<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103901</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2021 16:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2021 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.ไตรรงค์&#039;ออกบทความ&#039;ยามสงครามต่างชาติเขาทำกันอย่างไร&#039;เตือนสตินักการเมืองไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 พ.ค. 64 - ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟชบุ๊กส่วนตัว&amp;nbsp; หัวข้อ&amp;nbsp; ยามสงครามต่างชาติเขาทำกันอย่างไร? มีเนื้อหาดังนี้
.
1) ตอนมี #สงครามโลกครั้งที่1 ประเทศอังกฤษโดยรัฐสภาจัดให้มีการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ โดยให้นายเดวิด ลอยด์ จอร์จ (DAVID LLOYD GEORGE) เป็นนายกรัฐมนตรี (จากพรรค Liberal) ไม่มีฝ่ายค้าน ทุกฝ่าย ทุกคน ทุกพรรค รวมเป็นหนึ่งเดียว ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี อังกฤษจึงรอดตัวมาได้ กลายเป็นผู้ชนะสงคราม (รัฐบาลแห่งชาตินี้อยู่ระหว่างปี ค.ศ. 1916 - 1922)
.
2) ตอนมี #สงครามโลกครั้งที่2 อังกฤษมีรัฐบาลนำโดยนายเชอร์ชิลล์ (CHURCHILL) เป็นรัฐบาลผสมของ 3 พรรคใหญ่ คือ พรรคจารีตนิยม (Conservative) พรรคแรงงาน (Labour) และพรรคเสรีนิยม (Liberal) เป็นลักษณะรัฐบาลแห่งชาติเช่นเดียวกัน ไม่มีฝ่ายค้าน (คอยปัดแข้งปัดขา) ทุกฝ่าย ทุกคน ทุกพรรค รวมเป็นหนึ่งเดียว และรัฐสภายังมีมติให้งดมีการเลือกตั้ง ส.ส. ระหว่าง ค.ศ. 1935 - 1945 เป็นรัฐบาลที่ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องการเมือง มุ่งทำงานให้ชนะสงครามอย่างเดียว อังกฤษจึงรอดตัวมาได้กลายเป็นผู้ชนะสงครามอีกครั้งหนึ่ง
.
3) เมื่อคราวเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ของโลกที่เรียกกันว่า #TheGreatDepression #1930 ผลการเลือกตั้ง ส.ส. ในปี ค.ศ. 1929 พรรคแรงงานได้คะแนนเสียงมากกว่าอีกสองพรรค แต่จำนวนเสียง ส.ส. ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของจำนวน ส.ส. ทั้งหมดของสภาฯ ด้วยการสนับสนุนของพระมหากษัตริย์ (King George ที่ 5) จึงได้มีการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติคือทั้งสามพรรค ได้แก่ พรรคแรงงาน พรรคจารีตนิยม และพรรคเสรีนิยม ร่วมกันเป็นรัฐบาล โดยให้หัวหน้าพรรคแรงงาน คือ นายแมคโดนัลด์ (Mc Donald) หัวหน้าพรรคแรงงานเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่มีฝ่ายค้าน ทุกฝ่าย ทุกคน ทุกพรรค รวมกันเป็นหนึ่ง ช่วยกันหานโยบายมาแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม จนอังกฤษอยู่รอดพ้นปากเหยี่ยวปากกามาได้อีกครั้งหนึ่ง
.
4) ปี ค.ศ. 1930 กองทัพของท่านนายพลเจียงไคเช็คกำลังทำสงครามไล่ฆ่าสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ของท่านเมาเซตุงอย่างหนัก ญี่ปุ่นจึงฉวยโอกาสที่เห็นจีนแตกแยกส่งกองทัพมายึดภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนในปี ค.ศ. 1930 แล้วบุกเข้ายึดเซียงไฮ้ได้ในปี ค.ศ. 1932&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในปี ค.ศ. 1936 ขณะที่ท่านนายพลเจียงไคเช็คกำลังบัญชาการรบเพื่อปราบพวกของเมาเซตุงอยู่ที่เมืองซีอาน มีนายพลของท่านนายพลเจียงฯ 2 ท่าน เข้าจับท่านนายพลเจียงบังคับให้เลิกไล่ล่าพรรคคอมมิวนิสต์และบังคับให้จับมือกับท่านเมาเซตุงเพื่อร่วมกันทำสงครามไล่ญี่ปุ่นออกจากประเทศจีนก่อน กว่าทั้งสองฝ่ายจะเริ่มจับมือกันเปิด #สงครามกับญี่ปุ่น ก็ปาเข้าไปถึง ค.ศ. 1937 ไม่สามารถป้องกันการรุกของญี่ปุ่นได้จึงต้องเสียเมืองอู่ฮั่นและนานกิง (คนจีนถูกฆ่าไปกว่า 3 แสนคน) ให้แก่ญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1938&amp;nbsp; และต้องทำสงครามนานถึง 8 ปี จึงสามารถจะไล่ญี่ปุ่นออกจากจีนได้สำเร็จในปี ค.ศ. 1945 (การจับและบังคับนายพลเจียงครั้งนั้นเรียกกันว่า #กบฎซีอาน)
.
5) ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้น ประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส และเบลเยียม จับมือกันมั่นเพื่อสู้กับการรุกรานของฮิตเลอร์แห่งเยอรมัน แต่เยอรมันสามารถส่งทหารตีทุกแนวของกองทัพฝรั่งเศสแตกพ่ายทุกแห่ง รัฐบาลก็แทบจะไม่ได้มีสติในการทำสงครามเพราะต้องมานั่งแก้ปัญหาการเมืองในรัฐสภาที่มีแต่การแช่งด่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไล่ตะเพิด เอาชนะคะคานกันเอง จนกองทัพของเยอรมันสามารถบุกเข้ายึดกรุงปารีสได้ในวันที่ 14 มิถุนายน ค.ศ. 1939
.
ท่านอาจารย์เจริญ&amp;nbsp; ไชยชนะ ได้วิเคราะห์ไว้ในหนังสือของท่านที่ชื่อว่า &amp;ldquo;ประวัติศาสตร์สากล:สมัยปัจจุบัน&amp;rdquo; โดยสรุปย่อๆ ว่า &amp;ldquo;สาเหตุแห่ง #ความหายนะของฝรั่งเศส ในครั้งนั้น&amp;rdquo; มีดังต่อไปนี้
.
