<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120139</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 22:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 22:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอฟริกาใต้ไม่อนุมัติวัคซีน &#039;สปุตนิกวี&#039; หวั่นเพิ่มความเสี่ยงเอชไอวี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หน่วยงานกำกับดูแลของสาธารณรัฐแอฟริกาใต้เผยเมื่อวันจันทร์ว่า จะไม่อนุมัติวัคซีนโควิด-19 สปุตนิกวี ของรัสเซีย เนื่องจากความวิตกว่าอาจเพิ่มความเสี่ยงของการติดเชื้อเอชไอวีในหมู่คนหนุ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ขวดบรรจุวัคซีน Gam-Gam-COVID-Vac หรือสปุตนิกวี ที่โรงงานของบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ ไบโอแคด ในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กของรัสเซีย (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานของเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม 2564 กล่าวว่า การตัดสินใจของหน่วยงานกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพของแอฟริกาใต้อ้างอิงจากผลการศึกษาก่อนหน้านี้ ที่ทดสอบความปลอดภัยของไวรัสอะดีโนในรูปแบบที่ผ่านการดัดแปลง ซึ่งเป็นไวรัสชนิดเดียวกับที่ก่อโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ที่เรียกว่า Ad5 และใช้ในวัคซีนของรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การใช้วัคซีนสปุตนิกวีในแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีอุบัติการณ์และความชุกของเอชไอวีสูง อาจเพิ่มความเสี่ยงที่ผู้ชายที่ฉีดวัคซีนแล้วจะได้รับเชื้อเอชไอวี&amp;quot; แถลงการณ์ของหน่วยงานนี้กล่าว พร้อมกับเผยว่า บริษัทที่อยู่เบื้องหลังการยื่นใบสมัครขอใช้วัคซีนสปุตนิกวีในแอฟริกาใต้ไม่ได้พิสูจน์ว่า สูตรวัคซีนของรัสเซียมีความปลอดภัย &amp;quot;ในสถานที่ที่มีความชุกของเอชไอวีสูง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอฟริกาใต้เกิดการระบาดของโควิด-19 รุนแรงที่สุดในทวีปแอฟริกา โดยมีผู้ติดเชื้อเกือบ 3 ล้านคน เสียชีวิตมากกว่า 88,000 คน ประเทศนี้ยังมีจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสเอชไอวีมากที่สุดในโลกด้วย และประชาชนจำนวนมากลังเลกับการฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยถึงขณะนี้ในประชากรกลุ่มเป้าหมาย 40 ล้านคนที่รัฐบาลตั้งเป้าฉีดวัคซีนภายในต้นปีหน้า มีผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วแค่ราวร้อยละ 25&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์นี้แอฟริกาใต้จะเริ่มโครงการฉีดวัคซีนให้เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป และจะฉีดโดสกระตุ้นภูมิให้พลเมืองในกลุ่มที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบัน แอฟริกาใต้อนุมัติการใช้งานวัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ซึ่งฉีดเพียงโดสเดียวและใช้ไวรัสอะดีโนแต่คนละชนิดกับของรัสเซีย, วัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอของไฟเซอร์-ไบออนเทค และวัคซีนซิโนแวคจากจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การอนามัยโลกยังไม่รับรองการใช้งานแบบฉุกเฉินสำหรับวัคซีนสปุตนิกวีของรัสเซีย ถึงแม้ว่าวัคซีนนี้จะถูกนำมาใช้แล้วในอย่างน้อย 45 ประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120139</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีนสปุตนิกวี, วัคซีนโควิด, เพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อเอชไอวี, แอฟริกาใต้, ไม่อนุมัติสปุตนิกวี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616d8f1b6251b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116251</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 10:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 10:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ฟลุค-นาตาลี-อชิ’พาบุกบ้านสัตว์ใกล้สูญพันธุ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนีเที่ยวทิพย์ทริปนกแต่ไม่นก ฟลุค เกริกพล, ลี นาตาลี และ อชิ อชิรวัตติ์ พาสัมผัส 2 ตัวท็อปแห่งแอฟริกาใต้ กับเรื่องน่าทึ่งของนกกระจอกเทศ นกขนาดใหญ่ที่สุดในโลก งานนี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟพาไปเห็นตั้งแต่วินาทีลืมตาดูโลก ต่อด้วยแทคทีมตามหานกตัวจิ๋วที่เกือบจะเป็นตำนาน บุกไปเปิดบ้านเพนกวินแอฟริกันใกล้สูญพันธุ์! ใน&amp;ldquo;หนีเที่ยวกัน&amp;rdquo; วันเสาร์ที่ 11 ก.ย. นี้ เวลา 08.30 น. ทาง Workpoint ช่อง 23 ดูย้อนหลังได้ทาง YouTube Flukelee https://bit.ly/3micSn7 และไปหนีเที่ยวกันแบบจุใจ ที่เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/nheetiew/ และอินสตาแกรม @nheetiewgun.th&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116251</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขณะที่รองอธิบดีราชทัณฑ์ออกโรงแจงอาการแก๊งเพนกวิน, นกกระจอกเทศ, นาตาลี เจียรวนนท์, ฟลุค เกริกพล, ลี นาตาลี, อชิ อชิรวัตติ์, เพนกวินแอฟริกัน, แอฟริกาใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210910/image_big_613ad252253cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110781</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2021 23:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2021 23:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหตุจลาจลปล้นสะดมในแอฟริกาใต้ตายพุ่งเป็น337ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสาธารณรัฐแอฟริกาใต้แถลงข้อมูลล่าสุดเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ผู้เสียชีวิตในเหตุจลาจลปล้นสะดมในประเทศตั้งแต่ต้นเดือนนี้มีมากถึง 337 ศพแล้ว เพิ่มจากยอดที่รายงานเมื่อวันก่อนหน้านี้ 61 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจ้าหน้าที่ความมั่นคงควบคุมสถานการณ์ในจังหวัดเกาเตงเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2564 Ihsaan Haffejee/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานอ้างคำแถลงของคุมบุดโซ นัตชาฟเฮนี รัฐมนตรีประจำทำเนียบประธานาธิบดี ว่าจำนวนที่ปรับเพิ่มขึ้นจากยอดเดิม 276 คน เป็น 337 คนในวันพฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคม ได้จากข้อมูลที่ตำรวจปรับปรุงจำนวนผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ไม่สงบในจังหวัดเกาเตงเป็น 79 คน และควาซูลู-นาทาลเพิ่มเป็น 258 คน ผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมบางรายเสียชีวิตเพราะอาการบาดเจ็บที่ได้รับระหว่างเหตุจลาจล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การก่อจลาจลปล้นสะดมวางเพลิงธุรกิจร้านค้าเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา หนึ่งวันหลังจากอดีตประธานาธิบดีจาค็อบ ซูมา เริ่มชดใช้โทษจำคุก 15 เดือนฐานปฏิเสธให้ความร่วมมือกับการไต่สวนข้อกล่าวหาคอร์รัปชัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความรุนแรงบานปลายเป็นการก่อความไม่สงบครั้งเลวร้ายที่สุดในแอฟริกาใต้นับแต่สิ้นสุดนโยบายถือผิว ซึ่งทำให้ประธานาธิบดีซีริล รามาโฟซา กล่าวว่าเป็นความพยายาม &amp;quot;ก่อการกบฏ&amp;quot; โดยความเสียหายทางเศรษฐกิจถึงขณะนี้สูงราว 3,400 ล้านดอลลาร์ (ราว 111,794 ล้านบาท).&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110781</URL_LINK>
