<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2021 20:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2021 20:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กัมพูชาห้ามสื่อทำข่าว&#039;พื้นที่สีแดง&#039; แอมเนสตี้จวกล็อกดาวน์ชาวบ้านเดือดร้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลกัมพูชาออกคำสั่งเมื่อวันอังคารให้นักข่าวหยุดรายงานข่าวจาก &amp;quot;พื้นที่สีแดง&amp;quot; ที่ห้ามประชาชนออกนอกเคหสถาน และให้หยุดไล่ตามรถพยาบาลเพราะก่อความสับสนวุ่นวาย หลังจากแอมเนสตี้ประณามมาตรการล็อกดาวน์ทำให้ชาวบ้านอดอยากและเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สารวัตรทหารออกลาดตระเวนในพื้นที่สีแดงในเขตสตึงเมียนเจยของกรุงพนมเปญที่อยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 (Photo by Andy Ball/SOPA Images/LightRocket via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า กัมพูชากำลังดิ้นรนรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ที่ตรวจพบผู้ติดเชื้อครั้งแรกในชุมชนชาวจีนที่พำนักในกัมพูชาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ข้อมูลของทางการเมื่อวันอังคารที่ 4 พฤษภาคม กัมพูชาตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนารายใหม่ 938 คน ทำให้ยอดสะสมของประเทศเพิ่มเป็น 16,299 คน และมีผู้เสียชีวิต 107 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการกัมพูชาเปลี่ยนโรงเรียนและโรงจัดงานเลี้ยงเป็นศูนย์รักษาผู้ป่วยโควิด เนื่องจากโรงพยาบาลกำลังขาดแคลนเตียง นายกฯ ฮุน เซน กล่าวเตือนก่อนหน้านี้ด้วยว่า กัมพูชากำลังอยู่บนขอบเหวแห่งความตายจากการระบาดของไวรัสนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงพนมเปญและเมืองตาเขมาที่อยู่ติดเมืองหลวง ถูกล็อกดาวน์นาน 20 วัน รัฐบาลประกาศว่ามาตรการนี้จะสิ้นสุดในวันพฤหัสบดี แต่เจ้าหน้าที่กล่าวกันว่า พื้นที่ที่มีอัตราการติดเชื้อสูงจะยังคงถูกล็อกดาวน์ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเขตที่เรียกว่าพื้นที่สีแดงนั้น ตำรวจวางแนวปิดล้อมโดยรอบ ห้ามชาวบ้านออกจากบ้านเรือน ยกเว้นเพื่อเหตุผลทางการแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร กระทรวงสารสนเทศมีคำสั่งให้นักข่าวหยุดการรายงานข่าวจากพื้นที่สีแดงทันที และเตือนว่าหากฝ่าฝืนจะโดนดำเนินคดี กระทรวงอ้างว่านักข่าวบางคนเข้าไปรายงานข่าวจากพื้นที่สีแดงและบริเวณต้องห้าม เช่น ศูนย์รักษาและโรงพยาบาล นอกจากนี้นักข่าวบางคนยัง &amp;quot;ไล่ตามรถพยาบาล&amp;quot; และสร้างความสับสนและความไม่สงบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า คำสั่งห้ามนักข่าวทำข่าวมีออกมาภายหลังชาวบ้านในพื้นที่สีแดงร้องทุกข์เกี่ยวกับการขาดแคลนอาหาร และใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียร้องขอความช่วยเหลือที่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่แล้ว องค์กรแอมเนสตี้อินเตอร์เนชันแนลออกแถลงการณ์ประณามมาตรการล็อกดาวน์ของกัมพูชาอย่างรุนแรงว่า ทำให้ชาวบ้านจำนวนมากหิวโหย และกลุ่มมนุษยธรรมถูกห้ามเข้าไปแจกจ่ายอาหารและสิ่งของจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยามินี มิชรา ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของแอมเนสตี้อินเตอร์เนชันแนล กล่าวว่า การจัดการการล็อกดาวน์ที่ผิดพลาดของรัฐบาลกัมพูชากำลังก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานอย่างมากมายและการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวางทั่วกัมพูชา ตอนนี้ชาวบ้านในพื้นที่สีแดงและพื้นที่อื่นๆ ในกัมพูชากำลังหิวโหยเพราะนโยบายที่ไม่มีเหตุผลโดยรากฐานเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ทางการขอร้องให้ชาวบ้านในพื้นที่สีแดงยื่นขอความช่วยเหลือด้านอาหาร และว่า ทางการได้แจกข้าวสารและปลากระป๋องให้ชาวบ้านหลายหมื่นครัวเรือนทุกวัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101768</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพูชา, พื้นที่สีแดง, ล็อกดาวน์, ห้ามทำข่าว, แอมเนสตี้อินเตอร์เนชันแนล, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210504/image_big_60914ccb21b28.