<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70268</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2020 21:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2020 21:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอร์บัสจ่อเลิกจ้างพนักงานทั่วโลก 15,000 ตำแหน่ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;บริษัท แอร์บัส ผู้ผลิตเครื่องบินยักษ์ใหญ่แห่งยุโรป ประกาศแผนเลิกจ้างพนักงานราว 15,000 ตำแหน่งทั่วโลก หรือราว 11% ของพนักงานทั้งหมด โดยจะเลิกจ้างภายในช่วงฤดูร้อนของปี 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของแอร์บัสเมื่อวันอังคารที่ 30 มิถุนายน ระบุสาเหตุการเลิกจ้างพนักงานว่า เป็นเพราะธุรกิจการบินพาณิชย์ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีรายได้ลดลงไปเกือบ 40% จากการระบาดของไวรัสโคโรนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอร์บัสกล่าวว่า ตามการคาดการณ์ การจราจรทางอากาศจะไม่ฟื้นฟูสู่ระดับเดียวกับก่อนการระบาดของโรคโควิด-19 ก่อนปี 2566 หรือจะกลับมาสู่ระดับปกติอย่างช้าที่สุดคือปี 2568 แอร์บัสจึงจำเป็นต้องมีมาตรการเพื่อรับมือกับคาดการณ์อุตสาหกรรมการบินหลังโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พนักงานที่แอร์บัสมีแผนจะเลิกจ้าง เช่นที่โรงงานในฝรั่งเศส 5,000 ตำแหน่ง, เยอรมนี 5,100 ตำแหน่ง, สหราชอาณาจักร 1,700 ตำแหน่ง และสเปน 900 ตำแหน่งและอีก 1,300 ตำแหน่งในโรงงานทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนเมษายน บริษัท โบอิ้ง คู่แข่งของแอร์บัสเผยแผนเลิกจ้างพนักงาน 10%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านแหล่งข่าวสหภาพแรงงานฝรั่งเศสเผยกับเอเอฟพีว่า สายการบินแอร์ฟรานซ์มีแผนเลิกจ้างพนักงาน 7,500 ตำแหน่ง ภายในสิ้นปี 2565.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70268</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปลดพนักงาน, เลิกจ้าง, แอร์บัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200701/image_big_5efc9cfca8980.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29163</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2019 21:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2019 21:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออเดอร์หด แอร์บัสเลิกผลิตเครื่องบินซูเปอร์จัมโบ้ A380</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;บริษัท แอร์บัส ผู้ผลิตเครื่องบินยักษ์ใหญ่ของยุโรปประกาศเลิกผลิตเครื่องบินซูเปอร์จัมโบ้ เอ 380 แล้ว โดยจะส่งมอบลำสุดท้ายในปี 2564 ภายหลังเครื่องบินขวัญใจผู้โดยสารรุ่นนี้ประสบปัญหายอดขายหดจนไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายมหาศาลในการผลิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของผู้บริหารแอร์บัสเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 กลายเป็นบทสรุปอันน่าเศร้าสำหรับเครื่องบินโดยสารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกรุ่นนี้ ทั้งที่เพิ่งนำมาให้บริการได้เพียงทศวรรษเศษ เพื่อท้าทายโบอิ้ง 747 คู่แข่งจากสหรัฐ ด้วยห้องผู้โดยสาร 2 ชั้น และจำนวนที่นั่ง 500-850 ที่นั่ง แต่ปัจจุบันสายการบินต่างๆ พากันหันไปเลือกเครื่องบินที่ขนาดเล็กกว่าและมีความคล่องตัวมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศของบริษัทมีออกมาภายหลังสายการบินเอมิเรตส์จากดูไบ ซึ่งเป็นผู้สั่งซื้อเครื่องบินรุ่นนี้จำนวนมากที่สุด ตัดสินใจลดจำนวนคำสั่งซื้อทั้งหมดลง 39 ลำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กีโยม ฟอร์ ซึ่งเพิ่งรับตำแหน่งซีอีโอของแอร์บัสเมื่อฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา กล่าวว่า การลดยอดสั่งซื้อของเอมิเรตส์ทำให้แอร์บัสไม่มีออเดอร์สำรองที่จะเป็นฐานรองรับการผลิตที่ยั่งยืนต่อไปภายหลังปี 2564 