<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118011</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 17:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 17:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค. เห็นชอบซื้อแอสตราฯ-ไฟเซอร์ ราคาถูกจากยุโรป ตั้งเป้าเดือน ต.ค. ฉีดให้ได้ร้อยละ 50 ทุกจว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย.64 - เมื่อเวลา&amp;nbsp;13.00&amp;nbsp;น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงตอนหนึ่งว่า&amp;nbsp;สำหรับแผนการให้บริการและการบริหารจัดการวัคซีน ในที่ประชุมอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค แนะนำว่าการฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม แบบสูตรไขว้ อาจใช้หลักการเดียวกับวัคซีนซิโนแวค เนื่องจากต้องรอข้อมูลจากผลวิจัยเพิ่มเติม โดยใช้สูตร ดังนี้ ซิโนฟาร์ม -ไฟเซอร์ ระยะห่างระหว่างเข็ม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สัปดาห์,&amp;nbsp;ซิโนฟาร์ม &amp;ndash; แอสตร้าเซนเนก้า ระยะห่างระหว่างเข็ม&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;สัปดาห์,&amp;nbsp;ซิโนฟาร์ม - ซิโนฟาร์ม และกระตุ้นด้วยแอสตร้าเซนเนก้า ตั้งแต่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;สัปดาห์ขึ้นไปหลังเข็ม&amp;nbsp;2,&amp;nbsp;ซิโนฟาร์ม -ซิโนฟาร์ม กระตุ้นด้วยไฟเซอร์ ตั้งแต่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;สัปดาห์ขึ้นไปหลังเข็ม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ดังนั้น การฉีดซิโนฟาร์มแบบสูตรไขว้ จึงยังไม่กำหนดเป็นสูตรหลักของประเทศ การใช้สูตรนี้จึงเป็นไปตามเงื่อนไขการขึ้นทะเบียนอนุญาตการใช้วัคซีนโดยองค์การอาหารและยา (อย.) และตามความสมัครใจของผู้รับวัคซีน และดุลยพินิจของผู้ให้บริการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ที่ประชุมยังพูดถึงแผนการจัดหาวัคซีน ที่ภายในปี&amp;nbsp;64&amp;nbsp;จะมีการจัดหาได้&amp;nbsp;178.2&amp;nbsp;ล้านโดส โดยในเดือน ก.ย.รับเข้ามาแล้วทั้งซิโนแวค แอสตร้าเซนเนก้า และไฟเซอร์ ทั้งหมด&amp;nbsp;16.3&amp;nbsp;ล้านโดส และเตรียมรับของซิโนฟาร์มอีก&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านโดส เดือน ต.ค.จะเข้ามาอีกทั้งหมด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ล้านโดส และซิโนฟาร์มอีก&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ล้านโดส เดือน พ.ย.เข้ามาอีก&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ล้านโดส และซิโนฟาร์มอีก&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ล้านโดส และเดือน ธ.ค.เข้ามาอีก&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ล้านโดส ซิโนฟาร์มอีก&amp;nbsp;12.5&amp;nbsp;ล้านโดส&amp;nbsp;&amp;nbsp;และโมเดอร์นา อีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านโดส รวมวัคซีนที่จะเข้ามาตั้งแต่เดือน ก.ย.-ธ.ค.ทั้งหมด&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ล้านโดส และเมื่อรวมกับที่เข้ามาก่อนหน้านี้&amp;nbsp;126.2&amp;nbsp;&amp;nbsp;ล้านโดส ก็จะเป็น&amp;nbsp;178.2&amp;nbsp;ล้านโดส ตามแผนที่วางไว้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอว่า ประเทศในสหภาพยุโรป พร้อมขายต่อวัคซีนให้ในราคาถูกที่ต่ำกว่าตลาด คือ ประเทศสเปน ขายแอสตร้าเซนเนก้า&amp;nbsp;165,000&amp;nbsp;โดส ในราคาโดสละ&amp;nbsp;2.9&amp;nbsp;ยูโร และไฟเซอร์&amp;nbsp;2,788,110&amp;nbsp;ล้านโดส ราคาโดสละ&amp;nbsp;15.5ยูโร