<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91933</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2021 22:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2021 22:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เจฟฟ์ เบโซส&#039;สละตำแหน่งซีอีโอแอมะซอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจฟฟ์ เบโซส ประกาศลงจากตำแหน่งประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของ &amp;quot;แอมะซอน&amp;quot; บริษัทอี-คอมเมิร์ซ ยักษ์ใหญ่ที่เขาเริ่มก่อตั้งบริษัทในโรงรถเมื่อเกือบ 30 ปีก่อน แต่ยังคงเป็นประธานบริหารของบริษัท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจฟฟ์ เบโซส อายุ 57 ปี บุคคลร่ำรวยที่สุดในโลกเมื่อประเมินจากหุ้นของบริษัทแอมะซอนที่เขาถืออยู่ แถลงเมื่อวันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ว่า เขาจะลงจากตำแหน่งประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของบริษัทแอมะซอนในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ และจะส่งมอบตำแหน่งซีอีโอให้กับแอนดี แจสซี ที่ปัจจุบันเป็นประธาน &amp;quot;แอมะซอน เว็บ เซอร์วิสเซส&amp;quot; (เอดับเบิลยูเอส) หรือธุรกิจคลาวด์คอมพิวติ้งของแอมะซอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในจดหมายที่ส่งถึงพนักงานของแอมะซอน เบโซสบอกว่า เขายังเกี่ยวข้องกับความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของแอมะซอนที่สำคัญ แต่เมื่อไม่ได้อยู่ในตำแหน่งซีอีโอ เขาจะให้ความสำคัญกับงานคิดริเริ่มด้านการกุศลช่วยเหลือสังคม เช่นกองทุน &amp;quot;เดย์วันฟันด์&amp;quot; และ &amp;quot;เบโซสเอิร์ธฟันด์&amp;quot; และธุรกิจด้านอื่นของเขา เช่น บริษัทสำรวจอวกาศและหนังสือพิมพ์ โดยระบุว่าเขายังไม่หมดไฟและไม่ได้เกษียณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบโซสเริ่มก่อตั้งบริษัทแอมะซอนที่โรงรถของเขาในปี 2537 จากนั้นบริษัทเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่โดยเฉพาะในธุรกิจขายปลีกออนไลน์ นอกจากนี้ยังมีธุรกิจสตรีมมิงเพลงและรายการโทรทัศน์, ร้านขายของชำ, คลาวด์คอมพิวติ้ง, หุ่นยนต์, ปัญญาประดิษฐ์ และธุรกิจด้านอื่น เช่น หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ และบริษัทบลูออริจิน บริษัทสำรวจอวกาศเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอนดี แจสซี ว่าที่ซีอีโอแอมะซอน เข้าทำงานในบริษัทเมื่อปี 2540 ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาด และเป็นผู้ก่อตั้งแผนกเอดับเบิลยูเอสในปี 2546 ที่ให้บริการประมวลผลระบบคลาวน์ที่ทำกำไรอย่างงดงามให้กับแอมะซอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบโซสกล่าวถึงแจสซีว่าจะเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยมของบริษัท และตัวเขาให้ความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยม ขณะนี้แอมะซอนอยู่ในจุดที่มีความคิดค้นสร้างสรรค์มากที่สุด จึงเป็นเวลาเหมาะสมที่สุดที่จะส่งผ่านตำแหน่งบริหารของบริษัท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91933</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีอีโอแอมะซอน, ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร, เจฟฟ์ เบโซส, แอนดี แจสซี, แอมะซอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210203/image_big_601abdf001cfd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79349</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2020 22:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2020 22:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แอมะซอน&#039;เผยมีพนักงานติดโควิดเกือบ20,000คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;แอมะซอน บริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของสหรัฐเผยว่า นับแต่ไวรัสโควิด-19 เริ่มระบาดเมื่อเดือนมีนาคม มีพนักงานของบริษัทติดเชื้อไวรัสนี้แล้วมากกว่า 19,800 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ พนักงานของแอมะซอนยืนชูป้ายประท้วงระหว่างการผละงานเพื่อประท้วงสภาพการทำงานภายในศูนย์คัดแยกสินค้าที่สเทเทนไอส์แลนด์เมื่อวันที่ 30 มีนาคม หลังพบพนักงานติดโควิดจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำแถลงของบริษัท แอมะซอน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม ระบุว่า การตรวจสอบตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ถึงวันที่ 19 กันยายน พบว่า จากจำนวนพนักงานที่อยู่หน้างานของบริษัททั้งหมด 1.37 ล้านคน ซึ่งรวมถึงพนักงานในร้านขายของชำโฮลฟูดส์มาร์เก็ตในสหรัฐ พบพนักงานติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เกิน 19,800 คนเล็กน้อย ซึ่งเป็นอัตราการติดเชื้อต่ำกว่าที่คาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเปิดเผยตัวเลขพนักงานที่ติดเชื้อโรคโควิด-19 ของแอมะซอนครั้งนี้ มีขึ้นหลังจากพนักงานบางรายในศูนย์โลจิสติกส์ของแอมะซอน ออกมาวิจารณ์บริษัทเรื่องมาตรการด้านความปลอดภัยในการป้องกันไวรัสโคโรนา และวิจารณ์ที่บริษัทไม่เต็มใจแจ้งข้อมูลเรื่องเพื่อนร่วมงานของพวกเขาที่ติดเชื้อโรคโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอมะซอน ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองซีแอตเทิล เผยว่า มีการตรวจหาผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ให้กับพนักงานวันละราว 50,000 คน ในที่ทำงานของพนักงาน 650 แห่ง และหากอัตราผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ของพนักงานแอมะซอนเป็นอัตราเดียวกับประชากรสหรัฐทั่วไป ตัวเลขพนักงานที่ติดเชื้อของบริษัทจะสูงถึง 33,000 ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านอาธีนา (Athena) กลุ่มพันธมิตรนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิแรงงานและผู้อพยพ เผยว่า พนักงานของแอมะซอนยื่นเรื่องต่อบริษัทให้เปิดเผยจำนวนผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ในอาคารของบริษัทมาตั้งแต่มีการระบาดของโรคนี้ในช่วงต้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดาเนีย ราเชนทรา ผู้อำนวยการอาธีนา กล่าวว่า ขณะนี้เราทราบแล้วว่าทำไมก่อนหน้านี้แอมะซอนถึงปฏิเสธที่จะเปิดเผยจำนวนพนักงานที่ติดเชื้อโควิด-19 เพราะแอมะซอนปล่อยให้โควิด-19 แพร่กระจายไม่ต่างจากไฟป่าภายในอาคารสำนักงาน และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขสอบสวนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในสถานที่ทำงานของแอมะซอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79349</URL_LINK>
                <HASHTAG>แอมะซอน, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201002/image_big_5f774c7f098a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57570</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2020 21:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2020 21:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เบโซส&#039;ทุ่ม3แสนล้านสู้โลกร้อน โดนแขวะแอมะซอนตัวปล่อยก๊าซ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มนุษย์ผู้ร่ำรวยที่สุดในโลก &amp;quot;เจฟฟ์ เบโซส&amp;quot; ซีอีโอของบริษัทแอมะซอน ประกาศจะมอบเงิน 10,000 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 312,220 ล้านบาท เป็นกองทุนต่อสู้กับภาวะโลกร้อน แต่นักเคลื่อนไหวสวนทันควันให้เบโซสไปเก็บกวาดแอมะซอนให้เรียบร้อยด้วย