<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64866</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2020 13:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2020 13:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เค เลิศสิทธิชัย’เข้าแจ้งความเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากที่รับงานจากเอเจนซี่เจ้าหนึ่งให้ทำคลิปประชาสัมพันธ์เว็ปไซต์ Singmall ซึ่งเป็นเว็บไซต์ชอปปิ้งออนไลน์ แต่เว็ปไซต์ดังกล่าวกลับปิดเว็บพร้อมเงินของลูกค้าหลายเจ้าที่ซื้อของจากเว็บดังกล่าวแล้วไม่ได้ของหรือเงินคืน โดยมียูทูบเบอร์ชื่อดังหลายคน รับงานรีวิวให้กับเว็บไซต์ Singmall ล่าสุดยูทูบเบอร์ชื่อดังที่ผันตัวมาเป็นนักแสดง อย่าง เค เลิศสิทธิชัย (Kayavine) หนึ่งในผู้รับงานรีวิวเว็บดังกล่าวได้ออกมาโพสต์แสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ทราบถึงการทำผิดกฏหมายของเว็บนั้น และปกติไม่เคยรับงานสีเทาอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;สวัสดีครับเคขอใช้พื้นที่ในการอธิบายในกรณีของ singmall นะครับ ก่อนอื่นเคได้รับการติดต่อว่าจ้างมาบริษัทเจโนไซต์ จำกัดเพื่อประชาสัมพันธ์เว็ปไซต์ Singmall ในวันที่ 6 มีนาคม ซึ่งทางเคและผู้จัดการได้เช็คถามย้ำกับเอเจนซี่เกี่ยวกับเว็บไซต์เพื่อความชัวร์ในการรับงาน ซึ่งเป็นโปรโมตเว็บไซต์ชอปปิ้งออนไลน์ (ถ้าคนติดตามเคจะรู้เลยว่าเคไม่เคยรับงานที่เป็นสีเทาเลย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยในวันที่ 9 มีนาคม ได้รับการคอนเฟิมจากทางเอเจนซี่ยืนยันว่าไม่มีการพนันอย่างแน่นอน และมีการจัดตั้งบริษัทอย่างถูกต้องตามกฏหมาย ทำให้เคเชื่อใจที่จะทำวีดีโอ ในรายละเอียดเราได้รับค่าจ้างจากเอเจนซี่ในนามบริษัทถูกต้องทุกอย่าง และเราไม่ได้เป็นแบรนด์แอมให้กับทาง Singmall หรือมีส่วนได้เสียแต่อย่างใด ซึ่งตรงนี้มีส่วนทำให้เคเสียหายที่โดนแอบอ้าง และเคจะต้องเดินทางไปลงบันทึกประจำวันกับทางตำรวจต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่เคโพสต์ก็เพื่อบริสุทธิ์ใจ และเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางเคไม่ทราบมาก่อนเพราะตัดสินใจรับงานจากบริษัทเอเจนซี่ที่มีความน่าเชื่อถือ และเป็นบริษัทที่มีหลักฐานการจดทะเบียนในประเทศไทย ไม่ทราบมาก่อนว่าบริษัทนี้จะโกงเพราะถูกว่าจ้างผ่านเอเจนซี่ มาในลักษณะการโปรโมตเวปไซต์ชอปปิ้งออนไลน์เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปล.ที่เราทำการลบคลิปเพื่อไม่ให้เกิดการเข้าใจผิดและหลงเชื่อเพิ่ม ไม่มีเจตนาบิดเบือนหลักฐานแต่อย่างใด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และหลังจากที่นักแสดงหนุ่มโพสต์ชี้แจงผ่านทางอินสตาแกรม วันต่อมาเจ้าตัวก็ได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นที่เรียบร้อย เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต และอินสตาแกรม  kayavine&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64866</URL_LINK>
                <HASHTAG>Kayavine, Singmall, นักแสดงชาย, ยูทูบเบอร์, เค เลิศสิทธิชัย, เว็บไซต์ชอปปิ้งออนไลน์, โกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200502/image_big_5ead0f585cb1e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55301</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2020 12:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2020 12:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.