<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108417</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 17:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2021 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรียนรู้ถนอมเสื้อผ้าช่วยรักษ์โลก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การดูแลถนอมเสื้อผ้าให้อยู่กับเราไปได้นานๆ นอกจากจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายจากการซื้อเสื้อผ้าใหม่แล้ว ยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมหาศาล จากขั้นตอนการผลิตที่ต้องใช้ทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ เช่น น้ำ ปิโตรเลียม และถ่าน การปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการสร้างขยะแฟชั่นที่เกิดจากการผลิตสินค้าจำนวนมาก เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เพื่อช่วยการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมของโลก &amp;quot;แอลจี&amp;quot; ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องซักผ้าตามสโลแกน &amp;ldquo;Life&amp;rsquo;s Good&amp;rdquo; ได้รวบรวมเคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญในการยืดอายุเสื้อผ้าตัวโปรด ตามแนวคิดรักษ์โลกแบบ &amp;ldquo;สโลว์ แฟชั่น&amp;rdquo; (slow fashion) มาเผยแพร่เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับแฟชั่นนิสต้ารักษ์โลกทุกคน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เลือกซื้อเสื้อผ้าคุณภาพดี คัตติ้งเนี๊ยบ &amp;nbsp;&amp;nbsp;การเลือกซื้อเสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้าคุณภาพดีและการตัดเย็บที่พิถีพิถัน ซึ่งไม่จำเป็นต้องราคาแพงเสมอไป เคล็ดลับสำคัญคือการดึงผ้าเพื่อดูตะเข็บ หากเจอรอยตะเข็บที่ไม่ตรงแนวหรือแยกออกจากกัน แสดงว่าเสื้อผ้าชุดนั้นมีโอกาสในการชำรุดได้ง่าย และควรเลือกเสื้อผ้าที่มีรอยเย็บชายผ้าที่ได้มาตรฐาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เลือกวิธีการดูแลเสื้อผ้าแต่ละประเภทให้ถูกวิธี &amp;nbsp;การซักผ้าบ่อยครั้งเกินไป ทำให้ผ้าเสื่อมเร็วเช่นกัน เสื้อผ้าบางชนิดก็ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ทำความสะอาดด้วยการซักแบบทั่วไปได้ เช่น เสื้อสูท เสื้อหนัง การดูแลเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เลือกโปรแกรมการซักให้เหมาะสมกับเนื้อผ้า &amp;nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาดสูงสุด พร้อมถนอมผ้าเพื่อการใช้งานระยะยาวได้ในขณะเดียวกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่าใส่ผ้าเยอะจนแน่นถังซัก &amp;nbsp;เนื่องจากเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดคราบผงซักฟอกตกค้างและเสื้อผ้าเป็นขุย เพราะเมื่อใส่เสื้อผ้าปริมาณมากเกินไป เวลาซักเสื้อผ้าจะหมุนและถูเข้าด้วยกันจนทำให้เกิดแรงเสียดทาน และสร้างความเสียหายทำให้เกิดขุยผ้าได้ อีกวิธีป้องกันผ้าเสียหายที่ไม่ควรมองข้ามคือ การกลับตะเข็บเอาด้านในของเสื้อออกมาก่อนซัก และใส่เสื้อผ้าที่บอบบางลงในถุงตาข่ายซักผ้าเพื่อป้องกันการขีดข่วน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เรียนรู้วิธีการซ่อมแซมเสื้อผ้าด้วยตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เปลี่ยนวิธีจัดการกับเสื้อผ้าชำรุด แทนที่จะบริจาคหรือทิ้งทุกครั้งที่กระดุมเสื้อหลุดหายหรือชายกางเกงรุ่ย การเรียนรู้ทักษะในการซ่อมแซมผ้าง่ายๆ เช่น เย็บกระดุม ปัก หรือปะผ้า เป็นประโยชน์อย่างมากในการดูแลเสื้อผ้าตัวโปรดให้คงทนและนำกลับมาใช้งานได้อีกครั้งไม่ต่างกับตอนที่ซื้อมาใหม่ๆ และยังเป็นวิธีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108417</URL_LINK>
