<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92518</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2021 19:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2021 19:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฮ็กเกอร์เจาะระบบประปาฟลอริดาเพิ่มสารเคมีในน้ำถึงระดับอันตราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;แฮ็กเกอร์ซึ่งยังไม่รู้แหล่งว่ามาจากในหรือนอกสหรัฐ เจาะระบบคอมพิวเตอร์ของโรงงานผลิตน้ำประปาป้อนเมืองโอลด์สมาร์ในรัฐฟลอริดา แล้วปรับเพิ่มการใส่สารโซดาไฟสู่ระดับอันตราย 100 เท่าจากปกติ แต่เจ้าหน้าที่ตรวจพบและแก้ไขได้ทัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ็อบ กอลเทียรี นายอำเภอพิเนลลัสเคาน์ตี ชานเมืองแทมปา รัฐฟลอริดา เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า การลอบโจมตีทางไซเบอร์ครั้งนี้ถูกตรวจพบและแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว จึงไม่มีใครในเมืองโอลด์สมาร์ ซึ่งอยู่ในเทศมณฑลพิเนลลัส ได้รับอันตราย แต่เหตุการณ์นี้ก็เน้นย้ำถึงภัยคุกคามที่กว้างขึ้นจากการโจมตีไซเบอร์ต่อระบบโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กอลเทียรีกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ของระบบบำบัดน้ำโอลด์สมาร์สังเกตพบเมื่อบ่ายวันศุกร์ว่ามีใครบางคนเข้าถึงระบบควบคุมโรงงานจากระยะไกล เจ้าหน้าที่คอมพิวเตอร์เห็นว่าตัวชี้เมาส์เคลื่อนไปมาระหว่างฟังก์ชันต่างๆ นานหลายนาที ก่อนที่จะเปิดคำสั่งควบคุมเพื่อเติมโซเดียมไฮดรอกไซด์ หรือโซดาไฟ ลงในน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยปกติแล้ว สารเคมีชนิดนี้หรือที่เรียกว่าน้ำด่างและใช้ในการทำความสะอาดท่อน้ำ จะถูกเติมในปริมาณเล็กน้อยเพื่อควบคุมความเป็นกรดและกำจัดโลหะออกจากน้ำก่อนส่งให้ผู้บริโภค กอลเทียรีกล่าวว่า แฮ็กเกอร์เพิ่มระดับของสารเคมีนี้จาก 100 ส่วนต่อล้านส่วน เป็น 11,000 ส่วนต่อล้านส่วน หรือมากกว่าระดับปกติ 100 เท่า จากนั้นก็ออกจากระบบไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายืนยันว่า ผู้ใช้น้ำยังไม่ได้รับอันตราย เพราะต่อให้เจ้าหน้าที่พบเห็นไม่ทันท่วงที กว่าที่น้ำที่มีปริมาณโซดาไฟระดับสูงนี้จะไปถึงผู้บริโภคก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ระหว่างนั้น กลไกความปลอดภัยก็จะแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ถึงการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพน้ำอยู่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักสอบสวนกลางสหรัฐและหน่วยซีเคร็ตเซอร์วิสถูกเรียกมาช่วยในการสอบสวนด้วย แต่กอลเทียรีกล่าวว่า ถึงขณะนี้ยังไม่รู้ตัวผู้ต้องสงสัย พนักงานสอบสวนไม่รู้ด้วยว่าการแฮ็กมาจากภายในหรือภายนอกสหรัฐ หรือทำไมโอลด์สมาร์จึงตกเป็นเป้าหมาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92518</URL_LINK>
                <HASHTAG>เจาะระบบประปา, แฮ็กเกอร์, โซเดียมไฮดรอกไซด์, โอลด์สมาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210209/image_big_602281741c99d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2020 12:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2020 12:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พุทธิพงษ์&#039;แฉมีมือแฮ็กข้อมูลรัฐอื้อเล็ง&#039;63ตั้งสนง.มั่นคงปลอดภัยไซเบอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ม.ค.63-ที่ทำเนียบรัฐบาลพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ(กมช.)โดยมีนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม เพื่อพิจารณาหลักเกณฑ์การสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (กกม.) และคณะกรรมการบริหารสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์​ (กบส.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้เพื่อให้เกิดการพัฒนาและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์สร้างความพร้อมในการป้องกันแล้วรับมือกับสถานการณ์ด้านภัยคุกคามไซเบอร์ให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งในระหว่างการจัดตั้งสำนักงานยังไม่แล้วเสร็จได้มอบหมายให้ศูนย์ประสานงานการรักษาความปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทยของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็คทรอนิกส์ปฎิบัติหน้าที่ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ไปก่อน ทั้งนี้การขับเคลื่อนกลไกการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศประกอบด้วย 4 เรื่องสำคัญคือ1.กำหนดทิศทางนโยบายและแผนไซเบอร์ซิเคียวริตี้ระดับชาติเพื่อรับมือป้องกันและลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน 2.เตรียมการจัดตั้งหน่วยงานด้านไซเบอร์ซิเคียวริตี้ในการรับมือภัยคุกคามทุกรูปแบบ 3.วางแนวทางพัฒนาบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และ4.ดูแลรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศอย่างต่อเนื่องจึงขอให้คณะกรรมการร่วมการกำกับติดตามและผลักดันการดำเนินงานให้เป็นรูปธรรมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายพุทธิพงษ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ในการประชุมจากการพิจารณาหลักเกณฑ์จัดตั้งสำนักงานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งจะประกอบไปด้วยคณะกรรมการชุดใหญ่แล้วจะมีสำนักงานที่ดูแลกฎหมายการเฝ้าระวังในเรื่องต่างๆรวมถึงแฮ็กเกอร์ ซึ่งการจัดตั้งสำนักงานฯต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จปี 2563รวมถึงคัดสรรเลขาธิการสำนักงานฯคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ7 คน และผู้ทรงคุณวุฒิโดยตำแหน่ง4คน และการเตรียมแผนงานในอนาคตที่จะต้องบูรณาการเรื่องไซเบอร์ซึ่งและกรรมการชุดนี้มีอำนาจในหลายเรื่องรวมทั้งกำกับนโยบาย เรื่องของไซเบอร์เป็นปัญหาใหม่ที่เกิดขึ้นในประเทศอย่ามาใช้บุคลากรของกระทรวงยังไม่เพียงพอ และต้องมีการบูรณาการฝ่ายความมั่นคงทั้งกระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วม จากนี้การทำงานก็จะสะดวกขึ้นเวลามีการติดตามข้อมูลหรือมีการแฮ็กข้อมูลของหน่วยงานรัฐ เมื่อมีการรวมศูนย์การทำงานก็จะทำการทำงานเดินหน้าไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า​ ปัจจัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีการแฮ็กข้อมูล เกิดจากภายในหรือนอกประเทศมากกว่ากัน นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ทั้งสองฝั่งที่ผ่านมาหลายคนอาจจะบอกว่าการเกิดข่าวปลอมหรือใช้ไซเบอร์ในทางที่ผิด ซึ่งมีทั้งในประเทศและจากประเทศเพื่อนบ้านก็มีจำนวนมาก ที่เราสำรวจได้คือ​ มีการใช้ซิมการ์ดจากประเทศเพื่อนบ้านจดทะเบียนเข้ามาทำการแฮ็กข้อมูลของหน่วยงานราชการต่างๆ ปัญหาเรื่องไซเบอร์ไม่ใช่มีแค่เฟกนิวส์ แต่วันนี้ที่น่าเป็นห่วงคือ​ เข้ามาเจาะฐานข้อมูลเกือบทุกหน่วยงานราชการและเกือบทุกวันอย่างต่อเนื่องเล่นหน่วยงานธนาคารจะโดนแฮ็กข้อมูลจำนวนมาก รวมถึงระบบแอพพลิเคชั่นไลน์กลุ่ม เข้ามาติดตามความเคลื่อนไหว ซึ่งเราติดตามหาที่มาได้ตลอดเวลา