เสรี&#039;เชื่อ&#039;สรยุทธ&#039;หลุดคุกก่อน 6 ปี  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังคำตัดสินของศาลฎีกา คดีที่ สรยุทธ สุทัศนะจินดา อดีตพิธีกรรายการข่าวชื่อดัง เป็นจำเลยร่วมตามข้อกล่าวหาบริษัทไร่ส้ม เลี่ยงค่าโฆษณาเกินเวลา อสมท และถูกตัดสินจำคุก 6 ปี 24 เดือน ด้าน ดร. เสรี วงษ์มณฑา ได้แสดงความคิดเห็นในรายการเรื่องลับมาก ทางเนชั่นทีวี มั่นใจอีกฝ่ายหลุดคุกก่อน 6 ปี เชื่อคนที่ฉลาดรู้กฎหมายก็ย่อมรู้ที่จะทำตัวอย่างไรถึงจะได้ลดโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เขาบอกว่าพี่ยุทธซื่อสัตย์ แต่ต่อด้วยคำว่าซื่อสัตย์ต่ออาชีพ ประชาชนที่รักและชื่นชมคุณสรยุทธ เขาไม่ได้ถูกตัดสินว่าจัดรายการไม่ดี ไม่ได้ถูกตัดสินว่าเป็นสื่อมวลชนที่ไม่ดี แต่ถูกตัดสินว่าเป็นเอกชนที่สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ของรัฐทำผิด การที่เขาได้รับเช็คไปจากไร่ส้ม 7 แสน คือไร่ส้มสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ของรัฐทำผิด เขาถึงโดนตรงนั้น เขาเป็นสื่อมวลชนที่ดี เขาเก่ง แต่การที่เขาจ่ายเงิน 7 แสนให้เจ้าหน้าที่รัฐที่มีความผิด จนหน่วยงานรัฐเสียหาย 100 กว่าล้าน คุณผิดในฐานะเป็นผู้สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ของรัฐทำผิด เขาโดนตรงนั้น ต้องแยกให้ถูก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทีนี้พอมาตรงนี้เหลือแค่ 6 ปี 24 เดือน หลายคนบอกว่าทำไมถึงลด เพราะศาลให้เหตุผลว่าเขาไม่เคยทำความผิดติดคุก ไม่เคยโดนคดีมาก่อน สองการทำงานด้านสื่อมวลชนของเขา หลายครั้งเขาก็เป็นผู้นำรับบริจาค ช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก ก็แปลว่าเขามีคุณงามความดีต่อการช่วยเหลือประเทศชาติ เขาก็สมควรได้ลดโทษลง จริงๆ กฎหมายบ้านเรามีหลายเรื่องที่จะทำให้คนเราติดไม่ครบ หนึ่งมีการพระราชทานอภัยโทษในวาระต่างๆ สองเมื่อเป็นนักโทษชั้นดี ไม่เคยทำผิดกฎ ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี หรือทำประโยชน์ในคุก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พี่เชื่อว่าเขาได้ออกมาเร็วแน่นอน เพราะคนฉลาดอย่างคุณสรยุทธ เมื่อเข้าไปอยู่ในคุกจะทำประโยชน์ให้คุกได้ แล้วเขาก็คงรู้ว่าการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ย่อมทำให้เขากลายเป็นนักโทษชั้นดี ที่มีโอกาสได้รับการลดโทษ เพราะฉะนั้นเขาอยู่ไม่ครบ 6 ปี 24 เดือน ซึ่งการที่เขาอยู่ไม่ครบ ก็ไม่ได้มีการช่วยเหลืออะไรกัน เป็นไปตามกฎหมายที่วางไว้ และคนที่ฉลาดรู้กฎหมายก็ย่อมรู้ที่จะทำตัวอย่างไรถึงจะได้ลดโทษ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55301</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีไร่ส้ม, ดร.เสรี วงศ์มณฑา, ติดคุก, สรยุทธ สุทัศนะจินดา, อสมท, เนชั่นทีวี, เรื่องลับมาก, โกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200123/image_big_5e2929aba950f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36028</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2019 14:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2019 14:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รู้ยัง &#039;เมกะโปรเจ็กต์ เขา โกงอย่างไร&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.มานะ นิมิตมงคล เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) โพสต์บทความเรื่อง &amp;quot;เมกะโปรเจค &amp;ldquo;เขา&amp;rdquo; โกงอย่างไร โดยมีเนื้อหาดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการขนาดใหญ่ทั้งของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจไม่ว่าจะเป็น &amp;ldquo;การจัดซื้อจัดจ้าง &amp;ndash; การร่วมลงทุนภาครัฐกับเอกชน &amp;ndash; หารายได้จากทรัพยากรของรัฐ เช่น สัมปทาน&amp;rdquo; เป็นการลงทุนที่จำเป็นเพื่อพัฒนาประเทศ แต่ก็เป็นที่หมายตาของ &amp;ldquo;คนละโมบ&amp;rdquo; ที่จ้องกอบโกย โดยมักมีพฤติกรรมฉ้อฉลคล้ายกัน แต่รายละเอียดจะแตกต่างกันไปตามเงื่อนไขของโครงการ หน่วยงานที่รับผิดชอบ การแข่งขันและสถานการณ์การเมือง โดย &amp;ldquo;เครือข่ายคนโกง&amp;rdquo; จะพยายามเข้าแทรกแซงในทุกขั้นตอนหลักๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.เขียนโครงการ เพื่อให้เกิดการลงทุนหรือทำโครงการและเป็นไปในทิศทางที่ต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.