1 - ความด้อยประสิทธิภาพของกองทัพฝรั่งเศสทั้งบก เรือ และอากาศ เพราะผู้นำพรรคการเมืองต่างๆ (ซึ่งสมัยนั้นใช้ระบบแบบอังกฤษเหมือนประเทศไทยในปัจจุบัน) สนใจแต่การสร้างความยิ่งใหญ่ส่วนตัว มีแต่การชิงดีชิงเด่น เอาชนะคะคานกันในทางการเมืองจนลืมนึกถึงความสำคัญของความเข้มแข็งทางทหารแห่งกองทัพต่างๆ
.
2 - ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่หนึ่งจบลงเป็นต้นมา #ประเทศฝรั่งเศสแตกแยก แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันมาก มีทั้งพวกซ้าย (หรือพวกดัดจริตเป็นซ้าย... อันนี้ผมไตรรงค์ พูดเองนะครับ ท่านอาจารย์เจริญไม่ได้พูด) พวกสาธารณรัฐนิยม&amp;nbsp; พวกขวา (ซึ่งคงหมายถึงพวกอยู่ตรงข้ามกับพวกคอมมิวนิสต์ครับ)&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในครานั้น ฝรั่งเศสแตกแยกกันเละทั้งทางการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ #เกิดความอ่อนแอ #ขาดความเป็นหนึ่งเดียว ที่จะร่วมกันป้องกันประเทศ ซึ่งเป็นสภาพ #ตรงกันข้ามกับประชาชนชาวเยอรมันที่เป็นหนึ่งเดียวและมุ่งมั่นสูง
.
3 - มีทั้งนักการเมืองและประชาชนจำนวนหนึ่ง ที่เป็นพวก #ทรยศต่อประเทศของตนเอง #เพื่อประโยชน์ส่วนตัว (มากกว่าผลประโยชน์และอนาคตของประเทศชาติ) หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ คนฝรั่งเศสเองนั่นแหละที่ช่วยกันทำลายประเทศฝรั่งเศสจนย่อยยับ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ #การเมืองเพื่อตนเองและพวกพ้องได้ปิดตาจนมืดบอด
.
5) สรุป
5.1 - ตัวอย่างทั้งหมดที่ได้ยกมาเล่าข้างต้นนั้นล้วนเป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในภาวะสงครามที่ต้องใช้อาวุธเข้าทำลายกัน บุกรุกกัน จึงต้องใช้ทั้งอาวุธและทหารในการป้องกันประเทศภายใต้การนำและการตัดสินใจของนักการเมืองไม่ว่าจะอยู่ในคราบของนักรบ (เช่น เจียงไคเช็คและเมาเซตุง) หรืออยู่ในรูปของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีอย่างที่เกิดขึ้นในอังกฤษและในฝรั่งเศส
.
5.2 &amp;ndash; #ประเทศไทยของเราในปัจจุบันต้องถือว่าตกอยู่ในภาวะสงครามเช่นเดียวกัน เพราะมีทั้งคนเจ็บและคนตายเกิดขึ้นทุกวัน แต่ #ศัตรูของประเทศมิใช่กองทัพจากต่างประเทศกลับเป็นไวรัส ที่มองไม่เห็น เรียกกันว่า COVID-19 ซึ่งเป็นศึกที่ยิ่งใหญ่กว่า เพราะศึกครั้งนี้เราต้องใช้ประชาชนทุกคนเท่าที่มีในประเทศให้เป็นทหารในการต่อสู้ป้องกันประเทศ มีความสามัคคี มีวินัยในการทำสงครามอย่างพร้อมเพรียงกัน
&amp;nbsp;.
5.3 &amp;ndash; #ถ้ายังไม่เลิกเล่นการเมือง (แม้ประเทศจะกำลังอยู่ในภาวะสงคราม) #อาจจะพาประเทศให้เกิดความฉิบหาย อย่างที่เคยเกิดขึ้นในฝรั่งเศสและประเทศจีนก่อน ค.ศ. 1945 ก็เป็นได้ ถ้ายังเกลียดกัน สาปแช่งกัน ไม่มีความสามัคคีให้เป็นเนื้อเดียวกันอย่างที่เขาทำสำเร็จในอังกฤษในช่วงสงครามโลกทั้งครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 รอให้สงครามมันสงบแล้วค่อยยกพวกมาตีกันให้มันสะใจและสะสันดานจะไม่ดีกว่าหรือ
.
ถ้ามีแต่แบ่งพรรคแบ่งพวกมีพวกมึงพวกกูแบบกองเชียร์ฟุตบอลโดยไม่ต้องดูเหตุดูผล คอยขัดแข้งขัดขา (จากทุกฝ่าย) มีแต่สาปแช่งให้รัฐบาลไม่ประสบความสำเร็จในการต่อสู้กับ COVID-19 (ในขณะที่บุคลากรทางการแพทย์แทบจะหมดแรงอยู่แล้ว)
.
การใช้ชีวิตคนมาเป็นเดิมพันในการต่อสู้ทางการเมืองนั้น ถ้าไม่เรียกว่า #เป็นคนใจดำอำมหิต ก็ต้องเรียกว่า #เป็นคนเลวระดับได้ถ้วย เลยทีเดียวนะครับ
.
