<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52378</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2019 08:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2019 08:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุรีรัมย์ฮือไล่ผอ.รร.หักหัวคิวค่าอาหารกลางวัน-แม่น้ำตาตกลูกบอกกินไม่อิ่ม​บางวันเหลือแต่น้ำแกงจืด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13ธ.ค.62-ชาวบ้าน ผู้ปกครอง และนักเรียน ร.ร.นิคมสร้างตนเอง 3 จ.บุรีรัมย์ กว่า 200 คน ฮือประท้วงไล่ ผอ. หักหัวคิวค่าอาหารกลางวันเด็กจากวันละ 3,700 เหลือ 2,000 บาท&amp;nbsp; ทำให้อาหารไม่พอกิน แม่ถึงกับน้ำตาตกหลังลูกบอกกินข้าวไม่อิ่มบางวันเหลือแต่น้ำแกงจืด&amp;nbsp; จี้ต้นสังกัดตรวจสอบหากพบผิดจริงให้เอาผิดตามระเบียบ
เมื่อเวลา 15.00 น.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันที่12 ธ.ค.62&amp;nbsp; ชาวบ้าน&amp;nbsp; พร้อมผู้ปกครอง&amp;nbsp; และนักเรียนโรงเรียนนิคมสร้างตนเอง 3&amp;nbsp; ต.บึงเจริญ&amp;nbsp;&amp;nbsp; อ.บ้านกรวด&amp;nbsp; จ.บุรีรัมย์&amp;nbsp; กว่า 200 คน ได้รวมตัวกันถือป้ายประท้วงที่บริเวณหน้าอาคารเรียน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อเรียกร้องให้ตรวจสอบการบริหารงานของ ผอ.โรงเรียน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยกล่าวหาว่า ผอ.มีพฤติกรรมหักหัวคิวเงินค่าอาหารกลางวันเด็กนักเรียน ที่ได้รับการอุดหนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหัวละ 20 บาท&amp;nbsp; รวมเป็นเงินเฉลี่ย​ วันละ 3,700 บาท&amp;nbsp; แต่ ผอ.เซ็นจ่ายค่าทำอาหารกลางวันเพียง​ วันละ 2,000 บาทเท่านั้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;
จึงทำให้อาหารกลางวันไม่เพียงพอกับจำนวนนักเรียนที่มีอยู่กว่า 180 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนเด็กพากันบ่นว่ากินไม่อิ่ม บางวันข้าวก็หมดคนที่มาทีหลังก็จะเหลือแต่น้ำแกงจืดให้กิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งมีคลิปที่ผู้ปกครองถ่ายภาพน้ำแกงจืดไว้เป็นหลักฐานด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเป็นแบบนี้มานานกว่า 2 ปีแล้วตั้งแต่ ผอ.คนดังกล่าว​ ย้ายมาดำรงตำแหน่งที่โรงเรียน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งเด็กนักเรียนก็พากันไปบอกพ่อแม่ผู้ปกครองว่ากินข้าวกลางวันไม่อิ่ม เมื่อมาสอบถามทางครูที่โรงเรียน​ ก็อธิบายว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ค่าอาหารกลางวันที่ได้รับอุดหนุนจากทางเทศบาล&amp;nbsp; ผอ.เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการเองทั้งหมด&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงไม่มีใครกล้าทักท้วง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
จากกรณีดังกล่าวชาวบ้าน และผู้ปกครองจึงได้พากันมาประท้วงเพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานต้นสังกัด&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตรวจสอบข้อเท็จจริง&amp;nbsp; หากพบว่า ผอ.บริหารงานไม่โปร่งใสมีการหักหัวคิวค่าอาหารกลางวันเด็กจริง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็ให้ดำเนินการเอาผิดทั้งวินัยและอาญา&amp;nbsp; และช่วงระหว่างการตรวจสอบก็อยากให้ย้ายออกจากพื้นที่ไปก่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและโปร่งใสในการตรวจสอบด้วย