ซึ่งจะเป็นปีที่เครื่องบิน เอ 380 ลำสุดท้ายส่งมอบให้ลูกค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอร์บัสได้รับคำสั่งซื้อเครื่องบินขนาดซูเปอร์จัมโบ้รุ่นนี้ 321 ลำ ราคาที่ตั้งไว้อยู่ที่ลำละ 446 ล้านดอลลาร์ (13,978 ล้านบาท) แต่บ่อยครั้งที่แอร์บัสต้องเสนอราคาขายที่ถูกกว่านี้มาก นักวิเคราะห์เคยกล่าวเตือนกันไว้ว่า แอร์บัสจะไม่สามารถเรียกเงินลงทุนและค่าใช้จ่ายในการผลิตหลายพันล้านยูโรคืนได้ เว้นแต่จะขายเครื่องบินได้อย่างน้อย 400 ลำ หรืออาจมากถึง 600 ลำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนาคตของการผลิตเครื่องบินรุ่นนี้ถูกตั้งคำถามมานานหลายปีที่เกิดปัญหาการผลิตล่าช้า และเมื่อปีที่แล้วบริษัทยอมรับว่า อาจต้องยกเลิกการผลิต เอ 380 ถ้าไม่ได้รับออเดอร์ใหม่เข้ามา คำสั่งซื้อเพิ่มเติมจากเอมิเรตส์อีก 36 ลำ ช่วยต่ออายุให้โครงการนี้ จนกระทั่งเอมิเรตส์เปลี่ยนใจหันไปสั่งซื้อรุ่น เอ 330 และ เอ 350 ที่มีขนาดเล็กกว่าแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีที่แล้วแอร์บัสส่งมอบ เอ 380 ได้แค่ 10 ลำ และปีนี้บริษัทจะผลิตเครื่องบินรุ่นนี้ 8 ลำ และลดลงเหลือ 7 ลำ ในปี 2563 และ 2 ลำสุดท้ายในปี 2564.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29163</URL_LINK>
                <HASHTAG>A380, เลิกผลิต, เอ 380, แอร์บัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190214/image_big_5c657ec26dc6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15026</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2018 07:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2018 07:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การบินไทยชี้พ.ย.นี้รู้ชื่อพันธมิตรลุยศูนย์ซ่อมบำรุงอู่ตะเภา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การบินไทย คาดเลือกพันธมิตรร่วมลงทุนศูนย์ซ่อมอากาศยานอู่ตะเภาภายใน พ.ย.นี้ คาดเซ็นสัญญาภายใน ธ.ค.นี้ พร้อมเริ่มดำเนินการในปี 65 &amp;nbsp;ตั้งเป้าดึงส่วนแบ่งตลาดซ่อมเครื่องบินเอเชีย 4%ภายใน 10 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรชัย เพียรเจริญศักดิ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายช่าง บริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการลงทุนศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา (TG MRO Campus) บนพื้นที่ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ซึ่งอยู่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ว่า ขณะนี้การบินไทยเตรียมความพร้อมที่จะลงนามความร่วมมือกับกองทัพเรือและสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เพื่อได้สิทธิ์เข้าใช้พื้นที่ 210 ไร่ และเมื่อมีการลงนามจะนำเรื่องเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานให้ความเห็นชอบก่อนที่จะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.)ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อของบประมาณสนับสนุนการก่อสร้างโรงซ่อมและโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ที่อยู่ในโรงซ่อมหรือแฮงก้า รวม 6,333 ล้านบาท ขณะเดียวกันการบินไทยและบริษัทผู้ร่วมทุนจะลงทุนอุปกรณ์ที่จำเป็นอีกประมาณ 4,000 ล้านบาทโดยลงทุนฝ่ายละแบ่งจ่ายฝ่ายละครึ่งหรือฝ่ายละประมาณ 2,000 บาท ส่วนเอกชนผู้ร่วมทุนคาดว่าจะคัดเลือกได้ประมาณเดือนพฤศจิกายนปีนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามคณะกรรมการคัดเลือกผู้ที่จะเข้ามาร่วมทุนกับการบินไทยในโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา (MRO) คาดว่าจะคัดเลือกให้เหลือ1รายได้ในเดือน พ.ย.นี้ และคาดว่าจะสามารถเซ็นสัญญาร่วมลงทุนได้อย่างเร็วในเดือน ธ.