หมายเหตุ : เอาเถอะ! ท่านจะเลวหรือดี แต่ผมใคร่จะขอให้ทุกคนไป #ฉีดวัคซีนช่วยชาติ กัน ผมฉีดแอสตร้าเซนเนก้าไปแล้ว ไม่เห็นมีผลข้างเคียงอะไรเลย ไม่เจ็บเลย สบายดี คึกคักเต็มไปด้วยพลัง (Energy) ทุกวัน&amp;nbsp; แต่อยากจะฝากความคิดให้รัฐบาลไม่ว่าจะเป็นชุดไหนก็ตาม ควรจะพิจารณาให้รางวัลเป็นกรณีพิเศษแก่บุคลากรทางการแพทย์หลังจากสงครามโควิด-19 ผ่านพ้นไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103901</URL_LINK>
                <HASHTAG>การติดเชื้อไวรัสโควิด-19, ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี, สงครามโลกครั้งที่ 1, เจียงไคเช็ค, แอสตร้า เซนเนก้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210313/image_big_604c23fb3df9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90701</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวาวัคซีนการเมือง สะพัด!แอสตร้าฯไม่สบายใจ/สถาบันแจงแค่คุยข้อกม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.วัคซีนดอดพบเลขาฯ นายกฯ ที่ทำเนียบฯ แจ้งเหตุ สธ.ยกเลิกแถลงมอบทะเบียนวัคซีนหลัง &amp;ldquo;ธนาธร&amp;rdquo; โยงเข้าการเมือง หวั่นกระทบการจัดซื้อ บ.แอสตร้าฯ อาจทบทวนการส่งมอบวัคซีนตามแผนเดิม ก่อนร่อนแถลงการณ์แจงแค่คุยเรื่องกฎหมาย &amp;ldquo;แรมโบ้&amp;rdquo; จวก &amp;ldquo;ธนาธร&amp;rdquo; อย่าเอาวัคซีนรักษาชีวิต ปชช.มาตีกินทางการเมือง &amp;ldquo;หมอพรทิพย์&amp;rdquo; จี้ เจ้าหน้าที่ใช้กฎหมายเด็ดขาดกับคนให้ร้ายพระมหากษัตริย์ &amp;ldquo;ส.ส.ก้าวไกล&amp;rdquo; รับลูก ท้าเปิดสัญญาพาไปดูโรงงานสยามไบโอไซเอนซ์ ซูเปอร์โพลจี้ทอนเคลียร์ข้อสงสัยปม &amp;quot;เรือยอชต์-แม่บุกรุกที่ดิน-เงินบริจาค&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล ในช่วงสายวันที่ 22 มกราคม นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้เรียก นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ เพื่อสอบถามสาเหตุที่กระทรวงสาธารณสุขยกเลิกการแถลงข่าวเกี่ยวกับการรับมอบทะเบียนวัคซีนจากบริษัท แอสตร้า เซนเนก้า จำกัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า นพ.นครได้ปรารภกับคนใกล้ชิดว่า กรณีที่ต้องยกเลิกแถลงข่าวเป็นเพราะทางบริษัท แอสตร้า เซนเนก้าฯ มีความกังวล หลังนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กดดันให้มีการเปิดสัญญาการจัดซื้อวัคซีนกับรัฐบาลไทย จนทำให้บริษัทดังกล่าวที่เป็นบริษัทมหาชนในประเทศอังกฤษเกิดความไม่สบายใจ เพราะไม่อยากพัวพันกับการเมือง จึงไม่อนุญาตให้ผู้แทนของบริษัทประจำประเทศไทยร่วมแถลงข่าว และหลังจากนี้บริษัทดังกล่าวอาจพิจารณาทบทวนท่าทีต่อการผลิตและการส่งมอบวัคซีนให้กับประเทศไทยตามแผนเดิม ซึ่งคาดการณ์ว่า นพ.นครจะนำเหตุผลดังกล่าวชี้แจงต่อนายดิสทัต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 19.35 น. สถาบันวัคซีนแห่งชาติออกแถลงการณ์ข้อเท็จจริงการเข้าพบเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ตามที่มีข่าวของสื่อมวลชนกรณี นพ.นคร พร้อมด้วยเลขาธิการ อย. เข้าพบนายดิสทัต ที่ทำเนียบรัฐบาล เป็นการเข้าร่วมชี้แจงในเรื่องกระบวนการขึ้นทะเบียนวัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทยว่า มีขั้นตอนของกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างไร และการควบคุม กำกับคุณภาพของวัคซีนที่จะมีผู้มาขอขึ้นทะเบียนไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นการแถลงข่าวใดๆ และไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมืองหรือความไม่พอใจของบริษัท แอสตร้า เซนเนก้าฯ แต่อย่างใด ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้สื่อมวลชนรักษาจรรยาบรรณและการเป็นนักสื่อสารที่ดีไม่ควรเสนอข่าวที่ไม่มีแหล่งข่าวที่อ้างอิงได้ รวมทั้งขอให้ลบข่าวเท็จจริงออกจากช่องทางสื่อสารทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การจัดซื้อวัคซีนโควิดและรัฐบาลแจ้งความ ม.112 เพื่อปิดปากว่า ไม่มั่นใจสิ่งที่นายธนาธรออกมาพูดนั้นเป็นการทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริงหรือไม่ เพราะสวนทางกับพฤติกรรมที่ผ่านมาของนายธนาธร ที่ล้วนแต่ทำไปเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมืองของตนเอง และบางอย่างอาจนำไปสู่ความขัดแย้งในสังคม ยืนยันการจัดหาวัคซีนโควิดเป็นไปตามขั้นตอนของมติคณะรัฐมนตรี โปร่งใส 100% ส่วนการแจ้งความมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ทำในนามส่วนตัว ไม่ได้เป็นการสั่งการจากนายกฯ เพราะผมและคณะทนไม่ได้กับพฤติกรรมของนายธนาธร ที่มีการพูดจาบจ้วงสถาบัน พยายามดึงสถาบันมาเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง ถือเป็นการทำผิดกฎหมายมาตรา 112 อย่างชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อย่าทำตัวเป็นลูกคุณหนูเอาแต่ใจตัวเอง เพราะโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ต้องมีความคิดที่เป็นผู้ใหญ่ด้วย ไม่ใช่ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจก็โทษคนอื่นโทษการเมือง ทำตัวเป็นคนเนรคุณแผ่นดินเกิดของตัวเอง ไม่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณก็ไม่สมควรอยู่ในประเทศนี้อีกต่อไป อย่าได้เอาวัคซีนที่รัฐบาลเอามารักษาชีวิตประชาชนมาโยงใยเล่นตีกินทางการเมืองและทำลายสถาบัน เพราะประชาชนคนไทยจะสาปแช่งให้วิบัติ มีอันเป็นไป ซึ่งไม่ผลเป็นดีต่อครอบครัวของนายธนาธรเอง แผ่นดินไทยสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง ใครคิดร้ายต่อแผ่นดินและบ้านเมือง บาปกรรมมีจริง นรกมีจริง ไม่ต้องไปรอรับกรรมในชาติหน้า แต่จะได้รับผลกรรมตามทันในชาตินี้อย่างแน่นอน ไม่เชื่อรอดู&amp;rdquo; นายสุภรณ์กล่าว
