<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83464</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2020 10:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2020 10:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิษโควิด-19 กระทบปตท.เลื่อนแผนส่งออกแอลเอ็นจี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ย. 2563 นายวุฒิกร สติฐิต รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปตท. เลื่อนการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) เพื่อส่งออกเชิงพาณิชย์ออกไปเป็นช่วงประมาณไตรมาส 2/64 จากเดิมที่คาดว่าจะดำเนินการได้ในไตรมาส 3/63 เพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางการซื้อขายก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี ฮับ) ที่คาดว่าจะเริ่มเห็นปริมาณการนำเข้าและส่งออกที่คึกคักมากขึ้นในปี 65 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส-19 ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติในภูมิภาคลดลง และการเจรจากับลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตลาด CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) รวมถึงจีนตอนใต้ยังติดขัดอยู่บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ราคานำเข้าแอลเอ็นจีจากตลาดจร (สปอต) ปัจจุบันอยู่ในระดับสูงประมาณ 7 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู ซึ่งอาจยังไม่เหมาะสมในการทำตลาดช่วงนี้ แต่หากราคาปรับลดลงมาต่ำที่ประมาณ 3-4 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู ที่คาดว่าจะเกิดในช่วงหน้าร้อนก็น่าจะจูงใจให้เกิดการนำเข้าเพื่อส่งออกได้ แต่ ปตท. มีความคืบหน้าในการการทดสอบการนำเข้าและส่งออกไปเรียบร้อยแล้ว &amp;nbsp;โดยทุกองค์ประกอบมีความพร้อมแต่สถานการณ์ราคาสปอตอาจจะต้องกลับมาดูในช่วงที่คุ้มค่า เพราะปัจจุบันลูกค้าหลายรายอาจจะชะลอการซื้อแอลเอ็นจีไปก่อน&amp;rdquo;นายวุฒิกร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มีผลทำให้ยอดการใช้ก๊าซแอลเอ็นจีปีนี้ลดลง 8-10% จากปีที่ผ่านมา ส่วนการนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจีในประเทศปี 64 น่าจะมีระดับใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 5.5-5.6 ล้านตันต่อปี โดยมาจากสัญญาระยะยาวประมาณ 5.2 ล้านตัน &amp;nbsp;และจะสามารถเป็นสปอตประมาณ 4-5 แสนตัน ทั้งจาก ปตท. และภาคเอกชน ซึ่งหากมีการเปิดเสรีการนำเข้า ปตท. พร้อมที่จะเป็นหน่วยงานที่ทำตามนโยบายภาครัฐ และเปิดให้ใช้ท่อส่งก๊าซอย่างเต็มรูปแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวุฒิกร กล่าวถึงโครงการท่อส่งก๊าซเส้นที่ 5 บางส่วนมีกำหนดแล้วเสร็จปลายปีนี้ และบางส่วนจะแล้วเสร็จกลางปีถึงปลายปีหน้า ซึ่งในเฟสแรกได้มีการเริ่มจ่ายก๊าซให้กับโรงไฟฟ้าเอกชนขนาดใหญ่(ไอพีพี) โรงใหม่ ได้แก่ กัลฟ์ เอสอาร์ซี &amp;nbsp;แล้วบางส่วนเมื่อเดือนต.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83464</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), วุฒิกร สติฐิต, หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ, เลื่อนการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว, แอลเอ็นจี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201111/image_big_5fab5d4db47d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45136</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนธิรัตน์เคลียร์ปมLNG 1.5 ล้านตัน ยืนนโยบายเปิดเสรีให้กฟผ.เป็นผู้นำเข้าเช่นเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;สนธิรัตน์&amp;quot; แจงสร.