เขียนทีโออาร์ เช่น ล็อคสเปคสินค้า ทำให้ผู้แข่งขันบางรายได้เปรียบ ทำให้การแข่งขันไม่เป็นธรรมด้วยการปิดบังข้อมูลบางอย่าง หรือกำหนดเงื่อนไขการเปิดซองและพิจารณาคุณสมบัติผู้ร่วมประมูล กำหนดวิธีการจัดซื้อจัดจ้างที่ลดการแข่งขัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ขั้นตอนประมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.1 ฮั้วประมูล ในลักษณะที่เป็นการกำหนดตัวผู้ชนะประมูล เพื่อให้ได้ราคาที่ไม่เป็นธรรมต่อรัฐ เพื่อแบ่งเค้กหรือจัดสรรงาน กรณีที่มีงานของรัฐที่ต้องมีการประมูลอยู่จำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.2 เขียนสัญญา (Main Contract) เมื่อได้ผู้ชนะการประมูลแล้ว ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะสามารถสอดแทรกรายละเอียด หรือเงื่อนไขต่างไปจากทีโออาร์ เปิดช่องให้มีการแก้ไขสัญญาในอนาคต ซ่อนปมเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสทำกำไร หรือเอาเปรียบรัฐมากขึ้นจนอาจเสียค่าโง่ก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.บริหารสัญญาระหว่างดำเนินการตามสัญญาหรือระหว่างการก่อสร้าง เช่น เปลี่ยนแบบ เพิ่ม-ลดงาน ผลักภาระงานให้เป็นของรัฐ ขยายเวลาดำเนินงาน การยอมรับงานคุณภาพต่ำกว่าที่ควรเป็น หากเป็นโครงการประเภท Turn Key หรือ Design and Built ยิ่งมีความเสี่ยงสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.บริหารสัญญาตลอดอายุสัมปทาน/โครงการ เช่น สร้างเงื่อนไขเพื่อขยายอายุสัมปทาน เปลี่ยนแปลงเงื่อนไขผลประโยชน์ ตีความสัญญาใหม่ ดังที่เคยเกิดขึ้นเช่น กรณีกรรมสิทธิ์เสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือ กรณีแปลงค่าสัมปทานโทรศัพท์มือถือเป็นภาษีสรรพสามิต เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ซ่อนโกง&amp;rdquo; อย่างไร ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนจะไปถึงการป้องกัน ขอเอาเรื่องจริงที่เป็น &amp;ldquo;ตัวอย่างสมมุติ&amp;rdquo; มาเล่าสู่กันฟังให้เห็นภาพว่ายังมีกลโกงอีกแบบที่เป็น &amp;ldquo;การซ่อนปมในสัญญา&amp;rdquo; ที่ดูเหมือนไม่มีอะไร..แต่ความจริงแล้ว มันคือความสูญเสียขนาดใหญ่ที่นำมาสู่การจ่าย &amp;ldquo;ค่าโง่&amp;rdquo; มูลค่ามหาศาล ดังตัวอย่าง &amp;ldquo;โครงการรถไฟความเร็วสูง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้า &amp;ndash; &amp;ldquo;รัฐ&amp;rdquo; ยอมให้ &amp;ldquo;เอกชน&amp;rdquo; คู่สัญญา เสนอเพิ่ม หรือ กำหนด &amp;ldquo;จุดที่ตั้ง&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;จำนวน&amp;rdquo; สถานีผู้โดยสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลที่ตามมา &amp;ndash; เอกชนคู่สัญญาจะเลือกทำเลที่ตัวเองได้ประโยชน์ และวางจำนวนสถานีให้ถี่ขึ้น โดยอ้างว่าเพื่อให้บริการผู้คนจากแหล่งชุมชนหรือย่านการค้าอุตสาหกรรมตามรายทางได้มากขึ้น
ฉากทัศน์กลโกงที่เป็นไปได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) เอกชนจะได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นจากการพัฒนาที่ดินที่ตัวเองได้กว้านซื้อรอไว้บริเวณรอบๆ สถานี เช่นทำศูนย์การค้า ขายตึกแถว หมู่บ้านจัดสรร ทำสถานีรถโดยสาร โดยรัฐต้องเข้าไปสนับสนุนสาธารณูปโภค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) เมื่อมีสถานีมากขึ้น ระยะห่างระหว่างสถานีสั้นลง ทำให้รถไฟมีข้อจำกัดในการเร่งความเร็วสูงสุดในจังหวะออกตัวรถ และลดความเร็วลงเพื่อเข้าสถานี จึงเป็นข้ออ้าง &amp;ldquo;ขอลดสเปค&amp;rdquo; รถไฟจากเดิมที่ต้องทำความเร็วสูง 250 กม. ต่อชั่วโมง ลงเหลือ 180 กม. ต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นความเร็วปานกลาง นั่นหมายความว่า ไม่มีความจำเป็นต้องใช้รถไฟสมรรถนะสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) เอกชนได้ประโยชน์ทันทีจากการซื้อรถไฟ &amp;ldquo;สเปคต่ำ&amp;rdquo; กว่าเดิม ซึ่งราคาถูกลง แถมยังลดค่าดำเนินการ (Operation Cost) เช่น การซ่อมบำรุง ค่าใช้จ่ายในการเดินรถได้อีกมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครเสียประโยชน์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) ประชาชนเสียประโยชน์ เพราะการมีสถานีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นจากที่กำหนดไว้ ย่อมทำให้รถไฟใช้เวลาเดินทางนานขึ้นจากการใช้ความเร็วต่ำลง และต้องจอดพักตามสถานีรายทางมากขึ้น