ค.61 โดยหลักการเบื้องต้นนั้นการบินไทยและพันธมิตรจะถือหุ้นฝ่ายละ 50% ของมูลค่าเงินลงทุนกว่า 4 พันล้านบาท ซึ่งในส่วนของการบินไทยจะใช้เงินทุนประมาณ 2 พันล้านบาท เพื่อลงทุนในอะไหล่และอุปกรณ์ คาดว่าโครงการจะเปิดดำเนินการได้ในปี 65&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรชัยกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของกรรมการคัดเลือกก็มีคุยอยู่หลายราย เป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเครื่องบิน เช่น แอร์บัส ที่ได้ร่วมทำการศึกษาโครงการด้วย ซึ่งกรรมการคัดเลือกจะสรุปได้ พ.ย. นี้ สำหรับการลงทุนโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา เฟสแรกในช่วงปี 65-83 จะรองรับการซ่อมบำรุงอากาศยานได้ราว 80-100 ลำ เริ่มดำเนินการได้ในปี 65 จากนั้นจะขยายเฟส 2 หลังจากปี 83 โดยในช่วงแรกบริษัทจะหาลูกค้าจากในประเทศและกลุ่มอาเซียน โดยเฉพาะเวียดนามที่อุตสาหกรรมการบินมีการเติบโตดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คาดว่าปีแรกจะมีรายได้ 400-500 ล้านบาท จากการรับซ่อมเครื่องบิน 10 ลำในรุ่นต่าง ๆ ได้แก่ เครื่องบินแอร์บัส เอ 350, เอ 380, โบอิ้ง 787 รุ่นใหม่ ประเมินแนวโน้มการเติบโต 2% ต่อปี และในช่วง 50 ปี จะมีรายได้รวม 2 แสนล้านบาท&amp;quot;นายสุรชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าปัจจุบันศูนย์ซ่อมอากาศยานในประเทศสิงคโปร์ของสิงคโปร์แอร์ไลน์ มีส่วนแบ่งการตลาด6% ของการซ่อมบำรุงทั้งหมดในตลาดเอเชีย ขณะที่การบินไทยตั้งเป้าจะมีส่วนแบ่งให้ได้ที่ 4 %ภายใน 10 ปีนับจากปี 65 ตลาดเป้าหมายกลุ่มแรก คือ เครื่องบินจากสายการบินในประเทศ &amp;nbsp;เครื่องบินของการบินไทยเอง รวมถึงเครื่องบินของกลุ่มสายการบินในตลาดเอเชีย-แปซิฟิก โดยประเทศเวียดนามถือเป็นตลาดใหญ่ตลาดหนึ่ง เนื่องจากมีการสั่งซื้อเครื่องบินมาก รวมถึงตลาดประเทศญี่ปุ่นซึ่งมีค่าแรงแพงกว่าจึงมีโอกาสที่จะมาใช้บริการซ่อมในประเทศไทยได้ ตลาดยุโรปก็มีค่าแรงสูงก็มีโอกาสเข้ามาใช้บริการเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานแห่งใหม่นี้ ถือว่ามีความทันสมัยและครอบคลุมการบริการด้านการซ่อมบำรุงอากาศยานมากที่สุดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ที่ให้บริการตั้งแต่การซ่อมบำรุงย่อยไปถึงการซ่อมบำรุงใหญ่สำหรับเครื่องบินในหลากหลายประเภทตามมาตรฐานระดับสากล สามารถรองรับ ตลาดเครื่องบินที่ใช้ในเอเชียทั้งหมดคลอบคลุมท้ังโบอิ้งและแอร์บัส โครงการระยะ 2 จะขยายในช่วงปี 83.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15026</URL_LINK>
                <HASHTAG>TG MRO Campus, การบินไทย, อีอีซี, แอร์บัส, โครงการลงทุนศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180809/image_big_5b6b8d7d5e4a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11917</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2018 19:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2018 19:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บินไทยจับมือแอร์บัสร่วมทุนตั้งศูนย์ซ่อมอู่ตะเภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯลงนามร่วมทุนก่อตั้งศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา ระหว่างการบินไทยและแอร์บัส ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในแผนของโครงการ อีอีซี ซึ่งในอนาคตจะเป็นศูนย์ซ่อมที่มีความทันสมัยที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

22 มิ.ย.61-พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีลงนามข้อตกลงร่วมทุนก่อตั้งศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา (MRO) เพื่อเป็นศูนย์กลางการซ่อมบำรุงอากาศยานที่ทันสมัยระดับโลก ระหว่างบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท แอร์บัส โดยมีนางอุษณีย์ แสงสิงแก้ว รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และนายเอริค ชัลซ์ (Mr. Eric Schulz) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายพาณิชย์ บริษัท แอร์บัส ร่วมลงนาม พร้อมด้วย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายกีโยม โฟรี (Guillaume Faury) ประธานบริหารฝ่ายเครื่องบินพาณิชย์ของบริษัท แอร์บัส ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท แอร์บัส เมืองตูลูส สาธารณรัฐฝรั่งเศส

