<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78999</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2020 19:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2020 19:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สปสช.บอกเลิกคลินิกเอกชนเพิ่มอีก 108แห่ง รวมยอดตรวจพบทุจริต 190แห่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.การุณย์ คุณติรานนท์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29ก.ย.63 -นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) &amp;nbsp;กล่าวว่า สปสช. ได้ตรวจสอบหน่วยบริการเอกชน (คลินิกและ รพ.เอกชน) ล็อตที่ 3 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยได้แจ้งความและยกเลิกสัญญากับหน่วยบริการเอกชนจำนวน 108 แห่ง มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นต้น หลังจากที่ได้ดำเนินการรกับคลินิกเอกชน 2 ล็อต แรก จำนวน 18 แห่ง และ 64 แห่ง ซึ่งในจำนวนประชาชนที่ลงทะเบียนเลือกหน่วยบริการดังกล่าวนั้น มีประชาชนสิทธิบัตรทองประมาณ 3 - 4 แสนคน ที่เข้ารับบริการและได้รับผลกระทบ เป็นกลุ่มที่ สปสช. ต้องเร่งดูแลและอำนวยความสะดวกให้ได้มากที่สุดภายใต้บริการที่จำกัดของหน่วยบริการที่มีอยู่ โดยให้เข้ารับบริการต่อเนื่องได้ที่หน่วยบริการรัฐ และ รพ.เอกชน ในระบบบัตรทองได้ ไม่ต้องลงทะเบียนหน่วยบริการประจำ ไม่ต้องมีใบส่งตัวและไม่เสียค่าใช้จ่าย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของผู้ป่วยเร่งด่วน อาทิ ผู้ป่วยไตวาย ผู้ป่วยผ่าตัด หญิงตั้งครรภ์ เป็นต้น สปสช.ได้ติดต่อและประสานไปยังโรงพยาบาลในการรักษาต่อเนื่อง รวมถึงกลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวี ซึ่ง สปสช.ได้ประสานกับศูนย์บริการสาธารณสุขในการเข้ารับบริการและยาต่อเนื่อง เช่นเดียวกับกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.การุณย์ คุณติรานนท์ รองเลขาธิการ สปสช. &amp;nbsp;กล่าวว่า เรื่องนี้เกิดจากการทุจริตและทำเป็นกระบวนการ เมื่อขยายการตรวจสอบทำให้พบหน่วยบริการที่มีความผิดคล้ายกัน ทำให้ สปสช. ต้องดำเนินการเป็นมาตรฐานเดียว ทั้งคลินิกเอกชน 18 แห่ง 64 แห่ง และ 108 แห่ง โดย สปสช.ได้ตรวจสอบคลินิกเอกชนที่ร่วมคลินิกชุมชนอบอุ่นเรียบร้อยแล้ว และคงไม่มีมากกว่านี้ ซึ่ง สปสช.จำเป็นต้องดำเนินการเพื่อไม่ให้ประชาชนถูกละเมิดสิทธิในการรักษาและคัดกรอง รวมถึงเงินภาษีของประชาชน แม้ว่าจะทำให้ให้ประชาชนขาดหน่วยบริการประจำดูแล แต่สิทธิบัตรทองของท่านยังอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้สิทธิบัตรทองยังอยู่ ไม่ได้ถูกยกเลิก เพียงแต่ประชาชนจำนวนหนึ่งไม่มีหน่วยบริการประจำหรือหน่วยบริการรับส่งต่อ เป็นสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่เข้ารับบริการที่ใดก็ได้ ซึ่งมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบ 3 แสนคน ส่วนอีก 1.7 ล้านคนยังไม่มีผลกระทบ โดยขอให้ประชาชนส่วนนี้ยังไม่ต้องเร่งลงทะเบียนเลือกหน่วยบริการใหม่ที่หน่วยบริการ เพราะจะทำให้หน่วยบริการเกิดความหนาแน่นและการบริการล่าช้าได้ หากต้องการตรวจสอบสิทธิสามารถทำผ่านระบบออนไลน์ได้ ทั้งนี้ สปสช.อยู่ระหว่างการเปิดรับสมัครหน่วยบริการใหม่ทดแทน โดยลดขั้นตอนและปรับเกณฑ์การประเมินที่เหมาะสม ไม่กระทบต่อคุณภาพ ซึ่งเมื่อได้หน่วยบริการแล้วจะเปิดให้ประชาชนเลือกหน่วยบริการประจำได้&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายจิรวุสฐ์ สุขได้พึ่ง ประธานอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีหน่วยบริการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขเกินจริง กล่าวว่า จากการตรวจสอบคลินิกเอกชนในรอบแรก 18 แห่ง ทำให้ สปสช.