ซึ่ง &amp;ldquo;ผิดวัตถุประสงค์&amp;rdquo; การมี &amp;ldquo;รถไฟความเร็วสูง&amp;rdquo; ที่ต้องการให้คนเดินทางระยะไกล ด้วยเวลาน้อยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) ประเทศเสียประโยชน์ระยะยาว เพราะคำอธิบายว่า เพิ่มสถานีให้ถี่เพื่อบริการผู้โดยสารได้มากขึ้น ในระยะสั้นนั้น อาจดูดีเพราะมีคนได้ใช้งานตามรายสถานีมากขึ้นจริง แต่อย่าลืมว่า ในวันข้างหน้าเมื่อสังคมและการเดินทางสัญจรเปลี่ยนไป คนต้องการเดินทางระยะยาวมากขึ้น การเพิ่มสมรรถนะรถไฟจะทำได้ยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) เป็นการเอาเปรียบผู้ร่วมประมูลรายอื่นที่เสนอราคาตรงไปตรงมาตามทีโออาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่เป็นตัวอย่างสมมุติที่อธิบายตามหลักการลงทุนและการตลาดครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้าย ประชาชนโดนหลอก?!? - - อย่าเพิ่งด่วนสรุปนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โกงมากๆ อย่าคิดว่าประชาชนโง่ !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเกิดความเสียหาย ไม่ว่าจะโดยหน่วยงานรัฐหรือรัฐวิสาหกิจหน่วยงานใด รัฐบาลชุดไหนก็ตาม ท้ายที่สุด ประชาชนตกเป็น &amp;ldquo;ผู้จ่าย&amp;rdquo; ดังหลายๆ กรณี ที่กลายเป็นกรณีพิพาททั้งระหว่าง &amp;ldquo;รัฐ&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;รัฐวิสาหกิจ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;เอกชน&amp;rdquo; คู่สัญญา ดังบทเรียนจาก 2 คดี &amp;ldquo;ดอนเมืองโทลเวย์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีแรก ค่าโง่ 4 พันล้านบาท ที่ต้องจ่ายให้เอกชนเจ้าของสัมปทาน &amp;ldquo;ทางด่วน ปากเกร็ด &amp;ndash; บางปะอิน&amp;rdquo; เหตุเพราะรัฐให้ขยายดอนเมืองโทลเวย์จากดอนเมืองไปรังสิต เขาจึงฟ้องว่าเป็นการให้บริการแข่งขันกับเขา ทำให้ลูกค้าเขาลดลง รัฐต้องชดเชยรายได้ที่ขาดหายไปจากที่เขา &amp;ldquo;คาดการณ์ไว้&amp;rdquo; แม้จะมีผู้ทักท้วงว่าทางด่วนสองเส้นนี้มีต้นทางและปลายทางห่างกันไกลหลายกิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีที่สอง ค่าโง่ 1.2 พันล้านบาท ที่ต้องจ่ายให้ทางด่วนดอนเมืองโทลเวย์ เหตุเพราะรัฐไม่ยอมให้เขาปรับขึ้นค่าทางด่วนตามข้อตกลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยุคนี้ประชาชนรู้เท่าทันและข้าราชการที่ดีก็มีมาก เขาไม่ยอมให้ใครโกงง่ายๆ อีกแล้ว แต่กลับกลายเป็นว่า ยิ่งมี &amp;ldquo;พลเมืองดี&amp;rdquo; ตื่นรู้สู้โกงมากขึ้นเท่าไหร่ พวกที่คิดจะโกงโครงการขนาดใหญ่จึงยิ่งพยายามวางแผนเป็นขั้นตอน ครอบงำผู้มีอำนาจ และผู้เกี่ยวข้องระดับต่างๆ ให้ได้มากที่สุด แผนและโครงการต้องซับซ้อนเข้าใจยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางกรณีใช้นโยบายระดับสูงที่เรียกว่า &amp;ldquo;คอร์รัปชันเชิงนโยบาย&amp;rdquo; บางครั้งอาจใช้อำนาจบิดเบือน อ้างความลับราชการ ความลับทางการค้า ความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หนักหน่อยก็แก้ไขหรือออกกฎกติกาใหม่เสียเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กฎหมายกับดุลยพินิจ - ปิดช่องโกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามกฎหมาย หน่วยงานใดจะทำสัญญาให้ต่างไปจาก&amp;ldquo;ทีโออาร์&amp;rdquo;และ &amp;ldquo;มติครม.&amp;rdquo; ที่อนุมัติโครงการนั้น ไม่ได้ !&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะแก้ไขสัญญาในสาระสำคัญ และไม่ได้เกิดประโยชน์คุ้มค่ากับรัฐ ทำไม่ได้ !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ที่ผ่านมาเกิดปัญหาเพราะ &amp;ldquo;มีการสมรู้ร่วมคิด&amp;rdquo; บิดเบือนอำพราง ซึ่งอาจเกิดจาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงนั้น ไปรู้เห็นหรือรับประโยชน์จากเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.