<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110317</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2021 15:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยในจำนวนผู้เสียชีวิต 81 ราย พบ 7 รายเป็นผู้ฉีดวัคซีน AZ 1 เข็ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค.64 - ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19) หรือ ศบค. &amp;nbsp;เปิดเผยรายละเอียดผู้เสียชีวิตของประเทศไทย จากโควิด 19 จำนวน 81 ราย ณ วันจันทร์ที่ 19 กรกฎาคม 2564&amp;nbsp;
ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพฯ 26 ราย ปทุมธานี 9 ราย สมุทรปราการ 1 ราย นครปฐม 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัตตานี 5 ราย นราธิวาส 2 ราย สงขลา 1 ราย ระนอง &amp;nbsp;2 ราย สุราษฎร์ธานี 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพชรบุรี 4 ราย สุพรรณบุรี 2 ราย ฉะเชิงเทรา 2 ราย ระยอง 2 รายชลบุรีปราจีนบุรี อ่างทอง จังหวัดละ 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นครราชสีมา 4 ราย ร้อยเอ็ด 3 ราย ศรีสะเกษ 3 ราย อุดรธานี 2 ราย บุรีรัมย์ 1 ราย ยโสธร 1 ราย นครสวรรค์ 2 ราย แพร่ กำแพงเพชร สุโขทัย เชียงราย จังหวัดละ 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโรคประจำตัวปัจจัยเสี่ยงต่อความรุนแรงของโลก ความดันโลหิตสูง 38 ราย เบาหวาน 37 ราย อ้วน 5 ราย ไขมันในเลือดสูง 17 ราย โรคไต 13 รายโรคหัวใจ 6 ราย หลอดเลือดสมอง 3 ราย โรคปอด 3 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในจำนวนผู้เสียชีวิต 81 รายแบ่งเป็นชาย 50 รายหญิง 31 ราย ค่ากลางของอายุ 64 ปี (29 -100 ปี)&amp;nbsp; และเป็นผู้ที่ได้วัคซีน AZ 1 เข็ม 7 รายและไม่ระบุชนิดหนึ่งเข็ม 1 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110317</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีนโควิด19, ศบค., แอสตร้าเซเนก้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210502/image_big_608e220e5a944.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110261</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2021 08:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 08:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไทยร่วมใจ&#039; มีข้อแนะนำ &#039;ผู้สูงอายุ&#039; ก่อนเข้าฉีดวัคซีนแอสตร้าฯวันนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปที่ได้ลงทะเบียนฉีดวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า ของ &amp;quot;ไทยร่วมใจ&amp;quot; กรุงเทพฯ จะเริ่มฉีดวันนี้ (19 ก.ค.) โดยไทยร่วมใจ ได้แนะนำข้อปฏิบัติก่อนเข้าฉีดวัคซีนดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110261</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้สูงอายุ, วัคซีนโควิด19, แอสตร้าเซเนก้า, ไทยร่วมใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210719/image_big_60f4d6bc912c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110082</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2021 17:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2021 17:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอ 10 ล้านโดสต่อเดือน! เปิดจดหมาย &#039;อนุทิน&#039; ส่งถึง &#039;แอสตร้าฯ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีข้อมูลในโลกโซเชียลว่า ไทยต้องการวัคซีนโควิด 19 จากบริษัท แอสตร้าเซนเนกา เพียงเดือนละ 3 ล้านโดสเท่านั้น กลายเป็นกระแสวิพากษ์ วิจารณ์ ในสังคมออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา ในโลกออนไลน์ ปรากฏเอกสารตอบกลับบริษัทแอสตร้าเซนเนกา ลงนามโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2564 ความว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ้างอิงจากจดหมายของคุณ ลงวันที่ 25 มิ.