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9938</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2018 21:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2018 21:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จี้ไนจีเรียสอบ &#039;เซ็กซ์แลกอาหาร&#039; ในค่ายผู้ลี้ภัยโบโกฮารัม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์การนิรโทษกรรมสากลเรียกร้องรัฐบาลไนจีเรียจัดการข้อกล่าวหาที่ระบุว่า ทหารและทหารอาสาข่มขืนผู้หญิงและเด็กในค่ายพักพิงผู้ไร้ที่อยู่จากโบโกฮารัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2561 รองเท้าที่ถูกทิ้งไว้ด้านนอกอาคารเรียนของวิทยาลัยเทคนิคสตรีในเมืองดัปชีของไนจีเรียภายหลังโบโกฮารัมโจมตีแล้วลักพาตัวนักเรียนหญิง 110 คน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การนิรโทษกรรมสากล หรือแอนเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล แถลงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคมว่า คำให้การจากเหยื่อหลายคนทั้งผู้หญิงและเด็ก ที่ไร้ถิ่นฐานเนื่องจากการก่อการร้ายของกลุ่มโบโกฮารัมทางตะวันออกเฉียงเหนือของไนจีเรีย&amp;nbsp; เผยว่า พวกเธอถูกล่วงละเมิดทางเพศจากกองกำลังความมั่นคงทั้งทหารและทหารอาสาพลเรือนทั้งในและนอกค่ายพักพิง โดยพวกเธอต้องยอมมีเพศสัมพันธ์เพื่อแลกกับอาหาร พวกเธอถูกบีบบังคับให้เป็น &amp;quot;แฟน&amp;quot; กับทหาร หมายความว่าพวกเธอต้องยอมมีเซ็กซ์กับพวกเขาเพื่อแลกอาหาร และมีรายงานว่า ในค่ายพักพิงมีผู้หญิงติดโรคจากเพศสัมพันธ์, การทำแท้งและการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์จำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอนเนสตี้ระบุว่า ได้ร้องเรียนมาแล้วหลายครั้งถึงเรื่องความรุนแรงทางเพศที่เกิดขึ้นในค่ายพักพิงของผู้ที่หนีมาจากการคุกคามของโบโกฮารัม แต่เจ้าหน้าที่ไนจีเรียไม่ได้จัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2559 ตำรวจไนจีเรียรับปากว่าจะสอบสวนข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศและการหาประโยชน์ในค่ายพักพิงเหล่านี้ แต่หลายเดือนต่อมากองทัพไนจีเรียออกมาแถลงว่า เรื่องร้องเรียนดังกล่าวไม่เป็นความจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โอไซ โอจิโก ผู้อำนวยการแอนเนสตี้ไนจีเรีย กล่าวว่า ถึงเวลาแล้วที่ประธานาธิบดีไนจีเรีย มูฮัมมาดู บูฮารี จะต้องลงมือทำสิ่งที่เขากล่าวเสมอว่า จะปกป้องสิทธิมนุษยชนให้กับประชาชนไร้ที่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไนจีเรีย ทั้งนี้ เพื่อยุติการที่ไม่นำผู้กระทำผิดมาลงโทษ ไม่ให้ผู้ที่ข่มขืนหรือฆาตกรลอยนวลอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านการ์บา เชฮู โฆษกประธานาธิบดีไนจีเรีย กล่าวถึงข้อเรียกร้องของแอนเนสตี้เรื่องนี้ว่า เป็นเพียงรายงานที่ไม่มีประโยชน์ในการติดตาม ซึ่งทางกลุ่มนี้ได้รายงานเรื่องนี้มาแล้วตั้งแต่ปี 2558 จากนั้นก็รายงานเรื่องนี้ซ้ำกันทุกปี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9938</URL_LINK>
                <HASHTAG>เซ็กซ์แลกอาหาร, แอมเนสตี้อินเตอร์เนชันแนล, โบโกฮารัม, ไนจีเรีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180524/image_big_5b06c860992ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