ลบครหาตัวการปล่อยคาร์บอนและก่อขยะมหาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ว่า เจฟฟ์ เบโซส ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารของแอมะซอน บริษัทค้าปลีกออนไลน์ยักษ์ใหญ่ของอเมริกา ประกาศความริเริ่มของเขาผ่านอินสตาแกรมของเขาที่มีผู้ติดตาม 1.4 ล้านคน คำประกาศเมื่อวันจันทร์บอกว่า เขาจะมอบเงิน 10,000 ล้านดอลลาร์ จัดตั้งกองทุนเบโซสเอิร์ธ เพื่อให้ทุนสนับสนุนความพยายามของนักวิทยาศาสตร์, นักเคลื่อนไหว, เอ็นจีโอ ที่เสนอหนทางที่เป็นไปได้จริงที่ช่วยรักษาและคุ้มครองโลกธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเปลี่ยนแปลงภาวะภูมิอากาศเป็นภัยคุกคามใหญ่ที่สุดต่อดาวเคราะห์ของเรา&amp;quot; คำกล่าวของบุคคลร่ำรวยที่สุดในโลกด้วยทรัพย์สินราว 130,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 4,058,880 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังคำประกาศของเขา กลุ่มกรีนพีซยูเอสเอตอบโต้ทันทีว่า แอมะซอนเองยังมีประเด็นปัญหาเกี่ยวข้องกับโลกร้อนอยู่มากมาย &amp;quot;ทำไมเบโซสไม่เป็นผู้นำด้วยการทำความสะอาดบ้านของเขาก่อน?&amp;quot; องค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกลุ่มนี้ตั้งคำถาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนที่แล้ว กลุ่มลูกจ้างแอมะซอนเพื่อความยุติธรรมต่อภูมิอากาศโลกนับพันรายลงนามในบล็อกที่วิจารณ์นโยบายด้านภูมิอากาศของแอมะซอน และเรียกร้องให้บริษัททุ่มเทมากขึ้นในการต่อสู้แก้ไขภาวะโลกร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอมะซอนซึ่งข้อมูลของบริษัทเมื่อเดือนที่แล้วระบุว่า จ้างงาน 750,000 ตำแหน่ง ถูกกล่าวหาว่าสร้างขยะปริมาณมหาศาลจากบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการส่งพัสดุ รวมถึงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมากจากกองทัพรถขนส่งของบริษัท บริษัทยังถูกตำหนิเรื่องคาร์บอนฟุตปรินต์ เนื่องจากการใช้พลังงานปริมาณมหาศาลของเซิร์ฟเวอร์ขนาดมหึมาของแอมะซอนที่ใช้ในกิจกรรมประมวลผลแบบคลาวด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มลูกจ้างแอมะซอนเพื่อความยุติธรรมต่อภูมิอากาศโลกแสดงท่าทีต่อคำมั่นล่าสุดของเบโซส โดยบอกว่าพวกตนยกย่องความใจบุญสุนทานของเบโซส แต่ขณะเดียวกัน แอมะซอนก็ควรหยุดทำงานร่วมกับบริษัทน้ำมันและก๊าซ และควรเปลี่ยนรถกระบะดีเซลมาใช้รถไฟฟ้าแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบโซสซึ่งยังคงเป็นบุคคลร่ำรวยที่สุดในโลก แม้ปีที่แล้วจะต้องจ่ายค่าหย่าร้างให้ภรรยาเก่าจำนวนมหาศาล กล่าวว่ามูลนิธิแห่งใหม่นี้จะเริ่มให้ทุนสนับสนุนภายในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนกันยายนปีที่แล้ว เบโซสเคยกล่าวไว้ว่า แอมะซอนตั้งเป้าปลอดการปล่อยก๊าซคาร์บอนภายในปี 2583 และให้สัญญาว่าบริษัทจะสั่งซื้อรถบรรทุกไฟฟ้า 100,000 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เงินจัดตั้งกองทุนก้อนนี้ถือเป็นการบริจาคเพื่อการกุศลจำนวนมากที่สุดของเบโซส แต่นิวยอร์กไทมส์กล่าวว่า ถึงแม้เบโซสจะยกเงินก้อนนี้ ซึ่งคิดเป็นราว 7.7% ของทรัพย์สินของเขา เพื่อตั้งกองทุนทันทีทั้งก้อน เขาก็ยังคงรักษาตำแหน่งบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกไว้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานว่าเบโซสเพิ่งเจียดเงินซื้อคฤหาสน์หรูที่ย่านเบเวอร์ลีฮิลส์ เป็นเงิน 165 ล้านดอลลาร์ (ราว 5,150 ล้านบาท) ซึ่งมีราคาแพงเป็นสถิติใหม่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทระดับโลกทุกภาคส่วนกำลังดำเนินแผนต่อสู้ภาวะโลกร้อนเพื่อลดคาร์บอนฟุตปรินต์ และปรับตัวให้เข้ากับเศรษฐกิจปล่อยคาร์บอนต่ำเพื่ออนาคต แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเตือนว่า คำมั่นที่ดูเหมือนจะกระตือรือร้นเหล่านี้ หลายอย่างเป็นเพียงการฟอกเขียวเพื่อหวังผลทางการตลาด มากกว่าเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจริงๆ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57570</URL_LINK>