แต่หลายเรื่องไม่สามารถเป็นข่าวได้ จึงต้องเตือนระบบออนไลน์ต่างๆต้องระวังอย่าให้ข้อมูลส่วนบุคคลเลขบัตรประจำตัวประชาชน รหัสผ่านต่างๆ เพื่อป้องกันผู้ไม่หวังดีจะเข้าไปแอบอ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้​ มีแนวคิดจะขอความร่วมมือจากผู้ให้บริการโทรศัพท์ในการจดทะเบียนชื่อในซิมการ์ด กรณีตัวอย่างการก่อเหตุความไม่สงบและในพื้นที่ภาคใต้​ ซึ่งเราพบว่าบางคนมีซิมการ์ดโทรศัพท์เป็น 100 ใบ หากยังปล่อยให้เป็นแบบนี้โอกาสในการควบคุมจะยาก &amp;nbsp;และยังมีปัญหาเรื่องการลงทะเบียนซิมการ์ดในประเทศเพื่อนบ้านที่สามารถนำเข้ามาใช้ในประเทศไทยจำนวนหลายหมื่น ที่ยังไม่สามารถตรวจสอบได้ ซึ่งเราได้ประสานพูดคุยทำความเข้าใจไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​ ข้อมูลที่ถูกแฮ็กมากที่สุดคือเรื่องใด นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่าเป็นข้อมูลธนาคารปกติ เช่น กรณีชิมช็อปใช้ระบบข้อมูลลูกค้า​ ซึ่งบริษัทเอกชนจะถูกแฮ็คจำนวนมากเพื่อเข้าไปดูข้อมูลและนำไปใช้ประโยชน์ด้านธุรกิจ เช่น นำรายชื่อที่อยู่ลูกค้าไปใช้ทำประโยชน์ของตัวเอง เป็นต้น ซึ่งกระทรวงมีทีมในการดูแลเรื่องดังกล่าวอยู่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54426</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกัณต์, แฮ็กเกอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200113/image_big_5e1c0225cb13e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48879</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิจฉา!‘ชิมช้อปใช้’เฟส2 แฮ็กเกอร์ส่งโรบอตป่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ชิมช้อปใช้ เฟส 2 ป่วน! &amp;quot;แฮ็กเกอร์&amp;quot; ใช้โรบอตก่อกวนกว่า 1 ล้านครั้งต่อนาที ส่งผลระบบลงทะเบียนอืด &amp;quot;โฆษกคลัง&amp;quot; เผยตรวจพบทำลายทิ้งไป 1 ตัว แต่ยังมีอีกหลายตัว สั่งเร่งล่าหาตัวการ เชื่อพวกไม่พอใจโครงการที่ ปชช.ชื่นชอบจนต้องทำลายความน่าเชื่อถือ &amp;quot;ธนกร&amp;quot; ถาม &amp;quot;พิชัย&amp;quot; เคยทำอะไรให้ชาวบ้านบ้างถึงมาวิจารณ์ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 ต.ค. นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กถึงโครงการชิมช้อปใช้ เฟส 2 ว่า ในช่วงเช้าวันที่ 25 ต.ค.62 ซึ่งมีการเปิดให้ลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการ &amp;ldquo;ชิมช้อปใช้ เฟส 2&amp;rdquo; เป็นรอบแรกของวันที่สอง กระทรวงการคลังได้ตรวจสอบพบการกระทำจากผู้ไม่หวังดีด้วยการก่อกวนระบบการลงทะเบียน โดยมีการส่งคำสั่งเข้าสู่ระบบการลงทะเบียนเป็นจำนวนมากในช่วงเวลาเดียวกัน ทำให้ระบบให้บริการได้ช้ากว่าปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กระทรวงการคลังได้เร่งดำเนินการแก้ไขและป้องกันการก่อกวนดังกล่าวแล้ว เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกมากที่สุด จึงขอให้ผู้ที่ไม่หวังดียุติการกระทำดังกล่าว เพื่อให้การลงทะเบียนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรมบัญชีกลาง โทร. 0-2270-6400 กด 7 App &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; ติดต่อธนาคารกรุงไทย โทร. 0-2111-1144 ข้อมูลเที่ยวชิมช้อปใช้ ติดต่อการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โทร. 1672&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังได้ตรวจสอบพบมีการกระทำจากผู้ไม่หวังดี หรือแฮ็กเกอร์ ที่ใช้โรบอตเข้ามาก่อกวนการลงทะเบียนมาตรการชิมช้อปใช้ เฟส 2 