นางสายไหม&amp;nbsp;&amp;nbsp; รสวิไลทอง&amp;nbsp; ผู้ปกครองนักเรียน&amp;nbsp; กล่าวทั้งน้ำตาว่า&amp;nbsp; ตนมีลูกสาวเรียนอยู่ชั้น ป.2 บ่อยครั้งที่หลังเลิกเรียนลูกจะกลับไปบอกว่าหนูกินข้าวไม่อิ่ม บางวันข้าวหมดเหลือแต่น้ำแกงจืด&amp;nbsp; ตนได้ยินก็ตกใจและสงสารลูก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็เข้าใจว่าทางโงเรียนมีงบรัฐบาลอุดหนุนอยู่แล้วแต่ทำไมลูกถึงกินข้าวไม่อิ่ม&amp;nbsp; ถ้ารู้ว่าลูกมาโรงเรียนแล้วกินข้าวกลางวันไม่อิ่ม&amp;nbsp; ก็จะให้ลูกห่อข้าวจากที่บ้านมาเอง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งตนเองก็ไม่รู้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ที่ผ่านมาตั้งแต่สมัย ผอ.คนเดิม&amp;nbsp; ลูกไม่เคยไปบอกว่ากินข้าวไม่อิ่มเลย&amp;nbsp; จึงอยากให้ทางผู้หลักผู้ใหญ่ตรวจสอบด้วยว่าเกิดจากอะไร&amp;nbsp;&amp;nbsp; และอยากให้หาทางแก้ไขปัญหาเพื่อให้เด็กทุกๆ คนได้กินอิ่ม
ด้านนางทองคูณ&amp;nbsp;&amp;nbsp; วารีสอนลาภ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้ปกครองอีกคน​ ก็บอกตรงกันว่า&amp;nbsp; ได้ยินลูกหลานหลายคนไปบอกผู้ปกครองว่ากินข้าวไม่อิ่ม&amp;nbsp; บางวันข้าวก็หมดไม่พอกัน&amp;nbsp; บางวันเหลือแต่น้ำแกง&amp;nbsp; พอมาสอบถามทางโรงเรียนก็บอกว่าได้รับงบอุดหนุนจากทางเทศบาลตามจำนวนนักเรียนเฉลี่ยวันละ 3,700 บาท&amp;nbsp; แต่ ผอ.ซึ่งเป็นคนดูแลรับผิดชอบเรื่องเงินเอง&amp;nbsp; ได้จ่ายค่าอาหารกลางวันเพียงวันละ 2,000 บาท ไม่รู้ว่าเงินที่เหลืออีก 1,700 บาทหายไปไหน&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงอยากให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วย&amp;nbsp; หาก ผอ.บริหารไม่โปร่งใสจริงก็ให้ดำเนินการไปตามระเบียบ&amp;nbsp; และอยากให้ย้ายออกจากพื้นที่เพราะไม่อยากให้ลูกหลานต้องเจอปัญหาในลักษณะดังกล่าวอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52378</URL_LINK>
                <HASHTAG>หักหัวคิวอาหารกลางวัน, โกงอาหารกลางวันเด็ก, โรงเรียนนิคมสร้างตนเอง, ไล่ผอ.โรงเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191213/image_big_5df2e9b9bea53.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44623</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2019 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2019 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิลึก!แห่ให้กำลังใจผอ.สพป.ชัยนาทหลังโดนโซเชียลถล่มเหตุสั่งย้าย&#039;ครูอ้อม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;30ส.ค.62-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะผู้บริหารโรงเรียน ครูอาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษาชัยนาท(สพป.) จำนวน 165 แห่ง&amp;nbsp; ได้เดินทางไปที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยนาท อ.เมือง จ.ชัยนาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อนำแจกันดอกไม้ไปมอบให้กับ น.ส.ลออ วิลัย ผอ.สพป.ชัยนาท&amp;nbsp; ที่เป็นผู้บังคับบัญชา&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อเป็นการให้กำลังใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และกำลังถูกโซเชียลถล่มหนัก เหตุจากมีหนังสือสั่งการย้าย น.ส.อ้อมอารีย์ แข็งฤทธิ์ หรือครูอ้อม ครูโรงเรียนวัดวงเดือน อ.หันคา จ.ชัยนาท&amp;nbsp; หลังจากที่ครูอ้อมออกมาแฉเรื่องอาหารกลางวันโรงเรียนไม่มีคุณภาพ