                <HASHTAG>Life’s Good, slow fashion, ฃ่วยรักษ์โลก, ถนอมเสื้อผ้า, ถ่าน, ทรัพยากรธรรมชาติ, ประหยัดค่าใช้จ่าย, ปล่อยก๊าซเรือนกระจก, ปิโตรเลียม, ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า, ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม, สโลว์ แฟชั่น, เครื่องซักผ้า, แนวคิดรักษ์โลก, แอลจี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60dee6c8a2f1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98382</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2021 14:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2021 14:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แอลจี&#039;ยกธงขาว โบกมือลาตลาดสมาร์ทโฟน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ ของเกาหลีใต้ ประกาศในวันจันทร์ว่า บริษัทจะยุบแผนกโทรศัพท์มือถือที่ขาดทุนมโหฬารอย่างต่อเนื่องมาเกือบ 6 ปี ถือเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่เจ้าแรกของโลกที่ถอนตัวออกจากตลาดมือถืออย่างสิ้นเชิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ผู้ร่วมงานทดสอบสมาร์ทโฟน LG8 Thin Q ที่งานโมไบล์เวิลด์คองเกรสในเมืองบาร์เซโลนาของสเปน เมื่อปี 2562 (Photo by Joan Cros/NurPhoto via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่อันดับสองของเกาหลีใต้รองจากซัมซุงแห่งนี้ เคยประกาศไว้เมื่อเดือนมกราคมว่า บริษัทกำลังพิจารณาทางเลือกทั้งหมดสำหรับแผนกโทรศัพท์มือถือ หลังจากแผนกนี้ทำให้แอลจี อีเลคทรอนิคส์ ขาดทุนสะสมประมาณ 4,500 ล้านดอลลาร์ มาเกือบ 6 ปีหรือ 23 ไตรมาสติดต่อกันนับแต่ปี 2558 จนถึงสิ้นปีที่ผ่านมา แผนกสมาร์ทโฟนนี้เป็นแผนกที่เล็กที่สุดจาก 5 แผนกของแอลจี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงเมื่อวันจันทร์กล่าวว่า การตัดสินใจยุบแผนกสมาร์ทโฟนที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด จะช่วยให้แอลจีหันไปมุ่งเน้นในภาคที่เจริญเติบโต เช่น ส่วนประกอบของรถยนต์ไฟฟ้า, อุปกรณ์เชื่อมต่อ และบ้านอัจฉริยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตัดสินใจถอนตัวจากตลาดมือถือทำให้แอลจีทิ้งส่วนแบ่งตลาด 10% ในภูมิภาคอเมริกาเหนือ ซึ่งแอลจีเป็นสมาร์ทโฟนอันดับ 3 ไว้ให้สองยักษ์ทั้งแอปเปิลและซัมซุงอีเล็กทรอนิกส์แย่งชิงกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์กล่าวว่า ช่วงเวลาที่รุ่งเรือง แอลจีเป็นรายแรกในตลาดที่สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ในตลาดมือถือ รวมถึงกล้องมุมกว้างพิเศษ และในปี 2556 แอลจีเคยเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่อันดับที่ 3 รองจากซัมซุงและแอปเปิล ทว่า สมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงของแอลจีกลับเจอปัญหาทั้งด้านซอฟท์แวร์และฮาร์ดแวร์ บวกกับความล่าช้าในการอัพเดทซอฟท์แวร์ทำให้แบรนด์นี้เสื่อมความนิยมลงอย่างรวดเร็ว นักวิเคราะห์หลายคนยังโทษเรื่องการขาดความชำนาญในการทำตลาดเมื่อเทียบกับคู่แข่งจากจีนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบัน แอลจีมีส่วนแบ่งในตลาดแค่ประมาณ 2% เท่านั้นตามข้อมูลของสำนักวิจัย เคาเตอร์พอยต์&amp;nbsp; โดยขายมือถือได้ 23 ล้านเครื่องเมื่อปีที่แล้ว เปรียบเทียบกับ 256 ล้านเครื่องของซัมซุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่โทรศัพท์มือถือแบรนด์ที่รู้จักกันดีแบรนด์อื่นๆ เช่น โนเกีย, เอชทีซี และแบล็คเบอร์รี ต่างร่วงลงจากที่เคยอยู่ระดับบนของตลาด แต่แบรนด์เหล่านี้ยังไม่ได้หายไปอย่างสิ้นเชิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของแอลจีกล่าวว่า ลูกจ้างของแผนกสมาร์ทโฟนในเกาหลีใต้จะถูกโอนย้ายไปยังธุรกิจอื่นๆ และบริษัทในเครือของแอลจี อีเลคทรอนิคส์ ส่วนลูกจ้างของแผนกนี้ในประเทศอื่นๆ จะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของท้องถิ่น