ย. 2564 อันเกี่ยวกับความคืบหน้าในการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าในวงกว้างและเท่าเทียมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอขอบคุณในบทบาทของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า และความมุ่งมั่นผลิตวัคซีนตามนโยบายไม่แสวงหาผลกำไร &amp;nbsp;ซึ่งรวมไปถึงรายละเอียดการถ่ายทอดเทคโนโลยีไปยังบริษัทผู้ผลิตวัคซีนในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ ประเทศไทยนั้น กำลังประสบกับปัญหาผู้ที่ติดเชื้อโควิด 19 รายวันที่พุ่งสูงมาก ต้องการวัคซีนจำนวนมาก ไว้รับมือกับสถานการณ์ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีของไทย มีความมุ่งหมายที่จะหาวัคซีนให้ได้ 10 ล้านโดสต่อเดือน เพื่อบริการพี่น้องประชาชน
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;เป็นที่มาของความคาดหวังว่า เราจะได้รับวัคซีนของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้ามากขึ้น หรืออย่างน้อยคือ 10 ล้านโดส เพื่อใช้ในประเทศ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยได้มอบหมายให้เหล่าผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญ อันได้แก่ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค และ นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ในการหารือกับทางบริษัท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หวังว่า การหารือนั้นจะนำไปสู่การมีข้อตกลงร่วมกันอันจะให้ประโยชน์แก่การแจกวัคซีนสูงสุดให้กับประชาชนคนไทยเพื่อที่จะใช้ในประเทศไทย และต้องขอขอบคุณกับความร่วมมือเสมอมา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110082</URL_LINK>
                <HASHTAG>อนุทิน ชาญวีรกูล, แอสตร้าเซเนก้า, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210615/image_big_60c89fc2edead.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110039</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2021 11:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2021 11:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อิศรา&#039; เปิดจดหมายลับ &#039;แอสตร้า&#039; อ้าง สธ.ไทยเคยแจ้งต้องการแค่เดือนละ 3 ล้านโดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค.64 - สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า&amp;nbsp;ได้รับการเปิดเผยข้อมูลจากนายแพทย์ระดับสูงรายหนึ่ง เกี่ยวกับปัญหาการสั่งจองวัคซีนโควิดแอสตร้าเซนเนก้าของประเทศไทย เป็นหนังสือลับลงวันที่ 25 มิ.ย. 2564 ที่นายสจอร์ด ฮับเบน รองประธานฝ่ายกิจการองค์กรทั่วโลก ของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า ที่ส่งให้กับนายอนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และมีการส่งต่อหนังสือดังกล่าวไปให้กับ นพ.โอภาส การกวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงว่าแจ้งขอรับวัคซีนโควิดแอสตร้าเซนเนก้าในช่วงแรกเพียงแค่&amp;nbsp; 3 ล้านโดสต่อเดือน และเป็นการแจ้งช้าที่สุดในอาเซียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเนื้อหาในหนังสือมีรายละเอียดดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเขียนหนังสือฉบับนี้มาเพื่อแสดงความขอบคุณต่อการสนับสนุนของคุณ และคำแนะนำของคุณในการสร้างความมั่นใจในการเข้าถึงวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าอย่างเท่าเทียมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะรายงานความคืบหน้าครั้งใหญ่เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ที่เรากำหนดไว้ร่วมกันเมื่อเราได้ลงนามในหนังสือแสดงเจตนารมณ์ (LOI)&amp;nbsp;ร่วมกับพันธมิตรของเราคือบริษัทเอสซีจีและบริษัทสยามไบโอไซน์เอาไว้เมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2563 &amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.