                <HASHTAG>สู้โลกร้อน, เจฟฟ์ เบโซส, แอมะซอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200218/image_big_5e4befb7accf4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55267</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2020 21:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2020 21:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซาอุดีอาระเบียปฏิเสธแฮ็กมือถือ&#039;เจฟฟ์ เบโซส&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สถานทูตซาอุดีอาระเบียประจำกรุงวอชิงตันปฏิเสธคำกล่าวหาที่ว่า ซาอุดีอาระเบียล้วงข้อมูลในโทรศัพท์ของเจฟฟ์ เบโซส เจ้าของวอชิงตันโพสต์ที่เคยว่าจ้างจามัล คาช็อกกี หลังจากสื่อโยงการแฮ็กผ่านข้อความในวอตส์แอพที่เขาติดต่อกับเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธที่ 22 มกราคมว่า การล้วงข้อมูลในโทรศัพท์ของเจฟฟ์ เบโซส ผู้ก่อตั้งบริษัทแอมะซอน เมื่อปี 2561 ทำให้ภาพและข้อความส่วนตัวของเขาถูกสื่อแทบลอยด์ในสหรัฐนำออกมาเผยแพร่ และเป็นเหตุนำไปสู่การหย่าร้างบันลือโลกระหว่างเบโซสกับภรรยาในปีถัดมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคืนวันอังคารหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ ซึ่งเบโซสเป็นเจ้าของ รายงานว่า การสอบสวนขององค์การสหประชาชาติที่เตรียมเผยแพร่ในวันพุธจะระบุว่า โทรศัพท์มือถือของเบโซสโดนแฮ็กภายหลังเขาได้รับข้อความผ่านวอตส์แอพ จากบัญชีที่ว่ากันว่าเป็นของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โพสต์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สอบสวนได้ข้อสรุปว่า ไม่นานหลังจากเบโซสได้รับข้อความนี้ ข้อมูลจำนวนมหาศาลก็ถูกดึงออกจากโทรศัพท์ของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์การ์เดียนของอังกฤษก็รายงานว่า การวิเคราะห์พยานหลักฐานทางดิจิทัลชี้ว่า ข้อความเข้ารหัสจากหมายเลขโทรศัพท์ของเจ้าชายโมฮัมเหม็ดน่าจะมีไฟล์ประสงค์ร้ายที่แทรกซึมโทรศัพท์ของเบโซส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การ์เดียนอ้างแหล่งข่าวหลายรายด้วยว่า เบโซสและเจ้าชายกำลังมีการแลกเปลี่ยนสื่อสารกันอย่างเป็นกันเองเมื่อไฟล์ไม่พึงประสงค์ถูกส่งเข้าเครื่องของเบโซส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหาเศรษฐีชาวอเมริกันรายนี้ว่าจ้างเกวิน เดอ เบกเกอร์ แอนด์แอสโซสิเอเทส มาสืบว่าเหตุใดข้อความและภาพถ่ายส่วนตัวในโทรศัพท์ของเขาจึงหลุดถึงมือของหนังสือพิมพ์แทบลอยด์ เนชั่นแนลเอนไควเรอร์ ที่รายงานข่าวการคบชู้ของเขาจนนำไปสู่การหย่าร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนมีนาคมปีที่แล้ว เดอ เบกเกอร์ กล่าวว่า ทีมสืบสวนและผู้เชี่ยวชาญหลายรายได้ข้อสรุปว่า ทางการซาอุฯ แฮ็กโทรศัพท์ของเบโซส แต่เขาไม่ได้เจาะจงว่าเป็นหน่วยงานหรือส่วนใดของรัฐบาลซาอุฯ ที่ทำเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียประจำกรุงวอชิงตันชี้แจงผ่านทวิตเตอร์ ปฏิเสธรายงานข่าวของสื่อเหล่านี้ว่าเป็นเรื่องไร้สาระ ซาอุดีอาระเบียเรียกร้องให้สอบสวนคำกล่าวอ้างเหล่านี้ เพื่อให้ข้อเท็จจริงทั้งหมดได้รับการเปิดเผย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จามัล คาช็อกกี นักข่าวชาวซาอุฯ เขียนคอลัมน์ให้วอชิงตันโพสต์ เขาถูกสังหารภายในสถานกงสุลซาอุฯ ประจำนครอิสตันบุลของตุรกี ในเดือนตุลาคม ปีเดียวกับที่เกิดการแฮ็กโทรศัพท์ของเบโซส ทั้งหน่วยข่าวกรองกลางสหรัฐ (ซีไอเอ) และแอกเนส คัลลามาร์ ผู้แทนพิเศษของยูเอ็น โยงว่าเจ้าชายโมฮัมเหม็ดเกี่ยวข้องโดยตรงกับการสังหาร แต่รัฐบาลซาอุฯ ยืนกรานปฏิเสธ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55267</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซาอุดีอาระเบีย, วอชิงตันโพสต์, เจฟฟ์ เบโซส, เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน, แอมะซอน, แฮ็กมือถือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200122/image_big_5e2860090d435.