ประเทศฮังการี ขายแอสตร้าเซนเนก้า&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แสนโดส ราคาโดสละ&amp;nbsp;1.78&amp;nbsp;ยูโร โดยมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ร่วมด้วยคือ ค่าบรรจุภัณฑ์ และที่ควบคุมอุณหภูมิ ค่าขนส่ง ค่าภาษีศุลกากรขาออก- ขาเข้า ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าประกันความเสียหาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า เป้าหมายและแผนการจัดสรรวัคซีนในปี&amp;nbsp;64&amp;nbsp;โดยในเดือน ต.ค. ตั้งเป้าฉีดให้ครอบคลุมประชากรทั้งหมด รวมชาวต่างประเทศในประเทศไทย อย่างน้อยร้อยละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ทุกจังหวัด และอย่างน้อย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;อำเภอ ครอบคลุมร้อยละ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;เดือน พ.ย.ครอบคลุมผู้ได้รับเข็ม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;อย่างน้อยละ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;รวมถึงกลุ่มอายุ&amp;nbsp;12-17&amp;nbsp;ปี และเดือน ธ.ค.ครอบคลุมผู้ได้รับเข็ม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และเข็ม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;อย่างน้อยร้อยละ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;ตามลำดับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118011</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีนโควิด, แอสตราเซเนกา, ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d9948a88c54.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116337</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2021 08:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2021 08:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รพ.ตำรวจ นำร่อง!ฉีดแอสตร้าฯเข็มแรกมากกว่า 8 สัปดาห์เข้าฉีด &#039;ไฟเซอร์&#039; เข็ม 2 ได้เลย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ย.64 - โรงพยาบาลตำรวจ เปิดให้ประชาชน เข้ารับการฉีด วัคซีน Pfizer เข็ม 2 สำหรับผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเข็ม 1 มามากกว่า 8 สัปดาห์ โดยต้องเป็นผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ขึ้นไป และ ผู้ป่วย7กลุ่มโรคเสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มฉีดวัคซีน ตั้งเเต่วันที่ 10-30 กันยายน พ.ศ. 2564 หรือจนกว่าวัคซีนที่ได้รับการจัดสรรจะหมด เวลา 12.00-15.00 น. เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสามารถเข้าร่วมแบบ Walk in ณ หน่วยความร่วมมือบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 The Event Space ชั้น 3 ศูนย์การค้าอัมรินทร์พลาซ่า กรุงเทพมหานคร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116337</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีนโควิด, แอสตราเซเนกา, ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210615/image_big_60c8052672a42.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114072</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2021 16:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2021 16:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอสตราฯ ตอบรับไทยต้องการวัคซีนเพิ่มขึ้น เตรียมส่งให้อีก 7.2 ล้านโดสในเดือน ก.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;21 ส.ค.64 - นพ.