<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115912</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2021 16:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2021 16:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.กราบขอโทษข้อมูล รพ.เพชรบูรณ์ถูกแฮก ยันไม่ใช่ข้อมูลจัดชั้นความลับคนไข้ คุมสถานการณ์ได้แล้ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7 ก.ย.64 - นพ.ธงชัย​ กีรติ​หั​ต​ถ​ยากร​ รอง​ปลัด​สาธารณสุข​ แถลงข่าวกรณีแฮกข้อมูลผู้ป่วยว่า มีรายงานข่าวว่ามีการขายข้อมูลของโรงพยาบาลเพชรบูรณ์​ ทางอินเทอร์เน็ต ​เมื่อวันที่ 5 ก.ย.2564 ซึ่งเราได้มีการตั้งคณะกรรมการในวันดังกล่าว เพื่อลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริง​ รวมถึงประเมินความเสียหาย &amp;nbsp;จากการตรวจสอบพบว่าการขายข้อมูลดังกล่าวไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูลหลัก ในการบริการปกติของโรงพยาบาล &amp;nbsp;โดยขณะนี้โรงพยาบาลสามารถดูแลคนไข้ได้อย่างปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธงชัย กล่าวว่า ทั้งนี้ฐานข้อมูลที่ได้ไปเป็นฐานข้อมูลที่เจ้าหน้าที่ได้มีการทำโปรแกรมขึ้นมาใหม่ ​เพื่ออำนวยความ​สะดวก​ในการดูแลคนไข้ &amp;nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่นำไปแปะไว้กับเซิร์ฟเวอร์​ เช่น แพทย์มีคนไข้รายหนึ่ง​นอนอยู่ที่โรงพยาบาล จะต้องมีการตรวจสอบชาร์ตว่าหลังจากโรงพยาบาล​แล้ว เพื่อสรุปชาร์ตการรักษา&amp;nbsp;และระบุแพทย์คนใดที่ให้การรักษา&amp;nbsp; ซึ่งตรงนี้เป็นฐานข้อมูล​ผู้ป่วยอยู่ประมาณ 10,095 ราย &amp;nbsp;นอกจากนี้ มีอีกฐานข้อมูล ซึ่งเป็นฐานข้อมูลผู้ป่วย เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ เพื่อใช้ในการนัดหมายผู้ป่วย &amp;nbsp;อีกส่วนเป็นฐานข้อมูลตารางเวรแพทย์ &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีฐานข้อมูลคำนวณราย​จ่าย​ในการผ่า​ตัด​มีทั้งหมด 692 ราย เพื่อใช้ในการจัดซื้ออุปกรณ์​ ต่างๆ &amp;nbsp;ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับฐานข้อมูลรายละเอียด​เกี่ยวกับการวินิจฉัยโรค​ การรักษา หรือผลแล็บ​ใดๆทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ยืนยันว่าฐานข้อมูลทั้งหมดไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูลของการรักษาพยาบาลทั่วๆไป​ของโรงพยาบาล​ เป็นฐานข้อมูลที่โรงพยาบาล​ได้สร้างเว็บ​เพจขึ้นมาอีกอันหนึ่ง แต่แปะอยู่ใน​เซิร์ฟเวอร์​เดียวกันกับของโรงพยาบาล ณ วันนี้ระบบของโรงพยาบาล​ยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ &amp;nbsp;เพราะฉะนั้นฐานข้อมูลทุกอย่างยังอยู่&amp;quot; นพ.ธงชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธงชัย ยังกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้มีการตรวจสอบเรื่องความเสี่ยง และแบ็คอัพข้อมูลทั้งหมด​ และเช็ก​ข้อมูลทั้งหมดว่า ยังมีอะไรซ่อนอยู่ในเว็บหรือเซิร์ฟเวอร์อีก​หรือไม่ โดยร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการ​รักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอ​ร์แห่งชาติ &amp;nbsp;กระทรวงดิจิตอล​ เพื่อเศรษฐกิจ​ และสังคม (ดีอี)​ กับกระทรวงสาธารณสุข​ จึงกราบขอโทษทุกท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ต้องกราบโทษทุกท่าน ทางโรงพยาบาลไม่ประสงค์ให้ใครมาแฮ็ก​ข้อมูลไปได้ &amp;nbsp;ผู้บริหารทุกระดับได้รับทราบ และสั่งการให้ทางสธ. กระทรวงดีอี ลงไปช่วยเหลือ ดูแล และประเมินสถานการณ์​ทันที ในพื้นที่ว่ามีความสูญเสียอย่างไรบ้าง และเฝ้าระวังอย่างไรบ้าง โดยระบบของเรายังยืนยันกับทางรพ.&amp;quot; นพ.ธงชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.อนันต์ กนกศิลป์​ ผอ.​ศูนย์​เทคโนโลยี​สารสนเทศ​ และการสื่อสาร​ สำนักงานปลัด สธ. กล่าวว่า ​ เซิร์ฟเวอร์​ของรพ.เพชรบูรณ์ ที่ถูกโจมตีเป็น​เซิร์ฟเวอร์​ที่แยกออกมาต่างหาก ใช้สำหรับการประสานงานภายในโรงพยาบาล ไม่ได้เกี่ยวข้องในการบริการผู้ป่วยโดยตรง และอยู่ภายใต้การปกป้องด้วย Fire wall ของโรงพยาบาล​ เพียงแต่ว่าโรงพยาบาล​ได้ใช้โปรแกรมที่เป็นโอเพ่นซอฟต์ ซึ่งอาจทำให้มีจุดอ่อน สามารถบุกรุกได้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบว่ามีการบุกรุกข้ามไปยังเซิร์ฟเวอร์​ตัวอื่น ทั้งนี้ เมื่อโรงพยาบาลเพชรบูรณ์​ ทราบเรื่อง ได้มีการตัดการเชื่อมต่อจากภายนอกทั้งหมด รวมถึงตรวจสอบความเสียหายเบื้องต้น ระบบการให้บริการยังสามารถทำได้ตามปกติ ทั้งนี้ จากการที่ข้อมูลรั่วไหลในครั้งนี้ ผู้กระทำการไม่ได้มีการเรียกร้องเงิน หรือทรัพย์สิน​ใดๆ เพียงแต่นำไปประกาศขายในเว็บไซต์​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล รองเลขาธิการ​คณะกรรมการ​สุขภาพ​แห่งชาติ กล่าวว่า สำหรับการคุ้มครอง​ข้อมูล​ส่วนบุคคล​ด้านสุขภาพ มีพระราชบัญญัติ​ด้านสุขภาพ 2550 มาตรา 7 ซึ่งระบุว่าข้อมูลสุขภาพ​ของบุคคล​เป็นความลับส่วน​บุคคล ผู้ใดจะนำไปเปิดเผยที่จะทำให้ข้อมูลบุคคลนั้นเสียหายไม่ได้ เว้นแต่การเปิดเผยเป็นไปตาสความประสงค์​ของบุคคลนั้นโดยตรง แต่ในกรณีใดๆก็ตาม ผู้ใดจะอาศัยอำนาจตามสิทธิ​ของกฎหมาย​ว่าด้วยข้อมูลข่าวสาร​ทางราชการ​หรือกฎหมาย​อื่น เพื่อขอเอกสารข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคลที่ไม่ใช่ของตนไม่ได้ เพื่อคุ้มครอง​องสิทธิ​ของผู้ป่วยและผู้รับบริการสุขภาพ จากกรณีดังกล่าว เห็นได้ชัดว่าอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายกับผู้ป่วยได้ ดังนั้น การกระทำในลักษณะ​นี้​ ถ้าหากสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้น ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ในมาตรา 49 ได้ระบุโทษขำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ความผิดสามารถยอมความได้ โดยผู้เสียหายสามารถเจรจาไกล่เกลี่ย​กับผู้ละเมิดได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115912</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธงชัย​ กีรติ​หั​ต​ถ​ยากร, รพ.เพชรบูรณ์, แฮกข้อมูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210907/image_big_6137284e34788.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115887</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2021 12:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2021 12:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมช.เผยมีรพ.รัฐแห่งเดียว ที่โดนแฮก มีข้อมูลหลุด 1 หมื่นราย รวมหมอ-คนไข้ ไม่มีเลขบัตรปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
7ก.ย.64- รายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ได้สัมภาษณ์ &amp;nbsp;น.อ. อมร ชมเชย รองเลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ(กมช.) หรือ NCSC &amp;nbsp;เกี่ยวกับการแฮกข้อมูลคนไข้ กระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;ว่า การตรวจสอบเบื้องต้นกรณีดังกล่าว หน่วยงานเฝ้าระวัง ดาร์กเว็บได้เข้าไปตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว สำหรับ ตัวเว็บ &amp;quot;Raidforums &amp;quot; ไม่นับเป็นดาร์กเว็บ แต่เป็นเว็บคนทั่วไปเข้าชมได้ แต่ทำในธุรกิจเรื่องที่ไม่เหมาะสม &amp;nbsp; คนที่แอบอ้างทำการแฮกและขายข้อมูลคือ Inanimate &amp;nbsp; ประกาศขายข้อมูลเมื่อ 5ก.ย. &amp;nbsp;เราได้ตรวจสอบโดยไม่ได้ล่าช้า เพราะรมว.ดีอีเอส สั่งการให้ตรวจสอบ รพ.ที่เกี่ยวข้อง และเทียบกับฐานข้อมูลของรพ.ที่มีขนาด 3.7 กิกะไบต์ &amp;nbsp; 16 ล้านเรดคอร์ด หรือข้อมูล 16 ล้านแถว ไม่ใช่ 16 ล้านคน &amp;nbsp; และรพ.ที่โดนแฮกเป็นรพ.รัฐเพียงแห่งเดียว&amp;nbsp;