คณะกรรมการหรือผู้มีอำนาจอาจอนุมัติไปโดยไม่รู้ตื้นลึก ไม่ได้ใส่ในเรื่องนั้นหรือเกรงใจใครบางคน แต่ที่แย่กว่านั้นคือมีผลประโยชน์ร่วมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ฝ่ายเอกชนคู่สัญญาที่มีความพร้อมหลายด้าน ได้วางแผนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นลำดับไป ซึ่งคนนอกดูเนื้อหาที่ถูกแก้ไขอาจมองไม่ออกว่าจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญที่ทำให้รัฐเสียหายได้ และกว่าจะรู้ก็สายเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนวทางป้องกันการทุจริตในโครงการขนาดใหญ่ที่ได้ผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิธีที่นิยมทั่วโลก คือ อย่าไว้ใจมนุษย์ปุถุชน วางระบบที่ดี ยอมรับการตรวจสอบ เช่น]&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ต้องเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างโปร่งใสเพื่อให้เกิดการตรวจสอบร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ใช้ &amp;ldquo;ข้อตกลงคุณธรรม&amp;rdquo; ให้ตัวแทนประชาชนมีส่วนร่วมรู้เห็นตั้งแต่แรก และเป็นการบังคับให้ผู้เกี่ยวข้องต้องทำงานอย่างรับผิดชอบ มีวินัย ตรงไปตรงมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การแก้ไขแบบหรือสาระในสัญญา ควรได้รับความเห็นชอบจากผู้ทรงคุณวุฒิ หรือสถาบันวิชาชีพที่สังคมยอมรับ เช่น สภาวิศวกร สภาสถาปนิก สมาคมวิศวกรที่ปรึกษา เป็นต้น.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36028</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร. มานะ นิมิตรมงคล, ทุจริต, ประมูลงาน, องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน, เมกะโปรเจกต์, โกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190516/image_big_5cdd11917c90f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33102</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2019 11:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2019 11:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ดีเจพี่อ้อย’เข้าแจ้งความโดนโกงค่าตั๋วเครื่องบินยกออฟฟิศ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เป็นที่ปรึกษาปัญหาชีวิตให้ใครๆหลายคนในรายการ คลับฟรายเดย์ แต่ครั้งนี้ดีเจพี่-อ้อย นภาพร จุลอมรโชค เจอปัญหาเข้าอย่างจังจนต้องเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจท่องหล่อ เมื่อถูกโกงเงินค่าตั๋วเครื่องบินไปหลายหมื่นบาท ซึ่งมีทั้งของเจ้าตัวเองและของน้องๆในที่ทำงาน ซึ่งดีเจพี่อ้อยได้โพสต์ถึงพฤติกรรมของผู้ที่รับเงินไปแต่ไม่ดำเนินเรื่องให้ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในชีวิตไม่เคยคิดแจ้งความใคร แต่คราวนี้ขอละกันโนะ...ทำงานมาตลอดทั้งปี ความตั้งใจของปีนี้คือ จะมีทริปญี่ปุ่นให้เป็นของขวัญน้องๆและหลาน มี 1ทริปของตัวเอง และอีกทริปจะพาพ่อแม่ไปญี่ปุ่นซักครั้งในชีวิตท่าน จองตั๋วกับน้องที่ทำงานด้วยกัน ตั้งแต่มกราฯ กุมภาฯ เพื่อเดินทาง เมษาฯ พฤษภาฯ ดูเห่อมาก ยิ่งใกล้วัน ก็มีน้องที่การบินไทยบอกว่า &amp;ldquo;พี่อ้อย ยังไม่เห็นตั๋วพี่ที่หน้าจอเลยนะ&amp;rdquo; เอาล่ะสิ มหกรรมตามจิกจึงเกิดขึ้น คำตอบที่ได้คือ &amp;ldquo;ได้แน่นอนพี่ รับรองเลย สบายมาก พอดีเอเย่นต์เปลี่ยนบริษัท เลยวุ่นวายหน่อย&amp;rdquo; จนวันที่บิน ก็ยังไม่มีตั๋ว ดีที่ตัดสินใจออกตั๋วใหม่ทัน เวลาเห็นน้องๆแพลนทริป แล้วบอกใครไม่ได้ว่าตั๋วไปไหนแล้วไม่รู้ ทรมานหัวใจมาก และตอนนี้ เขาปิดเครื่องหนีไปเรียบร้อย ตามที่คาด .. &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่าทำแบบนี้กับใครอีกเลยน้อง ... บางคนเก็บเงินจากการทำงานเพื่อซื้อความสุขให้ตัวเองและครอบครัวเขาปีละไม่กี่วัน น้องเอาเงินเหล่านั้นไปดำรงชีวิตต่อได้ยังไง กินเข้าไปลงเหรอ ??? น้องๆที่ออฟฟิศก็โดนไม่ใช่น้อย ราคาตั๋วที่ซื้อไม่ได้ถูกเลยค่ะ แต่อุดหนุนน้อง เพราะคิดจะดูแลกัน ...นี่แม่ซ้อมกินอาหารญี่ปุ่น แบบที่ยังไม่รู้ว่า ไม่มีตั๋วแล้วนะ ขั้นตอนต่อไป ต้องทำให้ทุกทริปเดินต่อไปให้ได้ ...เห็นใจน้องๆผู้ช่วยดีเจของพี่อีกหลายคน ทำงานเพื่อเที่ยวปีละ ครั้ง สองครั้ง ทำเขาพังขนาดนี้ได้ยังไง ?