เพื่อการสร้างการเข้าถึงวัคซีนในวงกว้าง,เสมอภาคในระดับนานาชาติ เราได้ประสบความสำเร็จในการจัดตั้งกำลังการผลิตของบริษัทสยามไบโอไซน์เพื่อให้รองรับกับการผลิตวัคซีนที่ก้าวหน้าและได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของประเทศไทย (อย.)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.เพื่อการปกป้องคุ้มครองระบบสาธารณสุขของประเทศไทย,เราได้บรรลุข้อตกลงการใช้วัคซีนของประเทศไทย โดยไม่มีผลประโยชน์เข้ามาแอบแฝงในช่วงเวลาที่เกิดการระบาดขึ้น และจะเริ่มมีการส่งมอบวัคซีนครั้งแรกในเดือน ก.พ. โดยการฉีดวัคซีนในขณะนี้นั้นมีการเร่งด่วนอย่างมีนัยยะสำคัญด้วยการส่งมอบวัคซีนที่ผลิตในประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมหวังว่าคุณจะตกลงการเปิดสายการผลิตในช่วงวันที่ 2 มิ.ย. และการฉีดวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าครั้งแรกที่ผลิตจากโรงงานในประเทศไทยจะเริ่มต้นหลังจากนั้น ซึ่งจะกลายเป็นสิ่งที่สำคัญนั้นจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลยถ้าหากไม่มีความยินยอมและความเป็นผู้นำเริ่มต้นจากทางฝ่ายของคุณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งในช่วงเวลาที่วัคซีนจำนวนหลายล้านโดสจะไปสู่ประชาชนทั่วประเทศไทย เราได้มีการเร่งการเตรียมการเพื่อส่งออกทรัพยากรวัคซีนไปให้กับหลายประเทศทั่วภูมิภาค รัฐบาลของประเทศเหล่านี้นั้นได้ใช้ความอดทนเป็นอย่างยิ่งในฐานะที่รัฐบาลเหล่านี้ต่างก็เป็นผู้ที่ร่วมกับเราในหนังสือแสดงเจตนารมณ์เพื่อที่จะดำเนินการจัดตั้งห่วงโซ่การผลิตวัคซีนเช่นกัน แต่ทั้งนี้ก็เข้าใจได้ว่ารัฐบาลเหล่านี้ก็มีความกังวลใจเกี่ยวกับการเริ่มต้นของการส่งมอบวัคซีน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสรุปแล้วทางแอสตร้าเซนเนก้านั้นมีความมมุ่งมั่นเป็นอย่างยิ่งที่จะมีส่วนในทรัพยากรวัคซีนจำนวนหนึ่งในสามของประเทศไทย หรือก็คือจากวัคซีนจำนวนทั้งสิ้น 3 ล้านโดสที่ผลิตในประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขจะได้รับวัคซีนจำนวน 1 ล้านโดส และในอีก 2 ส่วนที่ว่ามานั้นจะเป็นการแจกวัคซีนไปให้กับประชาชนในประเทศอื่นๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งการจัดสรรนี้นั้นเป็นไปตามความมุ่งมั่นร่วมกันของเราในการเข้าถึงวัคซีนอย่างเท่าเทียมกันและยึดโยงกับส่วนแบ่งของประเทศไทยที่จะมีส่วนแบ่งของวัคซีนจำนวนทั้งสิ้น 61 ล้านโดสจากยอดการผลิตในสัญญารวมทั้งสิ้น 175 ล้านโดส โดยรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับการจัดซื้อที่จะได้รับอานิสงค์ของห่วงโซ่อุปทานนี้นั้น มีการระบุไว้เพิ่มเติมแล้วในด้านหลังของเอกสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งจากการคาดการณ์ของเราเกี่ยวกับการจัดส่งวัคซีนรายเดือน ในขณะที่สายการผลิตนั้นก็ยังเป็นสิ่งที่เพิ่งจะเกิดขึ้นใหม่ เราเชื่อมั่นว่าในแต่ละเดือน ด้วยการผลิตวัคซีนอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขจะได้รับวัคซีนประมาณทั้งสิ้น 5-6 ล้านโดสต่อเดือน ขึ้นอยู่กับการผลิตผลของสารที่จะใช้ในการผลิตวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมหวังว่าคุณจะมีความพอใจที่จำนวนเกือบทั้งสิ้น 2 เท่าของปริมาณวัคซีนที่เราได้กล่าวถึงเมื่อการประชุมในวันที่ 7 ก.