แอลจีจะยังให้การสนับสนุนด้านบริการและอัพเดตซอฟต์แวร์แก่ลูกค้าผลิตภัณฑ์มือถือของบริษัทต่อไปในระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานของสื่อท้องถิ่นด้วยว่า แอลจีเคยเจรจากับวินกรุ๊ปของเวียดนามเพื่อขายธุรกิจบางส่วน แต่การเจรจาล้มเหลวเนื่องจากตกลงเรื่องราคากันไม่ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98382</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอนตัวจากตลาด, มือถือแอลจี, เลิกผลิตสมาร์ทโฟน, แอลจี, แอลจี อีเลคทรอนิคส์, โทรศัพท์แอลจี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606ab8f960d4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1648</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2018 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2018 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>LG มั่นใจขึ้นแท่นเบอร์ 1 แอร์อินเวอร์เตอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;แอลจี&amp;quot; ส่ง 18 รุ่น ชิงแชมป์แชร์ตลาดแอร์อินเวอร์เตอร์อันดับ 1 เทงบ 300 ล้านบาท หวังโกยสัดส่วนรายได้เพิ่ม 25% หรือ 3,500 ล้านบาท ของเป้ารายได้รวม 23,000 ล้านบาท มั่นใจสิ้นปียอดขายแตะ 200,000 เครื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายนิพนธ์ วงษ์แสงอรุณศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปี 2561นี้ บริษัทตั้งเป้าหมายขึ้นเป็นอันดับ 1 ของส่วนแบ่งทางการตลาด หรือ มาเก็ตแชร์ในกลุ่มเครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ ซึ่งจากปีที่แล้วบริษัทมีสัดส่วน 17% อยู่ในอันดับ 2 ปีนี้คาดว่าจะสามารถทำได้ถึง 25% จากการพัฒนาระบบการทำงานของสินค้าที่ตอบโจทย์ลูกค้ามากยิ่งขึ้น ประหยัดพลังงานถึง 70% ลดเสี่ยงรบกวน และเน้นความทนทาน โดยในไตรมาส1/2561 จะเปิดตัวทั้งหมด 18 รุ่น ใน 5 ซีรี่ส์ ซึ่งเพิ่มจากปีที่แล้วที่มีจำนวน 12 รุ่น ใน 3 ซีรี่ส์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนกลยุทธ์การทำตลาดนั้น ใช้งบประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งจะเจาะทั้งกลุ่มออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงการจัดไวรัลแคมเปญ (Viral) เพื่อกระตุ้นการซื้อ และยังคงใช้แบรนด์แอมบาสเดอร์ในการสร้างการรับรู้สินค้าเช่นเดิม ทั้งนี้ มั่นใจว่าภายในปีนี้จะสามารถดันยอดขายของเครื่องปรับอากาศในบ้านให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 20% เป็น 25% หรือ มีรายได้ 3,500 ล้านบาท จากรายได้รวมบริษัทที่ตั้งเป้าปีนี้ไว้ที่ 23,000 ล้านบาท ซึ่งเติบโตรวม 15%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับยอดขายนั้น เชื่อว่าปีนี้จะเติบโตจากปีก่อน 30% หรือมียอดขายจำนวน 200,000 เครื่อง ซึ่งเครื่องปรับอาการกลุ่มอินเวอร์เตอร์มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2553 ที่มีการนำเข้ามาทำตลาดในไทย โดยปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และที่สำคัญคือการประหยัดพลังงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ เครื่องปรับอากาศแบบธรรมดานั้น มีการใช้งานที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยในปี 2559 มีการใช้งาน 70% และมาในปี 2560 มีการใช้งาน 50% ซึ่งคาดว่าปีนี้จะมีการใช้งานลดลงอีก ส่วนระบบอินเวอร์เตอร์ในปี 2559 เติบโต 29% ในปี 2560 เติบโตถึง 43% และในปีนี้เชื่อว่าสามารถเติบโตได้ถึง 60% ส่วนด้านราคาขายยังคงไม่มีการปรับขึ้น ซึ่งราคาจะอยู่ที่ประมาณ 15,000 - 25,000 บาทต่อเครื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1648</URL_LINK>
                <HASHTAG>LG, ตลาด, ธุรกิจ, เครื่องปรับอากาศ, แอร์, แอลจี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180124/image_big_5a6808c2918a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
