<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97196</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งอุดช่องโกงคนละครึ่ง หลังสงกรานต์สรุปเฟส3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;คลังขอเวลาอุดช่องโหว่ทุจริต &amp;quot;คนละครึ่ง&amp;quot; ก่อนลุยเฟส 3 คาดหลังสงกรานต์ได้ข้อสรุป &amp;quot;เราชนะ-คนละครึ่ง-เราเที่ยวด้วยกัน&amp;quot; เงินสะพัด 1.5 แสนล้าน รัฐบาลเตือนหยุดโกง ฮึ่มตัดสิทธิ์ดำเนินคดีแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 มีนาคม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงความคืบหน้าของโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 ว่าต้องขอเวลาระยะหนึ่งในการพิจารณารายละเอียดของโครงการ เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่ามีกรณีการเอาเปรียบเรื่องการใช้จ่ายของประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ จึงต้องไปดูว่าจะดำเนินการแก้ไขปรับปรุงส่วนนี้อย่างไรเพื่อปิดช่องโหว่ ทำให้ต้องใช้เวลา รวมทั้งต้องมีการพิจารณาถึงดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจด้วยว่าเริ่มมีการฟื้นตัวมากแค่ไหน ประชาชนในระดับล่างมีการใช้จ่ายเป็นอย่างไร ดังนั้นโครงการจึงอาจต้องทิ้งช่วงไประยะหนึ่ง นอกจากนี้ ปัจจุบันรัฐบาลมีการดำเนินโครงการ ม33เรารักกัน และโครงการเราชนะอยู่ ซึ่งเป็นโครงการที่สนับสนุนให้ประชาชนในระดับฐานรากยังมีวงเงินสำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้ จึงยังไม่ต้องเร่งรีบในการพิจารณาโครงการคนละครึ่ง เฟส 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.การคลังยังกล่าวถึงโครงการช่วยเหลือและเยียวยาข้าราชการว่า ทุกอย่างเป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรีเคยให้ข่าวไปก่อนหน้านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า จะมีมาตรการคนละครึ่ง เฟส 3 ออกมาอย่างแน่นอน โดยอยู่ระหว่างศึกษา และคาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้ภายในเดือน เม.ย.นี้ หลังสงกรานต์ เบื้องต้นจะให้ผู้ที่ได้รับสิทธิ์แล้วเข้าไปยืนยันตัวตนอีกครั้งก่อนใช้งาน และไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ นอกจากนี้ กำลังพิจารณาถึงการขยายฐานผู้ใช้งาน&amp;nbsp; จากปัจจุบันมีฐานผู้ใช้จากมาตรการคนละครึ่ง ระยะที่ 1 และ 2 รวมกันประมาณ 15 ล้านราย ขณะที่ความชัดเจนที่จะสามารถนำมาใช้จ่ายได้ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่จะเสนอคณะรัฐมนตรี จึงยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เม็ดเงินที่จะออกมาในระบบเศรษฐกิจจะไม่ทับซ้อนกับมาตรการที่มีอยู่แล้ว เช่น มาตรการ &amp;quot;เราชนะ&amp;quot; หรือมาตรการ &amp;quot;เรารักกัน&amp;quot; ที่จะสามารถใช้จ่ายได้ถึง 31 พ.ค. โดยงบประมาณที่จะใช้ดำเนินโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 จะมาจาก พ.ร.ก.กู้ฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ยังเหลืออยู่ประมาณกว่า 2 แสนล้านบาท ทั้งนี้ คาดว่าโครงการคนละครึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ร้อยละ 0.8 และผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศทั้งปี ขยายตัวร้อยละ 2.8
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการคลังรายงานความคืบหน้าโครงการเราชนะ ณ วันที่ 23 มี.ค.2564 พบว่ากลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.7 ล้านคน กลุ่มที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของแอปพลิเคชัน &amp;quot;เป๋าตัง&amp;quot; ในโครงการเราเที่ยวด้วยกันและคนละครึ่ง กลุ่มที่ลงทะเบียนเว็บไซต์เราชนะ และกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ รวม 32.4 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 150,319 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; เปิดเผยว่า ที่ผ่านมายังมีประชาชนและผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการเยียวยาและกระตุ้นเศรษฐกิจที่กระทำการทุจริต ดังนั้นกระทรวงการคลังจึงได้มีการจัดตั้งคณะทำงานพิจารณาตรวจสอบข้อมูลเรื่องอุทธรณ์สำหรับโครงการคนละครึ่ง และคณะทำงานพิจารณาตรวจสอบข้อมูลเรื่องร้องเรียนสำหรับโครงการเราชนะอย่างจริงจัง ในกรณีที่มีพฤติกรรมการใช้จ่ายวงเงินตามสิทธิ์ที่ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ เช่น