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50372</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2019 21:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2019 21:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอมะซอนโวยเพนตากอนอคติ ยกโปรเจ็กต์หมื่นล้าน$ ให้ไมโครซอฟท์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;quot;แอมะซอน&amp;quot; ประกาศท้าทายการตัดสินใจของเพนตากอน ที่เลือกให้สัญญาโครงการคลาวด์คอมพิวติ้งมูลค่า 10,000 ล้านดอลลาร์ แก่บริษัทไมโครซอฟท์ ระบุกระบวนการคัดเลือก &amp;quot;ลำเอียงอย่างเห็นได้ชัด&amp;quot; หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คู่ปรับของผู้ก่อตั้งแอมะซอน สั่งให้ทบทวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2562 กล่าวว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐตัดสินใจตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม เลือกบริษัทผู้รับเหมาโครงการจอยต์เอนเตอร์ไพรส์ดีเฟนส์อินฟราสตรัคเจอร์ (เจได) ที่เป็นโครงการระบบประมวลผลแบบคลาวด์ ซึ่งจะทำให้หน่วยงานต่างๆ ด้านกลาโหมของสหรัฐแบ่งปันข้อมูลด้วยกันได้ทั้งหมดด้วยการสนับสนุนของปัญญาประดิษฐ์ โดยเลือกบริษัทไมโครซอฟท์ ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่สร้างความประหลาดใจเนื่องจากบริษัท แอมะซอน ที่ให้บริการเซิร์ฟเวอร์ลับแก่หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐหลายแห่งรวมถึงสำนักข่าวกรองกลาง (ซีไอเอ) ถูกมองว่าเป็นตัวเต็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของโฆษกแอมะซอนเว็บเซอร์วิสเซสเมื่อวันพฤหัสบดี กล่าวว่า แอมะซอนได้ยื่นหนังสือบอกกล่าวต่อศาลสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อแสดงเจตนาว่าบริษัทต้องการประท้วงกระบวนการประมูลโครงการระยะ 10 ปี มูลค่า 10,000 ล้านดอลลาร์นี้ ที่เพนตากอนยืนยันว่าเป็นการประมูลยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นเรื่องสำคัญยิ่งสำหรับประเทศของเราที่รัฐบาลและผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งบริหารจัดการการจัดซื้อจัดจ้างด้วยความยุติธรรม และกระทำการโดยปลอดจากอิทธิพลทางการเมือง&amp;quot; โฆษกแอมะซอนกล่าว และว่า กระบวนการประเมินโครงการเจไดจากหลากหลายมุมมองพบความขาดตกบกพร่อง, ความผิดพลาด และความลำเอียงอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์มักกล่าวโจมตีบริษัทแอมะซอน และเจฟฟ์ เบโซส ผู้ก่อตั้งบริษัทนี้ ซึ่งเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ด้วย สื่อดังฉบับนี้เป็นหนึ่งในสื่อหลายสำนักที่วิพากษ์วิจารณ์ทรัมป์และรัฐบาลของเขาหนักหน่วงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนกรกฎาคม ทรัมป์เคยบอกกับนักข่าวว่า เขาได้ขอให้ผู้ช่วยของเขาสืบสวนสัญญาโครงการเจได โดยอ้างว่าได้รับคำร้องเรียนจากหลายบริษัทที่เป็นคู่แข่งของแอมะซอน ขณะเดียวกัน หนังสือของเจมส์ แมททิส อดีตรัฐมนตรีกลาโหมที่ถูกปลด เผยว่า ทรัมป์เคยบอกกับแมททิสให้เขี่ยแอมะซอนพ้นจากสัญญาเจได.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50372</URL_LINK>