กฟผ. กรณีปมประมูลนำเข้าแอลเอ็นจี 1.5 ล้านตัน เหตุมีข้อบกพร่องกระทบต้นทุนค่าไฟ สถานการณ์การใช้ก๊าซฯเปลี่ยน ยันพร้อมเคลียร์ปิโตรนาสฯและปตท.กรณีค่าเช่าคลัง ไม่กระทบ กฟผ. พร้อมยืนนโยบายเปิดเสรีและให้กฟผ.เป็นผู้นำเข้าเช่นเดิม สร.กฟผ.พอใจส่ง&amp;quot;กุลิศ&amp;quot;นั่งประธานบอร์ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย. 62- &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยหลังการหารือร่วมกับตัวแทนสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(สร.กฟผ.) วานนี้(6ก.ย.) ว่า &amp;nbsp;ได้ชี้แจงกับสร.กฟผ.ถึงมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.)ที่ให้ยกเลิกแผนการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี) 1.5 ล้านตัน/ปีของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)และให้นำเข้ารูปแบบราคาจร(Spot)เพื่อทดสอบระบบจำนวน 2 ลำเรือ(ลำละ90,000 ตัน) เนื่องจากการดำเนินงานที่ผ่านมามีจุดบกพร่องที่ปล่อยไว้จะส่งผลกระทบค่าไฟฟ้า ประกอบกับสถานการณ์การใช้ก๊าซธรรมชาติในประเทศเปลี่ยนไปจึงจำเป็นต้องมาพิจารณาปริมาณการนำเข้าที่เหมาะสมใหม่ อย่างไรก็ตามได้ยืนยันว่ากรณีดังกล่าวจะไม่มีความเสียหายใดๆ ทั้งสิ้นเกิดกับกฟผ.และจะไม่เกิดการฟ้องร้องเพราะกระทรวงพลังงานจะเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาต่างๆทั้งหมดโดยเร็ว และมอบหมายให้นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงานดูแลเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กฟผ.ได้คัดเลือกปิโตรนาส แอลเอ็นจี เป็นผู้ชนะประมูลนำเข้าแอลเอ็นจี 1.5 ล้านตัน/ปีกำหนดจะต้องลงนามในสัญญาภายในเดือนก.ย.นี้ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้มีการลงนามแต่อย่างใด ดังนั้นล่าสุดตนได้หารือเบื้องต้นกับรัฐมนตรีพลังงานของมาเลเซียในเวทีประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียนครั้งที่ 37 (AMEM)แล้วยืนยันว่าจะไม่กระทบใดๆทั้งสิ้น เช่นเดียวกรณีค่าเช่าคลังแอลเอ็นจีกับบริษัทในกลุ่มบมจ.ปตท.ที่กฟผ.ได้เซ็นสัญญาไปแล้วที่กระทรวงพลังงานจะมีการเจรจาเพื่อยกเลิกเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาค่าเช่าตามมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ได้ยืนยันต่อสร.กฟผ.ว่านโยบายการเปิดเสรีก๊าซฯเพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางภูมิภาค(ฮับ)ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงเพียงแต่จะต้องดูรายละเอียดต่างๆให้เหมาะสม เพื่อทำให้เกิดการนำเข้าต่อไปเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของโลกและนำไปสู่ต้นทุนค่าไฟกับประชาชนที่ถูกลง และกฟผ.จะเป็นหนึ่งในผู้นำเข้าแอลเอ็นจีต่อไป ซึ่งจะมีการหารือถึงปริมาณที่เหมาะสมเพื่อที่จะดำเนินการให้เกิดขึ้นโดยเร็วอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศิริชัย ไม้งาม ประธานสร.กฟผ. กล่าวว่า &amp;nbsp;สิ่งที่สร.กฟผ.กังวลมากสุดคือความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของตัวกฟผ.ในฐานะรัฐวิสาหกิจระดับประเทศที่ได้ประมูลและได้ปิโตรนามาส แอลเอ็นจี เป็นผู้ชนะประมูลซึ่งเป็นบริษัทมาเลซียซึ่งมีชื่อเสียง ขณะเดียวกันที่ผ่านมาได้มีการเซ็นสัญญาเช่าคลังแอลเอ็นจีกับบริษัทในเครือบมจ.ปตท.ไปแล้วโดยจะเช่าเดือนละ 190 ล้านบาทเป็นระยะเวลา 33 ปีคิดเป็นมูลค่า 7.5 หมื่นล้านบาทจึงเกรงว่าหากไปยกเลิกสัญญาจะได้รับผลกระทบโดยทั้ง 2 ประเด็นดังกล่าวทางรมว.พลังงานได้รับปากที่จะแก้ไขให้ทั้งหมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ยืนยันว่าการนำเข้าแอลเอ็นจีครั้งนี้ของกฟผ. 