โดยคณะผู้บริหารโรงเรียน เห็นว่าตลอดระยะเวลา 2 ปี ที่ผ่านมา น.ส.ลออ วิลัย ได้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง ผอ.สพป.ชัยนาท ได้อย่างดีเยี่ยม เพราะได้เน้นย้ำให้โรงเรียนในสังกัดทุกแห่ง ดำเนินการในเรื่องอาหารกลางวัน ให้ถูกต้องอยู่เสมอ รวมทั้งเรื่องการบริหารงานภายในโรงเรียนให้มีความโปร่งใสและมีธรรมาภิบาล
ด้าน น.ส.ลออ ได้กล่าวขอบคุณผู้ที่มาให้กำลังใจทุกคน และยืนยันว่าได้ปฏิบัติหน้าที่ตามบทบาทที่ได้รับมอบหมายและเต็มกำลังความสามารถ&amp;nbsp; ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนวัดวงเดือน&amp;nbsp; ขณะนี้ครูในโรงเรียนทั้ง 6 คน ยังคงทำหน้าที่สอนหนังสือนักเรียนตามปกติ&amp;nbsp; แม้จะมีครู&amp;nbsp; 4 คน ได้ยื่นหนังสือขอลาออกและขอย้ายออก&amp;nbsp; และ ครู 1 คน ในจำนวนนี้ ป่วยเพราะเกิดความเครียด&amp;nbsp; จนต้องเข้ารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;quot;การบริหารงานภายในโรงเรียนดังกล่าว ขณะนี้ได้แต่งตั้ง ผู้บริหารจากโรงเรียนอื่น ให้เข้าไปทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงในการบริหารงานให้กับผู้รักษาราชการแทนผู้อำนวยการโรงเรียนแล้ว และยังมีผู้บริหารโรงเรียนที่เป็นศูนย์ประสานงานทางการศึกษา ที่อยู่ใกล้เคียง ได้เข้าไปช่วยดูแลให้กำลังใจและแนะนำในการบริหารงานต่างๆด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงไม่เป็นปัญหาและไม่มีผลกระทบกับการเรียนการสอนแต่อย่างใด&amp;quot;น.ส.ลออ กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44623</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.อ้อมอารีย์ แข็งฤทธิ์, ลออ วิลัย, โกงอาหารกลางวันเด็ก, โรงเรียดวัดวงเดือน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190830/image_big_5d68a261c37b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40332</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบ4รร.โกงอาหารเด็ก! ป.ป.ช.เชือดก๊วนโคราช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ชุกเป็นดอกเห็ด! ป.ป.ช.ลงพื้นที่โคราช พบอีก 4 โรงเรียนโกงอาหารกลางวันเด็ก พฤติกรรมเข้าข่ายทุจริต เบิกเงินเต็มแต่ซื้อวัตถุดิบไม่ครบ ให้ไปหมื่นทอนเข้ากระเป๋า 5 พัน แถมมีหลักฐานเท็จ ตั้งอนุกรรมการไต่สวนแล้ว เตรียมจับขึ้นเขียงทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ นายมงคล สาริสุต ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภาค 3 เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบโครงการอาหารกลางวันเด็กนักเรียนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา หลังจาก ป.ป.ช.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สุ่มตรวจสอบตามโรงเรียนหลายแห่งพบว่ามีอยู่ 4 โรงเรียนที่เข้าข่ายการกระทำการทุจริต แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อโรงเรียนได้ ซึ่งขณะนี้ได้ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับพฤติกรรมของโรงเรียนที่เข้าข่ายการทุจริตโครงการอาหารกลางวันเด็กนักเรียน ที่ ป.ป.ช.