ทำให้เกิดปัญหาการลงทะเบียนล่าช้า โดยกระบวนการคือมีการส่งคำสั่งเข้าสู่ระบบการลงทะเบียนกว่า 1 ล้านครั้งต่อนาที จากปกติที่ระบบจะสามารถรองรับจำนวนการลงทะเบียนได้สูงสุด 1.4 แสนครั้งต่อนาที ประกอบกับใช้ระยะเวลาในการเข้าสู่ระบบลงทะเบียนนาน 10-15 นาที ส่งผลให้ระบบให้บริการช้ากว่าปกติ แต่ไม่ถึงกับระบบล่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราตรวจพบโรบอตและทำลายทิ้งไป 1 ตัว ซึ่งคิดว่ายังอีกหลายตัวก็กำลังตรวจสอบอยู่ เชื่อว่าน่าจะได้ข้อสรุปว่าใครเป็นผู้กระทำการดังกล่าวเร็วๆ นี้ ส่วนแนวทางการทำลายโรบอตนั้นตามเทคนิคมีอยู่ 2 วิธี คือการปิดระบบลงทะเบียนชั่วคราวและกำจัดโรบอตดังกล่าวออกไปเลย หรือเปิดระบบไว้ปกติ และไล่หาโรบอตเพื่อทำลายทิ้ง ซึ่งกระทรวงการคลังจะใช้วิธีที่ 2 จึงทำให้ระบบการลงทะเบียนล่าช้าไปบ้าง&amp;rdquo; นายลวรณกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกกระทรวงการคลังกล่าวว่า ขอให้ผู้ที่ไม่หวังดียุติการกระทำดังกล่าว เพื่อให้การลงทะเบียนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง กระทรวงการคลังเชื่อมั่นว่ามาตรการนี้จะเป็นประโยชน์กับเศรษฐกิจฐานรากและพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ เนื่องจากมาตรการชิมช้อปใช้ได้รับความสนใจจากประชาชนมาก จึงอาจจะทำให้บางกลุ่มคนต้องการให้มาตรการขาดความน่าเชื่อถือ หรืออาจจะเกิดจากการจ้างลงทะเบียน จึงทำให้ตรวจพบการลงทะเบียนล่าช้ากว่าปกติ ซึ่ง สศค.เร่งตรวจสอบต่อไป และจะรอติดตามการลงทะเบียนชิมช้อปใช้ในรอบ 18.00 น.ของวันที่ 25 ต.ค.2562 ว่ามีปัญหาอีกหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การป่วนการลงทะเบียนมาตรการชิมช้อปใช้ครั้งนี้ ไม่ได้ทำให้การดำเนินตามโครงการมีปัญหาแต่อย่างใด เพียงแต่ล่าช้าไปบ้าง โดยการลงทะเบียนในรอบ 06.00 น. ของวันที่ 25 ต.ค.2562 มีผู้ลงทะเบียนครบ 5 แสนราย ในเวลา 09.34 น. ขณะที่รวมการลงทะเบียนในมาตรการชิมช้อปใช้เฟส 2 ที่ผ่านมาทั้งหมด มีผู้ลงทะเบียนแล้ว 1.5 ล้านราย จากเป้าหมายทั้งหมด 3 ล้านราย&amp;quot; โฆษกกระทรวงการคลังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากการที่ธนาคารได้เฝ้าติดตามการลงทะเบียนมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ ชิมช้อปใช้ พบว่ามีผู้ไม่หวังดีเข้ามาก่อกวนระบบการลงทะเบียน โดยนำเทคโนโลยีเพื่อสร้างความได้เปรียบในการลงทะเบียนมาใช้ ส่งผลให้ประชาชนลงทะเบียนได้ช้ากว่าปกติ ซึ่งธนาคารต้องขออภัยในความไม่สะดวกในครั้งนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้ธนาคารอยู่ระหว่างการเฝ้าระวังระบบอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ประสานงานกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อร่วมมือกันหามาตรการในการป้องกันและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนต่อไป&amp;quot; กก.ผจก.ธนาคารกรุงไทยกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี (ปฏิบัติงานกระทรวงการคลัง) กล่าวว่า ขอแจ้งผู้ประกอบการร้านค้า ขณะนี้กรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างปรับปรุงระบบและหลักเกณฑ์การรับสมัครใหม่ ในมาตรการชิมช้อปใช้ เฟส 2 เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยพร้อมที่จะเปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันที่ 1 พ.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชาญกฤชกล่าวว่า หากผู้ประกอบการรายใดมีความพร้อมในการสมัครเข้าร่วมมาตรการ สามารถสมัครได้ที่กรมบัญชีกลางแต่ละจังหวัด ซึ่งจะเป็นการรับใบสมัครไว้ก่อน แล้วจะทำการบันทึกลงระบบในวันที่ 1 พ.