                <HASHTAG>อคติ, เพนตากอน, แอมะซอน, โครงการเจได, ไมโครซอฟท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191115/image_big_5dceaf135066d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44053</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2019 17:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2019 17:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้นำบราซิลเปิดศึกเอ็นจีโอ กล่าวหาจุดไฟป่าแอมะซอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร แห่งบราซิล เปิดศึกกับกลุ่มอนุรักษ์ ระบุเอ็นจีโอจุดไฟป่าเพื่อเรียกร้องความสนใจ ขณะภาพไฟป่าแอมะซอนแพร่สะพัดทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งรวมถึงภาพเก่าและภาพไฟป่าในประเทศอื่น จุดกระแสห่วงใยทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพถ่ายจากดาวเทียมอะควาของนาซาวันที่ 21 สิงหาคม 2562&amp;nbsp; เผยกลุ่มควันจากไฟป่าหลายจุดในรัฐอามาโซนัส, ปารา, มาตูโกรสซู และรอนโดเนียของบราซิล / NASA Earth Observatory / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562 ว่าคำกล่าวหาของประธานาธิบดีบราซิลเมื่อวันพุธ มีออกมาในช่วงเวลาเดียวกับที่ภาพเหตุการณ์ไฟป่าที่เผาผลาญป่าดิบชื้นขนาดใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งอยู่ตอนเหนือของบราซิลแห่งนี้กลายเป็นกระแสไวรัลทางโซเชียลมีเดีย แฮชแท็ก #PrayforAmazonas ขึ้นแฮชแท็กยอดนิยมของโลกเมื่อวันพุธ โดยมีการทวีตมากกว่า 249,000 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี การตรวจสอบของเอเอฟพีพบว่า ภาพไฟป่าที่แอมะซอนบางภาพนั้นเป็นภาพเก่าย้อนไปถึงปี พ.ศ. 2532 หรือแม้แต่เป็นภาพไฟป่าในประเทศอื่นๆ เช่น สหรัฐ และอินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่สำคัญว่าเราจะประสบความสำเร็จแค่ไหน ถ้าโลกตาย พวกเราก็ตายหมด&amp;quot; ผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งโพสต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจากสถาบันวิจัยอวกาศแห่งชาติ (ไอเอ็นพีอี) หน่วยงานที่มีหน้าที่เฝ้าติดตามการเผาทำลายป่าเพื่อหักร้างถางพง เปิดเผยว่า ช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ เกิดไฟป่าในบราซิลเกือบ 73,000 ครั้ง ซึ่งเป็นจำนวนมากที่สุดในรอบ 6 ปี ไฟป่าส่วนใหญ่เกิดในป่าแอมะซอน ในขณะที่ข้อมูลของปี 2561 ชี้ว่าตลอดทั้งปีนั้นเกิดไฟป่าทั้งหมด 39,759 ครั้ง ภายหลังการเปิดเผยตัวเลขนี้ ผู้บริหารของไอเอ็นพีอีก็โดนประธานาธิบดีโบลโซนาโรสั่งปลด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ขณะนี้จะยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดถึงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่า แต่ช่วงหลายวันที่ผ่านมา หลายเมืองของบราซิล ซึ่งรวมถึงนครเซาเปาลู มีกลุ่มควันหนาทึบปกคลุม และทำให้เที่ยวบินพาณิชย์ต้องเปลี่ยนเส้นทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไฟป่ามีแนวโน้มรุนแรงขึ้นในช่วงหน้าแล้ง ซึ่งปกติจะสิ้นสุดช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากการเปิดพื้นที่เพื่อทำเกษตรหรือทุ่งปศุสัตว์ แต่กองทุนสัตว์ป่าโลก (ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ) กล่าวว่า ไฟป่าที่เพิ่มจำนวนอย่างมากมายในปีนี้เป็นผลจากการตัดไม้ทำลายป่าแอมะซอน ซึ่งถูกมองว่าเป็นผืนป่าสำคัญในการควบคุมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทว่า ประธานาธิบดีโบลโซนาโรตอบโต้ว่า สาเหตุของไฟป่าในบราซิลขณะนี้อาจเป็นฝีมือการก่ออาชญากรรมโดยพวกเอ็นจีโอ ที่ต้องการเรียกร้องความสนใจเพื่อต่อต้านตัวเขาและรัฐบาลบราซิลที่ตัดงบประมาณสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่คือสงครามที่เรากำลังเผชิญอยู่&amp;quot; เขากล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันพุธ &amp;quot;ไฟป่าถูกจุดขึ้นในพื้นที่ยุทธศาสตร์ สิ่งบ่งชี้ทั้งหมดบอกว่า พวกนั้นไปที่นั่นเพื่อถ่ายทำและจุดไฟป่า&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44053</URL_LINK>