จี้ใช้ กม.อย่างเด็ดขาด
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายธนาธรระบุว่ารัฐบาลกลั่นแกล้ง ตามบี้คดีน้องชายติดสินบนเจ้าหน้าที่สำนักทรัพย์สินฯ และเรือ ยอชต์ซื้อมือสอง ไม่ได้จดทะเบียนเอง อีกทั้งถูกวางเพลิงว่า ยืนยันว่ารัฐบาลไม่เคยกลั่นแกล้งใคร พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ของคนไทยทุกคน ไม่เลือกปฏิบัติ ทุกอย่างเท่าเทียม เสมอภาค คดีน้องชายนายธนาธรเป็นไปตามปกติ รัฐบาลไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย และคดีนี้มีความชัดเจน เพราะมีหลักฐาน ส่วนเรือยอชต์เลี่ยงภาษีจะเป็นการวางเพลิงหรือไม่นั้น รัฐบาลก็ไม่เกี่ยวข้อง แต่สังคมรับไม่ได้ที่มีการเลี่ยงภาษี หลายสิ่งหลายอย่างที่นายธนาธรกระทำเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่พอเรื่องแดงก็มักจะหาทางออกโดยการกล่าวหารัฐบาลกลั่นแกล้ง ขอให้กลับตัวกลับใจ ดูองคุลิมาลเป็นตัวอย่าง สังคมยังให้อภัย สำหรับการจัดหาวัคซีนนั้น นายธนาธรควรหยุดบิดเบือนได้แล้ว ประชาชนเข้าใจแล้ว โปร่งใสตรวจสอบได้ หัดคิดดีทำดีให้กับประเทศบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า เมื่อคืนฟังตรงจากการสัมภาษณ์ก็ได้เห็นการแถ การให้ร้ายแบบจงใจตั้งใจ และเมื่อมาดูสิ่งที่เกิดขึ้นตามภาพ ยืนยันได้ว่ากลุ่มการเมืองใหม่ตั้งใจทำอะไรให้แผ่นดินนี้ดูเหมือนในหัวจะมีความจงเกลียดจงชังพระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีคุณูปการต่อแผ่นดินไทยมากมาย ความหลงผิดเช่นนี้ผลกรรมที่รับไม่ยากที่จะมองเห็น แต่สิ่งที่น่าอึดอัดใจก็คือผู้นำและเจ้าหน้าที่รัฐที่ไม่มีสัญญาณชัดเจน เรื่องแบบนี้มัวแต่ใช้ความกลัว (กลัวผิดตัวบทกฎหมาย) แทนที่จะใช้ความกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง ปล่อยให้พระองค์ถูกย่ำยีมาตลอด เรื่องนี้สำคัญยิ่ง ควรมีความเด็ดขาด คนกลุ่มนี้อ้างว่าตั้งใจอยากพัฒนาประเทศ แต่ตลอดเวลาไม่เคยเห็นการกระทำที่ให้กับแผ่นดิน มีแต่การบ่อนทำลายและการทำลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำกลุ่มไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ขอสอนธนาธร ถ้าจำกันได้ ตั้งแต่เริ่มเป็นนักการเมือง เขาให้แสดงความโปร่งใส แต่ตนเองใช้ไบลด์ทรัสต์ เขาจะทำรถไฟความเร็วสูง แต่ตนเองจะทำไฮเปอร์ลูป เขาแจก 5,000 บาท แต่ตนเอง 3,500 บาทถ้วนหน้าโดยไม่สูจน์ความจน มาถึงเรื่องวัคซีนโควิด ก็พยายามสื่อสารว่ามีบางประเทศจัดหาได้ถึง 200-300 เปอร์เซ็นต์ของประชากร เพื่อมาเกทับประเทศไทย ก็รับรู้ว่ารู้ไม่จริงและบิดเบือน ด้วยหลักการฉีดวัคซีน ในเชิงวิชาการของโรคระบาด ไม่มีใครฉีด 100% ของประชากร เขาฉีดประมาณ 60-80% ของประชากร เพราะจะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ตามมา การที่บอกว่าบางประเทศจัดหา 200-300% ของประชากร จึงพูดแบบมั่วๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วรงค์ระบุว่า ขณะนี้วัคซีนโควิดยังไม่มีการทดลองในเด็ก จึงยังไม่มีประเทศไหนในโลกนี้ฉีดในเด็ก แม้แต่ไฟเซอร์ เพิ่งจะเริ่มงานวิจัย ไม่นาน ที่จะทดลองฉีดในเด็กอายุ 12 ปี และวิจัยในเด็กอายุ 15-16 ปี ในปัจจุบันเขาจึงห้ามฉีดในเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี&amp;nbsp; ประเทศเรามีประชากรประมาณ 66 ล้านคน ถ้าตัดเด็กอายุ 16 ปีลงมา จะเหลือประมาณ 55 ล้านคน หลักการฉีดวัคซีนและให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ คิดที่ 60% เท่ากับว่าเราจะฉีด 33 ล้านคน ขณะนี้เราสั่งวัคซีนแล้วของแอสตร้า เซนเนก้า 26 ล้านโดส ของซิโนแวค 2 ล้านโดส ที่สำคัญการฉีดให้คนหลายสิบล้าน ต้องใช้เวลาหลายเดือน ดังนั้น ในทางวิชาการจึงไม่ใช่เลวร้ายอย่างที่นายธนาธรนำเสนอให้ประชาชนเข้าใจผิด แนะนำให้ออกมาเคลียร์ปมที่ประชาชนเคลือบแคลงสงสัย เช่น การบุกรุกป่าของมารดาของนายธนาธร ภาษีเรือยอชต์ การปลดพนักงาน แรงงานของบริษัท เงินบริจาคช่วยเหยื่อโควิดที่แจกไม่หมดนำไปใช้จ่ายอย่างอื่น น่าจะดูดีกว่า