นางอุษณีย์ แสงสิงแก้ว รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทยฯ เปิดเผยว่า โครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของแผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC Project) จะเป็นศูนย์ซ่อมที่มีความทันสมัยที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และมีประสิทธิภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จะสามารถซ่อมได้ทั้งการซ่อมบำรุงใหญ่ (Heavy maintenance) และการซ่อมบำรุงอากาศยานระดับลานจอด โดยสามารถซ่อมให้แล้วเสร็จได้ที่อากาศยาน (Line services) สำหรับเครื่องบินลำตัวกว้างทุกประเภท โดยจะนำเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัยมาใช้วิเคราะห์ข้อมูลการบำรุงรักษาเครื่องบิน ตลอดจนเทคนิคการตรวจสอบ รวมถึงการใช้โดรนตรวจสอบโครงสร้างของเครื่องบินอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีโรงซ่อมอากาศยานเฉพาะด้าน ได้แก่ ศูนย์ซ่อมโครงสร้างคอมโพสิต และศูนย์ฝึกอบรมการซ่อมบำรุงที่ครบวงจรสำหรับช่างเทคนิคทั้งจากในประเทศไทยและต่างประเทศ

อย่างไรก็ตามการร่วมทุนระหว่างการบินไทยและแอร์บัสในครั้งนี้ จะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินและอวกาศในประเทศไทยให้ก้าวไปไกลยิ่งขึ้น ซึ่งคาดว่าจำนวนฝูงบินของเครื่องบินลำตัวกว้างในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะเติบโตเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าหรือราว 4,800 ลำ ในอีก 20 ปีข้างหน้า และส่งผลดีต่อแผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกของประเทศไทย ซึ่งจะเป็นไปตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลไทย ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตและบริการโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในประเทศไทยให้ไปสู่ระดับโลก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11917</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน, อีอีซี, แอร์บัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180622/image_big_5b2ce5f82d463.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6520</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2018 10:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2018 10:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สงกรานต์คนไทยแห่เที่ยวญี่ปุ่น &#039;บินไทย&#039;จัดแอร์บัส เอ 380-800 บินกรุงเทพฯ-นาริตะ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
บินไทยพร้อมนำเครื่องบินแอร์บัส เอ 380-800 ให้บริการผู้โดยสารในเส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-นาริตะ ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงเทศกาสงกรานต์5-19เม.ย.นี้ เพื่อรองรับปริมาณการเดินทางที่เพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย.61-นางอุษณีย์ แสงสิงแก้ว รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะมีนักเดินทางท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินิยมเดินทางไปท่องเที่ยวพักผ่อน ทำให้มีปริมาณความต้องการในการเดินทางเป็นจำนวนมากทั้งเส้นทางในประเทศและต่างประเทศ การบินไทยในฐานะสายการบินแห่งชาติจึงได้จัดเครื่องบินมาให้บริการ โดยเฉพาะเส้นทางบินสู่ประเทศญี่ปุ่น โดยได้นำเครื่องบินแอร์บัส เอ 380-800 มาให้บริการผู้โดยสารเส้นทาง ไป-กลับ กรุงเทพฯ-นาริตะ ประเทศญี่ปุ่น ในเที่ยวบินที่ทีจี 676 และ ทีจี 677 ระหว่างวันที่ 5-19 เมษายน 2561 เพื่อรองรับปริมาณการเดินทางที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