โอภาส​ การ​ย์​กวิน​พงศ์ ​อธิบดี​กรมควบคุม​โรค​ กล่าวว่า ขณะนี้ในกรุงเทพฯ​สามารถฉีดวัคซีนให้กับผู้สูงอายุร้อยละ 94 รองลงมาเป็นปทุมธานี​ 63% คาดว่าในสิ้นเดือนส.ค.จะใกล้เคียงกับเป้าหมายหรือเกินเป้าหมาย สำหรับจำนวนวัคซีนที่เข้ามาในประเทศไทยในขณะนี้มีวัคซีนที่เข้ามาสู่ประเทศไทย 30 ล้านโดส ซึ่งเมื่อวัคซีนเข้ามา จะมีการตรวจในเรื่องคุณภาพ ความปลอดภัย หลังจากนั้นจะกระจายไปจุดฉีดต่างๆ อย่างไรก็ตามตั้งแต่เดือน มิ.ย.-ส.ค. มีจำนวนวัคซีนเข้ามาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยในเดือนก.ย. เป็นต้นไป กระทรวงสาธารณสุข​ จะมีการเจรจากับแอสต​ร้า​เซน​เน​ก้า​เป็นระยะ และมีเจตจำนงที่ต้องการวัคซีนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทางบริษัทได้มีการตอบสนองอย่างเช่นเดือนก.ย. มีการส่งสัญญาณ​ว่าจะมีการส่งวัคซีน​ให้กับประเทศไทย 7.2 ล้านโดส เชื่อว่าหลังจากนี้จะมีวัคซีนเข้ามาเรื่อย&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นพ.โอภาส กล่าวเพิ่มว่า แนวโน้มจากการฉีดวัคซีน​พบว่า อาจจะจำเป็นต้องใช้เข็มที่ 3 เนื่องจากหลังฉีดวัคซีน​ไป 2 เข็ม ไม่ว่าวัคซีนยี่ห้อ​อะไรก็ตามภูมิคุ้มกันจะตกลง เพราะฉะนั้นการฉีดเข็ม 3 จะทำให้ภูมิคุ้มกัน​สูง​ขึ้น​ ดังนั้นในปี 2565 จึงมีความจำเป็นจะต้องหาวัคซีนเพิ่มเติมเพื่อมาฉีดใน 2 กลุ่ม คือกลุ่มเด็ก และกลุ่มบูสเตอร์​โดส เพราะฉะนั้น​คณะกรรมการ​วัคซีน​แห่งชาติ​ ได้เสนอความเห็นและผ่านความเห็นชอบจากศบค.ว่า ในปี 2565 จะต้องจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมให้กับคนไทยอย่างน้อย 120 ล้านโดส รวมถึงให้มีวัคซีนที่มีหลายหลายในการฉีด&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ขณะนี้​สถาบัน​วัคซีน​แห่งชาติ​ได้แสดง​เจตจำนง และประชุมหารือกับบริษัท​ผู้ผลิต​วัคซีน​ในหลาย​บริษัท​ทุกรูปแบบ ก็ได้โดยมีความจำนงที่จะนำเข้าวัคซีนไฟเซอร์อย่างน้อย 50 ล้านโดส และแอสตร้า​เซน​เน​ก้า​อีก 50 ล้านโดส อย่างไรก็ตามมีหลายบริษัทที่ผลิตวัคซีนรุ่นใหม่ที่สามารถต่อสู้กับเชื้อกลายพันธุ์​เพิ่มมากขึ้น หรือเรียกว่าวัคซีนรุ่นที่ 2 ถ้าบริษัทสามารถผลิตวัคซีนโดยมีผลวิจัยยืนยันว่ามีประสิทธิภาพ​และความปลอดภัย​ ขอให้บริษัทส่งมอบวัคซีนรุ่นที่ 2 ให้กับไทย ส่วนรุ่นจำนวน และระยะเวลาจัดส่งจะมีการเจรจากันต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114072</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.โอภาส​ การ​ย์​กวิน​พงศ์, วัคซีนโควิด, แอสตราเซเนกา, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210821/image_big_6120baf31a62c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114069</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2021 15:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2021 15:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ. เผยประสิทธิผลวัคซีน &#039;ซิโนแวค&#039; ป้องกันเสียชีวิต 72% &#039;แอสตราฯ&#039; สูงกว่า 80%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;21 ส.ค.64 - ที่กระทรวงสาธารณสุข​ นพ.โสภณ​ เอี่ยม​ศิริ​ถาวร​ รองอธิบดี​กรมควบคุม​โรค ​แถลงสถานการ​ณ์การ​แพร่ระบาด​ของ​โรค​โค​วิด​-19 ว่า สถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก จำนวนผู้ติดเชื้อมีเพิ่มมากขึ้น หลายประเทศประสบปัญหา​การแพร่ระบาดสายพันธุ์​เดลต้า (อินเดีย)​ เช่นเดียวกับประเทศไทย แต่มีข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์คือจำนวนผู้เสียชีวิตมีแนวโน้มค่อนข้างคงที่ ซึ่งแตกต่างตากในอดีตที่จำนวนผู้ติดเชื้อจะเพิ่มขึ้นเร็ว พร้อมกับจำนวนผู้เสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นพ.