ตรวจพบคือ การซื้อวัตถุดิบไม่ครบ เช่น 1 วันโรงเรียนต้องซื้อวัตถุดิบจำนวน 10,000 บาท แต่ทางโรงเรียนซื้อเพียงแค่ 5,000 บาท แต่เงินส่วนต่างที่เหลือทางโรงเรียนไม่สามารถชี้แจงได้ และบางโรงเรียนนำเงินส่วนต่างไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยตามระเบียบหากมีเงินเหลือต้องส่งคืนทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมงคลกล่าวว่า นอกจากนี้ยังพบโรงเรียนบางแห่งที่มีเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา นำอาหารกลางวันไปเลี้ยงเด็กนักเรียนทั้งหมด รวมถึงครูในโรงเรียนด้วย ทั้งที่โครงการอาหารกลางวันนักเรียนจัดขึ้นสำหรับเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาเท่านั้น ทำให้ประเภทรายการอาหารแทนที่จะมีเมนูอาหาร 2 อย่างต่อ 1 มื้อ กลับมีเมนูอาหารเพียง 1 อย่าง เป็นเหตุให้อาหารกลางวันที่เด็กได้รับไม่ครบถ้วนตามหลักโภชนาการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งหมดนี้คือพฤติการณ์ที่ ป.ป.ช.ทำการตรวจสอบพบ กระทั่งนำไปสู่การตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนโรงเรียน 4 แห่ง ที่เข้าข่ายการกระทำทุจริตดังกล่าว ซึ่ง ป.ป.ช.เองก็ไม่นิ่งนอนใจในการตรวจสอบโครงการอาหารกลางวันของเด็กนักเรียนประถม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจโครงการอาหารกลางวันสถานศึกษาทั้ง 32 อำเภอของจังหวัดนครราชสีมา โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีงบประมาณจัดซื้ออาหารกลางวันของนักเรียนเป็นจำนวนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมงคลเผยว่า จากการออกสุ่มตรวจพบว่ามีโรงเรียน 4 แห่งในจังหวัดนครราชสีมา ทั้งโรงเรียนขนาดใหญ่และขนาดเล็กที่มีการทุจริตโครงการอาหารกลางวันเด็ก ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการไต่สวนของคณะอนุกรรมการ โดยรูปแบบที่พบส่วนใหญ่เป็นการจัดซื้ออาหารไม่ครบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่น งบอาหารกลางวัน 10,000 บาท แต่ซื้อมาไม่ถึง อาจจะซื้อแค่ 5,000-6,000 บาท เป็นต้น ทำให้มีส่วนต่างเกิดขึ้น ซึ่งผู้บริหารโรงเรียนหลายแห่งตอบไม่ได้ว่าเงินส่วนต่างหายไปไหน บางแห่งตอบว่าเอาไว้ใช้ในกิจการโรงเรียน ซึ่งมันตอบแบบนี้ไม่ได้ เพราะถือเป็นการทุจริต เป็นการกระทำทุจริตแล้ว จะเอาไปใช้อย่างอื่นไม่ได้เลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มันคือการทำลายหลักฐานเท็จ อันนั้นเป็นเหตุการณ์บรรเทาโทษหรือไม่ผมไม่ทราบ เช่นเอาเด็กไปแข่งขันกีฬา ความจริงไม่เกี่ยวกันเลย&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมงคลระบุว่า นักเรียนระดับประถมศึกษาของไทยได้รับการจัดสรรให้หัวละ 20 บาท ผมเคยไปดูงานในเรือนจำ เขาได้รับค่าอาหารกลางวันสำหรับนักโทษ 1 คน ซึ่งเป็นผู้ใหญ่วันละ 49 บาท เป็นอาหาร 3 มื้อ กับข้าว 2 อย่าง พร้อมของหวานด้วย เขาอยู่ได้ แต่เด็กเราได้ตั้ง 20 บาท ทำไมได้กินอาหารไม่ดีหรือไม่ครบ ผมดูแล้วผมใส่ใจ แต่การตรวจก็ต้องสุ่มดู เพราะโคราชมีโรงเรียนเยอะมากกว่า 1,000 แห่ง การทำงานก็ต้องค่อยๆ ทำ หรือหากประชาชนมีข้อมูลแจ้งเข้ามาเราก็จะไปสุ่มตรวจให้ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช.ยอมรับว่า ป.ป.ช.