นอกจากนี้ บริษัทฯ &amp;nbsp;ยังเพิ่มความถี่จำนวนเที่ยวบินไปยังประเทศญี่ปุ่น จากสัปดาห์ละ 75 เที่ยวบินเป็นสัปดาห์ละ 82 เที่ยวบิน และเพิ่มความถี่จำนวนเที่ยวบินไปยังประเทศเกาหลีจากสัปดาห์ละ 34 เที่ยวบินเป็นสัปดาห์ละ 38 เที่ยวบิน ในช่วงเทศกาลสงกรานต์อีกด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
สำหรับเครื่องบินแอร์บัส เอ 380-800 &amp;nbsp;มีจำนวนที่นั่งทั้งสิ้น 507 ที่นั่ง ประกอบด้วย ผู้โดยสารชั้นหนึ่ง รอยัล เฟิร์สท คลาส (Royal First Class) จำนวน 12 ที่นั่ง ผู้โดยสารชั้นธุรกิจ รอยัล ซิลค์ คลาส (Royal Silk Class) จำนวน 60 ที่นั่ง และผู้โดยสารชั้นประหยัด จำนวน 435 ที่นั่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6520</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, คนไทย, ช่วงสงกรานต์, ทีจี, สงกรานต์, เครื่องบิน, เที่ยวญี่ปุ่น, เอ 380-800, แอร์บัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180306/image_big_5a9ebc75af6c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5201</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2018 08:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2018 08:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุคลากรการบินขาดแคลนหนัก  เร่งปั้นคนด่วนหวั่นแผนฮับการบินสะดุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หวั่นขาดแคลนนักบิน-ช่างซ่อมบำรุงอากาศยาน ส่อปัญหาดันไทยขึ้นฮับการบินในภูมิภาคฯ เร่งปั้นบุคลากรเพิ่ม&amp;nbsp; ด้าน &amp;quot;APDI&amp;quot; รุกหนัก เปิดหลักสูตรการบินครบวงจรแห่งแรกในไทย หวังช่วยแก้ปัญหา ปูพรมสู่ตลาด AEC


17 มี.ค.2561 นายเสนีย์ สุวรรณดี รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เปิดเผยว่า ในปี 2561 ประเทศไทยมีนักบินจำนวนประมาณ 4,000 คน และสามารถผลิตนักบินได้จำนวน 300 คนต่อปี แต่มีความต้องการจำนวน 400-500 คนต่อปี เช่นเดียวกับบุคลากรด้านช่างซ่อมบำรุงในปัจจุบันมีจำนวนประมาณ 9,000 คน ยังต้องการเพิ่มขึ้นอีกจำนวนประมาณ 1,000 คนต่อปี แต่สามารถผลิตได้เพียง 300-400 คนต่อปีเท่านั้น ซึ่งอาจจะส่งผลเสียหายและการเติบโตในอนาคต สอดคล้องกับสถานการณ์แนวโน้มอุตสาหกรรมการบินของโลก


อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของบริษัทแอร์บัสได้คาดการณ์ว่าในอีก 20 ปีข้างหน้า ทั่วโลกจะมีความต้องการเครื่องบินกว่า 4,000 ลำ&amp;nbsp; และมีความต้องการนักบินจำนวน 5.3 แสนคน และช่างซ่อมบำรุงจำนวน 5.5 แสนคน ในขณะที่บริษัทโบอิ้งระบุว่าทั่วโลกจะมีความต้องการเครื่องบินกว่า 41,000 ลำ และมีความต้องการนักบินจำนวน 6.17 แสนคน ตลอดจนช่างซ่อมบำรุงจำนวน 6.79 แสนคน

&amp;nbsp;นอกจากนี้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ กพท. ได้คาดการณ์ไว้ว่า ความต้องการบุคลากรด้านการบิน บุคลากรด้านการควบคุมการจราจรทางอากาศ และช่างอากาศยานในภูมิภาคเอเชียจะมีมากถึง 40,000 คน


นายเสนีย์ กล่าวต่อว่า จากแนวโน้มข้างต้น รัฐบาลไทยได้ผลักดันให้มีการขยายท่าอากาศยานภายใต้การดูแลของท่าอากาศยานไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อรองรับผู้โดยสารจากเดิม 83.5 ล้านคนต่อปี เป็น 184 ล้านคนต่อปี โดยการขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเฟส 2 คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2564 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารของสนามบินสุวรรณภูมิจากเดิม 45 ล้านคนต่อปีเป็น 60 ล้านคนต่อปี&amp;nbsp;


นอกจากนี้ยังมีการอนุมัติการขยายสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นสนามบินนานาชาติหลัก (แห่งที่ 3) ของประเทศไทย ตลอดจนใช้เป็นเขตส่งเสริมเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เพื่อรองรับการขยายตัวของพื้นที่ EEC และเชื่อมโยงการขนส่งผู้โดยสารกับสนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ ในขณะเดียวกันสายการบินต่างๆ ทั่วโลกก็มีการขยายตัวเช่นกันโดยมีแนวโน้มจะสั่งซื้ออากาศยานเพิ่มมากขึ้น ทำให้การผลิตบุคลากร ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ ที่จะต้องเร่งดำเนินการ โดยเฉพาะจะต้องผ่านการฝึกอบรมและได้ใบอนุญาตนักบินพาณิชย์ตรี (Commercial Pilot Licence หรือ CPL) เพื่อให้สามารถเริ่มทำงานได้ทันที