โสภณ​ กล่าวว่า เมื่อดูรายละเอียดแต่ละ​ประเทศ​จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในรอบ 24 ชม.อยู่ที่ 650,065 ราย โดยประเทศสหรัฐอเมริกา​มีจำนวนผูัติดเชื้อรายวันมากที่สุดที่ 132,453 และผู้เสียชีวิตจำนวน 1,022 ราย แม้จะมีการฉีดวัคซีนจำนวนมากแต่ก็ยังคงสามารถติดเชื้อ​ได้ ในส่วนประเทศ​ที่มีผู้ติดเชื้อราย​ใหม่​ มากกว่า 2 หมื่นราย มีอินเดีย รัสเซีย​ บราซิล​ฝรั่งเศส​ และสหราชอาณาจักร​ ซึ่งเป็นประเทศที่มีการฉีดวัคซีนในเปอร์เซ็นต์​ที่สูง ซึ่งมีข้อดีที่จำนวนผู้เสียชีวิต​ยังไม่มากนักเช่น อังกฤษที่มีอัตราการฉีดวัคซีนมากกว่า 70% แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ส่วนสำหรับสถานการณ์​ในประเทศไทยจำนวนผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 2 หมื่นกว่าราย มีแนวโน้มว่าจำนวนผู้ติดเชื้อจะไม่พุ่งทะยาน​ต่อ โดยกรุงเทพ​มหานคร​และปริมณฑล​ ซึ่งเป็นพื้น​ที่​ระบาดมาก่อน​จำนวนผู้ติดเชื้อตอนนี้ตกวันละ 8 พันกว่าราย คิดเป็น 42%&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ในส่วนของผลการศึกษา​ประสิทธิ​ผลวัคซีน​ ในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา วัคซีน​ซิโนแวค มี​ประสิทธิผล​ป้องกันการเสียชีวิต​อยู่ที่ประมาณ 72% สำหรับประสิทธิ​ผลผู้ที่ได้รับวัคซีนแอสตร้า​เซน​เน​ก้า​ 1 เข็ม จากข้อมู​ลต่างประเทศสามารถป้องกันการป่วยและเสียชีวิตได้ 80% ส่วนของประเทศไทยจากการศึกษากลุ่มที่ได้รับวัคซีนตั้งแต่เดือน พ.ค.-ก.ค. ถ้าดูจากผลลัพธ์​การป้องกัน​การป่วยหนักหรือเสียชีวิต มีเปอร์เซ็นต์​ค่อนข้างสูงกว่า 80% อย่างไรก็ตามจะต้องฉีดให้ครบ 2 เข็ม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114069</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซิโนแวค, นพ.โสภณ​ เอี่ยม​ศิริ​ถาวร​, วัคซีนโควิด, แอสตราเซเนกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210821/image_big_6120b9dc60fe8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110308</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2021 14:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 13:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เอนก&quot; เผย ไทยฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้สูงสุดในอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันนี้ 20 ก.ค.&amp;nbsp;ศ.(พิเศษ) ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เปิดเผยว่า อว. ได้ติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์การติดเชื้อและการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในกลุ่มประเทศอาเซียนอย่างใกล้ชิดและใช้ข้อมูลทางวิชาการในการร่วมบริหารสถานการณ์ ซึ่งในขณะนี้ได้สั่งการให้ทุกส่วนของกระทรวงฯ มาสนับสนุนการทำงานของ ศบค. อย่างเต็มที่ทั้งการดูแลผู้ป่วยในโรงพยาบาลหลัก การจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม และการฉีดวัคซีน ทั้งนี้ ในประเด็นเรื่องวัคซีนนั้น ขณะนี้ประเทศไทยได้ฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยสำหรับประเทศขนาดใหญ่ในกลุ่มอาเซียนที่มีประชากรมากกว่า 50 ล้านคน ซึ่งได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ไทย และพม่า นั้น ประเทศไทยสามารถฉีดวัคซีนได้สูงที่สุดตามสัดส่วนประชากร โดยมีคนที่ได้รับวัคซีนเข็มแรกแล้วถึง 16.3% ของประชากร ตามด้วยอินโดนีเซีย (15.1%) ฟิลิปปินส์ (9.1%) เวียดนาม (4.1%) และ พม่า (ประมาณ 3.1%) ในแง่จำนวนการฉีดวัคซีน อินโดนีเซีย ซึ่งมีประชากรถึง 275 ล้านคน ได้ฉีดวัคซีนแล้ว 57,947,614 โดส โดยมีประชากรได้รับวัคซีนเข็มแรกแล้ว 15.1% และครบ 2 เข็มแล้ว 5.9% ในขณะที่ไทยฉีดวัคซีนแล้ว 14,223,762 โดส&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.