ต้องขยายการตรวจสอบ รวมถึงคลินิกเอกชนที่เหลือ 108 แห่ง และพบว่ามีพฤติการณ์เช่นเดียวกันที่เป็นการเบิกจ่ายเท็จ การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดอาญา เพราะเป็นเจตนาทำผิดโดยทำเอกสารเบิกเท็จ ไม่ใช่ความผิดพลาด เป็นการทุจริตเงินภาษีประชาชน สปสช.จึงต้องแจ้งความคลินิกเอกชนทั้งหมด โดยดำเนินการกับ 1.ผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาล 2.ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลที่เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม และ 3.ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ขณะเดียวกัน สปสช. เองต้องยกเลิกคลินิกเหล่านี้จากระบบเพราะเป็นการทำผิดสัญญา ทำให้ความเป็นหน่วยบริการของคลินิกในระบบสิ้นสุดลง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การบอกเลิกสัญญากับคลินิกเอกชน 108 แห่ง แม้ประชาชนได้รับผลกระทบไม่มีหน่วยบริการประจำก็จำเป็นต้องทำ เพราะไม่เช่นนั้นทั้ง สปสช. และคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) จะถือเป็นปฏิบัติสองมาตรฐาน ซึ่ง สปสช.กำลังแก้ไขปัญหาและเยียวยาผลกระทบอยู่&amp;rdquo; นายจิรวุสฐ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78999</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สปสช., 108คลินิกทุจริตบัตรทอง, โกงบัตรทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200929/image_big_5f7316b2d47c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77847</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2020 19:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2020 16:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บัตรทองอ่วม โกงกันแหลก เจออีก64&quot;คลินิก-รพ.&quot; เตรียมตรวจอีก107แห่ง แจงแนวทางเยียวยาผู้มีสิทธิ8แสนราย ใช้บริการที่ไหน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 ก.ย.63- ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ - นพ.การุณย์ คุณติรานนท์ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสฃ.) พร้อมด้วย ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สปสช. ร่วมแถลงข่าวชี้แจงแนวทางรองรับการดูแลประชาชนที่มีสิทธิหลัก บัตรทอง ประมาณ 8 แสนราย ที่ได้รับผลกระทบจากกรณีสปสช. เตรียมบอกยกเลิกสัญญาการให้บริการสาธารณสุขของคลินิกชุมชนอบอุ่นและโรงพยาบาลที่กระทำผิดสัญญา ในการเบิกจ่ายเงิน &amp;nbsp;64 แห่ง ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 18 ก.ย. 2563 เป็นต้นไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.การุณย์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้จากการยกเลิกสัญญาการให้บริการคลินิกชุมชนอบอุ่น 18 แห่ง ที่พบการทำผิดสัญญาการให้บริการสาธารณสุขในระบบ เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2563 มีประชาชนผู้มีสิทธิบัตรทองได้รับผลกระทบประมาณ 2 แสนราย โดย สปสช.ได้ดำเนินการอย่างรอบคอบเพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด แต่เมื่อได้มีการขยายการตรวจสอบคลินิกเพิ่มเติมตามมติบอร์ด เมื่อวันที่ 29 ก.ค.