<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90622</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2021 09:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2021 09:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> มหากาพย์วัคซีน!&#039;สฤณี&#039;ตั้งคำถาม3ข้อหลักการจัดหาวัคซีนไวรัสโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 ม.ค.64 - น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ นักเขียน นักแปลชื่อดัง โพสต์ลงบนเฟซบุ๊ก Sarinee Achavanuntakul - สฤณี อาชวานันทกุล&amp;nbsp; มีเนื้อหาดังนี้
ประเด็นวัคซีนโควิดดูจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ และเป็นมหากาพย์อย่างที่คิดไว้จริงๆ ด้วย ดังนั้นในเมื่อเป็นมหากาพย์ ก็จะรอติดตามข้อมูลข่าวสารไปอีกสักระยะก่อนนะคะ ก่อนจะเขียนถึง แต่เขียนถึงแน่ไม่ต้องห่วง ประเด็นน่าสนใจเพียบ
อยากบอกสั้นๆ ก่อนว่า ในฐานะประชาชน เราไม่ควรจำกัดตัดตอนคำถามให้เหลือแค่ &amp;quot;ทำไม AstraZeneca (AZ) ถึงเลือก สยามไบโอไซน์ เป็นผู้ผลิตวัคซีน?&amp;quot;&amp;nbsp; เพราะเราไม่ใช่เจ้าของหรือนักลงทุนของ AZ ถึงจะต้องสนใจขนาดนั้น 55 คำถามที่เราควรถามมากกว่ามากในฐานะ &amp;quot;คนไทย&amp;quot; คือสามคำถามนี้ค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ในหลักการ รัฐควรจัดหาวัคซีนหลายยี่ห้อเพื่อกระจายความเสี่ยง (และในเมื่อมันไม่ได้ซื้อกันง่ายๆ แต่ทุกประเทศแย่งกันซื้ออยู่) ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่รัฐบาลไทยจะไม่จัดหาวัคซีนแบบกระจาย อย่างที่ประเทศอื่นๆ ทุกประเทศกำลังทำ เหตุใดจนถึงปลาย ม.ค. 2564 จึงมีความชัดเจนเพียงสองเจ้าเท่านั้น คือ Sinovac และ AstraZeneca เหตุใดจึงไม่ซื้อจากเจ้าอื่นๆ ที่ผลการทดสอบไปไกลกว่าและหลายประเทศก็ใช้จริงแล้ว อย่าง Pfizer ซึ่งมาเสนอขายรัฐบาลไทยด้วย เหตุผลในการปฏิเสธคืออะไร ในเมื่อประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย อินโดนีเซีย ก็สั่งซื้อแล้ว (ถ้าจะอ้างว่า Pfizer ขนส่งยาก ต้องเก็บในที่เย็นมากๆ แล้วทำไมอินโดนีเซียทำได้ ประเทศเขาเป็นเกาะแก่งมากมายหลายพันเกาะ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ในหลักการอีกเช่นกัน ประเทศไทยใช้ระบบตลาดเสรี วัคซีนโควิดคือของเร่งด่วน ยิ่งเราได้ฉีดเร็ว เรายิ่งเปิดประเทศค้าขายได้เร็ว เศรษฐกิจยิ่งฟื้นตัวเร็ว ดังนั้นไม่มีเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น ที่รัฐบาลจะหน่วงเหนี่ยวถ่วงเวลา กีดกันไม่ให้โรงพยาบาลเอกชนนำเข้าวัคซีนที่ใช้จริงโดยได้ผลค่อนข้างดีแล้วในต่างประเทศ โดยเฉพาะ Moderna, Pfizer เพราะโรงพยาบาลจำนวนมากย่อมอยากนำเข้าเอง เพราะมีลูกค้าฐานะดีจำนวนมากที่พร้อมจ่าย ดังนั้นคำถามคือ ทำไม อย. จึงต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน (ตามข่าวล่าสุด) ในการอนุมัติวัคซีน Moderna และ Pfizer ? ดูไม่มีเหตุมีผลแม้แต่น้อย ยิ่งถ่วงเวลา รัฐบาลจะยิ่งถูกครหาว่า &amp;quot;ล็อกตลาด&amp;quot; ให้ผูกขาดเพียงสองเจ้าเท่านั้นที่รัฐบาลดีลแล้ว คือ AZ และ Sinovac&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การรับจ้างผลิตวัคซีนอาจเป็นเรื่องปกติ แต่การเอาเงินงบประมาณอย่างน้อย 1,400 ล้านบาท เท่าที่เป็นข่าว (ไม่นับเงินจาก SCG อีก 100 ล้านบาท) ไปให้กับบริษัทเอกชนหนึ่งแห่งเพื่อให้ &amp;quot;พร้อม&amp;quot; ที่จะผลิตวัคซีน แถมเป็นบริษัทที่มีดีลว่าจะรับจ้างผลิตวัคซีนตัวนี้ให้กับ &amp;quot;ทั้งภูมิภาคอาเซียน&amp;quot; (แปลว่ากำไรที่ได้ก็จะไหลเข้ากระเป๋าผู้ถือหุ้นบริษัท ไม่ใช่รัฐบาล) นั้น เป็นเรื่อง &amp;quot;ไม่ปกติ&amp;quot; ยังไม่นับว่าสัญญาที่รัฐบาลอ้างว่าเซ็นกับ AZ มูลค่า 6,047 ล้านบาทเมื่อปีกลาย ก็มีข้อสงสัยมากมาย อาทิ ทำไมต้องมี &amp;quot;ค่าบริหารจัดการ&amp;quot; สองพันกว่าล้านบาท? (ราคา 5 USD ที่รัฐบาลอ้างว่าซื้อ AZ นั้น เทียบกับ 26 ล้านโดสที่ซื้อ จะเท่ากับเงิน 26 ล้าน x (5 x 30) = 3,900 ล้านบาท แปลว่ามี &amp;quot;ค่าบริหารจัดการ&amp;quot; สูงถึง 6,047 - 3,900 = 2,147 ล้านบาทเลยทีเดียว) จึงเกิดเป็นคำถามที่นักข่าวควรใช้ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสาร ขอดูสัญญา และถามต่อไปด้วยว่า ที่รัฐบาลอ้างว่าจะซื้ออีก 35 ล้านโดสนั้น จะใช้งบประมาณเท่าไหร่ มีค่า &amp;quot;บริหารจัดการ&amp;quot; อีกหรือไม่
คร่าวๆ ประมาณนี้ก่อน มาติดตามกันต่อไปนะคะ
#มหากาพย์วัคซีน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90622</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล, บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด, มหากาพย์วัคซีน, แอสตรา เซเนกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190918/image_big_5d81a14e5edec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90328</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2021 15:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2021 15:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอธีระวัฒน์ &quot;โพสต์เห็นใจ &quot;หมอนคร&quot; ต้องตอบคำถามดรามาวัคซีน &quot;สีหน้าแววตาเรียบเฉย แต่กายนั้นเหนื่อย ใจนั้นล้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
19ม.ค.64- ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ผ่านเฟสบุ๊คว่า
กายก็เหนื่อย
ใจก็ล้า
ถึงสีหน้าจะเรียบเฉย แต่มือนั้นสั่น คืออาการของหมอนคร เปรมศรี ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ที่ทำงานหนักแบบไม่ได้พัก
และวันนี้ยังต้องบึ่งมาที่กระทรวงสาธารณสุข เพื่อตอบสารพัดคำถามเรื่องวัคซีน ที่บางคนวิพากษ์วิจารณ์
&amp;nbsp;เสมือนที่ทำมาทั้งหมดนั้นหาดีมิได้เลย&amp;nbsp;
หมอนคร พยายามอธิบาย ตอบคำถามทุกข้อสงสัยอย่างใจเย็น&amp;nbsp;
&amp;quot;เราไม่ได้เป็นคนกำหนดว่าต้องเป็นบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ แต่บริษัทนี้ มีความพร้อมที่สุด สอดรับกับการทำสัญญาที่แอสตราฯ จะให้เราเป็นฐานการผลิต&amp;nbsp;