ในช่วงเวลานี้ เกาะเฮียกินไปพลางๆก่อนนะ ใครอยากให้จัดรายการแทน รีบแจ้งคร่า ร้อนเงิน 555&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และดีเจชื่อดังยังคอมเม้นท์เพิ่มเติมถึงการเข้าแจ้งความในครั้งนี้ว่า &amp;ldquo;ที่พี่โพสต์ เพื่อเตือน หลายๆคนนะ ไม่ใช่แค่เฉพาะตั๋วถูก อันนี้ราคาปกติ พี่ซื้อไป 3 ทริป ตอนแรกทริปญี่ปุ่น 3 คน 56800 งาท วันที่ใกล้เดินทาง ตั๋วขึ้นไปที่ 9 หมื่นกว่า เขาบอกว่ากำลังเอาเงินเข้าไปจ่าย มันแพงขนาดนั้นทำไมเพิ่งจ่าย นั่นคือตอนที่ยังคุยกันได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม&amp;nbsp;djaoy&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33102</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลับฟรายเดย์, ดีเจพี่อ้อย, ตั๋วเครื่องบิน, นภาพร จุลอมรโชค, มิจฉาชีพ, สน.ทองหล่อ, อ้อย นภาพร, เตือนภัย, แจ้งความ, โกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190406/image_big_5ca822d05158a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9472</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2018 17:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2018 17:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานปราบทุจริต &#039;ตอบยาก&#039; รัฐบาลชุดนี้กับชุดก่อนใครโกงหนักกว่ากัน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค. 61 - &amp;nbsp;พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีจะครบ 4 ปี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลล้มเหลวเรื่องปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นว่า ป.ป.ช.มีหน้าที่ไต่สวนข้อกล่าวหาร้องเรียนเรื่องทุจริตอยู่แล้ว เป็นหน้าที่ตรวจสอบ แต่ ป.ป.ช.ไม่ได้มองในระดับนโยบาย ขณะเดียวกัน ป.ป.ช.มียุทธศาสตร์ชาติซึ่งมีหัวข้อหลักคือ การสกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบาย และทำให้เห็นว่าเรื่องที่ ป.ป.ช.ไต่สวนในอดีตหลายเรื่องเกิดจากการทำนโยบายของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และเมื่อเขานำนโยบายดังกล่าวไปใช้โดยไม่รอบคอบจนเกิดปัญหาทุจริต ป.ป.ช.จึงได้นำบทเรียนดังกล่าวมาทำเป็นยุทธศาสตร์ชาติเพื่อสกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบาย นำบทเรียนดังกล่าวมาแปรให้เป็นการเฝ้าระวังการทุจิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธาน ป.ป.ช. กล่าวว่า เข้าใจดีว่านโยบายสาธารณะของรัฐบาลจะต้องมี แต่อยู่ที่ว่าต้องมีความชัดเจน เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน และพยายามสกัดความเสี่ยงของการเกิดการทุจริตลงให้น้อยที่สุด และทำให้เป็นประโยชน์สาธารณชนให้ได้สูงสุด ให้มีความเสี่ยงต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนผลการตรวจสอบขึ้นอยู่กับประชาชน อย่างไรก็ตาม คำตอบของ ป.ป.ช.คงตอบได้เฉพาะเรื่องที่เรารับผิดชอบอยู่ เพราะกระบวนการของ ป.ป.ช.เป็นเพียงกระบวนการเบื้องต้น แต่ยังต้องผ่านกระบวนการยุติธรรมในขั้นตอนต่อๆไปอีก ประชาชนจะเป็นผู้ให้คำตอบได้ดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนการบริหารงานของรัฐบาล 4 ปีที่ผ่านมา เรื่องที่ถูกร้องเรียนจะมีมากน้อยกว่ารัฐบาลชุดก่อนๆ เพียงใดนั้น คงต้องวิเคราะห์ แต่สถิติบิดเบือนได้ ขึ้นอยู่กับผู้นำเสนอ เพราะตัวเลขเดียวกันคนนำเสนอมาเสนอในมิติด้านไหน ก็สามารถชักจูงผู้รับฟังให้เข้าใจผิดได้ ดังนั้น การจะเสนอสถิติต้องมองให้ครบทุกประเด็น แต่จะไปเอาสถิติมาบอกว่าสมัยนั้นทุจริตกว่าสมัยนี้ หรือสมัยนี้ทุจริตกว่าสมัยนั้นคงไม่ใช่ เพราะแต่ละเรื่องจะต้องดูความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อแผ่นดิน ดังนั้น ถ้าถามป.ป.ช.ก็ตอบได้ยาก&amp;rdquo;พล.ต.อ.วัชรพล กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9472</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอร์รัปชัน, ทุจริต, ปปช., พล.ต.อ.วัชรพล, โกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180518/image_big_5afea4d407789.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8590</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2018 13:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2018 12:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาวแบงก์ ธ.