ทำงานช้าไปนิดหน่อย เนื่องจากเจ้าหน้าที่น้อย แต่ขอให้ไว้วางใจได้ว่าไม่ต้องกังวล แม้การดำเนินการไม่เสร็จภายใน 2 ปี ซึ่งบางคนเกรงว่าจะขาดอายุความนั้น ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะเรื่องที่เรามีข้อมูลหรือพบการกระทำผิดเหล่านี้สามารถดำเนินการต่อไปได้ ไม่มีหมดอายุความ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการกังวลว่าทางโรงเรียนมีการจัดซื้อจัดจ้างที่เอื้อประโยชน์ให้แก่ร้านค้ารายเดียวนั้น นายมงคล กล่าวว่า กฎหมายเปิดช่องให้ว่า หากการจัดซื้อไม่เกิน 500,000 บาท ก็สามารถเจาะจงซื้อได้ แต่สิ่งสำคัญก็คือได้ครบหรือไม่ ของมีคุณภาพหรือไม่ อันนี้ตรวจสอบกันไม่ยาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา พร้อมด้วยนางปิยะฉัตร อินสว่าง รอง ผวจ.นครราชสีมา ก็เคยออกไปสุ่มตรวจโรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่ในตัวเมืองโคราชแล้วผมก็เจออยู่ ซึ่งโรงเรียนแห่งนี้มีนักเรียนเกือบ 5,000 คน งบในการจัดซื้ออาหารกลางวันหัวละ 20 บาท ตกวันละเกือบ 100,000 บาท หากคิดเป็นเดือน เดือนละกว่า 2 &amp;nbsp;ล้านบาท อาหารที่จัดให้นักเรียนก็ควรอยู่ในเกณฑ์ที่ดีและต้องซื้อให้ครบถ้วนตามงบที่ได้รับการจัดสรรมา &amp;nbsp;และมีบางโรงเรียนถ้าไปสุ่มตรวจมันก็เจอ ซึ่งหากพบเราจะได้เข้าไปดำเนินการเอาผิดต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40332</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซื้อวัตถุดิบไม่ครบ, ป.ป.ช., พฤติกรรมเข้าข่ายทุจริต, หนังสือพิมพ์, โกงอาหารกลางวันเด็ก, โคราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190706/image_big_5d20a37972877.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11531</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2018 19:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2018 19:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มท.ตั้งคณะกรรมการแก้อาหารกลางวันเด็กใน 7 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มหาดไทยเตรียมตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนอาการกลางวันยั่งยืนเพื่อแก้ปัญหา การทุจริต และอาหารขาดโภชนาการ ภายใน7วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จัดเสวนาทางวิชาการ เรื่อง การบริหารจัดการอาหารกลางวันนักเรียนให้เป็นไปอย่างมีคุณภาพ โดยมี ครูและบุคลากรทางการศึกษา ตัวแทนโรงเรียนสังกัดอปท. 400 โรงเรียนเข้าร่วม โดยนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กล่าวว่า งบประมาณอาหารกลางวันปีละมากกว่า 22,000 ล้านบาท หัวละ 20 บาท ซึ่งถือว่ามีความเหมาะสม งบประมาณไม่ได้มากหรือน้อยเกินไป แต่การที่บางโรงเรียนนำงบประมาณไปใช้แบบมีปัญหา แม้จะมีตัวอย่างดีๆ ในการจัดการอาหารกลางวันด้วยงบประมาณจำนวนดังกล่าวได้เป็นอย่างดี เช่น โรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา สมุทรปราการ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เป็นเรื่องน่าเศร้าว่าผลการศึกษาเป็นอันดับ 8 ของอาเซียน ชนะแค่พม่ากับลาว เกิดจากเด็กเล็กกินอาหารไม่ดี เซลล์สมองไม่เติบโต &amp;nbsp;โดยทางการแพทย์ระบุเด็กอายุ 0-12 ปี อาหารที่ดีมีความสำคัญจะได้มีร่างกายแข็งแรงก็ขึ้น&amp;rdquo; นายสุทธิพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เห็นว่า การแก้ปัญหาการจัดการอาหารกลางวันจะให้ทุกโรงเรียนได้ใช้ Thai School Lunch และขยายผลในอนาคต โดยโปรแกรม Thai school lunch นี้ ทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นถือว่าเป็นโปรแกรมที่จัดเมนูอาหารแบบ 4.0 ตามนโยบาย คสช. แบบใช้ได้ 2 ทาง คือเข้าไปเลือกหาเมนูอาหารในโปรแกรมและสร้างเมนูเพิ่มได้เอง นอกจากนี้จะผลักดันให้มีนักโภชนาการท้องถิ่น ให้ทุก อปท.