สปสช. พบว่า มี 66 คลินิกที่พบข้อหลักฐานสงสัยการเบิกจ่ายที่ไม่ถูกต้อง และเมื่อดำเนินการตรวจสอบแล้วพบว่ามีคลินิก 64 แห่ง ที่กระทำไม่ถูกต้อง ต้องยกเลิกสัญญา ซึ่งมีประชาชนผู้มีสิทธิประมาณ 8 แสนคน ที่ขึ้นทะเบียนสิทธิในคลินิกเหล่านั้น ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกสัญญาดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนมาตรการที่เตรียมรองรับ สปสช. ได้ประสานไปยังหน่วยบริการในพื้นที่ กทม. ไว้แล้ว โดยให้ประชาชนผู้มีสิทธิไปรับบริการที่หน่วยบริการใน กทม. ที่ร่วมเป็นหน่วยบริการบัตรทองใดก็ได้ ในระหว่างที่ สปสช. พยายามหาผู้ประกอบการคลินิกรายใหม่ทดแทน โดย สปสช. เขต 13 กทม. ได้เตรียมระบบรองรับ ซึ่งในส่วนของเวชระเบียนประชาชนสามารถขอได้ที่คลินิก หรือที่ศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่ กทม. &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.การุณย์ กล่าวว่า สำหรับภาพรวมการตรวจสอบคลินิกเอกชนที่พบปัญหาหลักฐานเท็จเบิกจ่าย เริ่มแรก สปสช. ได้ตรวจสอบคลินิก 45 แห่ง พบคลินิกเบิกค่าบริการเกินจริง 18 แห่ง คลินิกทันตกรรม 2 แห่ง และคลินิกแล็บ (ไม่ได้อยู่ในระบบบัตรทอง) 2 แห่ง ต่อมาได้ขยายผลตรวจสอบเพิ่มเติมคลินิก 86 แห่ง พบคลินิกเบิกจ่ายค่าบริการเกินจริง 66 แห่ง มีพฤติการณ์เหมือนคลินิก 18 แห่ง แต่จำนวนการเบิกจ่ายน้อยกว่า ในจำนวนนี้เป็นคลินิกเอกชน 53 แห่ง ทันตกรรม 3 แห่ง และโรงพยาบาล 10 แห่ง และขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบอีก 107 แห่ง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน ทพ.อรรถพร กล่าวว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนผู้มีสิทธิ มีกลุ่มผู้ป่วยที่ต้องประสานอย่างเร่งด่วนใน 4 กลุ่ม คือ กลุ่ม 1 ผู้ป่วยที่เข้ารับบริการในคลินิกชุมชนอบอุ่น และผู้ป่วยที่รับบริการในโรงพยาบาลส่งต่อ ซึ่งในจำนวนนี้มีส่วนหนึ่งมีคิวรอผ่าตัดล่วงหน้า โดย สปสช. เขต 13 กทม. ได้ขอรายชื่อและประสานส่งต่อโรงพยาบาลในระบบเพื่อให้การรักษาต่อเนื่องแล้ว กลุ่ม 2 เป็นกลุ่มที่ยังรักษาตัวเป็นคนไข้ในโรงพยาบาล กลุ่มที่ 3 หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 32 เดือน ใกล้คลอดแล้ว และกลุ่มที่ 4 คนไข้ฟอกไตต่อเนื่อง ซึ่งทั้งหมด สปสช.ได้เร่งดำเนินการและประสานหน่วยบริการรองรับแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในส่วนของผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อาทิ เบาหวาน ความดัน เป็นต้น สปสช. เขต 13 กทม. อยู่ระหว่างการประสานหาหน่วยบริการใหม่ให้เช่นกัน รวมถึงประชาชนผู้มีสิทธิที่ขึ้นทะเบียนยังหน่วยบริการดังกล่าว สำหรับกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินรวมถึงอุบัติเหตุ ประชาชนยังสามารถใช้สิทธิเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต หรือ UCEP ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามด้วยจำนวนผู้ป่วยที่มีมาก อาจมีบางส่วนอาจยังไม่ได้รับการติดต่อและประสานเพื่อแก้ไขปัญหา ขอให้ติดต่อมาที่สายด่วน สปสช. 1330 ได้ ซึ่งขณะนี้ สปสช. ได้เตรียมคู่สายรองรับ 60 คู่สายแล้ว แต่ด้วยจำนวนประชาชนขณะนี้ที่โทรเข้ามามาก ทำให้อาจยังติดต่อไม่ได้ ซึ่ง สปสช. ยังมีช่องทางติดต่ออื่น โดยสามารถส่งข้อความผ่าน Facebook สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือผ่านทางไลน์ โดย สปสช. ได้เปิดไลน์ใหม่เฉพาะ ID LINE : 1330_2 &amp;nbsp;ขอให้ส่งข้อมูล ชื่อ เลขที่บัตรประชาชน ปัญหาที่ได้รับผลกระทบ และเบอร์ติดต่อกลับ โดยทางเจ้าหน้าที่ 1330 