น.อ.อมร กล่าวอีกว่า ระบบที่โดนแฮก เป็นระบบที่ใช้บริหารจัดการภายในรพ. ส่วนข้อมูลที่โดนแฮกไปจริงๆ มี 1หมื่นเรดคอร์ด ซึ่งเป็นชื่อคนไข้ กับแพทย์ เป็นหมายเลยคนไข้ ไม่มีหมายเลขบัตรประชาชน เป็นข้อมูลว่าคนไข้อยู่หวอร์ดไหน ไม่ลงลึกรายละเอียดว่าป่วยเป็นโรคอะไร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ระบบของรพ.นี้ ไม่ได้ตั้งใจให้เผยแพร่ต่อสาธารณะ และอยู่ระหว่างการพัฒนา ซึ่งอาจทำให้มีข้อผิดพลาดเรื่องการรักษาความปลอดภัย และบัญชีรายชื่อที่โดนแฮกไปจริงๆแล้วมีเท่าไหร่ เรากำลังจะเข้าไปตรวจสอบข้อมูลครบถ้วน กับรพ.ดังกล่าวในวันนี้ &amp;quot; น.อ.อมรกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115887</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ, รพ.รัฐ, อมร ชมเชย, แฮกข้อมูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210907/image_big_6136f2ad835f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115866</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2021 09:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2021 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039;รับถูกแฮกจริง! แต่เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ได้เป็นความลับอะไร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7ก.ย.64-นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุขให้สัมภาษณ์ กรณีกระแสข่าวข้อมูลกระทรวงสาธารณสุขถูกแฮกข้อมูลว่า เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นที่จ.เพชรบูรณ์ และเคยเกิดที่สระบุรี หลังจากทราบข่าวก็ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขไปดำเนินการ และท่านได้สั่งการเรียบร้อยแล้ว ที่ทราบมาข้อมูลที่ถูกจรกรรมเป็นข้อมูลเบื้องต้นทั่วๆไปไม่ได้เป็นความลับอะไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าเหตุการที่เกิดขึ้นเป็นครั้งที่สองจะปรับมาตรการอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า หลังจากนี้จะปรับมาตรการทางปลอดภัยทางไซต์เบอร์เพิ่มขึ้น เราไม่คิดจะมีคนคิดทำได้ขนาดนี้แต่เชื่อว่าทางโรงพยาบาลจะมีการจัดข้อมูลชั้นความลับของคนไข้ซึ่งเป็นเรื่องที่สำนักปลัดกระทรวงสธ.ต้องไปแก้ไขให้สอดคล้องกับสถานการอยู่ ดังนั้นไม่ตื่นตระหนกอะไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงแนวทางการยุบ ศบค.กระทรวงสาธารณสุข พร้อมรับไม้ต่ออย่างไร นายอนุทิน ตอบว่า ด้านการสาธารณสุขมีความพร้อมแต่ต้องหาวิธีการบูรณาการกับภาคส่วนอื่นๆ โดยเฉพาะด้านความมั่นคง การบังคับใช้กฎหมาย เรื่องการสนับสนุนระหว่างกันของหน่วยงาน แต่คิดว่าจะต้องหารือกัน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115866</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประวัติผู้ป่วย, สาธารณสุข, อนุทิน, แฮกข้อมูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210907/image_big_6136ccbbd2788.