                <HASHTAG>บราซิล, ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร, ผู้นำบราซิล, เอ็นจีโอ, แอมะซอน, ไฟป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190822/image_big_5d5e6ab44eb9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40761</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2019 23:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2019 23:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝรั่งเศสท้าทายสหรัฐ ลุยเก็บภาษีบริษัทดิจิทัลยักษ์ใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐสภาฝรั่งเศสลงมติเมื่อวันพฤหัสบดี เห็นชอบกฎหมายจัดเก็บภาษีบริษัทดิจิทัล โดยไม่นำพาคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐที่ให้ตรวจสอบหมายตอบโต้ทางภาษี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โลโก้ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จากสหรัฐทั้ง 4 แห่ง / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2562 กล่าวว่า กฎหมายใหม่ฉบับนี้มีเป้าหมายอุดช่องโหว่ของการจัดเก็บภาษีที่ทำให้บริษัทอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่บางแห่งแทบไม่ต้องเสียภาษีในหลายประเทศที่บริษัทเหล่านี้กอบโกยผลกำไรจำนวนมหาศาล เนื่องจากฐานที่ตั้งด้านนิติกรรมของบริษัทอยู่ในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปที่มีขนาดเล็กกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายภาษีฉบับนี้ ซึ่งเรียกชื่อย่อว่า GAFA ที่มาจากอักษรขึ้นต้นของกูเกิล, แอปเปิล, เฟซบุ๊ก และแอมะซอน ผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรมาแล้วตั้งแต่ต้นเดือนนี้ และเพิ่งผ่านการลงมติเสียงข้างมากของวุฒิสภาเมื่อวันพฤหัสบดี แม้ว่าก่อนการลงมติ ผู้นำสหรัฐจะแสดงความไม่พอใจโดยสั่งการให้สอบสวนตามมาตรา 301 ซึ่งเคยเป็นเครื่องมือที่ทรัมป์ใช้ในสงครามการค้ากับจีนมาแล้ว เพื่อหาความชอบธรรมในการจัดเก็บภาษีเพื่อตอบโต้วิธีการทำการค้าที่ไม่ยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายนี้จะเก็บภาษี 3.0% จากรายได้ที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ได้รับจากการให้บริการลูกค้าในฝรั่งเศส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวด้วยว่า การผ่านกฎหมายฉบับนี้ของฝรั่งเศสเกิดขึ้นไล่เลี่ยกับที่อังกฤษเปิดเผยร่างกฎหมายที่จะจัดเก็บภาษีบริษัทดิจิทัลยักษ์ใหญ่ ซึ่งรัฐบาลอังกฤษระบุว่าจะอยู่ที่อัตรา 2.0% และสะท้อนมูลค่าที่ได้จากผู้ใช้บริการในสหราชอาณาจักร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัท กูเกิล, แอปเปิล และเฟซบุ๊ก มีสำนักงานใหญ่ประจำยุโรปตั้งอยู่ในไอร์แลนด์ ซึ่งทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่จากสหรัฐเหล่านี้จ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราต่ำที่สุดในอียู ทั้งที่ทำรายได้มหาศาลจากการให้บริการในอังกฤษ, ฝรั่งเศส และเยอรมนี ส่วนบริษัท แอมะซอน นั้น มีสำนักงานใหญ่ประจำยุโรปตั้งอยู่ที่ลักเซมเบิร์ก ซึ่งเก็บภาษีอัตราต่ำเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40761</URL_LINK>
                <HASHTAG>กูเกิล, บริษัทดิจิทัล, บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่, ฝรั่้งเศส, เก็บภาษี, เฟซบุ๊ก, แอปเปิล, แอมะซอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190711/image_big_5d275e2253244.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