อว.กล่างต่อว่า สำหรับในประเทศขนาดเล็กในกลุ่มประเทศอาเซียนที่มีประชากรน้อยกว่า 50 ล้านคน ซึ่งได้แก่ มาเลเซีย กัมพูชา ลาว สิงคโปร์ และบรูไน นั้น จะมีร้อยละการฉีดวัคซีนต่อประชากรค่อนข้างสูง คือ&amp;nbsp; สิงคโปร์ มีผู้ได้รับวัคซีนเข็มแรกแล้ว 4,118,334 คน (69.9% ของประชากร) ตามด้วยกัมพูชา 5,767,616 คน (34.1%), มาเลเซีย 9,570,974 คน (29.3%), บรูไน 106,556 คน (24.2%) และลาว 1,050,818 คน (14.3%) ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ศ.นพ. ดร. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว.กล่าวว่า การใช้วัคซีนของประเทศไทยนั้น ใช้วัคซีนซิโนแวคมากที่สุด จำนวน 7,522,418 โดส โดยเป็นเข็มแรกจำนวน 4,187,943 โดส (29.5% ของจำนวนที่ฉีด) และเข็มที่สอง จำนวน 3,334,475 โดส (23.4%) ตามด้วยวัคซีนแอสตราเซเนกา จำนวน 6,288,541 โดส โดยเป็นเข็มแรกจำนวน 6,180,413 โดส (43.4%) และเข็มที่สอง จำนวน 108,128 โดส (0.8%)&amp;nbsp; และวัคซีนซิโนฟาร์ม จำนวน 412,803 โดส โดยเป็นเข็มแรกจำนวน 412,076 โดส (2.9%)&amp;nbsp; และเข็มที่สอง จำนวน 727 โดส (0.005%)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอยืนยันว่าการใช้วัคซีนซิโนแวก ซึ่งได้ฉีดในประชากรจำนวนมากโดยเฉพะในกลุ่มความเสี่ยงสูงนั้นได้ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีตั้งแต่ช่วงต้นปี โดยในช่วงระยะเริ่มต้นที่จีนได้ส่งมอบวัคซีนซิโนแวกมาตั้งแต่เดือนก.พ.2564 ซึ่งเป็นวัคซีนชนิดแรกที่ได้รับและนำมาใช้ในการควบคุมสถานการณ์นั้น จากการติดตามผลการใช้งานจริงในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ พบว่าวัคซีนนี้สามารถป้องกันการติดเชื้อโดยเฉพาะกลุ่มที่มีอาการรุนแรงได้ผลดี โดยการติดตามการใช้งานที่จังหวัดภูเก็ต พบว่ามีประสิทธิผลการป้องกันการติดเชื้อได้ถึง 90.7%, การศึกษาที่จังหวัดเชียงรายมีประสิทธิผล 82.8% และการศึกษาที่จังหวัดสมุทรสาครมีประสิทธิผล 90.5% และ ล่าสุดในการรายงานการติดเชื้อในบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขในภาพรวมของทั้งประเทศเกือบ 700,000 คนนั้น ก็พบว่าในกลุ่มบุคลากรความเสี่ยงสูงซึ่งมีการติดเชื้อ 880 คนและเสียชีวิต 7 รายนั้น พบว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนซิโนแวกครบสองเข็มแล้วมีอัตราการติดเชื้อและการเสียชีวิตน้อยกว่าผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนอย่างมาก แสดงว่าวัคซีนซิโนแวกสามารถป้องกันการติดเชื้อและลดความรุนแรงได้&amp;rdquo; ปลัด อว.ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110308</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, กลุ่มประเทศอาเซียน, ฉีดวัคซีนโควิด-19, ซิโนฟาร์ม, ซิโนแวค, ป้องกันการติดเชื้อ, ศ.(พิเศษ) ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์, ศ.นพ. ดร. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล, ศบค., สร้างภูมิคุ้มกัน, อว., อว.), แอสตราเซเนกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210719/image_big_60f522746fd5f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2021 16:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2021 16:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค. เผยสถิติอาการข้างเคียงวัคซีน 2 ชนิด ผลสรุปชัดไม่มีเสียชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย.64 - นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน แถลงถึงกรณีการติดตามเฝ้าระวังเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์หลังการฉีดวัคซีน ป้องกันโรคโควิด-19ของประชาชนในขณะนี้ ว่า ภาพรวมของการฉีดวัคซีน โควิด-19 มีการสรุปข้อมูลวันที่ 21 มิ.ย. เวลา 16.30 น. จำนวนผู้ฉีดวัคซีนทั้งหมด 7,906,696 โดส มีการเก็บข้อมูลทั้งหมดว่าอะไรเป็นเหตุร่วม โดยที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีน ซึ่งในภาพรวมการฉีดวัคซีนทั้งสองชนิดและสองเข็ม พบว่าผู้ป่วยที่มีเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์เข้าเกณฑ์ต้องสอบสวนโรคคือ ต้องเข้ารับรักษาเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาล อย่างน้อย 3 วัน มีทั้งหมด 1,945 คน คิดเป็นประมาณ 24 คนต่อการฉีด 100,000 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการเจ็บป่วยร้ายแรงอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต เช่น มีอาการแพ้อย่างรุนแรงหรือเสียชีวิต คิดเป็น 1.30 รายต่อการฉีด 100,000 โดส แยกเป็น ซิโนแวค มีผู้ฉีดเข็มที่หนึ่งแล้ว 3,370,000 กว่าโดส ส่วนเข็มที่สอง 2,176,933 โดส ส่วนการเสียชีวิตถ้าดูผลสรุปสุดท้ายเป็นเหตุที่ไม่ได้เกี่ยวกับการฉีดวัคซีน โควิด-19 แต่เมื่อมีรายงานก็ต้องเก็บรวบรวมมาทั้งหมดเพื่อแยกแยะหาสาเหตุให้ชัดเจน พบว่าการเสียชีวิต 44 ราย หลังการฉีดเข็มที่หนึ่งคิดเป็น 1.3 ต่อแสน ส่วนหลังการฉีดเข็มที่สองมี 7 ราย หรือ 0.3 ต่อแสน ถือเป็นค่าที่ต่ำกว่าเหตุการณ์ปกติก่อนที่จะมีวัคซีน ส่วน แอสตราเซเนกามีการฉีดเข็มที่หนึ่งไปแล้ว 2,300,000 กว่าโดส เข็มที่สอง 50,000 โดส ส่วนการเสียชีวิตหลังเข็มที่หนึ่ง 49 ราย หรือ 2 ต่อแสน เข็มที่สอง 1 ราย คิดเป็น 1.96 ต่อแสน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เฉวตสรร กล่าวว่า การได้รับวัคซีนสะสมมีการรายงานอาการไม่พึงประสงค์หลังได้รับวัคซีนที่เข้าเกณฑ์ร้ายแรงสะสมจำนวน 945 ราย พิจารณาโดยผู้เชี่ยวชาญเสร็จแล้วจำนวน 327 ราย และอยู่ระหว่างการติดตามข้อมูล 618 ราย โดยมีอาการไม่พึงประสงค์ที่เกี่ยวกับวัคซีนอยู่ และเป็นส่วนที่แพทย์สามารถดูแลแก้ไขได้เป็นอย่างดี แต่ไม่เป็นส่วนที่ทำให้เกิดการเสียชีวิต แต่จะเป็นเหตุการณ์ร่วมที่ไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นจะเป็นปฏิกิริยาจากการแพ้ หลังการฉีดวัคซีนอาจจะมีอาการผื่นภูมิแพ้ คล้ายลมพิษเกิดขึ้นได้ ซึ่งเกิดขึ้นในผู้ฉีดซิโนแวค 21 ราย ส่วนแอสตราเซเนกาไม่มีรายงาน นอกจากนั้นจะมีอาการ ที่พบมากในการฉีดซิโนแวค คือเวียนศรีษะ และคลื่นไส้ ส่วนที่พบมากในแอสตร้าเซเนกา คืออาการไข้และปวดศรีษะ อย่างไรก็ตาม อาการทั้งหมดที่เกิดขึ้นอยู่ในระดับที่มีความปลอดภัย ไม่ได้เป็นเหตุที่อันตราย นอกจากนี้ จะมีเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากการฉีดวัคซีน คือทำให้คนเกิดอาการวิตกกังวล โดยที่ไม่รู้ตัวแต่อาจจะทำให้เกิดอาการทางร่างกาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เฉวตสรร กล่าวว่า จากการตรวจสอบของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญที่ตรวจสอบผู้เสียชีวิตพบว่าไม่มีผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องจากวัคซีน โดยผู้เสียชีวิต 17 ราย หลังฉีดซิโนแวค พบว่าที่สามารถสรุปสาเหตุได้ชัดเจนและไม่ต้องขอข้อมูลอื่นได้เพิ่ม ส่วนหลังฉีดแอสตราเซเนกา 3 ราย