ก.ส.ฉาว! โกงเงินลูกค้ากว่า 12 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค.2561 - &amp;nbsp;ชาวบ้านอำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนมกลุ่มหนึ่งได้ร้องเรียนสื่อมวลชนว่า ถูกสาวแผนกสินเชื่อของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม โกงเงินลูกค้ารวมแล้วกว่า 12 ล้านบาท มีการแจ้งความไว้ที่ สภ.ท่าอุเทน ตั้งแต่เดือน ก.ย.2560 แต่ถึงวันนี้คดียังไม่คืบหน้า โดยสาขาต้นสังกัดยังคงส่งใบแจ้งเรียกเก็บหนี้กับลูกค้าอย่างปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางประหยัด เจริญราษฎร์ อายุ 41 ปี บ้านเลข 33 หมู่ 3 ต.ท่าอุเทน เป็นแกนนำพาชาวบ้านพน้อมเอกสารใบแจ้งหนี้และสำเนาใบแจ้งความของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เผยว่าในฐานะเป็นลูกค้า ธ.ก.ส.สาขาท่าอุเทน มีการรวมกลุ่มกันไม่น้อยกว่า 10 คน เพื่อเสนอขอกู้เงินโดยใช้วิธีค้ำประกันกันไปมา มีน.ส.ศศิธร หรือปุ๋ย หอมดวง อายุ 36 ปี คน อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสินเชื่อของ ธ.ก.ส.กว่า 5 ปี คอยบริการเรื่องต่างๆให้ทุกอย่าง ประมาณเดือน มี.ค.2560 กลุ่มได้ยื่นเรื่องขอกู้เงินขั้นต่ำคนละ 20,000 - 250,000 บาท มีการเซ็นสัญญาจะทำกันบนชั้น 2 ของอาคาร ธ.ก.ส.ท่าอุเทน &amp;nbsp;ซึ่งจะมีพนักงานนั่งทำงานอยู่ 5 คน หนึ่งในนั้นก็คือ น.ส.ศศิธรด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางประหยัดเล่าต่อว่าได้ขอกู้เงินแค่ 50,000 บาท แต่เมื่อเรื่องแดงขึ้นมา กลับมียอดหนี้มากถึง 400,000 บาท ขณะที่คนอื่นในกลุ่มก็กู้มากบ้างน้อยบ้างคละเคล้ากัน โดย น.ส.ปุ๋ยจะนัดลูกค้ามารับเงินที่ธนาคาร แต่นัดจะไม่ตรงกัน บางคนเซ็นชื่อรับเงินไปก่อนครึ่งหนึ่ง เงินส่วนที่เหลือ น.ส.ปุ๋ยอ้างจะนำไปส่งให้ที่บ้าน &amp;nbsp;เช่น นางสินธ์ มณีลุน อายุ 57 ปี บ้านเลขที่ 39 หมู่ 11 บ้านปากทวย ต.เวินพระบาท อ.ท่าอุเทน ขอกู้ 80,000 บาท ไปเซ็นรับเงินที่ธนาคารในตอนเช้า น.ส.ปุ๋ยจ่ายให้แค่ 50,000 บาท อ้างว่าที่เหลือจะเอามาให้ถึงบ้าน ตอนบ่ายในวันเดียวกัน น.ส.ปุ๋ยก็มาขอเงิน 50,000 บาทคืน อ้างจะเอาไปส่งคืนธนาคาร แล้วจะทำเรื่องเบิกใหม่ให้ครบ &amp;nbsp;80,000 บาทเต็ม ด้วยความไว้วางใจจึงมอบเงินจำนวนดังกล่าวคืน &amp;nbsp;และ น.ส.ปุ๋ยนัดไปรับเงินอีกครั้งในวันที่ 21 เม.ย.2560 ซึ่งได้รับเงิน 80,000 บาทจริง แต่ปรากฏยอดหนี้เป็นเงิน 130,000 บาท และได้พยายามสอบถาม น.ส.ปุ๋ยก็บ่ายเบี่ยงอ้างว่าระบบข้อมูลผิดเดี๋ยวจะแก้ไขให้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางเสมอ กิติศรีวรพันธุ์ ขอกู้ 240,000 บาท น.ส.ปุ๋ยนำเงินมามอบให้ 120,000 บาท ที่เหลืออ้างเอาไปปิดหนี้เก่า แล้วจะเอาใบเสร็จมาส่งให้ที่บ้าน หลังเกิดเรื่องไปขอดูยอดหนี้ น.ส.ปุ๋ยไม่ได้ชำระหนี้แต่อย่างใด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นางไคศรี ยะสา อายุ 60 ปี บ้านเลขที่ 36 หมู่ 7 บ้านกุดสะกอย ต.โนนตาล มีหนี้อยู่กับ ธ.ก.ส. 500,000 บาท ส่งต้นและดอกเบี้ยสม่ำเสมอ ต่อมาได้ทำประกันชีวิตให้ลูกสาวที่ไปทำงานต่างประเทศปีละ 12,000 บาท จ่ายเบี้ยประกันทุกปีไม่เคยขาด ภายหลัง น.ส.ปุ๋ยอาสารับเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยและเงินประกันชีวิตส่งธนาคารแทน จึงมอบเงินให้ไปครั้งละ 47,000 บาท ปรากฏว่าลูกสาวประสบอุบัติเหตุระหว่างทำงานนิ้วขาด 3 นิ้ว จึงยื่นเรื่องขอสินไหมจาก ธ.ก.ส. พนักงานคนหนึ่งบอกว่าไม่ได้ส่งเบี้ยประกันมาหลายปีแล้ว จึงหมดสิทธิ์ในการจะได้สินไหมทดแทน และเงินที่ใช้หนี้ก็ยังเหมือนเดิม น.ส.ปุ๋ยไม่ได้นำมาชำระหนี้ให้แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางประหยัดกล่าวต่อว่า หลังมีการรับเงินก็ยังไม่ได้ใบแจ้งยอดหนี้ จนถึงเดือน ส.ค.2560 ผู้ใหญ่บ้านมาบอกให้ไปดูยอดหนี้ที่ธนาคาร เพราะ น.ส.ศศิธรหรือปุ๋ยปฏิบัติหน้าที่ทุจริต จึงชักชวนเพื่อนในกลุ่มพากันไปขอดู แต่ละคนเห็นยอดหนี้ถึงกับเป็นลม เพราะมียอดหนี้สูงเกินจริงทุกราย ระหว่างเกิดเรื่อง ธ.ก.ส.