ทั้งนี้ เพื่อรองรับแผนการขยายตัวของอุตสาหกรรมการบินอย่างมีประสิทธิผล สถาบันพัฒนาบุคลากรการบิน มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต หรือ APDI ในฐานะสถาบันการศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญและความพร้อมด้านการพัฒนาการบินที่ครบวงจร จึงเดินหน้าเปิดหลักสูตรการบินครบวงจร (One Stop Total Solutions) ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกของประเทศไทย และเสริมทัพความเข้มแข็งด้วยการเปิดหลักสูตรเพิ่ม 2 หลักสูตร คือ นักบิน และช่างซ่อมบำรุง ซึ่งกำลังประสบปัญหาขาดแคลนอย่างหนัก&amp;nbsp; พร้อมปักธงขึ้นแทนเป็น 1 ใน 3 สถาบันการบินคุณภาพของประเทศปูพรมสู่ตลาด AEC
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5201</URL_LINK>
                <HASHTAG>คมนาคม, ทรัพยากรบุคคล, ท่าอากาศยาน, แอร์บัส, โบอิ้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180317/image_big_5aac6f883eca5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4449</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2018 23:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2018 08:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รักคุณเท่าฟ้าขายผ้าเอาหน้ารอด ใช้โบอิ้งแทนแอร์บัสซื้อเวลารออะไหล่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางอุษณีย์ แสงสิงแก้ว รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทยฯ เปิดเผยว่า ตามที่บริษัทฯ ได้นำเครื่องบินแบบแอร์บัส เอ 380 จำนวน 2 ลำ เข้าซ่อมบำรุงตามวาระ ประกอบกับปัญหาการขาดแคลนเครื่องยนต์อะไหล่เครื่องบินแบบแอร์บัส เอ 380 ทำให้บริษัทฯ ต้องมีการปรับเปลี่ยนหมุนเวียน เครื่องบินมาให้บริการในบางเที่ยวบิน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการให้บริการผู้โดยสาร ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้นำเครื่องบินแบบโบอิ้ง 777-300ER มาทำการบินทดแทนในบางเที่ยวบินที่ใช้เครื่องบินแบบแอร์บัส เอ 380 ทำการบิน ได้แก่ เที่ยวบินที่ทีจี 910 และ ทีจี 911 เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-ลอนดอน และเที่ยวบินที่ทีจี 676 และ ทีจี 677 เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-โตเกียว (นาริตะ) ซึ่งเครื่องบินแบบโบอิ้ง 777-300ER ในฝูงบินของการบินไทย เป็นเครื่องบินที่มีผลิตภัณฑ์ใหม่ ทันสมัย สามารถให้บริการผู้โดยสารให้ได้รับความสะดวกสบาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ บริษัทฯ มีเครื่องบินแบบแอร์บัส เอ 380 ประจำการในฝูงบิน จำนวน 6 ลำ ใช้เครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์ รุ่น Trent 900 โดยบริษัท โรลส์-รอยซ์ ไม่สามารถส่งมอบเครื่องยนต์อะไหล่ให้การบินไทยได้ตามกำหนดเวลา ซึ่งบริษัทฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจและได้เร่งรัดให้โรลส์-รอยซ์ ส่งมอบเครื่องยนต์อะไหล่ดังกล่าว เพื่อไม่ให้กระทบต่อการนำเครื่องบินแบบแอร์บัส เอ 380 มาให้บริการในเส้นทางต่างๆ ที่กำหนดไว้ในตารางการบิน ทั้งนี้ การบินไทยคาดว่าจะนำเครื่องบินแบบแอร์บัส เอ 380 ทั้ง 2 ลำ ที่ต้องเข้าซ่อมบำรุงมาทำการบินตามปกติได้ในวันที่ 10 มีนาคม 61 จำนวน 1 ลำ และประมาณกลางเดือนมีนาคม 61 อีก 1 ลำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4449</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, ดีดีการบินไทย, รักคุณเท่าฟ้า, เครื่องบิน, แอร์บัส, โบอิ้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180306/image_big_5a9ebc75af6c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