ก้าวไกลท้าไปดูโรงงานไบไอไซฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.นครปฐม พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ตอบกระทู้ถามของนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เรื่องความหละหลวมของรัฐบาลที่ปล่อยให้เกิดการระบาดของเชื้อโควิด-19 และขอให้เปิดเผยสัญญาว่าจ้างผลิตวัคซีนระหว่างบริษัท แอสตร้า เซนเนก้าฯ กับบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ซึ่งตอนหนึ่งนายสาธิตระบุว่า วัคซีนไม่ใช่ความเป็นความตายของประชาชนนั้น จริงอยู่ว่าถ้าไม่ได้รับวัคซีน ประชาชนก็คงจะยังไม่ตายตอนนี้จากการติดเชื้อโควิด แต่พวกเขาจะอดตายเพราะความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารของรัฐบาลชุดนี้ วันนี้เมื่อเรายังไม่มีการฉีดวัคซีน ก็เหมือนยังอยู่ในความมืดมิดต่อไป เพราะผู้คนก็ยังไม่กล้าใช้ชีวิตตามปกติ เชื่อว่าการมีวัคซีนนั้นจะทำให้การดำเนินชีวิตของประชาชนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทำให้ต่างชาติมั่นใจกลับมาท่องเที่ยวมาลงทุน ฟื้นฟูประเทศได้ ยิ่งมีวัคซีนช้าเท่าไหร่ ประเทศก็จะยิ่งบอบช้ำมากยิ่งขึ้นเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.สุทธวรรณกล่าวด้วยว่า การที่บอกปัดเรื่องการเปิดเผยสัญญาที่เกี่ยวกับการจัดหาวัคซีนทั้งหมด และให้ไปเปิดดูในเว็บไซต์สถาบันวัคซีนแห่งชาตินั้น ทำไมต้องไล่ประชาชนไปเปิดในเว็บไซต์ ซึ่งตนก็ได้ไปลองดูแล้วใช้เวลาอยู่นานพอสมควรก็ยังไม่เห็นสัญญาที่ท่านบอกนั้นเลย รัฐบาลก็ควรถือโอกาสนี้เปิดสัญญาให้ประชาชนเห็น รวมถึงเปิดเผยความพร้อมของสยามไบโอไซเอนซ์ โดยอาจจะเชิญสื่อมวลชน เชิญคนที่มีคำถามไปดูงานถึงโรงงานเลยจะยิ่งเป็นการช่วยทำให้ประชาชนมั่นใจยิ่งขึ้น ดิฉันและ ส.ส.พรรคก้าวไกล และรวมถึงคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ก็คงจะยินดีไปร่วมชมโรงงาน ชมความพร้อมของนวัตกรรมเทคโนโลยีของบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ฯ ด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ &amp;#39;เพนกวิน&amp;#39; พร้อม น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง สองแกนนำคณะราษฎร เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ทองศูนย์ อุ่นวงศ์ รอง ผบก.ปอท. เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกคดีมาตรา 112 จากกรณีโพสต์ข้อความทางสื่อออนไลน์ในลักษณะหมิ่นเหม่สถาบัน โดยนายพริษฐ์กล่าวว่า ไม่ทราบรายละเอียดว่าเหตุมาจากการโพสต์ในวันและเวลาใด มองว่าการแจ้งข้อกล่าวหามาตรา 112 เหมือนการกลั่นแกล้ง จึงอยากเรียกร้องขอให้ทบทวนเรื่องการใช้กฎหมายมาตรา 112 กับประชาชน เนื่องจากมีประมวลกฎหมายอาญามาตราอื่นที่สามารถเอาผิดกับประชาชนได้ ส่วนคดี 112 จนถึงขณะนี้ตนถูกแจ้งความรวมทั้งสิ้น 17 คดี ส่วนกรณีของ น.ส.ปนัสยานั้น ทราบว่ามาจากการแชร์ข้อความของตนจึงถูกหมายเรียกคดีเดียวกัน โดย น.ส.ปนัสยาถูกดำเนินคดีรวมทั้งสิ้น 9 คดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 11.00 น. นายอานนท์ นำภา ในฐานะทนายความ ได้พาเยาวชนหญิงชาว จ.ขอนแก่น อายุ 17 ปี มาเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปอท. ตามหมายเรียกคดี ม.112 ด้วยเช่นกัน โดยนายอานนท์กล่าวว่า กรณีของเยาวชนหญิงชาว จ.ขอนแก่นนั้น น่าจะมาจากการโพสต์เฟซบุ๊ก แต่ก็ไม่ทราบว่าเป็นโพสต์ข้อความใด และก็ไม่ทราบว่าเป็นการเรียกมาดำเนินข้อหาใดบ้าง จึงยังไม่สามารถชี้แจงรายละเอียดได้ ส่วนคดีของตนถูกดำเนินคดีมาตรา 112 ไปแล้วรวมทั้งสิ้น 8 คดี
โพลจี้ทอนเคลียร์ปมส่วนตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก นายเอกชัย หงส์กังวาน, นายบุญเกื้อหนุน เป้าทอง นักเคลื่อนไหวทางการเมือง และนายสุรนาถ แป้นประเสริฐ หรือตัน ผู้ประสานงานเครือข่าย เยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง (Active Youth) สามผู้ต้องหาที่ถูกแจ้งข้อหาประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินีฯ ตาม ป.อาญา ม.110 กับข้อหามั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปฯ และกีดขวางการจราจรฯ กรณีชุมนุมใกล้ขบวนเสด็จพระราชินี เมื่อวันที่ 14 ต.ค.2563 เดินทางมาตามที่ตำรวจนัดส่งตัวพร้อมสำนวนคดีต่ออัยการ อย่างไรก็ตาม คดียังมีผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 2 คนภายหลัง รวมเป็นทั้งหมด 5 คน&amp;nbsp; ทราบชื่อผู้ต้องหาอีก 2 ราย คือนายชนาธิป ชัยชะยางกูร และนายภาณุภัทร ไผ่เกาะ ภูมิลำเนา จ.นครราชสีมา ถูกแจ้ง 3 ข้อหาเช่นเดียวกัน ได้ขอเลื่อนนัดส่งตัวพร้อมสำนวน เนื่องจากไม่ได้รับหมายจากพนักงานสอบสวน และตัวอยู่ต่างจังหวัด จึงไม่สะดวกเดินทางมาในวันนี้ ดังนั้นนักงานอัยการจึงให้เลื่อนนัดส่งสำนวนคดีนี้ออกไปก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง พรรคตั้งใหม่ หัวใจประชาชน กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,278 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 19-21 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.6 เห็นด้วยว่า สังคมไทยจะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข คนในชาติต้องออกมาปกป้องสถาบันหลักของชาติ ในขณะที่เพียงร้อยละ 1.4 เท่านั้นไม่เห็นด้วย ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 92.2 ระบุการเมืองที่กำลังคุกคามสถาบันหลักของชาติ กำลังซ้ำเติมวิกฤติชาติ ความทุกข์ยากและสร้างความแตกแยกของคนในชาติช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ วิกฤติโควิด ในขณะที่เพียงร้อยละ 7.8 ระบุไม่คุกคาม ไม่ซ้ำเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.6 แนะนำให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ออกมาเคลียร์ปมที่ประชาชนเคลือบแคลงสงสัย เช่น การบุกรุกป่าของมารดาของนายธนาธร ภาษีเรือยอชต์ การปลดพนักงาน แรงงานของบริษัท เงินบริจาคช่วยเหยื่อโควิดที่แจกไม่หมดนำไปใช้จ่ายอย่างอื่น เป็นต้น ในขณะที่ร้อยละ 3.4 ไม่แนะนำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 91.4 สนับสนุนพรรคไทยภักดี ของนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ที่ออกมาปกป้องรักษาสถาบันหลักของชาติ ในขณะที่ร้อยละ 8.6 ไม่สนับสนุน ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อถามถึงพรรคการเมืองตั้งใหม่ ที่ชื่นชอบในหัวใจประชาชน พบว่า อันดับแรกได้แก่พรรคไทยภักดี ร้อยละ 22.2 อันดับที่สอง ได้แก่พรรคกล้า ร้อยละ 19.2 และอันดับที่สามได้แก่ พรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 18.7 ตามลำดับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90701</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, วัคซีนการเมือง, วัคซีนโควิด, สถาบันวัคซีนแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แอสตร้า เซนเนก้า, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210122/image_big_600adef184c84.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88691</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2021 09:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2021 18:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตรียมเฮ !ปลายเดือน พ.ค.ไทยได้ฉีดวัคซีนแอสตร้า เซนเนก้า ผลิตในปท. ล็อตแรก โดยสยามไบโอไซเอนซ์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3ม&amp;nbsp;ค.64- ในการแถลงสถานการณ์โควิด 19 ของกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) มีหัวข้อเกี่ยวกับสถานการณ์การผลิต และกระจายวัคซีนในอนาคต &amp;nbsp;นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ &amp;nbsp;กล่าว สธ.พยายามให้คนไทยมีความมั่นใจว่าเมื่อถึงเวลาอันสมควรเราจะได้วัคซีนใช้ ไม่ล่าช้าไปกว่าประเทศอื่นๆ &amp;nbsp;และเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน ในฐานะที่ตนเป็นคณะกรรมการขับเคลื่อน การจัดหาวัคซีนให้คนไทย ขอรายงานว่าเราได้เตรียมการ หาข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีน &amp;nbsp;และกำหนดเป้าการฉีด ซึ่งไม่เปลี่ยน เป็นการฉีดวัคซีนให้ฟรี ไม่น้อยกว่า 50 % ของจำนวนประชากร หรือได้วัคซีน ประมาณ 70 ล้านโด๊ส &amp;nbsp;และเราได้ดำเนินมาตั้งแต่ยังไม่มีผลการวิจัย ของเจ้าใดประสบความสำเร็จ &amp;nbsp;ส่วนการเจรจากับบริษัท แอสตร้่า เซนเนก้า เราทำสัญญา ซื้อวัคซีน 26 ล้านโด๊ส เป็นการผลิตในประเทศ &amp;nbsp;ซึ่งคาดว่าปลายเดือนพ.ค. น่าจะได้วัคซีนมาฉีดให้คนไทย &amp;nbsp;26 ล้านโด๊ส &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ก็มีการเจรจาซื้อวัคซีนอื่นๆผ่านโคแว๊กซ์มาโดยตลอดแต่เป้าหมายต้องปรับเปลี่ยน ส่วนประชากรอีก 10% &amp;nbsp;เรามีต้นทุน 26 ล้านโด๊ส จากแอสตร้าเซนเนก้า หลายคนอาจมองว่ามาช้าเพราะมาเดือน พ.ค. 63 &amp;nbsp;แต่เราไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการเจรจากับหลายบริษัท ไฟเซอร์ โมเดอร์นา และ ซิโนแว๊กซ์ ของจีน ซึ่งตามที่มีการแจ้งข่าวดีไปแล้ว เราขอซื้อซิโนแว็กซ์จากจีน 2 ล้านโด๊ส โดย ปลายเดือน ก.พ.จะได้ 2 แสนโด๊ส ปลายมี.ค. 8แสนโด๊ส &amp;nbsp;และปลายเม.ย.อีก &amp;nbsp;1ล้านโด๊ส &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;วัคซีนในตลาดโลก ไม่ใช่สินค้าหาช้อปปิ้งหาที่ไหนก็ได้ &amp;nbsp;ที่สำคัญต้องมีระบบควบคุมคุณภาพและความปลอดภัย ถ้าไม่มีผลทดลองเฟส 3 รองรับ เราก็จะไม่ซื้อมาฉีดให้คนไทย ดังน้ั้น ข้อมูลวิชาการเป็นเงื่อนไชที่จำเป็นต้องมี &amp;nbsp; &amp;nbsp;เราไม่ห้ามเอกชนนำเข้าวัคซีน แต่ต้องมาขอขึ้นทะเบียนกับอย. ซึ่งจะดุูโรงงาน &amp;nbsp;ทุกล็อตการผลิต ต้องได้รับการตรวจจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ &amp;nbsp; การที่บอกว่าทำไม ไม่เอามาเลย เพราะเราต้องทำให้เกิดมั่นใจ ความปลอดภัย ประสิทธิภาพ ถ้าไม่ทำให้เกิดความมั่นใจ แม้แต่หมอก็อาจไม่ยอมฉีด&amp;quot;นพ.ศุภกิจกล่าว