ย. 2563 ซึ่งสาระการหารือในวันนั้นทีมงานของคุณได้มีการประมาณการว่าระบบสาธารณสุขของประเทศไทยนั้นมีความต้องการวัคซีนประมาณ 3 ล้านโดสต่อเดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในช่วงเวลานั้นเราได้อธิบายถึงรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับโอกาสที่รัฐบาลของประเทศไทยจะสามารถจัดซื้อวัคซีนได้เพิ่มเติมอีกด้วยราคาที่ไม่แสวงหาผลกำไรจากโครงการของโคแวกซ์&amp;nbsp; ซึ่งสามารถใช้ผนวกกับการทำข้อตกลงจัดซื้อวัคซีนโดยตรงที่จะเป็นส่วนหนึ่งของแผนการแจกจ่ายวัคซีนของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเนื่องจากการทำงานที่จะเกิดขึ้นร่วมกันกับคุณและทีมงานบริหารของคุณ ผมได้มีการสั่งการให้ทีมของผมเตรียมตัวที่จะตรวจสอบภาพรวมการจัดส่งวัคซีนเป็นรายเดือนและเตรียมกับที่จะจัดสรรวัคซีนเพื่อที่จะใช้ทั้งในประเทศและเพื่อที่จะส่งออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยข้อมูลการตรวจสอบชุดแรกนั้นจะครอบคลุมรายละเอียดในช่วงเดือน มิ.ย. และจะมีการส่งมอบข้อมูลชุดต่อไปในช่วงต้นเดือนหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอขอบคุณอีกครั้งในการสนับสนุนของคุณและความมุ่งมั่นของคุณ ผมมีความมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าด้วยการทำงานร่วมกันเราจะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงทางด้านสุขภาพและความเจริญให้กับประชาชนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งถ้าหากคุณมีความสงสัยเพิ่มเติม ได้โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อตัวผมหรือว่าทีมงานของผม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักข่าวอิศรารายงานเพิ่มเติมว่าในหนังสือนายสจอร์ด ฮับเบน รองประธานฝ่ายกิจการองค์กรทั่วโลก ของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ส่งมานั้น ยังได้มีการเปิดเผยตารางคำสั่งจัดส่งวัคซีนของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าให้กับประเทศต่างๆในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไต้หวันกับประเทศมัลดีฟส์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในส่วนประเทศไทยนั้นมีการกำหนดการจำนวน 2 ครั้ง คือ เดือน ม.ค. 2564 และเดือน พ.ค. 2564 โดยคิดเป็นจำนวนวัคซีนตามสัญญาอยู่ที่ 26 ล้านโดสและ 35 ล้านโดสตามลำดับ หรือคิดเป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 61 ล้านโดส ในขณะที่ประเทศอื่น ๆ นั้นมีการดำเนินการล่วงหน้าก่อนประเทศไทย โดยเริ่มกันตั้งแต่เดือน พ.ย. 2563-ม.ค. 2564&amp;nbsp;(ดูภาพประกอบ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์สำนักข่าวอิศรา ยอมรับว่าบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าฯ ได้ทำหนังสือมาถึงตนในช่วงเวลาดังกล่าวจริง ซึ่งตนก็ได้ตอบจดหมายกลับไปทันที ยืนยันว่าประเทศไทยกำลังประสบกับปัญหาผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 รายวันที่พุ่งสูงมาก ต้องการวัคซีนจำนวนมากขึ้นเพื่อที่จะรับมือกับสถานการณ์การระบาดและเพื่อจะนำไปใช้รองรับกับเป้นหมายใหม่ในเรื่องการฉีดวัคซีนระดับชาติ&amp;nbsp; ซึ่งนายกรัฐมนตรีของไทยได้มีความมุ่งมั่นเป็นอย่างยิ่งที่จะจัดหาวัคซีนให้ได้อย่างน้อย 10 ล้านโดสต่อเดือนเพื่อจะใช้ฉีดให้กับกลุ่มประชาชนคนไทย และคาดหวังว่าจะได้รับวัคซีนของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้ามากกว่าหนึ่งในสามของที่ตกลงไว้ หรือจะได้วัคซีนจำนวนอย่างน้อย 10 ล้านโดสต่อเดือนเอามาใช้ภายในประเทศไทย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก สำนักข่าวอิศรา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110039</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีนโควิด19, สำนักข่าวอิศรา, แอสตร้าเซเนก้า, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210717/image_big_60f260bbe8eaf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109918</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 10:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 10:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมช.สธ.ยืนยันพูดความจริงกับประชาชน ปม AZ ไม่มาตามนัด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.64 -&amp;nbsp;นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมยังคงที่จะพูดความจริงให้ประชาชนรับทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเคยกล่าวไว้แล้วในการประชุมสภาว่า เราทำแผนฉีดวัคซีนตามศักยภาพในการฉีด ส่งให้ AZ เพื่อให้เขาจัดส่งวัคซีนให้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทาง AZ ยอมรับโดยไม่ปฏิเสธ นี่คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเรา ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ในการที่จะจัดหาวัคซีนอื่นๆเพิ่มเติม อย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป AZ แจ้งว่าไม่สามารถจัดส่งวัคซีนให้เราได้ตาม Timeline ที่เราได้แจ้งไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลก็เพิ่มความเข้มข้นในการจัดหาวัคซีน &amp;nbsp;โดยไม่ได้หวังพึ่ง AZ รายเดียว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งเป็นไปตามที่มีผู้ให้คำแนะนำมาโดยตลอดว่าไม่ให้หวังพึ่งวัคซีนจากเพียงรายเดียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเรากำลังดำเนินการอยู่อย่างเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องการบังคับใช้กฎหมายในการส่งออก และการเปิดเผยสัญญา เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องระมัดระวัง ตามที่ผมเคยกล่าวไว้ ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109918</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีนโควิด, สาธิต ปิตุเตชะ, หมอตี๋, แอสตร้าเซเนก้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d990510fe90.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109893</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 07:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 07:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>18เดือนที่หลงทาง!&#039;ไพศาล&#039;ชี้ความผิดพลาดล้มเหลว3เรื่องใหญ่ คนไทยจะทนได้อีกกี่วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
16 ก.ค.64 - นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
18 เดือน พร่ำแต่เรื่องวัคซีน
และล่าสุด เมื่อแอสตร้าเซนเนก้าเลื่อนการส่งมอบ61ล้านโดสไปเดือนพฤษภาคม 2565 ในขณะวัคซีนทางเลือกอีก 25 ล้านโดส ที่เคยหวังไว้ ก็ยังลูกผีลูกคน
ย่อมทำให้แผนวัคซีนล่มสลาย และล้มเหลว
18 เดือน ที่หลงทาง ไม่ให้ความสำคัญ กับแนวทางคัดแยกผู้ป่วยออกจากสังคม ทำให้การแพร่ระบาดกว้างขวาง มีผู้ป่วยสะสมมาก จนไม่มีที่รักษา มีคนตายแต่ละวันร่วม 100 คน จนวัดเผาศพแทบไม่ทัน และไม่มีใครใส่ใจ จนมหาเถรสมาคมต้องออกมติ ให้วัดเผาศพคนยากไร้ฟรีและเรียกเก็บเงินจากมหาเถรสมาคม!!!!
18 เดือนที่ปิดกั้นยาแผนไทยและแพทย์แผนไทย ทั้งไม่แนะนำประชาชนในการรักษาตัวเมื่อรู้ว่าติดเชื้อ จึงทำให้คนป่วยหนักและป่วยมากตายมาก
นี่คือความผิดพลาดล้มเหลว 3 เรื่องใหญ่!!!