ก็ไม่ได้แจ้งความใดๆ แค่สั่งย้าย น.ส.ปุ๋ยไปประจำอยู่ที่สาขานครพนมแทน ซึ่งเห็นความไม่ชอบมาพากลจึงโทรศัพท์ไปบอกนักจัดรายการสถานวิทยุคลื่นหนึ่ง ให้ออกข่าวว่ามีพนักงานสินเชื่อ ธ.ก.ส.สาขาท่าอุเทน โกงเงินลูกค้า และธนาคารยังเพิกเฉย จากนั้น น.ส.ปุ๋ยก็หายหน้าหายตาไปเลย จึงพากันแจ้งความในข้อหาฉ้อโกงประชาชนไว้ที่ สภ.ท่าอุเทน รวมผู้เสียหาย 39 ราย มูลค่ากว่า 12 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.นิรมล กิติศรีวรพันธุ์ &amp;nbsp;อายุ 38 ปี ครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ท่าอุเทน ซึ่งเป็นลูกสาวของนายจรูญ กิติศรีวรพันธุ์ อายุ 70 ปี เผยว่าพ่อมียอดหนี้ 50,000 บาท ก่อนหน้านี้พ่อได้มอบเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยให้ น.ส.ปุ๋ยไปปิดหนี้ แต่ไม่ได้นำเงินไปชำระหนี้ พ่อจึงมียอดหนี้เหมือนเดิม หลัง น.ส.ปุ๋ยถูกย้ายไปอยู่ที่ ธ.ก.ส.นครพนม ได้ไปนั่งประจันกันแล้วซักถามข้อเท็จจริง ว่าโกงเงินนับสิบล้านบาทไปทำอะไร น.ส.ปุ๋ยสารภาพว่าติดการพนันอย่างหนัก โดยจะข้ามไปเล่นการพนันที่บ่อนคาสิโนในประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อไม่มีเงินก็ซิกแซกเอาเงินลูกค้าไปเล่นจนหมดตัว และจะกลับบ้านไปขายนามาใช้หนี้คืน ถึงปัจจุบัน น.ส.ปุ๋ยปิดเครื่องไม่สามารถติดต่อได้ ขณะที่ ธ.ก.ส.ก็ไม่ยอมให้ความกระจ่าง อ้างว่าต้องรอทางส่วนกลางมาสอบสวน มีมาสอบปากคำแล้วไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง ทุกอย่างก็ยังเงียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทางตำรวจก็อ้างว่าออกหมายจับไปแล้ว จึงอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8590</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้เงิน, ท่าอุเทน, ธ.ก.ส., ธนาคาร, นครพนม, แจ้งความ, โกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180506/image_big_5aee8cd30c60f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2018 13:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2018 13:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิชัย&#039; ย้อนเกล็ด &#039;บิ๊กป็อก&#039; ประชาชนไม่ได้เลือกแต่โกงมากกว่าจะทำยังไง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เม.ย. 61- นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;แล้วที่ไม่ใช่นักการเมือง ประชาชนไม่ได้เลือกแต่โกงมากกว่าจะทำยังไง?&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การโพสต์ของนายพิชัย &amp;nbsp;สืบเนื่องจากพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงกรณีกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.ตร.) ตรวจพบการฮั้วประมูลรถขยะ รถดูดโคลน ที่ขายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 33 แห่ง ว่า หากเป็นเรื่องเก่าที่มีมาก่อนหน้านี้จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย ยืนยันไม่ละเว้น อยากเรียนสังคมว่าหากตรวจเจอทุจริตมากและลงโทษได้เราน่าจะดีใจว่าสามารถจับการคอร์รัปชั่นได้ เพราะเขาต้องรับโทษที่รุนแรง ทั้งทางอาญา แพ่ง และวินัย ถ้าไม่เจอเป็นเรื่องที่น่ากลุ้มใจมากกว่า อยากให้รู้ว่าบ้านเมืองมีขื่อมีแปใครทำต้องรับผิดชอบ ต่อไปขอให้เป็นบรรทัดฐาน ไม่ฉ้อราษฎร์บังหลวง ถ้าทุจริตวันหนึ่งจะต้องตรวจเจอจนได้ และมีผลต่อตนเองและครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมขอพูดอะไรหน่อยได้ไหม ท้องถิ่นนั้นใครเป็นผู้เลือก ต้องไปถามประชาชน แล้วท่านเลือกมาได้อย่างไรเขาถึงเข้ามาโกง ท่านก็อยากเลือกอย่างนั้นอีกก็แล้วกัน ถ้าจะสร้างประเทศให้เข้มแข็งจริงๆ ถ้าจะเลือกนักการเมือง ก็อย่าเลือกให้เขาเข้ามาโกงก็แล้วกัน&amp;rdquo; พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6346</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กป็อก, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, พิชัย, มท.1, เลือกตั้ง, โกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180311/image_big_5aa4e515531f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