                <HASHTAG>จลาจลปล้นสะดม, จาค็อบ ซูมา, จำนวนผู้เสียชีวิต, แอฟริกาใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210714/image_big_60ef0f1e23c2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109740</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2021 23:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2021 23:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประท้วงจำคุกอดีตปธน.แอฟริกาใต้ลามจลาจลปล้นสะดมดับแล้ว72 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดความไม่สงบในหลายเมืองของแอฟริกาใต้ต่อเนื่องเป็นวันที่ 6 นับตั้งแต่อดีตประธานาธิบดีจาค็อบ ซูมา โดนจำคุกแล้วผู้สนับสนุนประท้วงก่อความรุนแรง ก่อนบานปลายเป็นปล้นสะดมทำลายทรัพย์สิน ถึงวันพุธมีคนเสียชีวิตแล้ว 72 คน จลาจลกำลังกระทบการรับมือโควิด-19 และก่อความวิตกด้านการขาดแคลนอาหารและพลังงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ความมั่นคงควบคุมสถานการณ์ในเมืองเคาเต็งเมื่อวันอังคาร (Ihsaan Haffejee/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันพุธที่ 14 ก.ค. กล่าวว่า สถานการณ์ความไม่สงบในแอฟริกาใต้ซึ่งเป็นประเทศที่กำลังเผชิญโควิด-19 ระลอกที่สามอย่างรุนแรง เริ่มต้นหลังจากอดีตประธานาธิบดีซูมา วัย 79 ปี เริ่มรับโทษจำคุก 15 เดือนเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว ตามคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ว่าเขาขัดคำสั่งศาลโดยไม่ยอมมอบหลักฐานแก่คณะกรรมการสอบสวนการคอร์รัปชันที่กล่าวหาว่ามีการทุจริตในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งนาน 9 ปีถึงปี 2561 มูลนิธิของเขากล่าวเมื่อวันอังคารว่า ความรุนแรงจะดำเนินต่อไปจนกว่าซูมาจะได้รับการปล่อยตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์การค้าและโกดังสินค้าโดนปล้นสะดมและวางเพลิงในหลายเมือง ส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดควาซูลู-นาตัล บ้านของซูมา และนครโจฮันเนสเบิร์ก ศูนย์กลางเศรษฐกิจและการเงิน กับจังหวัดเคาเตงโดยรอบ เมื่อคืนวันอังคาร ความวุ่นวายยังลามไปอีก 2 จังหวัด คืออึมพูมาลังกา ที่อยู่ทางตะวันออกของเคาเตง และนอร์เทิร์นเคป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลของทางการเผยว่า ถึงวันพุธ มีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์วุ่นวายรวมแล้ว 72 คน และมีคนโดนจับกุม 1,200 คน ผู้ก่อความวุ่นวายยังคงออกปล้นสะดมในวันพุธ แม้ประธานาธิบดีซีริล รามาโฟซา จะสั่งการให้ส่งทหาร 2,500 นาย ช่วยเหลือตำรวจที่มีกำลังพลไม่เพียงพอรับมือสถานการณ์ อย่างไรก็ดี จำนวนทหารที่รัฐบาลส่งไปช่วยรักษาความสงบเรียบร้อยยังนับว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับการใช้ทหารมากกว่า 70,000 นายในการบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์โควิด-19 เมื่อปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพข่าวการปล้นสะดมในหลายเมืองที่สร้างความช็อกแก่ชาวแอฟริกาใต้จำนวนมาก เผยให้เห็นฝูงชนขโมยสินค้ากันอย่างสบายใจ ทั้งตู้เย็น, ทีวีขนาดใหญ่, เตาอบไมโครเวฟ, สินค้าแฟชัน และลังใส่อาหารและแอลกอฮอล์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปล้นสะดมที่กระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและการคมนาคมในภูมิภาคโจฮันเนสเบิร์กและจังหวัดควาซูลู-นาตัลในภาคตะวันออกเฉียงใต้ กำลังส่งผลสะเทือนถึงสินค้าและบริการทั่วประเทศ ที่เมืองท่าเดอร์บัน ประชาชนจำนวนมากต่อแถวรอซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคและรอเติมน้ำมันตั้งแต่ตี 4 ทันทีที่สิ้นเวลาเคอร์ฟิวคุมโรคระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คืนก่อนหน้านั้น โรงกลั่นน้ำมัน SAPREF ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในแอฟริกาใต้ ประกาศปิดโรงกลั่นในเมืองเดอร์บันชั่วคราว เนื่องจาก &amp;quot;เหตุสุดวิสัย&amp;quot; สืบเนื่องจากการก่อความไม่สงบและการขัดขวางเส้นทางขนส่งน้ำมันทั้งภายในและนอกควาซูลู-นาตัล การปิดโรงกลั่นกระทบต่ออุปทานน้ำมันของประเทศราว 1 ใน 