ถ้าหากปรากฏว่ามีการทุจริต ฉ้อฉล ไร้ประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณด้วย ก็ต้องถือว่าเป็นความผิดพลาดล้มเหลวที่ร้ายแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2475 เป็นต้นมา
ไม่มีความผิดพลาดล้มเหลวและเสียหายใดเท่ากับครั้งนี้!!!
คอยดูกันว่า ต้องให้คนป่วยถึงวันละกี่หมื่น ตายวันละกี่ร้อยศพจึงจะทำให้ความสำนึกรับผิดชอบเกิดขึ้น
และคนไทยจะทนกับความไม่รับผิดชอบนี้ได้อีกสักกี่วัน
ประชาชนจะจดจำพรรคการเมือง และนักการเมือง ที่เกี่ยวข้องกับความผิดพลาดล้มเหลวนี้ไปชั่วลูกหลานเหลนโหลน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109893</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแพทย์แผนไทย, นายไพศาล พืชมงคล, แผนการฉีดวัคซีน, แอสตร้าเซเนก้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210530/image_big_60b37559033a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108050</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2021 16:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2021 16:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ไฟเขียวแลกเปลี่ยนบริจาควัคซีน &#039;ญี่ปุ่น&#039; เตรียมส่งมอบ &#039;แอสตร้าเซนเนก้า&#039; 1.05 ล้านโดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มิ.ย.64 - น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมัติการลงนามในหนังสือแลกเปลี่ยนการบริจาคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของฝ่ายไทย เพื่อรับมอบวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของบริษัท AstraZeneca จากรัฐบาลญี่ปุ่น จำนวน 1.05 ล้านโดส โดยมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ลงนามในหนังสือแลกเปลี่ยน และจะสามารถส่งมอบได้ในช่วงต้นเดือน ก.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสาระสำคัญของร่างหนังสือแลกเปลี่ยนระบุให้รัฐบาลไทยจะต้องดำเนินมาตรการที่จำเป็น ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.นำวัคซีนโควิด-19 ไปใช้อย่างเหมาะสมและเป็นการเฉพาะ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถด้านสาธารณสุขและการแพทย์ของไทย โดยห้ามใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางด้านการทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่จำเป็นหรือเกี่ยวข้องกับวัคซีนโควิด-19 ยกเว้นรัฐบาลของทั้งสองประเทศจะได้ตกลงกันเป็นอย่างอื่น และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จำเป็นเกี่ยวข้องกับวัคซีนโควิด-19 ตามที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันไว้ ซึ่งครั้งนี้ ไทยจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งจากญี่ปุ่น ประมาณ 10 - 99 ล้านเยน หรือ 2.9 - 28.7 ล้านบาท โดยกระทรวงสาธารณสุข มีงบประมาณรองรับส่วนนี้ไว้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 เมื่อได้รับการร้องขอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ไม่ส่งต่อวัคซีนโควิด-19 ให้แก่บุคคล หน่วยงาน รัฐบาลอื่น โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากรัฐบาลญี่ปุ่นเป็นการล่วงหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.รายละเอียดที่จำเป็นสำหรับการดำเนินการ ข้อกำหนด และเงื่อนไขเกี่ยวกับการส่งมอบวัคซีนจะจัดทำโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจของรัฐบาลญี่ปุ่น คือ กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการ และหน่วยงานผู้มีอำนาจของรัฐบาลไทย คือกระทรวงสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัชดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ในที่ประชุม ครม. นายกฯ ได้ขอบคุณในไมตรีจิตและความห่วงใยของรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์อันดีงามมาเป็นเวลานาน และการส่งมอบวัคซีนโควิด19 ครั้งนี้ เป็นไปตามการส่งส่งเสริมแนวคิด Free and Open Indo-Pacific ซึ่งประกอบไปด้วยประเทศที่ได้รับความช่วยเหลือ อาทิ เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน และไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108050</URL_LINK>
                <HASHTAG>AstraZeneca, รัชดา ธนาดิเรก, แอสตร้าเซเนก้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d1e6b28afc1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