นพ.นคร เปรมศรี ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;ทั่วโลกมีวัคซีน4 ชนิด จากผู้ผลิต &amp;nbsp; 9 ราย เป็นเทคโนโลยี เอ้มอาร์เอ็นเอ ไวรัลเว็กเตอร์ ซัพยูนิต &amp;nbsp;และทำให้เชื้ออ่อน ของประเทศไทยจะยอมรับขึ้นทะเบียนเฉพาะวัคซีนที่มีการทดลองเฟส 3 &amp;nbsp;เท่านั้น ส่วนวัคซีนที่ผลการทดลองอยู่ในขั้นตอนเฟส 2 &amp;nbsp;เช่นของซิโนฟาร์ม ของจีน และของรัสเซี่ย ซึ่งยังไม่มีการรายงานการทดลองเฟส 3 &amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็จะไม่อยู่ในข่ายอนุมัติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนกระแสข่าวที่มีคนสงสัยว่าวัคซีนของ แอสตร้า เซนเนก้า ยังไม่สิ้นสุดการทดลอง ต้องขอบอกว่า ขณะนี้วัคซีนทุกชนิดที่ฉีด ยังไม่สิ้นสุดการทดลอง เพราะให้ใช้แบบมีเงื่อนไข ต้องมีการติดตามดูผล &amp;nbsp;ส่วนการที่ไทยมีการจองซื้อวัคซีนไม่นาน อาจมีผลดี แม้ว่าขณะนี้ ทุกบริษัทในโลก กำลังขยายกำลังการผลิตวัคซีน &amp;nbsp;แต่ขณะเดียวกัน ก็มีข้อมูลใหม่ๆออกมา เช่น อังกฤษ &amp;nbsp;รายงานว่าถ้าใครมีประวัติแพ้ยา แพ้วัคซีนหรือเป็นโรคภูมิแพ้รุนแรง ก็มีข้อห้ามการฉีด &amp;nbsp;ซึ่งข้อมูลนี้ &amp;nbsp;ไม่มีอยู่ในรายงานการวิจัยภาคสนามของและบริษัท ซึ่งถือว่าเป็นข้อดี ที่เรานำมาระมัดระวังการใช้ได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.นคร กล่าวอีกว่า ในประเด็นว่าประเทศไทยมุ่งแต่เอาเฉพาะวัคซีนจากบริษัท แอสตร้า เซนเนก้า จริงหรือไม่ &amp;nbsp;ขอบอกว่าเราจะต้องหาวัคซีนให้ได้ 66 ล้านโด๊ส หรือครึ่งหนึ่งของประชากร และเราจะซื้อจากแอสตร้า เซนเนก้า เป็นชุดแรก นอกจากนั้น เรายังหาวัคซีนจากทุกช่องทาง มีการเจรจากับอีกหลายบริษัท &amp;nbsp;มีการเก็บข้อมูล และลงนามข้อมูลความลับต่อกัน &amp;nbsp;ทั้งกับไฟเซอร์ จอห์นสันแอนด์จอห็นสัน ซิโนแว็ก ซิโนฟาร์ม แต่ขอเรียนว่าวัคซีนล็อตใหญ่ ที่เราอยากได้เพื่อมาใช้ในวงกว้าง กับบริษัทอื่นๆ เขาจะสามารถส่งมอบได้ในไตรมาสสุดท้าย ปี 64 &amp;nbsp;เทียบกับแอสตร้า เซนเนก้า ที่จะได้วัคซีนใช้ในวงกว้างเร็วกว่าในเดือนพ.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;บทบาทของแอสตร้า เซนเนก้า &amp;nbsp;คือเขาไม่ปิดกั้นเทคโนโลยี &amp;nbsp;แต่การซื้อจากเขาต้องมีการขึ้นทะเบียนและเป็นไปตามระเบียบตามกฎหมายที่ อย..กำหนด ซึ่งขณะนี้ อย. มีแผนการขึ้นทะเบียนฉุกเฉินไว้แล้ว &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งวัคซีนที่ผลิตในต่ละประเทศ รวมทั้งงานวิจัยในบ้านเราด้วย &amp;nbsp;อย.ได้มีการเตรียมรูปแบบการขอขึ้นทะเบียนไว้แล้ว ส่วนการที่มีบริษัทเอกชน โฆษณาให้จองซื้อวัคซีน เราไม่ปิดกั้น แต่เขาทำผิดระเบียบการโฆษณาของอย. เพราะยังไม่มีวัคซีนอยู่ในมือ ทางอย.ก็ได้ตักเตือน เอกชนรายนั้นไปแล้ว นอกจากนี้ &amp;nbsp;ทางสถาบันวัคซีนฯ ยังทำความร่วมมือกับ องค์การเภสัชกรรม (อภ.) อีกทั้งหาวัคซีนเพิ่มจากภาคประชาชนอื่นที่มีโครงการทดลองวิจัยด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.นครเตือนทิ้งท้ายอีกว่า &amp;nbsp;แต่ถึงจะมีวัคซีนไว้ฉีดแล้ว แต่คนไทยต้องการ์ดไม่ตก ยังคงต้องสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ ปฎิบัติตัวตามที่สธ.แนะนำ ซึ่งจะเป็นวัคซีนทีดีที่สุด &amp;nbsp;เพราะจะเห็นได้ว่าวัคซีนแต่ละตัวขณะนี้ มีประสิทธิผลระดับ 70 - 80-90 % แสดงว่าถึงฉีดแล้วก็ยังมีโอกาสติดเชื้อได้ &amp;nbsp;ซึ่งถ้าเรายังดำรงชีวิตประมาท วัคซีนก็อาจจะไม่ได้ป้องกันอะไร &amp;nbsp;ยิ่งถ้ามีการรับเชื้อมากๆ ดังที่มีข่าวมีคนฉีดวัคซีนได้ไปเข็มหนึ่ง แต่ไม่่ดูแลตัวเอง ไม่ใส่หน้ากากอนามัย ไปโน่นไปนี่ &amp;nbsp;ก็ทำให้ติดเชื้อได้ &amp;nbsp;และที่ต้องไม่ลืมคือการฉีดเพื่อให้เกิดประสิทธิผล จะต้องฉีดให้ครบ 2เช็ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดร. ทรงพล ดีจงกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด &amp;nbsp; กล่าวว่า &amp;nbsp;การผลิตวัคซีน 26 ล้านโด๊ส ของสยามไบโอไซเอนซ์ ที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากบริษัทแอสตร้า เซนเนก้า &amp;nbsp;เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่กลางปี &amp;nbsp;จุดเริ่มต้นทางบริษัท เอสซีจี ซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ดีกับมหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด ได้แนะนำให้ทางสยามไบโอไซเอนซ์ ได้รู้จักกับทางแอสตร้า เซนเนก้า &amp;nbsp; เพื่อให้แอสตร้า เซนเนก้า ดูว่าบริษัทสยามไบโอฯ สามารถผลิตวัคซีนได้หรือไม่ &amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นทางแอสตร้าเซนเนก้าได้มีการเข้ามาตรวจโรงงานและศักยภาพของโรงงาน &amp;nbsp; เนื่องจากเขาต้องการโรงงานที่สามารถผลิตวัคซีนได้ตั้งแต่ต้นน้ำ -ปลายน้ำ และมีกำลังการผลิตมาก &amp;nbsp;200 ล้านโด๊สต่อปี หรือ 15 ล้านโด๊สต่อเดือน &amp;nbsp;เนื่องจาก เขาได้เลือกไทยให้เป็นฐานการผลิตวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า ในอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนการถ่ายทอดเทคโนโลยี เริ่มเมื่อวันที่ &amp;nbsp;7 ต .ค. 63 &amp;nbsp;เป็นวันแรก &amp;nbsp;แอสตร้าเซนเนก้า ได้ส่งเซลล์วัคซีนมาให้ 1 ซีซี เพื่อให้ทางสยามไบโอฯ มาขยายการผลิตให้ได้จำนวน 2พันลิตร &amp;nbsp; และภายใต้เงื่อนไขอีกว่า วัคซีนที่สยามไบโอฯ ผลิตได้ในอีก 6เดือนข้างหน้า จะต้องมีคุณภาพเดียวกับที่แอสตร้า เซนเนก้า ผลิตได้ในโลก &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดร.ทรงพลกล่าวต่อว่า ส่วนผนการผลิตวัคซีน &amp;nbsp;จะมีการทดสอบ 5รอบการผลิต หลังจากนั้น นำผลที่ได้ไปยื่นต่อ อย. เพื่อขึ้นทะเบียน ซึ่งตามเกณฑ์จะต้องผลิตได้มาตรฐาน 3 รอบติดต่อกันถึงจะขึ้นทะเบียนได้ &amp;nbsp;โดยคาดว่าจะสามารถส่งข้อมูลให้ อย.ตรวจสอบได้ราวต้นเดือน เม.ย. ซึ่ งเป็นการทำอย่างเร่งด่วนเต็มที่ &amp;nbsp;แต่ต้องอยู่บนพื้นบานประสิทธิภาพพื้นฐานความปลอดภัย &amp;nbsp;และได้วัคซีนออกมาในเดือนพ.ค.ปีนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;แต่ละรอบจะใช้เวลา 120 วัน &amp;nbsp;แบ่งเป็นกระบวนการผลิต 60 วัน อีก 60 วัน เป็นการตรวจสอบวิเคราะห์คุณภาพ &amp;nbsp;และเราแบ่งทำออกเป็น5 รอบการผลิต แต่ละรอบห่างกัน 14 วัน &amp;nbsp;เราเริ่มผลิตรรอบแรก16 ธ.ค.ที่ผ่านมา รอบ 2 ก็เริ่มไป และวัคซีนที่เราขยายได้ &amp;nbsp;2พันลิตร &amp;nbsp;ทำให้อีก 20 วัน เราจะสามารถผลิตวัคซีนได้ 3.5-4 ล้านโด๊สต่อล๊อต ซึ่งจะต้องส่งกลับวัคซีนไปให้แอสตร้า ฯ วิเคราะห์ ว่าคุณภาพตรงกับทุกแหล่งที่ผลิตในประเทอื่นๆหรือไม่ ซึ่งเราทดสอบที่ได้พบว่า มีคุณภาพเหมือนกับที่แอสตร้า เซนเนก้ากำหนด &amp;nbsp; &amp;quot; ดร.ทรงพลกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า หลังได้วัคซีนแล้วจะมีการเก็บข้อมูลจากประชาชน โดยกรมควบคุมโรค จะประสานหน่วยงานหลายหน่วยงานเพื่อทำระบบทะเบียน &amp;nbsp;เช่นเดียวกับการทำระบบทะเบียนการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ &amp;nbsp;โดยร่วมมือกับสปสช. ธนาคารกรุงไทย เกี่ยวกับการทำฐานข้อมูลประชาชน &amp;nbsp;โดยลิงค์กับแอพพิเคชั่น กระเป๋าตัง เพื่อดูว่าใครต้องการฉีด และแอพฯนี้ จะเชื่อมต่อกับระบบข้อมูลอื่น ๆในการติดตามผลระยะยาว หลังการฉีด เช่น ติดตามดูอาการไม่พึงประสงค์ &amp;nbsp;หรือมีการติดเชื้่ออีกหรือไม่ เพื่อเป็นฐานข้อมูลต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88691</URL_LINK>
                <HASHTAG>#วัคซีน, #โควิด-19, ทรงพล ดีจงกิจ, นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์, บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด, แอสตร้า เซนเนก้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210103/image_big_5ff1afe49b228.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88478</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2020 14:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/12/2020 14:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวดี&quot;อนุทิน&quot;เผยขอซื้อวัคซีนโควิด 2 ล้านโด๊สแล้วได้เดือนก.พ. และซื้อเพิ่มจากแอสตร่าเซนเนก้าเป็น 52 ล้านโด๊ส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ธ.ค.63- นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอกับปลัดกระทรวงสาธารณสุข อธิบดีทุกกรม ระหว่างกักตัวตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ถึงข่าวดีเรื่องความคืบหน้าการจัดหาวัคซีนโควิด 19 ว่า กระทรวงสาธารณสุขได้มีความพยายามจัดหาวัคซีนโควิด 19 จากทุกแหล่งให้ได้มากที่สุด ล่าสุดได้เจรจาขอซื้อวัคซีนจำนวน 2 ล้านโดส จากผู้ผลิต ในราคา 17 ดอลลาร์ต่อโดส เตรียมเสนอของบกลาง 1,170 ล้านบาทในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันอังคารหน้า โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้แจ้งให้สำนักงบประมาณรับทราบแล้ว นอกจากนี้ ยังได้เจรจากับบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า ขอซื้อวัคซีนเพิ่มอีก 26 ล้านโดส รวมเป็น 52 ล้านโดส &amp;nbsp;ซึ่งการนำเข้าล็อตถัดไปไม่ต้องวางเงินมัดจำล่วงหน้า ล่าสุดประเทศอังกฤษได้อนุมัติการใช้วัคซีนชนิดนี้ในประเทศแล้วช่วยให้เกิดความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทินกล่าวว่า เบื้องต้นเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน 2564 จะได้รับวัคซีนโควิด 19 ล็อตพิเศษ 2 ล้านโดส เตรียมวางแผนฉีดกลุ่มเสี่ยงเป็นลำดับแรก ซึ่งเป็นบุคลากรทางการแพทย์ อสม. ซึ่งเป็นด่านหน้าต่อสู้กับโควิด 19 &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เร่งดำเนินการด้านระเบียบและกฎหมายรองรับ ส่วนการนำวัคซีนมาฉีดกลุ่มเป้าหมายได้มีการประชุมคณะกรรมการวิชาการจะมีความคืบหน้าชี้แจงต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ขอให้ประชาชนมั่นใจ ทั้งหมดเกิดจากความพยายามของรัฐบาลในการเจรจาต่อรอง อนุมัติงบประมาณโดยเร็ว ทำทุกวิถีทางในการเร่งจัดหาวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ให้กับคนไทยให้ได้มากที่สุดและได้ใช้โดยเร็วที่สุด&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88478</URL_LINK>
                <HASHTAG>#วัคซีน, #โควิด-19, แอสตร้า เซนเนก้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201231/image_big_5fed82c6b2019.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