ไปดำเนินการ เพื่อให้เด็กและคนในชมชุนได้มีอาหารที่มีคุณค่า มีสารอาหารและมีความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เตรียมแนวทางการตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนคุณภาพอาหารกลางวันเพื่อโภชนาการของเด็กนักเรียน เพื่อติดตามการดำเนินการของทุกโรงเรียนไปใช้ระบบ Thai School Lunch จะวัดได้ว่ารายการอาหารมีสารอาหารครบมีปริมาณและจำนวนที่เป็นรูปธรรม โดยคณะทำงานติดตามก็จะเข้าไปเยี่ยมเด็กนักเรียน มีนายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด และการมีส่วนร่วมชุมชน &amp;nbsp;ผู้ปกครอง กรรมการศึกษา เพื่อจะช่วยให้เกิดสิ่งที่ดีงามกับเด็กได้มากกว่าที่ผ่านมา โดยจะจัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนให้แล้วเสร็จใน 7 วัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11531</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น, กระทรวงมหาดไทย, ตั้งกรรมการ, ต้นแบบอาหารกลางวัน, สุทธิพงษ์ จุลเจริญ, โกงอาหารกลางวันเด็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180617/image_big_5b26566bd20c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11493</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2018 15:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2018 08:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาชนไม่เชื่อน้ำยารัฐ จัดการทุจริต เปิด 5 คดีโกงที่ได้รับความสนใจมากที่สุด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ข่าวการทุจริตในช่วงนี้มีหลายคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการทุจริตในแวดวงราชการ หรือวงการสงฆ์ ต่างชี้ให้เห็นถึงปัญหาสำคัญที่ฝังรากลึกในสังคมไทยมานาน และยังคงมีให้เห็นอยู่เสมอ เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน กรณี ข่าวการทุจริต &amp;ldquo;สวนดุสิตโพล&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยสวนดุสิต &amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,122 คน ระหว่างวันที่ 12-16 มิถุนายน 2561 สรุปผลได้ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;5 อันดับ&amp;rdquo; ข่าวการทุจริต ที่ประชาชนสนใจมากที่สุด อันดับ 1 อาหารกลางวันเด็กนักเรียน 42.03% &amp;nbsp;อันดับ 2 เงินทอนวัด 40.00% อันดับ 3 เงินคนจน เบี้ยผู้สูงอายุ ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง 37.00% อันดับ 4 การใช้งบประมาณแผ่นดินของรัฐบาล งบโครงการต่าง ๆ 21.06% อันดับ 5 การทุจริตต่าง ๆ ในกระทรวงศึกษาธิการ เช่น คุรุภัณฑ์ นมโรงเรียน กองทุนเสมา 20.68%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน &amp;ldquo;สาเหตุการทุจริต&amp;rdquo;นั้น ประชาชนมองว่า เกิดจาก อันดับ 1 กิเลส โลภ ละโมบ ความเห็นแก่ตัว 68.35% อันดับ 2 ระบบการตรวจสอบมีช่องโหว่ ไม่รัดกุม เจ้าหน้าที่รู้เห็นเป็นใจ 28.42% &amp;nbsp;อันดับ 3 ไม่เกรงกลัวกฎหมาย บทลงโทษไม่รุนแรง 19.30% &amp;nbsp;อันดับ 