ซึ่งแอสตราฯ เป็นคนเลือกเอง ว่าจะใช้ที่นี่ เพราะโรงงานของสยามไบโอไซเอนซ์ มีความทันสมัย และดีกว่าขององค์การเภสัชฯ ด้วยซ้ำ
&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามรัฐต้องให้งบปรับปรุงอีก 500 ล้านบาท และ SCG 100 ล้าน เพื่อให้มีความสามารถเต็มที่ในการผลิตวัคซีนโควิด-19&amp;quot;
หมอนคร พยายามตอบข้อสงสัยของบางคนบอกที่ว่า บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ ได้งาน เพราะล็อกสเป็ก&amp;nbsp;
&amp;quot;ข้อเสนอที่เราตกลงกับทางผู้ผลิตวัคซีนได้คือชัยชนะ เพราะเราต้องแข่งกับอีกหลายประเทศ เพื่อให้ได้เป็นฐานการผลิตในภูมิภาค ทำให้เรามีความคล่องตัวในการจัดการวัคซีน และยังพึ่งพาตัวเองได้ในอนาคต&amp;quot;
จากนั้น หมอนคร กล่าวเพิ่มเติมถึงการที่บางคนมาตั้งคำถามเรื่องผลกำไร ที่ บ.สยามไบโอไซเอนซ์จะได้รับ&amp;nbsp;
&amp;quot;ที่ผ่านมา บริษัทนี้ตั้งขึ้นมาตามพระราชปณิทานของในหลวง ร.9 เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ตามแนวพระราชดำริ ขาดทุน คือกำไร&amp;nbsp;
บ.ขาดทุนตัวเงิน เพื่อแลกกับสุขภาพประชาชนที่ดีขึ้น&amp;nbsp;
บ.จึงไม่คิดหาผลกำไรมาแต่ต้น&amp;nbsp;
ที่ผ่านมาเป็นส่วนสำคัญในการผลิตชุดตรวจโควิด-19 ล่าสุด ยุติการผลิตในหลายสายงาน ก็เพื่อผลิตวัคซีน
&amp;nbsp;การซื้อวัคซีน เราซื้อผ่าน บ.แอสตราเซนนิกา ในราคากลาง บ.สยามไอโอไซเอนซ์ ไม่มีสิทธิ์มากำหนดราคา&amp;nbsp;
การให้ทุนจากรัฐ 500 ล้านบาทข้างต้น ไม่ใช่การให้เปล่า แต่ทาง บ.จะต้องส่งคืนงบ ในรูปแบบของวัคซีน&amp;quot;
หมอนครตอบครบทุกคำถาม&amp;nbsp;
สีหน้าแววตาเรียบเฉย&amp;nbsp;
แต่กายนั้นเหนื่อย ใจนั้นล้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90328</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุงเรืองกิจ, นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, นพ.นคร เปรมศรี, วัคซีนโควิด, แอสตรา เซเนกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210119/image_big_600693315b689.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84900</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2020 19:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2020 19:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวดี  สธ.ประกาศฉีดวัคซีนโควิดให้ &quot;ฟรี&quot;เบื้องต้นฉีดได้  50%ของคนไทย  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24พ.ย.63- กระทรวงสาธารณสุข จัดแถลงความคืบหน้าเกี่ยวกับวัคซีนโควิด 19 &amp;nbsp;โดยนพ.นคร เปรมศรี ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ &amp;nbsp;กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดหาวัคซีนให้คนไทยว่า &amp;nbsp;ขณะนี้ บริษัท แอสตรา เซเนก้า ได้ทดสอบวัคซีนในคนระยะที่ &amp;nbsp;3 ภาพรวมมีประสิทธิภาพ &amp;nbsp;70% &amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างนี้เป็นช่วงการให้ข้อมูลกับอย.