ย.นี้ โดยเชื่อว่าในเฟส 2 จะมีผู้ประกอบการให้ความสนใจเข้าร่วมอีกเป็นจำนวนมาก เพราะมีการเปิดกว้างให้ผู้ประกอบการประเภทที่พัก โรงแรม รีสอร์ต รถเช่า เรือเช่า บริษัททัวร์ ที่เป็นรูปแบบบริษัทในเครือเดียวกัน แต่มีสาขาอยู่ในหลายจังหวัด ก็สามารถเข้าร่วมได้ทุกจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาร้านค้าและผู้ประกอบการรายย่อยพอใจโครงการชิมช้อปใช้เฟส 1 มาก เนื่องจากสามารถเพิ่มยอดขายได้ 30-100% และไม่มีการตามเก็บภาษีเงินได้อย่างที่กังวลกัน ซึ่งจะขยายระยะเวลาการลงทะเบียนร้านค้าไปจนถึง 31 ธ.ค.2562&amp;rdquo; นายชาญกฤชกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการ รมว.การคลัง กล่าวถึงกรณีนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตประธานคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคไทยรักษาชาติ และอดีต รมว.พลังงาน ในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ระบุโครงการชิมช้อปใช้ เฟส 2 ไม่ได้แก้ปัญหาเศรษฐกิจ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม อ้างว่าอาบน้ำร้อนมาก่อน แต่คิดได้แค่แจกเงินว่า ต้องทำความเข้าใจกับนายพิชัยก่อนว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลออกมามีหลายมาตรการ โดยชิมช้อปใช้เป็นมาตรการหนึ่งเท่านั้น เป็นการทำงานเชิงรุกของภาครัฐที่ประเมินสถานการณ์และเตรียมการรับมือเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง จึงมีการวางแผนและออกแบบมาตรการพยุงเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกรกล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นการใช้จ่ายงบประมาณในการสร้างแรงจูงใจจะคุ้มค่า เพราะก่อให้เกิด Multiplier Effect จากการบริโภคภาคเอกชน ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของเศรษฐกิจไทยโดยในช่วงที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายพิชัยเป็นอดีตรัฐมนตรีที่ไม่เคยมีผลงานอะไรเลย เมื่อเทียบกับ พล.อ.ประยุทธ์แล้ว ประชาชนนึกไม่ออกด้วยซ้ำว่านายพิชัยเป็นใคร แต่ประชาชนทั่วประเทศรับรู้ได้ถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของ พล.อ.ประยุทธ์ในการทำงานให้กับบ้านเมือง ที่ผ่านมามีผลงานมากมาย แต่นายพิชัยทำได้เพียงรับใช้นายทุนเท่านั้น อย่างอื่นนึกไม่ออกเลย&amp;rdquo; นายธนกรกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48879</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชิมช้อปใช้, ชิมช้อปใช้ เฟส 2, ระบบลงทะเบียนอืด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เร่งล่าหาตัวการ, แฮ็กเกอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191025/image_big_5db3024706d41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15153</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2018 21:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2018 21:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มือดีแฮ็กเฟซบุ๊ก &#039;ฮุน เซน&#039; ปลอมโพสต์แบ่งที่นั่ง ส.ส. ให้พรรคอื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;แฮ็กเกอร์แสบเจาะเฟซบุ๊กเพจอย่างเป็นทางการของนายกฯ ฮุน เซน แห่งกัมพูชาเมื่อวันศุกร์ แล้วโมเมประกาศว่าผู้นำพรรคซีพีพีรายนี้จะยกเก้าอี้ ส.ส.ของพรรคจากการเลือกตั้งเมื่อปลายเดือน ก.