1.5 ล้านตัน/ปีเพื่อเป็นการผลิตไฟฟ้าของกฟผ.เองไม่ได้นำมาขายแต่อย่างใดโดยมีสัญญา 8 ปี ซึ่งรัฐมนตรีพลังงานได้ชี้แจงว่ามีข้อบกพร่องในอดีต 3-4 ปีที่ผ่านมาจึงต้องกลับมาแก้ไขและทบทวนใหม่และพร้อมจะให้กฟผ.มีการนำเข้าต่อไปซึ่งได้รับปากว่าจะเร่งเคลียร์เรื่องนี้ทั้งหมดภายใน 2-3 เดือนนี้และยืนยันว่าจะให้โควตากฟผ.นำเข้าแอลเอ็นจี 15%ของการใช้กฟผ.ที่มีทั้งหมด 8 ล้านตัน/ปี ซึ่งจากการเข้ามาพบครั้งนี้ก็พอใจกับกระทรวงพลังงาน &amp;quot;นายศิริชัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข้อกังวลต่อกรณีที่กีระทรวงพลังงานจะแต่งตั้งบุคคลาภายนอกมานั่งเป็นคณะกรรมการบริหารกฟผ.(บอร์ด)ซึ่งก่อนหน้านี้มีการลาออกไป 2 คนได้แก่ นายดิสทัต โหตระกิตย์ ประธานบอร์ดกฟผ.และนายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ บอร์ดกฟผ. นั้นทางรมว.พลังงานได้แจ้งว่าในส่วนของประธานบอร์ดจะให้นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงานเข้ามารับตำแหน่งเป็นประธานบอร์ดกฟผ.เพื่อให้มารับภารกิจในการพัฒนาองค์กรกฟผ.ให้เป็นไปตามเป้าหมาย ส่วนกรรมการอีก 1 คนอยู่ระหว่างการสรรหาซึ่งจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านไฟฟ้า ซึ่งสร.กฟผ.ก็มีความยินดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45136</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฟผ., การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, ก๊าซธรรมชาติ, พลังงาน, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, แอลเอ็นจี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190906/image_big_5d72274aded2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44409</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2019 16:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2019 16:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กฟผ. ยืนยันเปิดเสรีนำเข้าแอลเอ็นจี ทำให้ค่าไฟถูกลงในระยะยาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:15.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;กฟผ. ยืนยันนโยบายรัฐให้ กฟผ. นำเข้าแอลเอ็นจี 1.5 ล้านตัน เพื่อเพิ่มการแข่งขันในธุรกิจนำเข้าก๊าซธรรมชาติ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทุกรายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เชื่อมั่นส่งผลดีค่าไฟฟ้าถูกลงในระยะยาว และสัญญาการนำเข้า ฯ มีความยืดหยุ่น ไร้ปัญหาค่า Take or Pay &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;นายพัฒนา แสงศรีโรจน์ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ ในฐานะโฆษกการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ชี้แจงประเด็นการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ของ กฟผ. เป็นการดำเนินการตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2560 เพื่อส่งเสริมการแข่งขันในกิจการก๊าซธรรมชาติในการเปิดเสรีแก่บุคคลที่สาม โดยมอบหมายให้ กฟผ. นำร่องเป็นผู้จัดหาและนำเข้าแอลเอ็นจีไม่เกิน 1.5 ล้านตันต่อปี ซึ่ง กฟผ. ดำเนินการเปิดประมูลจัดหาและนำเข้าก๊าซธรรมชาติตามขั้นตอนอย่างเปิดเผยและโปร่งใส โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทุกรายทั้งในประเทศและต่างประเทศแข่งขันเสนอราคา จนกระทั่งได้ผู้เสนอราคาแอลเอ็นจีที่มีราคาถูกกว่าราคาต่ำสุดของสัญญาจัดหาระยะยาวของประเทศในปัจจุบัน และหากนำไปเฉลี่ยรวมกับก๊าซธรรมชาติจาก อ่าวไทยและเมียนมาร์จะมีราคาถูกลงเมื่อเทียบกับแอลเอ็นจีที่ใช้อยู่ในระบบปัจจุบัน โดยจะนำไปใช้ในโรงไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงสุดของ กฟผ. เพื่อไม่ให้เกิดภาระต้นทุนการผลิตไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;ส่วนความกังวลว่าการนำเข้าแอลเอ็นจีของ กฟผ. จะทำให้เกิดปัญหาค่าปรับตามสัญญาไม่ใช้ก็ต้องจ่าย หรือ Take or Pay นั้น กฟผ. มั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหา เนื่องจาก กฟผ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมแผนบริหารจัดการเพื่อไม่ให้เกิดค่า Take or Pay โดยสัญญาซื้อขายแอลเอ็นจีของ กฟผ. มีความยืดหยุ่น สามารถปรับลดปริมาณการนำเข้า โดยกำหนดปริมาณไว้ระหว่าง 0.8 -1.5 ล้านตันต่อปี อีกทั้ง กฟผ. ได้เจรจากับบริษัทคู่สัญญาให้ดำเนินการขายแอลเอ็นจีส่วนที่ไม่ได้ใช้ให้กับรายอื่นแทน กฟผ. ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;กฟผ. ดำเนินการตามนโยบายของรัฐ เพื่อส่งเสริมให้เกิดประสิทธิภาพการแข่งขันในกิจการก๊าซธรรมชาติของประเทศ โดย กฟผ. เล็งเห็นถึงโอกาสในการเลือกซื้อแอลเอ็นจีในราคาต่ำสุด ทำให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุดจากใช้ไฟฟ้าราคาถูกลงในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44409</URL_LINK>
                <HASHTAG>50 ปี กฟผ., นายพัฒนา แสงศรีโรจน์, แอลเอ็นจี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190827/image_big_5d64f3946dcca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44405</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2019 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2019 15:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กฟผ. ยืนยันเปิดเสรีนำเข้าแอลเอ็นจี ทำให้ค่าไฟถูกลงในระยะยาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กฟผ. ยืนยันนโยบายรัฐให้ กฟผ. นำเข้าแอลเอ็นจี 1.5 ล้านตัน เพื่อเพิ่มการแข่งขันในธุรกิจนำเข้าก๊าซธรรมชาติ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทุกรายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เชื่อมั่นส่งผลดีค่าไฟฟ้าถูกลงในระยะยาว และสัญญาการนำเข้า ฯ มีความยืดหยุ่น ไร้ปัญหาค่า Take or Pay &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
27 ส.ค.62 - &amp;nbsp;นายพัฒนา &amp;nbsp;แสงศรีโรจน์ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ ในฐานะโฆษกการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ชี้แจงประเด็นการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ของ กฟผ. เป็นการดำเนินการตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2560 เพื่อส่งเสริมการแข่งขันในกิจการก๊าซธรรมชาติในการเปิดเสรีแก่บุคคลที่สาม โดยมอบหมายให้ กฟผ. นำร่องเป็นผู้จัดหาและนำเข้าแอลเอ็นจีไม่เกิน 1.5 ล้านตันต่อปี ซึ่ง กฟผ. ดำเนินการเปิดประมูลจัดหาและนำเข้าก๊าซธรรมชาติตามขั้นตอนอย่างเปิดเผยและโปร่งใส โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทุกรายทั้งในประเทศและต่างประเทศแข่งขันเสนอราคา จนกระทั่งได้ผู้เสนอราคาแอลเอ็นจีที่มีราคาถูกกว่าราคาต่ำสุดของสัญญาจัดหาระยะยาวของประเทศในปัจจุบัน และหากนำไปเฉลี่ยรวมกับก๊าซธรรมชาติจาก อ่าวไทยและเมียนมาร์จะมีราคาถูกลงเมื่อเทียบกับแอลเอ็นจีที่ใช้อยู่ในระบบปัจจุบัน โดยจะนำไปใช้ในโรงไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงสุดของ กฟผ. เพื่อไม่ให้เกิดภาระต้นทุนการผลิตไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนความกังวลว่าการนำเข้าแอลเอ็นจีของ กฟผ. จะทำให้เกิดปัญหาค่าปรับตามสัญญาไม่ใช้ก็ต้องจ่าย หรือ Take or Pay นั้น กฟผ. มั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหา เนื่องจาก กฟผ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมแผนบริหารจัดการเพื่อไม่ให้เกิดค่า Take or Pay โดยสัญญาซื้อขายแอลเอ็นจีของ กฟผ. มีความยืดหยุ่น สามารถปรับลดปริมาณการนำเข้า โดยกำหนดปริมาณไว้ระหว่าง 0.8 -1.5 ล้านตันต่อปี อีกทั้ง กฟผ. ได้เจรจากับบริษัทคู่สัญญาให้ดำเนินการขายแอลเอ็นจีส่วนที่ไม่ได้ใช้ให้กับรายอื่นแทน กฟผ. ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กฟผ. ดำเนินการตามนโยบายของรัฐ เพื่อส่งเสริมให้เกิดประสิทธิภาพการแข่งขันในกิจการก๊าซธรรมชาติของประเทศ โดย กฟผ. เล็งเห็นถึงโอกาสในการเลือกซื้อแอลเอ็นจีในราคาต่ำสุด ทำให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุดจากใช้ไฟฟ้าราคาถูกลงในอนาคต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44405</URL_LINK>
                <HASHTAG>การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.), พัฒนา  แสงศรีโรจน์, แอลเอ็นจี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190827/image_big_5d64ef21ba446.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23394</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2018 21:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2018 21:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กาตาร์แจ้งถอนตัวจากโอเปก ม.ค.ปีหน้า หันทุ่มเทผลิตก๊าซธรรมชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลกาตาร์แจ้งขอถอนตัวออกจากกลุ่มโอเปกเดือนมกราคมปีหน้า ยืนยันไม่เกี่ยวข้อพิพาทกับซาอุดีอาระเบียและกลุ่มอาหรับ แต่อ้างจะทุ่มเทกับการผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ที่กาตาร์เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซาอัด เชริดา อัลคาบี รัฐมนตรีกิจการพลังงานของกาตาร์ แถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซาอัด เชริดา อัลคาบี รัฐมนตรีพลังงานคนใหม่ของกาตาร์ แถลงที่กรุงโดฮาเมื่อวันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม 2561 ว่ารัฐบาลของเขาได้แจ้งต่อองค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) แล้วเมื่อเช้าวันเดียวกันว่า กาตาร์ตัดสินใจจะยกเลิกความสมาชิกของโอเปกในเดือนมกราคม 2562 แต่เขาจะยังคงเข้าร่วมการประชุมโอเปกที่กรุงเวียนนาวันพฤหัสบดีและวันศุกร์นี้ และจะปฏิบัติตามพันธะผูกพันของโอเปกไปจนกว่าจะพ้นสมาชิกภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะเป็นสมาชิกโอเปกมานาน 57 ปี แต่กาตาร์ส่งออกน้ำมันปริมาณน้อยมากเมื่อเทียบกับสมาชิกอื่นในกลุ่มโอเปก หรือแค่วันละประมาณ 600,000 บาร์เรล โดยเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบมากเป็นอันดับ 17 ของโลก เอเอฟพีอ้างข้อมูลจากซีไอเอเวิลด์แฟกต์บุ๊กว่า ประเทศขนาดเล็กแห่งนี้มีน้ำมันสำรองแค่ราว 2% ของปริมาณน้ำมันสำรองทั่วโลก ในขณะที่ซาอุดีอาระเบีย ยักษ์ใหญ่ของโอเปก ผลิตน้ำมันดิบได้วันละ 11 ล้านบาร์เรล มากเป็นอันดับ 1 ของโลกและเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่สุดด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัลคาบีกล่าวว่า การตัดสินใจถอนตัวของกาตาร์ไม่เกี่ยวกับการเมืองหรือการโดนซาอุดีอาระเบียและพันธมิตรอาหรับปิดกั้น แต่เป็นเหตุผลด้านเทคนิคและยุทธศาสตร์ โดยกาตาร์วางแผนจะพัฒนาอุตสาหกรรมก๊าซ และขยายการผลิตแอลเอ็นจีจากวันละ 4.8 ล้านตัน เป็น 6.5 ล้านตันภายใน 10 ปีข้างหน้า โดยตั้งเป้าเพิ่มการผลิตแอลเอ็นจีให้ได้ปีละ 110 ล้านตัน ภายในปี 2567 จากปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ปีละ 77 