<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17784</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2018 17:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2018 17:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนักกว่าโกงคนจน!จี้สอบอมเงินคนพิการ ทำรัฐเสียหาย1,500ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;17 ก.ย.61 - ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นายปรีดา ลิ้มนนทกุล ประธานเครือข่ายพิทักษ์สิทธิคนพิการ เข้ายื่นหนังสือต่อ นายอัญญะรัฐ เอ่งฉ้วน ผู้อำนวยการสำนักคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ขอให้ตรวจสอบการละเมิดสิทธิและปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมกับคนพิการ โดยนายปรีดา กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้คนพิการมีงานทำสามารถพึ่งพาตัวเองได้ไม่เป็นภาระแก่สังคมจึงมีพ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2550 มาตรา 33กำหนดให้สถานประกอบการที่มีการจ้างงานตั้งแต่ 100 คนขึ้นไปต้องจ้างคนพิการ 1 คน หากสถานประกอบการใดไม่สะดวกจะจ้างงานคนพิการตามมาตรา 35 กำหนดให้จ่ายเงินสมทบเพื่อเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ตามสัดส่วนที่ต้องจ้างจริง จากการตรวจสอบพบว่าคนพิการได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นมาตรา 33 ระบุตัวเลขคนพิการถูกจ้างงานจำนวน&amp;nbsp; 25,000 คน แต่มีการทำงานจริงแค่ 20,000 คน ส่วนที่เหลืออีก 5,000 คน นอนอยู่กับบ้านเฉยๆไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิได้รับสวัสดิการการจ้างงานเดือนละ 9,500 บาท จึงถูกสมาคมคนพิการและมูลนิธิช่วยเหลือคนพิการต่างๆหักหัวคิวโดยจ่ายให้คนพิการเพียงเดือนละ 500 &amp;ndash; 3,000&amp;nbsp;&amp;nbsp; บาท ทั้งนี้ประมาณการว่าความเสียหายที่เกิดจากมาตรา 33 ประมาณ 500 ล้านบาทต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นายปรีดา กล่าวอีกว่า&amp;nbsp; นอกจากนี้ในมาตรา 35 ที่กำหนดให้สถานบริการที่ไม่ประสงค์จะจ้างานคนพิการโดยให้จ่ายเงินค่าจ้างสมทบให้กับกองทุนฯ เป็นช่องทางทำให้เกิดการคอรัปชั่น 1,000 ล้านบาทต่อปี โดยช่องทางนี้สมาคมและมูลนิธิต่างๆจะเป็นผู้รวบรวมรายชื่อคนพิการจากจังหวัดต่างๆ ส่งไปยังกรมส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกรมจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เพื่อเสนอโครงการจัดอบรมฝึกอาชีพให้กับคนพิการ ซึ่งช่องทางดังกล่าวเพื่อให้เกิดการทุจริตทั้งค่าจ้างวิทยากรและเงินในการจัดฝึกอบรมเช่น ตั้งเบิกค่าวิทยากร 300,000 บาท จ่ายจริง 30,000 บาท หรือโครงการอบรม 6 เดือน ดำเนินการจริงแค่ 3 เดือน&amp;nbsp; บางจังหวัดค่าราชการ ขอหัวคิวคนพิการหัวละ 9,500 ต่อปี แลกกับการอนุมัติจัดฝึกอบรมทุกโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;quot;การทุจริตเงินคนพิการจาก มาตรา 33 และ 35 สร้างความเสียหายถึง 1,500 ล้านบาทต่อปี คนพิการที่ผ่านการฝึกอบรมอาชีพต้องได้รับเงิน 109,500 บาท ต่อปี แต่คนพิการไม่รู้สิทธิของตัวเอง เพราะคนพิการที่มีศึกษาระดับปวช.-ปริญญาเอกมีไม่ถึง 30,000 คน การทุจริตดังกล่าวจึงมีความเสียหายมากกว่าการโกงเงินคนจน เพราะตัวเลขคนพิการทั่วประเทศมากกว่า 1.7 ล้านคน เงินกองทุนส่งเสริมคนพิการจึงมีมากถึง 6,000 ล้านบาทต่อปี โดยที่ผ่านมาผมพยายามจะต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมจนถูกข่มขู่คุกคามหลายรูปแบบ คนพิการที่เคยร่วมต่อสู้ด้วยกันมาก็ถูกอุ้มขึ้นรถตู้ไปเจรจาให้รับเงิน 20,000 แลกกับการเส้นยินยอมไม่ดำเนินคดี จึงเชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปสนับสนุนหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ&amp;quot; นายปรีดา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17784</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, กสม., คนพิการ, ทุจริต, โกงคนพิการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180917/image_big_5b9f7f4074159.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
