<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117479</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 08:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 08:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;BOI&#039; เร่งเครื่องอุตสาหกรรมรถ&#039;อีวี&#039; รุกหนักส่งเสริมการลงทุนครบวงจร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย. 2564 รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) เปิดเผยว่า ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เป็นทิศทางสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจยุคโก กรีน และจัดเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ไทยต้องการขับเคลื่อนเพื่อรักษาสถานะการเป็นฐานผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนสำคัญในภูมิภาคเอาไว้ โดยรัฐบาลมีเป้าหมายผลิต EV ให้ได้อย่างน้อย 30% ของปริมาณการผลิตรถยนต์ทั้งหมดในแต่ละปี หรือ 7.5 แสนคัน ภายในปี 2573 ซึ่งมาตรการส่งเสริมการลงทุนผลิต EV จะเป็นเครื่องมือหนึ่งในการดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายการผลิตดังกล่าว โดย บีโอไอ ได้เปิดให้การส่งเสริมการลงทุนผลิตยานพาหนะไฟฟ้า ตั้งแต่ปี 2560 และได้ปรับปรุงนโยบายให้เข้ากับสถานการณ์มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่การผลิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งปัจจุบันบีโอไอมีการให้การส่งเสริม ดังนี้ การประกอบยานพาหนะไฟฟ้าทุกประเภท ได้แก่ รถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) แบบไฮบริดผสมผสาน (PHEV) และแบบผสมเสียบปลั๊ก (HEV) จักรยานยนต์ไฟฟ้า สามล้อไฟฟ้า รถโดยสารไฟฟ้า รถบรรทุกไฟฟ้า เรือไฟฟ้า รวมถึงล่าสุดที่ประชุมบอร์ดบีโอไอเมื่อ 6 ก.ย. 64 ได้เพิ่มเติมกิจการรถจักรยานไฟฟ้า (E-BIKE) เข้ามาให้การส่งเสริมด้วย เนื่องจากการเดินทางด้วยรถจักรยานไฟฟ้าเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้น คาดว่ามูลค่าตลาดรถจักรยานไฟฟ้าทั่วโลกจะขยายตัวจาก 24,300 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2564 เป็น 42,270 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2569&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเทศไทยที่มีพื้นฐานอุตสาหกรรมสนับสนุนสามารถรองรับการผลิตรถจักรยานไฟฟ้าได้ดีอยู่แล้ว และการผลิตรถจักรยานไฟฟ้ายังจะช่วยเพิ่มขนาดของตลาดแบตเตอรี่ในประเทศ เปิดโอกาสให้อุตสาหกรรมแบตเตอรี่เพื่อยานยนต์ไฟฟ้าและเพื่อการกักเก็บพลังงานไฟฟ้าของไทยเติบโตได้เร็วขึ้น ด้านกิจการผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์สำหรับยานพาหนะไฟฟ้า โดยได้มีการปรับปรุงเพิ่มประเภทชิ้นส่วนที่สำคัญ และกิจการสถานีบริการอัดประจุไฟฟ้า(ชาร์จจิ้ง สเตชั่น) ซึ่งช่วยสร้างอีโคซิสเต็มที่ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงยานยนต์ไฟฟ้าได้ง่ายดาย และมีความเชื่อมั่นในการใช้งานมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึงแพลตฟอร์มสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ ซึ่งบอร์ดบีโอไอเพิ่งอนุมัติให้แพลตฟอร์ม EV ได้รับการส่งเสริมด้วย เพื่อให้การผลิตมีความยืดหยุ่น เป็นแนวคิดการผลิตแพลตฟอร์มร่วมที่สามารถนำไปใช้งานร่วมกันได้ระหว่างยานยนต์ไฟฟ้าหลายแบรนด์และรุ่นที่แตกต่างกัน และมูลค่าของแพลตฟอร์ม (รวมแบตเตอรี่) ก็สูงถึง 74% ของมูลค่ายานยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ การผลิตลักษณะแพลตฟอร์มร่วมจะช่วยลดปริมาณวัตถุดิบที่ต้องใช้ ประหยัดเวลา และค่าใช้จ่าย ก่อให้เกิดการประหยัดต่อขนาดอันจะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลดลงอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117479</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยานยนต์ไฟฟ้า (EV), รถยนต์ไฟฟ้า, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ), โก กรีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210620/image_big_60cf19ba1e49a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