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111949</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2021 14:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2021 14:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ตร. สั่งเอาผิดทุกรายเอี่ยวแฮกข้อมูลขายคิวฉีดวัคซีนบางซื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค.64 - จากกรณีที่ นางศิริลักษณ์ อุบลเหนือ รองผู้อำนวยการศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ได้มาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจรถไฟนพวงศ์ ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเข้าไปแก้ไขข้อมูลการลงทะเบียนรับวัคซีน โควิด-19 โดยมิชอบ เพื่อเรียกรับผลประโยชน์จากประชาชนที่มีความประสงค์รับวัคซีน โควิด-19 ณ ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอเรียนชี้แจงความคืบหน้าในคดีดังกล่าว ตามที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้มีคำสั่ง ที่ 152/2564 เรื่องแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ลงวันที่ 30 กรกฎาคม 2564 โดยมี พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการปราบปราม กองบังคับการตำรวจรถไฟ และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เป็นคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน นั้น

วันนี้ พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น หัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ได้เรียกประชุมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนตามคำสั่งดังกล่าว เพื่อรวบรวมรายละเอียดข้อเท็จจริง เอกสาร คำให้การของผู้ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนพยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ได้จากการสืบสวนสอบสวน โดยจากข้อมูลของกรมการแพทย์และบริษัทที่เกี่ยวข้อง พบความผิดปกติของข้อมูลการลงทะเบียนฉีดวัคซีน โควิด-19 ในหลายส่วน เช่น พบว่ามีการลงข้อมูลที่ผิดปกติในช่วงนอกวัน-เวลาทำการของเจ้าหน้าที่ (หลังเวลา 20:00 น.) ซึ่งการลงข้อมูลจะต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งโปรแกรมเฉพาะของกรมการแพทย์ ซึ่งตั้งอยู่ ณ ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และพบว่ามีการลงข้อมูลจำนวนมากในวันและเวลาเดียวกันทั้งหมด อีกทั้งพบว่ามีการแก้ไขข้อมูลบัญชีผู้ใช้ในการลงทะเบียนฉีดวัคซีน โควิด-19 เป็นต้น โดยคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนจะได้นำข้อเท็จจริงที่ปรากฏ ไปตรวจสอบ และเรียกผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาทำการสอบสวน เพื่อหาตัวกลุ่มบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยหากบุคคลใด ได้รับการติดต่อให้มาพบพนักงานสอบสวน ขอให้มาพบตามที่นัดหมาย พร้อมทั้งนำพยานหลักฐานหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าวมามอบให้พนักงานสอบสวนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้ คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายด้วยความรอบครอบ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ เพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกรายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน ว่าจะได้รับความเท่าเทียมในการรับวัคซีน โควิด-19 ต่อไป

สุดท้ายนี้ ฝากเตือนไปยังพี่น้องประชาชน หากพบว่ามีบุคคลใดแอบอ้างหรือเรียกรับผลประโยชน์ โดยอ้างว่าสามารถช่วยเหลือในการลงทะเบียน หรือขอรับสิทธิในการได้รับวัคซีน โควิด-19 เป็นกรณีพิเศษ อย่าหลงเชื่อ และข้อให้แจ้งเบาะแสการกระทำผิดให้กับเจ้าหน้าที่ ได้ทางสายด่วน 191 หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111949</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลงทะเบียนฉีดวัคซีน, สถานีกลางบางซื่อ, แฮกข้อมูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210802/image_big_6107a32034734.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