มีอีกส่วนหนึ่งที่ยังต้องหาหลักฐานเอกสารโดยการส่งตรวจเพิ่มเติม 4 รายจากหลังฉีดแอสตราเซเนกา ซึ่งรายละเอียดการพิจารณากรณีเสียชีวิต 103 ราย พิจารณาแล้ว 42 ราย ไม่มีส่วนที่เกี่ยวข้องกับวัคซีน แต่เป็นอาการเกิดร่วมโดยบังเอิญ เช่น โรคเกี่ยวกับระบบหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ เลือดออกในสมอง ลิ่มเลือดอุดตันในปอด เลือดออกในช่องท้อง ความผิดปกติของเกร็ดเลือด ถือเป็นเหตุการณ์ร่วมที่ทำให้เป็นสาเหตุการเสียชีวิตโดยที่ไม่เกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สำหรับส่วนที่คณะผู้เชี่ยวชาญมีการขอข้อมูลเพิ่ม 18 ราย และรอผลการผ่าชันสูตรพลิกศพ 61 ราย ขอย้ำว่าคณะผู้เชี่ยวชาญที่ติดตามข้อมูลได้ใช้ข้อมูลทุกส่วนอย่างเต็มที่และยืนยันว่าวัคซีนยังมีความปลอดภัยและขอเชิญชวนประชาชนที่อาจจะยังมีความกังวลใจโดยจะเห็นว่าสถานการณ์โรคในขณะนี้มีความรุนแรงเพิ่มสูงขึ้น หากใครยังไม่ตัดสินใจขอเชิญให้มาลงทะเบียนรับการฉีดวัคซีน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107514</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซิโนแวค, ผลข้างเคียง, วัคซีนโควิด, แอสตราเซเนกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210617/image_big_60cafcc5a092c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107384</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2021 16:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2021 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผย 5 อันดับแรกผลข้างเคียงหลังฉีดวัคซีนซิโนแวค-แอสตราฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มิ.ย.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 ประจำวัน ว่า ที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขกรณีโรคโควิด-19 กระทรวงสาธารณสุข หรืออีโอซี รับทราบรายงานผลข้างเคียงหรืออาการไม่พึงประสงค์ที่สังเกตได้ในช่วง 30 นาที และ 1 วัน หลังการฉีดวัคซีน โดยแบ่งเป็นวัคซีนซิโนแวค หลังจากสังเกตอาการ 30 นาที พบว่ามีผู้ที่ปวดและบวมบริเวณที่ฉีด ปวดศรีษะ และปวดกล้ามเนื้อ 49.4 เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นเป็นอาการอื่นๆ เช่นคลื่นไส้ 18.7 เปอร์เซ็นต์ กล้ามเนื้ออ่อนแรง 7.9 เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่แอสตราเซเนกา ผู้มีอาการปวดศีรษะ 21.4 เปอร์เซ็นต์ มีอาการเป็นไข้ 21.1 เปอร์เซ็นต์ เหนื่อยและปวดกล้ามเนื้อ 19.1 เปอร์เซ็นต์ ปวดบวมบริเวณที่ฉีด 14.6 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอาการผลค้างเคียงหลังรับวัคซีน 1 วัน ซิโนแวค ปวดกล้ามเนื้อ 23.6 เปอร์เซ็นต์ ปวดศรีษะ 22.8 เปอร์เซ็นต์ มีไข้ 15.8 เปอร์เซ็นต์ และปวดบวมบริเวณที่ฉีด 11.8 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่แอสตราเซเนกา มีไข้ 24.8 เปอร์เซ็นต์ ปวดกล้ามเนื้อและปวดศรีษะ 23 เปอร์เซ็นต์ เหนื่อย 19.7 เปอร์เซ็นต์ และปวดบวมบริเวณที่ฉีด 12.7 เปอร์เซ็นต์ จึงเป็นการสร้างการรับรู้กับประชาชนให้ทราบว่าเหมือนเราไปฉีดวัคซีนต่างๆ เช่น ไข้หวัดใหญ่ จึงต้องมีอาการไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นบ้าง เนื่องจากปฏิกิริยาของร่างกายเราต่อสู้กับเชื้อที่เข้ามาในร่างกายเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107384</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซิโนแวค, วัคซีนโควิด, แอสตราเซเนกา, โควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d19b80846c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