ค. ที่ซีพีพีกวาดที่นั่งเกลี้ยงสภา ให้พรรคการเมืองพรรคอื่นอีกหลายพรรค &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นายกฯ ฮุน เซน ปราศรัยต่อแรงงานสิ่งทอที่โรงงานในกรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม 2561 อ้างคำกล่าวของสก อีสาน โฆษกพรรคประชาชนกัมพูชา (ซีพีพี) ว่า คำประกาศในเฟซบุ๊กของนายกรัฐมนตรีฮุน เซน เรื่องการยกเก้าอี้ ส.ส.ให้พรรคอื่นพรรคละ 4 ที่นั่ง นั้นเป็นฝีมือของแฮ็กเกอร์ที่เจาะเข้ามาในเพจอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ข่าวนี้เป็นข่าวปลอม&amp;quot; โฆษกซีพีพีกล่าวกับเอเอฟพี พร้อมกับยืนยันว่าพรรคไม่มีแผนจะแบ่งที่นั่งให้แก่พรรคการเมืองอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวปลอมที่ว่านี้ค้างอยู่บนหน้าเพจประมาณ 1 ชั่วโมง และมีคนกด &amp;quot;ไลค์&amp;quot; ประมาณ 3,300 ราย ก่อนที่จะโดนลบทิ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งทั่วไปของเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา พรรคซีพีพีของฮุน เซน ปราศจากคู่แข่งที่สามารถต่อกรได้ เนื่องจากพรรคกู้ชาติกัมพูชา (ซีเอ็นอาร์พี) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลัก โดนศาลตัดสินยุบพรรคตามคำร้องของรัฐบาลเมื่อปีที่แล้ว แกม สุขะ ผู้นำพรรคฝ่ายค้านพรรคนี้ยังโดนจับกุมคุมขังเพื่อดำเนินคดีข้อหาขายชาติ ตามคำกล่าวหาของรัฐบาลที่อ้างว่าเขาวางแผนโค่นล้มรัฐบาลโดยขอความร่วมมือจากสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซีเอ็นอาร์พีได้คะแนนสนับสนุน 44% ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว และน่าจะทำให้พรรคฝ่ายค้านพรรคนี้เป็นคู่แข่งสำคัญในการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่อาจเขย่าบัลลังก์ของฮุน เซน ที่ครองอำนาจมานาน 33 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งกัมพูชาจะประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการสัปดาห์หน้า แต่พรรคซีพีพีประโคมไว้ตั้งแต่เลือกตั้งเสร็จสิ้นเพียงข้ามวันแล้วว่า พรรคกวาดที่นั่ง ส.ส.หมดเกลี้ยงสภา 125 ที่นั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สก อีสาน กล่าวด้วยว่า ผู้ที่แฮ็กบัญชีเฟซบุ๊กของฮุน เซน น่าจะเป็น &amp;quot;กลุ่มฝ่ายค้าน หรือพวกขายชาติ หรือพวกกบฏนอกกฎหมาย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮุน เซน หันมาเล่นโซเชียลมีเดียโดยหวังจะดึงคะแนนสนับสนุนจากคนรุ่นหนุ่มสาวที่เป็นสัดส่วนถึง 2 ใน 3 ของประชากรกัมพูชา 16 ล้านคน เฟซบุ๊กของเขามีคนกดไลค์มากถึง 10 ล้านราย แต่ก็ถูกโจมตีว่าใช้บริการ &amp;quot;คลิกฟาร์ม&amp;quot; หรือการซื้อยอดไลค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อความที่โพสต์กล่าวอ้างว่า ฮุน เซน จะยกที่นั่ง ส.ส.ให้พรรคฟุนซินเปกและพรรคสันนิบาตเพื่อประชาธิปไตย สองพรรคการเมืองขนาดเล็กที่ได้คะแนนสนับสนุนแค่เล็กน้อยจากการเลือกตั้งเดือนที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชัยชนะอย่างถล่มทลายของผู้นำวัย 66 ปีที่เกิดขึ้นภายหลังการรณรงค์ปราบปรามฝ่ายค้านและฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐ รวมถึงสื่ออิสระและภาคประชาสังคม ทำให้ฮุน เซน โดนรัฐบาลสหรัฐและสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งไม่ยอมส่งผู้สังเกตการณ์เข้าร่วม วิจารณ์และประณามว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่น่าเชื่อถือ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15153</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพูชา, ฮุน เซน, เฟซบุ๊ก, แบ่งเก้าอี้ ส.