ล้านตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ร่วมด้วยชาติพันธมิตรในโลกอาหรับทั้งบาห์เรนและอียิปต์ ร่วมกันใช้มาตรการบอยคอตกาตาร์มาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2560 โดยกล่าวหากาตาร์ว่าสนับสนุนลัทธิก่อการร้าย แต่กาตาร์ตอบโต้คำกล่าวหานี้ว่ามีเป้าหมายเพื่อบ่อนทำลายอำนาจอธิปไตยของตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดว่าการประชุมสัปดาห์นี้ โอเปกและชาติพันธมิตร ซึ่งรวมถึงรัสเซีย จะเห็นชอบกับการลดกำลังผลิตลงเพื่อพยุงราคาน้ำมันซึ่งร่วงลงเกือบ 30% นับแต่เดือนตุลาคม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23394</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาตาร์, ก๊าซธรรมชาติเหลว, ซาอัด อัลคาบี, ซาอุดีอาระเบีย, ถอนตัว, องค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน, แอลเอ็นจี, โอเปก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181203/image_mid_5c053324338c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9817</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2018 17:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2018 17:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.ลุยเจรจาโมซัมบิก หวังทำสัญญาซื้อLNG เล็งเป็นดีลเลอร์ส่งออกประเทศเพื่อนบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปตท.ลุยเจรจาโมซัมบิก ทำสัญญาซื้อแอลเอ็นจีแบบยืดหยุ่นปลายทาง ผันตัวเองเป็นดีลเลอร์ส่งออกประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมปรับประมาณการณ์ราคาน้ำมันดิบดูไบทั้งปีที่ 65-70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทได้มีการหารือกับทางรัฐบาลโมซัมบิกในการเจรจาสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี) โดยต้องการให้มีความยืดหยุ่นจากสัญญาเดิมเพิ่มขึ้นในกรณีของประเทศส่งออกปลายทางที่ ปตท. นำเข้ามาและสามารถส่งไปขายในประเทศอื่น ๆ ได้ ในลักษณะเป็นดีลเลอร์ เหมือนกับตลาดน้ำมัน ซึ่งปัจจุบันต้องติดตามความชัดเจนของรัฐบาลฝ่ายไทย ว่าจะมีการอนุมัติในแนวไหน โดยสัญญาซื้อขายยังตั้งเป้าให้เป็นระยะยาว(ลองเทิร์ม)ระยะเวลา 15-20 ปี ในจำนวน 2.6 ล้านตันต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตลาดแอลเอ็นจีจะเริ่มโตขึ้นเรื่อย ๆ จนใกล้เคียงกับตลาดน้ำมัน ซึ่งหาก ปตท. สามารถนำเข้าและขายให้กับประเทศอื่นได้ ลูกค้าของเราคือประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา กัมพูช อินโดนีเซีย มาเลเซีย เพราะประเทศเหล่านี้มีความต้องการใช้แอลเอ็นจีมาใช้ผลิตไฟฟ้าในประเทศ ทั้งนี้สัญญาซื้อขายแอลเอ็นจีที่ ปตท. มีอยู่ในปัจจุบันคือ สัญญากับกาต้า 2 ล้านตันต่อปี สัญญากับบริษัท เชลล์ บีพี 2 ล้านตันต่อปี และบริษัท ปิโตรนาส 1.2 ล้านตันต่อปี รวมเป็น 5.2 ล้านตัน&amp;quot;นายเทวินทร์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันบริษัท ยังมีการปรับประมาณการณ์ราคาน้ำมันดิบดูไบปีนี้ที่ระดับ 65-70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากเดิมคาดว่าจะอยู่ระดับ 53-55 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ปัจจัยหลักที่มาจากการเมืองระหว่างประเทศระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ความร่วมมือในการลดกำลังการผลิตของกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมัน(โอเปค) และการผลิตน้ำมันจากชั้นหินดินดาน(เชลล์ออยล์)ที่มีการผลิตลดลงเนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานในการขนส่งทางท่อที่จำกัดจึงไม่สามารถเพิ่มกำลังผลิตได้ ราคาตลาดโลกจึงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9817</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีลเลอร์, ปตท., ราคาน้ำมัน, เทวินทร์, เทวินทร์  