จะโทรกลับไปเพื่อประสานในการแก้ไขปัญหาโดยเร็วต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การยกเลิกสัญญากับคลินิกที่กระทำผิดสัญญาในครั้งนี้ ยอมรับว่าทำให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง โดย สปสช. ได้พยายามเร่งแก้ไขปัญหาแล้ว แต่ต้องย้ำว่าไม่ใช้คลินิกเอกชนทุกแห่งที่ให้บริการบัตรทองทุจริต ยังมีคลินิกดีๆ ที่ให้บริการที่ดีและยังคงให้บริการดูแลผู้มีสิทธิบัตรทองอยู่&amp;rdquo; รองเลขาธิการ สปสช. กล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้แนวทางบรรเทาผลกระทบประชาชนในการเข้ารับบริการสาธารณสุขกรณี 64 หน่วยบริการถูกยกเลิกสัญญา มีดังนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.กรณีเจ็บป่วยทั่วไปหรือมีแผนการรักษาพยาบาลกับหน่วยบริการทั้ง 64 แห่ง ประชาชนกลุ่มดังกล่าวสามารถเข้ารับบริการรักษาพยาบาลต่อเนื่องได้ที่หน่วยบริการภาครัฐและเอกชน ได้แก่ โรงพยาบาลของรัฐ โรงพยาบาลเอกชนในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และศูนย์บริการสาธารณสุขใกล้บ้าน ได้โดยไม่ต้องใช้หนังสือส่งตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.สำหรับกรณีผู้ป่วยที่มีหนังสือส่งตัวเดิมเพื่อไปรักษาที่โรงพยาบาลรับส่งต่อ สามารถเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลรับส่งต่อเดิมได้โดยไม่ต้องใช้หนังสือส่งตัว แต่หากโรงพยาบาลรับส่งต่อเดิมนั้นถูกยกเลิกสัญญาด้วย ก็สามารถเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลของรัฐใกล้บ้านได้โดยไม่ต้องใช้หนังสือส่งตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน ประชาชนสามารถเข้ารับบริการรักษาพยาบาลได้ที่หน่วยบริการภาครัฐและและเอกชน ได้แก่ โรงพยาบาลของรัฐ ศูนย์บริการสาธารณสุข โรงพยาบาลเอกชนที่อยู่ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือหากเป็นภาวะเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติเข้าเกณฑ์เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติมีสิทธิทุกที่ หรือ UCEP (Universal Coverage for Emergency Patients) ก็สามารถเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลเอกชนใกล้บ้านได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.กรณีผู้ป่วยที่ยังนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล ที่ถูกประกาศยกเลิกสัญญา แต่ยังไม่สิ้นสุดแผนการรักษา ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะใช้สิทธินอนรักษาต่อเนื่องได้จนอาการดีขึ้น แพทย์พิจารณาแล้วอนุญาตให้กลับบ้านได้ โดยโรงพยาบาลยังเบิกค่าใช้จ่ายกรณีผู้ป่วยกลุ่มนี้มายัง สปสช.ได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด จึงขอความร่วมมือโรงพยาบาลช่วยดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้ตามมาตรฐานการให้บริการสาธารณสุข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ในส่วนของผู้ป่วยที่มีนัดผ่าตัดหรือแอดมิทเป็นผู้ป่วยในตั้งแต่วันที่ 18 ก.ย. 2563 กับโรงพยาบาลที่ถูกบอกยกเลิกจำนวน 7 แห่ง ยังสามารถแจ้งชื่อ วันนัดผ่าตัด และเบอร์โทรศัพท์ มาที่สายด่วน สปสช. 1330 ซึ่งเจ้าหน้าที่จะประสานหน่วยบริการให้ได้รับการรักษาและได้รับผลกระทบน้อยที่สุด หรือหากมีข้อสงสัยก็สามารถสอบถามทางสายด่วน 1330 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยทาง สปสช. ต้องขออภัยความไม่สะดวกในครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รายชื่อหน่วยบริการถูกยกเลิกสัญญา ดูได้ที่ https://bkk.nhso.go.th/main/shownews.php?newsid=4664&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77847</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สปสช., [บัตรทอง, โกงบัตรทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200918/image_big_5f647453de4f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72836</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2020 16:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2020 16:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบเพิ่มอีก 5 คลินิกทำฟัน โกงเบิกจ่ายบัตรทอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29ก.ค.63-นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พร้อมด้วย นพ.การุณย์ คุณติรานนท์ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ &amp;nbsp;ร่วมแถลงข่าว &amp;ldquo;ความคืบหน้า สปสช.เร่งดำเนินการเอาผิดหน่วยบริการทุจริตเงินบัตรทอง&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดยกล่าวว่า ตามที่ระบบการตรวจสอบปกติของ สปสช. โดย สปสช.เขต 13 กทม. พบการจัดทำเอกสารหลักฐานเท็จเพื่อเบิกเงินค่าบริการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคในกลุ่มของโรคเมตาบอลิก จาก &amp;ldquo;กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;กองทุนบัตรทอง&amp;rdquo; ปีงบประมาณ 2562 ในคลินิกเอกชน 18 แห่ง ที่ผ่านมา สปสช.ได้เร่งเอาผิดทุกช่องทางตามกฎหมายแล้ว ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กำชับให้พิทักษ์ผลประโยชน์ของประชาชนและจัดการกับผู้ที่โกงเงินงบประมาณชาติโดยเร็ว โดย สปสช.ได้เดินหน้าเอาผิดทุกช่องทาง ทั้งยกเลิกสัญญาทันทีพร้อมเรียกเงินคืน แจ้งความคดีอาญาในข้อหาฉ้อโกง คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นเพื่อเตรียมฟ้องร้องคดีแพ่งเพิ่มเติม และดำเนินการทางจรรยาบรรณวิชาชีพ แล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา สปสช. ตรวจสอบเพิ่มเติมพบคลินิกทันตกรรมอีก 2 แห่ง เบิกจ่ายทุจริตงบบัตรทองลักษณะเดียวกันนี้ โดยมีห้องปฏิบัติการ (Lab) 2 แห่ง สมรู้ร่วมคิดปลอมแปลงเอกสารหลักฐานทุจริต โดย สปสช. ได้เข้าแจ้งความคดีอาญาที่กองบังคับการปราบปรามแล้วเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2563 และวันที่ 24 กรกฎาคม 2563 พร้อมกันนี้ในส่วนคลินิกเอกชน 18 แห่ง เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2563 สปสช.ได้มอบเอกสารหลักฐาน อาทิ เอกสารสรุปประเด็นความผิด ประเภทความผิด วันและเวลาที่กระทำความผิดโดยการปลอมแปลงเอกสารหลักฐานเป็นเท็จ เพื่อเบิกค่าบริการเพิ่มเติมแห่งละประมาณ 50 ฉบับ ให้กองบังคับการปราบปรามเพิ่มเติม เพื่อความสมบูรณ์ของเอกสารหลักฐานในการดำเนินการทางกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในการเร่งเอาผิดกับคลินิกเอกชนทุจริตเงินบัตรทอง เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา สปสช.ได้ประชุมร่วม 3 หน่วยงาน คือ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกองบังคับการปราบปราม เพื่อหารือถึงการดำเนินการกับหน่วยบริการทุจริตงบบัตรทอง และวันนี้ (29 ก.ค. 63) ทั้ง 3 หน่วยงานได้ร่วมลงพื้นที่คลินิกทันตกรรม 2 แห่ง และห้องปฏิบัติการ (lab) 2 แห่ง เพื่ออายัดเอกสารหลักฐานพร้อมคอมพิวเตอร์ เพื่อนำมาตรวจสอบตามที่ สปสช.