<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>1648</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2018 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2018 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>LG มั่นใจขึ้นแท่นเบอร์ 1 แอร์อินเวอร์เตอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;แอลจี&amp;quot; ส่ง 18 รุ่น ชิงแชมป์แชร์ตลาดแอร์อินเวอร์เตอร์อันดับ 1 เทงบ 300 ล้านบาท หวังโกยสัดส่วนรายได้เพิ่ม 25% หรือ 3,500 ล้านบาท ของเป้ารายได้รวม 23,000 ล้านบาท มั่นใจสิ้นปียอดขายแตะ 200,000 เครื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายนิพนธ์ วงษ์แสงอรุณศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปี 2561นี้ บริษัทตั้งเป้าหมายขึ้นเป็นอันดับ 1 ของส่วนแบ่งทางการตลาด หรือ มาเก็ตแชร์ในกลุ่มเครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ ซึ่งจากปีที่แล้วบริษัทมีสัดส่วน 17% อยู่ในอันดับ 2 ปีนี้คาดว่าจะสามารถทำได้ถึง 25% จากการพัฒนาระบบการทำงานของสินค้าที่ตอบโจทย์ลูกค้ามากยิ่งขึ้น ประหยัดพลังงานถึง 70% ลดเสี่ยงรบกวน และเน้นความทนทาน โดยในไตรมาส1/2561 จะเปิดตัวทั้งหมด 18 รุ่น ใน 5 ซีรี่ส์ ซึ่งเพิ่มจากปีที่แล้วที่มีจำนวน 12 รุ่น ใน 3 ซีรี่ส์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนกลยุทธ์การทำตลาดนั้น ใช้งบประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งจะเจาะทั้งกลุ่มออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงการจัดไวรัลแคมเปญ (Viral) เพื่อกระตุ้นการซื้อ และยังคงใช้แบรนด์แอมบาสเดอร์ในการสร้างการรับรู้สินค้าเช่นเดิม ทั้งนี้ มั่นใจว่าภายในปีนี้จะสามารถดันยอดขายของเครื่องปรับอากาศในบ้านให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 20% เป็น 25% หรือ มีรายได้ 3,500 ล้านบาท จากรายได้รวมบริษัทที่ตั้งเป้าปีนี้ไว้ที่ 23,000 ล้านบาท ซึ่งเติบโตรวม 15%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับยอดขายนั้น เชื่อว่าปีนี้จะเติบโตจากปีก่อน 30% หรือมียอดขายจำนวน 200,000 เครื่อง ซึ่งเครื่องปรับอาการกลุ่มอินเวอร์เตอร์มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2553 ที่มีการนำเข้ามาทำตลาดในไทย โดยปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และที่สำคัญคือการประหยัดพลังงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ เครื่องปรับอากาศแบบธรรมดานั้น มีการใช้งานที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยในปี 2559 มีการใช้งาน 70% และมาในปี 2560 มีการใช้งาน 50% ซึ่งคาดว่าปีนี้จะมีการใช้งานลดลงอีก ส่วนระบบอินเวอร์เตอร์ในปี 2559 เติบโต 29% ในปี 2560 เติบโตถึง 43% และในปีนี้เชื่อว่าสามารถเติบโตได้ถึง 60% ส่วนด้านราคาขายยังคงไม่มีการปรับขึ้น ซึ่งราคาจะอยู่ที่ประมาณ 15,000 - 25,000 บาทต่อเครื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1648</URL_LINK>
                <HASHTAG>LG, ตลาด, ธุรกิจ, เครื่องปรับอากาศ, แอร์, แอลจี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180124/image_big_5a6808c2918a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>770</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2026 17:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2018 14:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โตชิบาแคเรียร์ ท้าชิงเบอร์ 2 ตลาดแอร์ VRF</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โตชิบา แคเรียร์ &amp;nbsp;ประกาศรุกตลาด เครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ระบบ VRF &amp;nbsp;หลังเปิดตัวสินค้าใหม่ 2 รุ่นรวด ตั้งเป้ายอดขายโต 100% หวังเบียดมาร์เก็ตแชร์ขึ้นอันดับ 2&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;09 ม.ค. 61 -นายอดิศักดิ์ รัมมณีย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคเรียร์(ประเทศไทย) จำกัด &amp;nbsp;ในฐานะดูแลธุรกิจร่วมระหว่างเครื่องปรับอากาศแคเรียร์ และโตชิบา &amp;nbsp;โดยบริษัท โตชิบา แคเรียร์ คอร์ปอเรชั่น &amp;nbsp;เปิดเผยว่า ในปี 2561 บริษัทจะรุกทำตลาดเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ระบบ VRF เนื่องจาก ในปีนี้ โตชิบา ได้เปิดตัวเครื่องปรับอากาศระบบ VRF รุ่นใหม่ล่าสุด ทั้ง 2 รุ่น ได้แก่ SMMS-7 และ Mini-7 ซึ่งเป็นการเปิดตลาดเครื่องปรับอากาศระบบ VRF ในเซกเมนต์ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ที่มีจุดเด่นเรื่องขนาดเล็กและประหยัดไฟ &amp;nbsp;ซึ่งจะขยายตลาดกลุ่มลูกค้าจากเดิมเป็นโครงการขนาดใหญ่ ก็สามารถลดมาจับตลาดกลุ่มเครื่องปรับอากาศ โฮมออฟฟิศ หรือ บ้านพักอาศัยได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; การเปิดสินค้าใหม่ในรอบ 3ปี ทำให้บริษัทมั่นใจว่า จะสามารถเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น โดยเชื่อว่า การรุกทำตลาดอย่างหนักในปีนี้ จะช่วยเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด จากปัจจุบันอยู่อันดับที่ 3 ขึ้นไปเป็นอันดับที่ 2ได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแผนการตลาด ในปีนี้จะเน้นการโรดโชว์ตามจังหวัดหัวเมือง และเมืองท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรม และ ร้านอาหาร&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสินเมธ อิ่มเอม &amp;nbsp;ผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายขาย บริษัท แคเรียร์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า&amp;nbsp;


แทงสล็อต &amp;nbsp;ภาพรวมตลาดเครื่องปรับอากาศระบบ VRF &amp;nbsp;เมื่อปี 2560 อยู่ที่ราวๆ 3,000 ล้านบาท ยอดขายราวๆ 10,000 เครื่อง ส่วนในปี 2561 คาดว่า ตลาดจะเติบโต ราวๆ 15% ส่วนเป้าหมายของ โตชิบา แคเรียร์ &amp;nbsp;สำหรับตลาดเครื่องปรับอากาศ VRF ในปีนี้ มองเป้าหมายเติบโต 100% หรือ 2 เท่า จากปีก่อน ที่เติบโตเพียง 5% เท่านั้น &amp;nbsp;โดยมีปัจจัยหลัก ที่มีการเปิดตัวสินค้าใหม่ รวมถึงการรุกทำตลาดมากขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/770</URL_LINK>
                <HASHTAG>เครื่องปรับอากาศ, แคร์เรียร์, แอร์, โตชิบา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://tpn-data.s3-ap-southeast-1.amazonaws.com/uploads/photos/big/20180109/5a54700510dc7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