ของสหราชอาณาจักร &amp;nbsp;และรอการขึ้นทะเบียนในประเทศอังกฤษ &amp;nbsp;ส่วนไทยก็จะร่วมผลิตวัคซีนกับแอสตราเซเนก้า ในลักษณะถ่ายทอดเทคโนโลยี ให้บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นของไทยเป็นผู้ผลิต หลังจากนั้นจะผลิตให้เพียงพอกับคนไทยและอาเซียน นอกจากนี้ &amp;nbsp; การที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติ งบประมาณให้สถาบันวัคซีนแห่งชาติ จองซื้อวัคซีนจากบริษัทแอสตรา เซเนก้า 26 ล้านโด๊ส &amp;nbsp;ซึ่งจะฉีดให้คนไทยได้ 13 ล้านคน เมื่อมีวัคซีนแล้วจะมีการกระจายการฉีดให้ประชาชนต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผอ.สถาบันวัคซีนกล่าวอีกว่า สำหรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีของแอสเตรา เซเนก้าใหักับ สยามไบโอไซเอนซ์ คาดว่าจะมีใช้เวลาประมาณ 6เดือน หลังจากนั้นคาดว่าจะผลิตวัคซีนล็อตแรกออกมาได้ โดยวัคซีนที่จะฉีดให้กับคนไทย ก็จะเป็นวัคซีนที่ผลิตในประเทศ &amp;nbsp;ซึงการผลิตออกมาจำนวนเท่าไหร่ เพื่อฉีดให้คนไทยจะต้องมีการรายงานให้แอสตราเซเนก้ารับทราบ ซึ่งการผลิตในประเทศมีผลดีตัดปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายการขนส่ง เพราะวัคซีนโควิด จะเป็นวัคซีนที่มีอายุสั้น 6เดือนหรือ 1ปีเท่านั้น นอกจากนี้ วัคซีนที่ทำร่วมกับแอสตราเซเนก้ายังมีราคาถูก เพราะทางแอสตราเซเนก้า ประกาศว่าไม่มีการทำกำไร ราคาที่ขายจะเท่ากับต้นทุนการผลิตเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ส่วนความสามารถผลิตของสยามไบโอไซเอนซ์ ผลิตได้สูงสุด 200 ล้านโด๊ส ต่อปี หรือประมาณ 15 ล้านโด๊สต่อเดือน หรือผลิตได้ต่ำสุดก็ 2 ล้านโด๊ส &amp;nbsp;ถ้าเราผลิตได้เยอะเกินประชากรของเรา ก็สามารถกระจายให้ประเทศเพื่อนบ้านได้ แต่ต้องผ่านการเห็นชอบของแอสตราเซเนก้าก่อน ซึ่งจะมีผลดีต่อเรา ทำให้ประเทศเรากลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ถ้าทำให้ไม่มีการระบาดในประเทศเพื่อนบ้าน &amp;quot; นพ.นครกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;การจะฉีดให้ประชาชนอย่างไร ซึ่งคนทั่วโลกมี 7พันล้านคน ปกติต้องฉีดคนละ2 โด๊ส หรือเท่ากับทั้งโลกต้องผลิตวัคซีน 1.4 หมื่นล้านโด๊ส แต่การที่วัคซีนยังไม่มีการผลิตแม้แต่เข็มเด็ยว &amp;nbsp; เพียงแต่มีการทดลองเฟส 3 ในคน &amp;nbsp;และมีข้อมูลออกมาอย่างน้อย &amp;nbsp;3บริษัท ตอนนี้ทุกคนตั้งคำถามว่า วัคซีน 1.4 หมื่นล้านโด๊ส จะผลิตกันอย่างไร เพราะไม่ใช่ผลิตงาย โรงงานจะผลิตวัคซีนมากขนาดนี้ให้ได้ ในเวลาสั้นๆ คงเป็นเรื่องที่ยากมาก &amp;nbsp;รวมทั้งจากประสบการณ์เดิมของเราผลิตวัต แต่ละตัวใช้เวลานานมาก แต่สำหรับวัคซีนโควิดถือว่าเป็นความก้าวหน้าวิทยาการระดับโลก เพราะเรารู้จักโควิดมาไม่ถึงปี แต่สามารถผ่านการทดสอบความก้าวหน้าระดับเฟส 3ได้ &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม จากกระแสข่าวว่าขณะนี้มี ประเทศรวยๆ จองซื้อวัคซีนไปหมด ดังที่เห็นข่าวว่าประเทศอื่นๆมีการจองซื้อเป็นแสนๆ ล้าน แต่เราคงไม่มีเงินมากพอขนาดนั้น