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การรับมือกับโรคระบาดก็ได้รับผลกระทบหนักเช่นกัน แอฟริกาใต้มีผู้ติดเชื้อไวรัสมากที่สุดในทวีปนี้ที่ 2.2 ล้านคน เสียชีวิตแล้ว 65,142 คน เครือข่ายโรงพยาบาลแห่งชาติ (เอ็นเอชเอ็น) ที่เป็นตัวแทนของโรงพยาบาลรัฐ 241 แห่ง กล่าวว่า ออกซิเจนและยาใกล้จะหมดแล้ว เนื่องจากการยาและออกซิเจนส่วนใหญ่นำเข้าผ่านเมืองท่าเดอร์บัน ซึ่งรวมถึงอาหารด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บุคลากรทางการแพทย์ไม่สามารถเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ได้เนื่องจากบริการรถโดยสารและรถไฟถูกระงับเพราะเหตุการณ์รุนแรง องค์กรแพทย์ไร้พรมแดนเผยเมื่อวันพุธด้วยว่า แพทย์หลายคนไม่สามารถเข้าพื้นที่ที่เกิดความสงบขณะเดียวกัน ผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์รุนแรงยิ่งเพิ่มภาระแก่ระบบสาธารณสุขที่ตึงเครียดอยู่แล้วด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109740</URL_LINK>
                <HASHTAG>จลาจลปล้นสะดม, จำคุกจาค็อบ ซูมา, อดีตประธานาธิบดีจาค็อบ ซูมา, แอฟริกาใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210714/image_big_60ef0f1e23c2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106519</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2021 00:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 00:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอฟริกาใต้ตื่นเพชร ชาวบ้านแห่ขุดก้อนหินหวังเป็นอัญมณีล้ำค่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หมู่บ้านเล็กๆ ห่างไกลในจังหวัดควาซูลู-นาตัลของแอฟริกาใต้คลาคล่ำด้วยชาวบ้านหลายพันคนที่แห่กันมาขุดหาเพชรบนเนินเขา หลังจากคนเลี้ยงวัวเจอก้อนหินลักษณะคล้ายเพชรดิบเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทางการท้องถิ่นส่งผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ พร้อมเตือนอาจขุดกันเสียเที่ยวเปล่าและเสี่ยงต่อการแพร่โควิด-19 ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวแอฟริกาใต้จำนวนมากเดินทางมาเสี่ยงโชคที่หมู่บ้านควาฮลาที ในจังหวัดควาซูลู-นาตัล ซึ่งอยู่ห่างจากนครโยฮันเนสเบิร์กทางตะวันออกเฉียงใต้มากกว่า 300 กิโลเมตร หลังจากมีข่าวว่าคนเลี้ยงปศุสัตว์รายหนึ่งเจอก้อนหินลักษณะใสเหมือนแก้วจำนวนหนึ่งที่ยังระบุไม่ได้ว่าคืออะไร ข่าวนี้แพร่สะพัดอย่างรวดเร็วและก่อกระแสที่เจ้าหน้าที่เรียกกันว่า &amp;quot;ตื่นเพชร&amp;quot; แม้รัฐบาลจะเตือนว่าก้อนหินเหล่านี้อาจไม่ใช่อัญมณีล้ำค่าอย่างที่พวกเขาคาดหวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันอังคารว่า ชาวบ้านจำนวนมาก มีทั้งผู้ชาย ผู้หญิงและเด็ก พร้อมพลั่วและเสียม บ้างก็ใช้มือเปล่า พากันขุดดินกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย หลายคนเจอก้อนหินลึกลับที่ว่านี้ บางคนเชื่อว่าเป็นเพชรจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หญิงชื่อมากูดูเลเลาวัย 40 ปีเศษที่ต้องดิ้นรนเลี้ยงปากท้องลูก 3 คน บอกว่า เธอจะเอาเงินไปซื้อรถ ซื้อบ้าน และส่งลูกเรียนโรงเรียนเอกชน ส่วนชายชื่อทูลานี มันยาที เดินทางมาจากโยฮันเนสเบิร์ก พร้อมกับลูกสาวอีก 4 คน บอกว่าเขาจะไปอยู่ดูไบ ซื้อบ้าน 2 ชั้น หินที่ขุดได้เหล่านี้จะเปลี่ยนชีวิตของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอฟริกาคือถิ่นกำเนิดของเพชรคัลลิแนน ที่เป็นอัญมณีดิบขนาดใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งขุดพบเมื่อปี 2448 ในเมืองคัลลิแนน ว่ากันว่าเพชรก้อนนี้ ซึ่งมีน้ำหนักกว่า 3,000 กะรัตตอนยังไม่เจียระไน อยู่ใต้ดินลึกแค่ไม่กี่เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีข่าวด้วยว่า ชาวต่างชาติหลายคนขอซื้อก้อนหินเหล่านี้ในราคาไม่กี่ร้อยแรนด์ที่เมืองเลดีสมิธที่อยู่ใกล้กัน แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนบอกว่าไม่น่าเป็นได้อย่างยิ่งที่ก้อนหินเหล่านี้จะเป็นเพชร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชายหนุ่มเบคูมูซี ลูวูโน วัย 18 ปี อวดหินที่เขาขุดได้เมื่อคืนและบอกว่า หินเหล่านี้ไม่ใช่เพชร ผู้คนที่นี่กำลังเสียเวลาเปล่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นขอร้องบรรดานักขุดเพชรทั้งหลายให้ออกจากพื้นที่ โดยอ้างข้อจำกัดในการควบคุมโรคระบาดโควิด-19 แต่ไม่มีใครฟัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันอังคาร รัฐบาลกลางส่งคณะผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิศาสตร์และเหมืองแร่ลงพื้นที่นี้ ซึ่งเต็มไปด้วยรูพรุนจากการขุดคุ้ย เพื่อเก็บตัวอย่างหินเหล่านี้ไปวิเคราะห์ ในพื้นที่นั้นมีรถตำรวจหลายคันจอดอยู่ด้วย เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


&lt;p dir=&quot;ltr&quot; lang=&quot;de&quot;&gt;#DiamondRush in #Ladysmith, KwaHlathi pic.twitter.com/ZotkILw4z1&lt;/p&gt;
&amp;mdash; D i m b a n e (@TheBlackspice) June 13, 2021


&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106519</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดควาซูลู-นาตัล, ตื่นเพชร, แอฟริกาใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210616/image_big_60c8e0e216853.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104023</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้มาเยือนอันไม่พึงประสงค์:  สายพันธุ์อินเดีย, แอฟริกาใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอมีข่าวว่าโควิด &amp;ldquo;สายพันธุ์อินเดีย&amp;rdquo; บุกเข้ากลางกรุงเทพฯ แล้ว (ตามมาด้วยสายพันธุ์แอฟริกาใต้ที่ตากใบ, นราธิวาส) ผู้คนย่อมจะต้องตื่นเต้นเป็นธรรมดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะชื่อทั้งสองสายพันธุ์นี้เคยไปปรากฏเป็นข่าวในประเทศอื่น และมีแนวโน้มว่าแพร่เร็วและมีผลรุนแรงกว่า &amp;ldquo;สายพันธุ์อังกฤษ&amp;rdquo; ที่ได้นำทางเข้าไทยมาก่อนหน้านี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คุณหมอท่านหนึ่งบอกว่าสายพันธุ์แอฟริกาใต้นั้นเป็น &amp;ldquo;เจ้าพ่อ&amp;rdquo; หากเปรียบมวยกันแล้วสายพันธุ์อังกฤษที่อาละวาดอยู่ในไทยวันนี้เป็นเพียงระดับ &amp;ldquo;อนุบาล&amp;rdquo; เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครั้งแรกที่เป็นข่าวว่าสายพันธุ์อินเดียหลบเข้าไทยนั้น เจ้าหน้าที่ไทยบอกว่าควบคุมได้เพราะคนติดเชื้ออยู่ในบริเวณกักตัว คงไม่หลุดรอดออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่มาเจออีกครั้งก็บุกเข้ากลางกรุงเลย เพราะไปพบในแรงงานที่หลักสี่และบริเวณใกล้เคียง เจอทีเดียว 36 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คุณหมอยง ภู่วรวรรณ บอกว่า เมื่อพบสายพันธุ์อินเดียในประเทศไทย ก็จำเป็นต้องควบคุมให้ได้โดยเร็ว ก่อนที่จะสร้างปัญหาใหญ่โต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท่านอธิบายว่า สายพันธุ์ที่ระบาดอย่างรุนแรงในอินเดีย ประกอบไปด้วยสายพันธุ์อินเดียและเบงกอล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สายพันธุ์อินเดียเป็นสายพันธุ์ที่ต้องเฝ้าระวัง และให้ความสำคัญ Variant of Concern (VOC) อีกสายพันธุ์หนึ่ง รวมทั้งสายพันธุ์อังกฤษ เพราะมีการแพร่กระจายได้ง่ายมาก อย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สายพันธุ์อินเดีย B.1.617 มี 3 กลุ่มย่อย คือ B.1.617.1, B.1.617.2, B.1.617.3 แต่สายพันธุ์ที่ระบาดมากในอินเดียและกระจายไปในประเทศต่างๆ เป็นจำนวนมากคือสายพันธุ์ B.1.617.2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สายพันธุ์นี้ได้ระบาดไปถึงอังกฤษ ทำให้ทางอังกฤษต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ พบว่ามีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก เพราะแพร่กระจายได้ง่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากข้อมูลในประเทศอังกฤษ มีการรายงานในข่าว Reuters พบว่าสายพันธุ์นี้แพร่กระจายได้ง่าย แต่ไม่น่าจะหลบหลีกภูมิต้านทานที่เกิดจากวัคซีน (UK increasingly confident COVID-19 vaccines work against Indian variant) โดยเฉพาะที่ใช้ในประเทศอังกฤษ ใช้วัคซีน AstraZeneca ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีการศึกษาในแนวลึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยสรุป สายพันธุ์อินเดีย B.1.617.2 จะแพร่กระจายได้ง่าย จะง่ายเท่าสายพันธุ์อังกฤษหรือมากกว่าสายพันธุ์อังกฤษยังไม่มีการศึกษาที่ชัดเจน แต่สายพันธุ์นี้ตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ วัคซีนที่เราใช้อยู่นี้น่าจะป้องกันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักข่าวบีบีซีที่อังกฤษรายงานว่า ไวรัสกลายพันธุ์ชนิดนี้มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า B1617 มีการตรวจพบในอินเดียครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคมของปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการตรวจพบสายพันธุ์ B1617 จำนวน 220 ตัวอย่าง จากทั้งหมด 360 ตัวอย่างที่เก็บข้อมูลได้ในรัฐมหาราษฏระ ช่วงระหว่างเดือน ม.ค.-เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถึงสัปดาห์ที่ผ่านมาสายพันธุ์อินเดียนี้ได้แพร่กระจายไปกว่า 44 ประเทศแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีคำถามว่าสายพันธุ์อินเดียนี้เป็นอันตรายและติดต่อง่ายขึ้นหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักข่าวบีบีซีที่ติดตามเรื่องนี้บอกว่า นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบชัดว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์อินเดียทำให้โรคโควิด-19 ติดต่อกันได้ง่ายขึ้น หรือเป็นอันตรายร้ายแรงมากขึ้นด้วยหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยอ้าง ดร.เจเรมี คามิลล์ นักไวรัสวิทยาจากมหาวิทยาลัยลุยเซียนาสเตตของสหรัฐฯ ว่า ลักษณะการกลายพันธุ์บางอย่างของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์อินเดีย มีความคล้ายคลึงกับที่พบในสายพันธุ์บราซิลและสายพันธุ์แอฟริกาใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การกลายพันธุ์เช่นว่านี้อาจช่วยให้ไวรัสหลบเลี่ยงแอนติบอดีในระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แอนติบอดีเป็นสิ่งเดียวที่จะต่อสู้กับไวรัสได้ หลังจากคนผู้นั้นได้รับวัคซีนหรือเคยผ่านการติดเชื้อมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักวิทยาศาสตร์ยอมรับว่าความรู้เกี่ยวกับไวรัสสายพันธุ์นี้ยังไม่สมบูรณ์ เพราะมีการแบ่งปันตัวอย่างไวรัสจากผู้ติดเชื้อเพื่อให้ศึกษากันน้อยมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้ผมคิดถึงวิวาทะระหว่างผู้ว่าการรัฐนิวเดลีของอินเดียกับรัฐมนตรีสาธารณสุขสิงคโปร์ เพราะฝั่งอินเดียอ้างว่าเจอ &amp;ldquo;โควิดสายพันธุ์สิงคโปร์&amp;rdquo; ที่เมืองหลวงของอินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิงคโปร์ตอกกลับอย่างแรง โวยวายว่าผู้บริหารนิวเดลีสร้างข่าวปลอมที่ทำให้เสียชื่อสิงคโปร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐมนตรีต่างประเทศอินเดียกระโดดมาเข้าข้างสิงคโปร์เสียฉิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลายเป็นสงครามน้ำลายข้ามประเทศกันอยู่หลายวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นสัญญาณเตือนภัยว่าไทยเราต้องวางยุทธวิธีทั้งรับโควิดสายพันธุ์ต่างๆ ที่ลอดเข้ามาให้เต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่าให้ใครสร้างข่าวว่าเจอ &amp;ldquo;สายพันธุ์ไทย&amp;rdquo; เพราะโควิดมากลายพันธุ์แถวนี้เป็นอันขาด. