแล้งมานาน 3 ปี ในปีนี้กลับมีฝนตกหนักยาวนาน 2 เดือนตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม และมีคนเสียชีวิตแล้ว 120 คน ล่าสุดเกิดน้ำท่วมฉับพลันในกรุงไนโรบีเมื่อคืนวันพฤหัสบดี ทำให้สะพานขาดและมีคนสังเวยชีวิต 8 ราย หน่วยงานกาชาดร้องขอความช่วยเหลือ 5 ล้านดอลลาร์ (ราว 155 ล้านบาท) สำหรับผู้ประสบภัย โดยมีคนไร้ที่อยู่ 48,177 ครัวเรือน หรือเท่ากับ 260,100 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โซมาเลียซึ่งเพิ่งผ่านภาวะแห้งแล้งรุนแรง ก็มีฝนตกหนักด้วยเช่นกัน ทำให้น้ำแม่น้ำชาเบลเอ่อเข้าท่วมเมืองเบเล็ดเวย์นเมื่อกลางสัปดาห์ มีประชาชนไร้ที่อยู่มากกว่า 100,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงจัดการภัยพิบัติของรวันดาเปิดเผยว่า น้ำท่วมและดินถล่มคร่าชีวิตคนในประเทศนี้แล้ว 116 คน และทำให้บาดเจ็บอีก 207 คน นับแต่เดือนมกราคม ส่วนที่แทนซาเนียก็เกิดฝนตกหนัก มีคนเสียชีวิต 14 คนในเดือนที่แล้ว ส่วนยูกันดา เกิดน้ำท่วมฉับพลัน บ้านเรือนเสียหายหลายหลัง มีคนเสียชีวิตอย่างน้อย 3 คน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8525</URL_LINK>
                <HASHTAG>พายุฝน, พายุฝุ่น, ฟ้าผ่า, ยอดสังเวย, ราชสถาน, อินเดีย, อุตตรประเทศ, แอฟริกาตะวันออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180504/image_big_5aec641ec5100.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