แต่เราต้องสามารถหาวัคซีนได้ไม่น้อยหน้ากว่าประเทศอื่น ใน &amp;nbsp;3วิธี คือผลิตเองในประเทศซึ่งมีความก้าวหน้า 2. ร่วมวิจัยกับประเทศอื่น เพื่อให้ได้สิทธิ์อันดับต้นๆ ในราคาที่ไม่แพงเกินไปนัก ดังความร่วมมือกับเอสตราเซเนก้า ซึ่งเราจะได้ในราคาไมแพง และถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ไทย &amp;nbsp; &amp;nbsp;3. การแย่งซื้อ แต่เราคงแย่งได้ลำบาก &amp;nbsp;ดังนันการทีเรามีนโยบายกับเขาตั้งแต่ต้นถือว่าประสบความสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวอีกว่า &amp;nbsp;ปัญหาต่อมาคือเมื่อได้วัคซีนมาแล้ว เราจะฉีดให้คนไทยเท่าไหร่ ขณะนี้เรามีประชากร 69 ล้านคน &amp;nbsp;ฉีดคนละ2เข็ม แสดงงาต้องเตรียมวัคซีน 140 ล้านโด๊ส แต่ความเป็นจริง เราคงหาให้ได้รวดเดียวไม่ได้ คงต้องใช้เวลาหาพอสมควร แต่เราตั้งเป้าอย่างน้อยที่สุดต้องฉีดวัคซีนได้ให้ 50% ของประชากร ซึ่งขณะนี้ รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณจาก &amp;nbsp;3.7พันล้านบาท แบ่งเป็นค่าวัคซีน ขนส่ง ค่าเข็ม &amp;nbsp;ไซริงค์ และระบบเฝ่าระวังหลังฉีด การเก็บรักษา &amp;nbsp;การสื่อสารประชาสัมพันธ์กับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.โอภาสกล่าวอีกว่า &amp;nbsp;หลังจากนั้น จะต้องมีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายผู้ได้รับการฉีด ซึ่งตามพ.ร.บ.วัคซีนแห่งขาติ ผู้กำหนดว่าจะฉีดให้ใคร คือ 1.คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ 2.คณะกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค จะเป็นผู้กำหนด &amp;nbsp;และตามหลักการปกติของประเทศไทย การฉีดวัคซีนในประเทศ คือ การบริการประชาชน &amp;nbsp;ซึ่งจะอยู่ในสิทธิประโยชน์ประกันสุขภาพ และกองทุนอื่้นๆด้วย &amp;nbsp;จึงเป็นฉีดใม่คิดมูลค่า &amp;nbsp;ซึ่งเบื้องต้นกลุ่มที่จะได้รับการฉีดกลุ่มแรกจะเป็นบุคคลากรทางการแพทย์และกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เช่น กลุ่มเด็ก และแม่ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ทั้งนี้ ในการฉีดวัคซีนจะต้องมีขั้นตอนเตรียมการ &amp;nbsp;โดยต้องมีการสำรวจความเห็นประชาชน &amp;nbsp;ทำการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้เกิดความเข้าใจครบถ้วน &amp;nbsp;เพราะอาจจะมีคนที่ทั้งอยากฉีดและไม่อยากฉีด แต่ทางสธ.ขอให้มั่นใจวัคซีนมีประสิทธิภาพดี และหลังจากมีการฉีดแล้ว จะต้องติดตามผลหลังการฉีด 6เดือน หรือ 1ปี &amp;nbsp;&amp;quot;นพ.โอภาสกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านนพ.นคร กล่าวเสริม ในประเด็นที่มีบางคนอาจไม่อยากฉีดแม้มีวัคซีนแล้วว่า &amp;nbsp;อยากสื่อสารกับประชาชน เมื่อมีวัคซีนใช้แล้ว ก็ควรใช้แล้ว เราก็ควรใช้มัน อย่าให้ข่าวลือ ความเชื่อ ความเข้าใจผิด คำว่าเขาว่าๆ โดยไม่รู้เหตุรู้ผล จะทำให้แม้มีวัคซีนเราก็จะไม่ได้ประโยชน์เต็มที่ เพราะคำว่าเขาว่า ๆ ขอให้เชื่อกระทรวงสาธารณสุขไว้ก่อน เราจะได้ผ่านพ้นการระบาดของโรคไปได้ ข้อสำคัญอีกอย่างเมื่อมีวัคซีนใช้แล้ว เราต้องฉีด 2โด๊ส ไม่ใช่รับแค่ เข็มเดียว ดังนั้น จึงอยากให้พี่น้องให้ความร่วมมือกับภาครัฐ เหมือนการร่วมมือการใส่หน้ากากอนามัย เพื่อให้ประเทศเรากลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84900</URL_LINK>