การแลกวงเงินสิทธิ์เป็นเงินสด เป็นต้น โดยเปิดช่องทางให้ประชาชนสามารถร้องเรียนผ่าน e-mail หรือไปรษณีย์ เพื่อตรวจสอบ รวมทั้งร่วมมือกระทรวงพาณิชย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากพบว่ากระทำความผิดจริง จะดำเนินการระงับสิทธิแอปพลิเคชันถุงเงิน เครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้สั่งการและกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ติดตามตรวจสอบพฤติกรรมดังกล่าวอย่างจริงจัง เนื่องจากการกระทำผิดดังกล่าวขัดต่อวัตถุประสงค์ของรัฐบาลที่ต้องการช่วยเหลือเยียวยา ลดภาระค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ควบคู่ไปกับการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ที่ผู้ค้ารายย่อยและผู้บริการทั่วๆ ไปจะได้ดำเนินกิจกรรมต่อไปได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97196</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตัดสิทธิ์ดำเนินคดี, ทุจริตคนละครึ่ง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุดช่องโหว่ทุจริต, เราชนะ-คนละครึ่ง-เราเที่ยวด้วยกัน, โกงคนละครึ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605b50c1b1cb8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82793</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2020 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2020 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังฟันร้านโกงคนละครึ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ย. 2563 เวลา 13.00 น. นายอรรถพล อรรถวรเดช รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้เข้าพบ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผบก.ปอศ.) นำส่งข้อมูลสำหรับใช้ในการสืบสวนสอบสวนและแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีกับร้านค้าจำนวน 3 ราย ณ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล กล่าวว่า กระทรวงการคลังได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาตรวจสอบข้อมูลและเรื่องอุทธรณ์สำหรับโครงการคนละครึ่งเพื่อดำเนินการตรวจสอบพิจารณาและวินิจฉัยการกระทำที่อาจเข้าข่ายผิดเงื่อนไขโครงการ ซึ่งในขณะนี้พบว่ามีร้านค้าจำนวน 3 ร้านค้า มีเหตุอันควรสงสัยว่าเข้าข่ายไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขของโครงการคนละครึ่ง ซึ่งคณะทำงานฯ ได้ดำเนินการระงับสิทธิการใช้แอปพลิเคชันถุงเงิน และระงับการจ่ายเงินให้แก่ร้านค้าดังกล่าวแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กระทรวงการคลังและธนาคารกรุงไทยได้มีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิดเพื่อติดตามตรวจสอบพฤติกรรมหรือธุรกรรมที่ผิดปกติ ซึ่งหากตรวจสอบพบการใช้จ่ายที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขโครงการ จะมีการระงับการใช้แอปพลิเคชันและระงับการจ่ายเงินร้านค้าทันที จึงขอเตือนประชาชนและร้านค้าโปรดอย่าหลงเชื่อการเชิญชวนตามโฆษณาผ่านช่องทางต่างๆ ที่เป็นการดำเนินการผิดเงื่อนไขโดยไม่มีการใช้จ่ายซื้อสินค้าจริงอย่างเด็ดขาด เพราะอาจตกเป็นเหยื่อในการสนับสนุนให้เกิดการกระทำความผิดซึ่งจะมีโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี โครงการคนละครึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อลดค่าครองชีพของประชาชนและกระจายรายได้ให้กับร้านค้ารายย่อยโดยเฉพาะหาบเร่แผงลอยให้มีรายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้น ซึ่งขณะนี้โครงการได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี โดยข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 4 พ.ย. 2563 เวลา 12.00 น. มียอดใช้จ่ายสะสม 5,815.37 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 2,966.46 ล้านบาท และรัฐช่วยจ่ายอีก 2,848.91 ล้านบาท จึงขอความร่วมมือประชาชนและร้านค้าให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการ อย่าให้มีการดำเนินการไปในทางมิชอบ เพื่อมิให้ทำลายบรรยากาศของการดำเนินโครงการคนละครึ่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82793</URL_LINK>
                <HASHTAG>สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.), อรรถพล อรรถวรเดช, โกงคนละครึ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201104/image_big_5fa27332808f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