วงศ์วานิช, แอลเอ็นจี, โฒซัมบิก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180118/image_big_5a5ffd6e94e32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6298</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2018 20:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2018 08:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการห่วงเลื่อนประมูลปิโตรเลียมสูญ4.5แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
นักวิชาการห่วงผลกระทบหากเลื่อนประมูลเอราวัณ-บงกช หวั่นทำความเสียหายต่อด้านพลังงานกว่า 4.5 แสนล้านบาท/ปี ส่งผลต่อเนื่องถึงการลงทุนในอนาคตและปัญหาการตกงานเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;03 เม.ย.61- แหล่งข่าวจากผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน เปิดเผยว่า มีความเป็นห่วงการเปิดประมูลแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมที่หมดอายุ หากมีการเลื่อนการประมูลโดยเฉพาะในแหล่งเอราวัณ-บงกช ที่จะหมดอายุในปี 2565-2566 ออกไป จะทำให้เกิดมูลค่าที่เสียหายสูงกว่า 450,000 ล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะรายได้ของรัฐบาลที่จะหายไปด้านค่าภาคหลวง ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม และรายได้อื่น ๆ คิดเป็นมูลค่ากว่า 60,000 ล้านบาทต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังส่งผลเรื่องก๊าซธรรมชาติทีเดิมมีการขุดเจาะได้จะหายไป 2,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน(เทียบเท่าโรงไฟฟ้าขนาด 1,200 เมกะวัตต์ จำนวน 10 โรง หรือมากกว่า 50% ของโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซทั้งหมด) &amp;nbsp;ซึ่งจะต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี)มาทดแทน ส่งผลต่อเนื่องถึงค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น 18 สตางค์ต่อหน่วย เมื่อเทียบกับราคาแอลเอ็นจีที่ 10 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานยังไม่เพียงพอต่อการนำเข้าแอลเอ็นจีที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล นอกจากนี้ธุรกิจปิโตรเคมีและธุรกิจต่อเนื่องมีต้นทุนสูงขึ้นจากการที่ต้องนำเข้าสารตั้งต้นมาทดแทน ส่งผลให้เกิดมูลค่าความเสียหายรวม ๆ กว่า 230,000 ล้านบาทต่อปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
แหล่งข่าวกล่าวว่าธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมจะได้รับผลกระทบในส่วนนี้ด้วย และอาจจะหยุดการลงทุน ส่งผลให้เงินลงทุนจะหายไปจากผู้รับสัมปทานและบริษัทที่รับจ้างบริการต่าง ๆ รวมกว่า 160,000 ล้านบาทต่อปี และทำให้มีคนตกงานกว่า 10,000 คน อย่างไรก็ตามหากการประมูลล่าช้า ก็เป็นโอกาสที่จะทำให้รายเดิมยิ่งได้เปรียบในการประมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตัวที่กระทบหลัก ๆ ก็จะเป็นเรื่องค่าภาคหลวงที่รัฐจะต้องสูญเสียไป และการนำเข้าแอลเอ็นจีที่จะใช้เงินมากขึ้น แม้ว่าปัจจุบันราคาน้ำมันจะลดต่ำลงแล้วส่งผลให้ค่าภาคหลวงลดลงนิดหน่อย แต่เมื่อคิดจากกำลังการผลิตของแหล่งบงกชและเอราวัณก็ยังเป็นเงินที่สูงมากอยู่ดี&amp;rdquo;แหล่งข่าวระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6298</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก๊าซ, ก๊าซธรรมชาติ, ค่าไฟ, บงกช, ปิโตรเลียม, สัมปทาน, เอราวัณ, แอลเอ็นจี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180402/image_big_5ac2307515cff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