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104023</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, ผู้มาเยือนอันไม่พึงประสงค์:  สายพันธุ์อินเดีย, สุทธิชัย หยุ่น, แอฟริกาใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a1204492e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92416</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2021 22:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2021 21:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอฟริกาใต้ระงับใช้วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ระงับการเริ่มโครงการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า เหตุจากความกังวลว่าวัคซีนนี้ใช้ไม่ได้ผลกับไวรัสโควิดสายพันธุ์แอฟริกาใต้ที่แพร่เชื้อรวดเร็วขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์กล่าวว่า การตัดสินใจของรัฐบาลแอฟริกาใต้มีออกมาหลังจากผลการทดลองของมหาวิทยาลัยวิตวอเตอร์สแรนด์ในนครโจฮันเนสเบิร์กพบว่า วัคซีนนี้มีประสิทธิภาพ &amp;quot;น้อย&amp;quot; ในการป้องกันโรคโควิดระดับอ่อนถึงกลางที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ที่ตรวจพบครั้งแรกในแอฟริกาใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซเวรี มคีเซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแอฟริกาใต้ กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า การระงับการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้านั้นเป็นเรื่องชั่วคราว จนกว่าจะหาคำตอบเรื่องราวเหล่านี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาธารณรัฐแห่งนี้เป็นประเทศที่สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 รุนแรงที่สุดในทวีปแอฟริกา เดิมรัฐบาลมีแผนจะเริ่มฉีดวัคซีน 1 ล้านโดสในอีกไม่กี่วันข้างหน้า การตัดสินใจระงับโครงการของแอฟริกาใต้ยังสะเทือนถึงการต่อสู้กับไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกด้วย เนื่องจากประเทศยากจนจำนวนมากหวังพึ่งความได้เปรียบด้านลอจิสติกส์ของวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าในการต่อสู้กับโรคระบาดในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอฟริกาใต้ได้รับวัคซีนแอสต้าเซนเนก้าแล้ว 1.5 ล้านโดส ซึ่งจะหมดอายุในเดือนเมษายน มคีเซกล่าวว่า วัคซีนที่ได้รับมาแล้วจะถูกเก็บรักษาไว้จนกว่านักวิทยาศาสตร์ให้เห็นควรว่าสามารถใช้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า ซึ่งพัฒนาวัคซีนร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด กล่าวกับเอเอฟพีว่า &amp;quot;พวกเราเชื่อว่าวัคซีนของเรายังคงปกป้องจากโรคติดต่อรุนแรงได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกของบริษัทกล่าวด้วยว่า พวกนักวิจัยกำลังทำงานเพื่อปรับปรุงวัคซีนให้รับมือกับไวรัสสายพันธุ์แอฟริกาใต้ ซึ่งกำลังแพร่กระจายอย่างรวดเร็วไปทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะผู้เชี่ยวชาญขององค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) มีกำหนดประชุมกันที่นครเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ในวันจันทร์ เพื่อตรวจสอบวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าซึ่งเป็นส่วนประกอบส่วนใหญ่ของความริเริ่มโครงการวัคซีนระดับโลก โคแวกซ์ ที่ครอบคลุมประเทศที่มีรายได้ต่ำและต่ำถึงปานกลาง 145 ประเทศ วัคซีนในโครงการโคแวกซ์ที่เริ่มต้น 337.2 ล้านโดสนี้ เป็นวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 240 ล้านโดส.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92416</URL_LINK>
                <HASHTAG>ระงับฉีดวัคซีน, วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า, แอฟริกาใต้, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210208/image_big_6021513827b61.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