ส., แฮ็กเกอร์, แฮ็กเฟซบุ๊ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180810/image_big_5b6da0f8a8267.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13805</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2018 22:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2018 22:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฮ็กข้อมูลแฟ้มคนไข้ 1.5 ล้านราย &#039;นายกฯ สิงคโปร์&#039; โดนด้วย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;แฮกเกอร์โจมตีไซเบอร์สิงคโปร์ ล้วงประวัติข้อมูลคนไข้ 1.5 ล้านราย หรือราว 1 ใน 4 ของประชากร เจาะจงเป้าหมายที่นายกฯ ลี เซียนลุง โดยเฉพาะ เจ้าหน้าที่เผยเป็นการโจรกรรมข้อมูลครั้งใหญ่ที่สุดของสิงคโปร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นายกฯ ลี เซียนลุง / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีอ้างคำแถลงของกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงสารสนเทศของสิงคโปร์ เมื่อวันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม 2561 ว่า การโจมตีไซเบอร์ต่อฐานข้อมูลของรัฐบาลอย่าง &amp;quot;ไม่เคยปรากฏมาก่อน&amp;quot; นี้ เป็นการโจมตีที่มีเป้าหมาย, ผ่านการไตร่ตรองและวางแผนมาอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กัน คิมยอง รัฐมนตรีสาธารณสุข แถลงว่า ผู้ก่อเหตุพุ่งเป้าล้วงข้อมูลผู้ป่วยนอกและข้อมูลส่วนตัวของนายกฯ ลี เซียนลุง เป็นการเฉพาะเจาะจงและทำซ้ำหลายครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การวิเคราะห์ทางนิติวิทยาศาสตร์โดยสำนักงานความปลอดภัยทางไซเบอร์ของสิงคโปร์บ่งชี้ว่า การโจมตีไซเบอร์ครั้งนี้ผ่านการไตร่ตรอง เจาะจงเป้าหมายและวางแผนมาอย่างดี ไม่ใช่ฝีมือของแก๊งอาชญากรหรือแฮกเกอร์ธรรมดาๆ&amp;quot; กันกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ไม่ยอมให้ทัศนะเกี่ยวกับตัวตนของแฮกเกอร์เหล่านี้ โดยอ้างว่าความปลอดภัยของปฏิบัติการ แต่ยังไม่พบว่าข้อมูลของนายกฯ ถูกนำเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต ผู้นำสิงคโปร์เคยผ่านการรักษามะเร็งมาแล้ว 2 รอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกฯ ลี เขียนในเฟซบุ๊กว่า ตนไม่รู้ว่าคนร้ายหวังจะเจออะไร บางทีพวกเขากำลังตามล่าหาความลับดำมืดของทางราชการ หรืออาจเป็นเรื่องที่ทำให้ตนอับอายขายหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลีกล่าวด้วยว่า ปรกติแล้วประวัติด้านการรักษาของเขาไม่ใช่สิ่งที่เขาอย่างบอกกับบุคคลทั่วไป แต่ก็ไม่มีอะไรต้องตื่นกลัวเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กล่าวกันว่า แฮกเกอร์ใช้คอมพิวเตอร์ที่ติดมัลแวร์เป็นเครื่องมือในการเจาะฐานข้อมูลของหน่วยงานด้านสาธารณสุขของสิงคโปร์ระหว่างวันที่ 27 มิถุนายน ถึง 4 กรกฎาคม ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะตรวจพบการดำเนินการที่ผิดปรกตินี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุขและการสื่อสารกล่าวว่า ข้อมูลที่แฮกเกอร์ได้ไปนั้นรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคล และการจ่ายยาของคนไข้ 1.5 ล้านราย แต่ไม่มีข้อมูลการรักษาหรือประวัติทางคลินิกถูกโจรกรรมไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13805</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อมูลคนไข้, ลี เซียนลุง, สิงคโปร์, แฮ็กเกอร์, โจมตีไซเบอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b51f505bfd4f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