ได้แจ้งเบาะแส พร้อมตรวจสอบบัญชีและธุรกรรมการเงิน ค้นหาส่วนที่เกี่ยวข้องกับความผิด&amp;rdquo; เลขาธิการ สปสช. กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวว่า ส่วนการขยายผลสุ่มตรวจหน่วยบริการเบิกจ่ายค่าบริการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคในกลุ่มของโรคเมตาบอลิก ครั้งที่ 1 จำนวน 86 แห่ง พบการเบิกจ่ายข้อมูลไม่ถูกต้อง 63 แห่ง สปสช.จึงขยายการตรวจสอบแบบ 100% พร้อมอายัดเอกสารการบริการและเบิกจ่ายของคลินิกทั้ง 63 แห่ง เมื่อวันที่ 20-24 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ได้เอกสารมากกว่า 5 แสนฉบับ ขณะนี้ สปสช. ได้ระดมเจ้าหน้าที่เพื่อเร่งตรวจสอบแล้ว ทั้งนี้ต่อมา สปสช.ขยายผลตรวจสอบเพิ่มเติมครั้งที่ 2 พบเพิ่มเติมอีก 3 แห่ง ซึ่งเป็นคลินิกทันตกรรม รวมเป็น 66 แห่ง เมื่อรวมกับการตรวจสอบที่พบก่อนหน้านี้ 20 แห่ง เท่ากับ สปสช.ตรวจสอบพบหน่วยบริการเบิกจ่ายข้อมูลเป็นเท็จทั้งสิ้น 86 แห่ง แยกเป็นโรงพยาบาลเอกชน 8 แห่ง, คลินิกเอกชน 73 แห่ง และคลินิกทันตกรรม 5 แห่ง ซึ่ง สปสช. จะนำเอกสารหลักฐานดังกล่าวยื่นต่อกองบังคับการปราบปรามและกรมสอบสวนคดีพิเศษต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในการตรวจสอบ สปสช. ได้ระดมเจ้าหน้าที่ สปสช.จากเขตต่างๆ กว่า 300 คน มาตรวจสอบเวชระเบียนหรือบันทึกการรักษาว่าตรงตามการรายงานในระบบหรือไม่ โดยได้เร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่องไม่มีวันหยุดราชการ ซึ่งมีเอกสารเกี่ยวข้องขณะนี้มีมากกว่า 7 แสนฉบับ ต้องใช้ระยะเวลาในกระบวนการตรวจสอบอย่างมาก&amp;rdquo; เลขาธิการ สปสช. กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นพ.การุณย์ กล่าวถึงการดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกสัญญาคลินิกเอกชน 18 แห่ง ในระบบบัตรทองว่า สปสช. ได้จัดหาหน่วยบริการประจำแห่งใหม่ให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ 9 กรกฎาคม 2563 และได้เข้าพบ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2563 เพื่อประสานความช่วยเหลือในการจัดหาหน่วยบริการรองรับประชาชน ซึ่งท่านยินดีให้ความช่วยเหลือเต็มที่ รวมถึงการดูแลประชาชนที่จะได้รับผลกระทบจากหน่วยบริการที่ สปสช. จะยกเลิกสัญญาเพิ่มเติมหากพบทุจริต ขณะเดียวกันได้ประสานไปยังกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานต่างๆ ร่วมจัดหน่วยบริการรองรับประชาชนในส่วนนี้เช่นกัน โดยเป็นไปตามข้อหารือที่ได้จากการประชุมคณะอนุกรรมการหลักประกันสุขภาพระดับเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร (อปสข.กทม.)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาอีกในอนาคต สปสช.ได้วางระบบป้องกันก่อนการเบิกจ่ายและหลังการเบิกจ่าย โดยเมื่อเริ่มต้นบริการได้เพิ่มในเรื่อง Digital Identification เพื่อพิสูจน์ตัวตนผู้รับบริการก่อน เช่น เสียบบัตรสมาร์ทการ์ด หรือพิสูจน์ตัวตนออนไลน์ ให้ผู้รับบริการขอรหัสการบริการจาก สปสช. ยืนยันตัวเองก่อน ส่วนกรณีรายการที่มีค่าใช้จ่ายสูงจะมีกระบวนการ pre-authorization และ pre-audit รวมทั้งจะนำระบบ AI มาช่วยตรวจสอบ และเมื่อให้บริการแล้วหน่วยบริการจะส่งเอกสารหลักฐานเบิกจ่ายมาที่ สปสช. ซึ่ง สปสช.จะดำเนินการตรวจสอบตามระบบ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72836</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สปสช., คลินิกทำฟันโกงเบิกจ่ายบัตรทอง, โกงบัตรทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200729/image_big_5f212fdd703fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