                <HASHTAG>#วัคซีน, #โควิด-19, นพ.นคร เปรมศรี, นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์, สถาบันวัคซีนแห่งชาติ, แอสตรา เซเนกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201124/image_big_5fbcf8cfe1261.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76996</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 22:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 22:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แอสตราเซเนกา&#039;ระงับทดลองวัคซีนโควิดหลังพบอาสาสมัครป่วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;บริษัท แอสตรา เซเนกา ระงับการทดลองทางคลินิกวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่พัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดและเป็นหนึ่งในวัคซีนที่การทดลองคืบหน้าที่สุด หลังจากพบว่าอาสาสมัครรายหนึ่งล้มป่วยโดยไม่สามารถอธิบายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกของแอสตรา เซเนกา บริษัทผลิตยาของอังกฤษ-สวีเดน แถลงเมื่อวันอังคารว่า บริษัทตัดสินใจระงับการทดลองทางคลินิกวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ไว้ชั่วคราว เพื่อให้กรรมการอิสระเข้ามาตรวจสอบข้อมูลความปลอดภัยของวัคซีนนี้ก่อน ซึ่งเป็นขั้นตอนปกติระหว่างการพัฒนาวัคซีน หลังจากหนึ่งในอาสาสมัครที่ทดลองวัคซีนนี้มีอาการป่วยที่ไม่สามารถอธิบายได้ การสอบสวนที่เกิดขึ้นจะช่วยเพิ่มความมั่นใจถึงความสมบูรณ์ของการทดลองวัคซีนโควิด-19 ที่กำลังพัฒนาอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทยาแห่งนี้บอกว่า การทดลองวัคซีนกับอาสาสมัครจำนวนมาก บางครั้งทำให้อาสาสมัครบางคนมีอาการป่วยเกิดขึ้นได้ แต่จำเป็นต้องมีกรรมการอิสระมาตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านแมตต์ แฮนค็อก รัฐมนตรีสาธารณสุขอังกฤษ เผยว่า การพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ของแอสตราเซเนกา เคยหยุดการทดลองมาแล้วก่อนหน้านี้ในช่วงฤดูร้อน ซึ่งเป็นขั้นตอนมาตรฐานของการทดลองทางคลินิก แต่หลังจากนั้นกลับมาทดลองโดยไม่เกิดปัญหาขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ทั่วโลกถึงวันพุธมีมากกว่า 27 ล้านคนแล้ว และมีผู้ป่วยเสียชีวิตเกือบ 900,000 คน ถึงขณะนี้ทั่วโลกมีบริษัท 9 แห่งที่ทดลองวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนาในช่วงปลายของระยะที่ 3.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76996</URL_LINK>
                <HASHTAG>ระงับการทดลองทางคลินิก, วัคซีนโควิด, แอสตรา เซเนกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f58fb1913fa7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