4 สังคมเปลี่ยนแปลง มีสิ่งยั่วยุมากขึ้น ค่านิยมผิด ๆ 17.11% อันดับ 5 เงินเดือนน้อย เศรษฐกิจไม่ดี เงินไม่พอใช้ 14.83%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ&amp;ldquo;วิธีการป้องกันการทุจริต&amp;rdquo; สวนดุสิต ทำการสำรวจพบว่า &amp;nbsp;อันดับ 1 ปลูกฝังค่านิยม เน้นความซื่อสัตย์ &amp;nbsp;จิตสำนึกที่ดี 45.79% อันดับ 2 กฎหมายต้องใช้ได้จริง ไม่สองมาตรฐาน บทลงโทษรุนแรง 38.81% อันดับ 3 มีมาตรการป้องกันและระบบการตรวจสอบที่รัดกุม 31.21% &amp;nbsp;อันดับ 4 ทุกคนทุกฝ่ายต้องช่วยกัน สอดส่องดูแล เป็นหูเป็นตา 21.77% อันดับ 5 นักการเมือง ข้าราชการ ผู้ใหญ่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็ก 13.24%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนคิดว่ารัฐบาลจะสามารถแก้ปัญหาทุจริตในปัจจุบันได้หรือไม่? อันดับ 1 &amp;nbsp;แก้ไขไม่ได้ 47.50%เพราะ &amp;nbsp; การทุจริตเกิดขึ้นมานานและมีอยู่ทุกวงการ แก้ไขได้ยาก สังคมเสื่อมโทรม &amp;nbsp;คนมีค่านิยมในทางที่ผิด มีตัวอย่างที่ไม่ดีให้เห็น &amp;nbsp;ผู้มีอำนาจมีอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้อง ดำเนินคดีได้ยาก ฯลฯ อันดับ 2 &amp;nbsp;ไม่แน่ใจ 32.54% เพราะ &amp;nbsp; ปัญหาการทุจริตมีทุกที่ มีทั้งที่แก้ไขได้และไม่ได้ อาจดูแลไม่ทั่วถึง ต้องใช้เวลานาน &amp;nbsp;รอติดตามการทำงานต่อไป ฯลฯอันดับ 3 แก้ไขได้ 19.96% เพราะ &amp;nbsp; รัฐบาลมีอำนาจเด็ดขาด หากตั้งใจจริงก็สามารถทำได้ &amp;nbsp;ที่ผ่านมามีผลงานการปราบปรามการทุจริตให้เห็น &amp;nbsp;ถ้ามีมาตรการเด็ดขาดกวาดล้างอย่างจริงจัง น่าจะทำให้การทุจริตลดลงได้ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายประชาชนได้ &amp;ldquo;บทเรียน&amp;rdquo; อะไร? จากข่าวทุจริต ณ วันนี้ อันดับ 1 เป็นปัญหาสำคัญของสังคมไทย ฝังรากลึก แก้ไขได้ยาก 51.87% &amp;nbsp;อันดับ 2 การบังคับใช้กฎหมายยังอ่อนแอ ไม่รุนแรง 33.38% อันดับ 3 การทุจริตเกิดขึ้นได้ทุกวงการ ทุกฝ่ายต้องหันมาช่วยกันแก้ไข 27.07% อันดับ 4 ทำให้ภาพลักษณ์วงการราชการเสื่อมเสีย ถดถอย 20.53% อันดับ 5 คนขาดคุณธรรมจริยธรรม ต้องเร่งสร้างจิตสำนึก 17.87%
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11493</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีทุจริตเงินทอนวัด, ทุจริตกระทรวงศึกษาธิการ, ทุจริตกองทุนเสมา, สวนดุสิตโพล, เบี้ยคนจน, โกงอาหารกลางวันเด็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180617/image_big_5b25b95f974f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2018 18:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2018 18:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ดรามา&quot;อาหารกลางวัน รร.ในสุไหงปาดีปล่อยคลิปประจาน ที่แท้ขัดแย้งภายใน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;12มิ.ย.61เมื่อเวลา 11.30 น. นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี จ.นราธิวาส ได้เดินทางไปยังโรงเรียนบ้านตาเซะใต้ ซึ่งตั้งอยู่ ม.6 ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี หลังมีการโพสข้อความลงFACE BOOK เรื่องอาหารกลางวันโรงเรียนของลูกดิฉันเมื่อวาน ผัดลูกชิ้นปลาคนละ 2 ลูก วงเล็บ 4 ซีก ราดข้าวทั้งโรงใช้ลูกชิ้นปลา 4 ถุง ถั่วฟักยาว 1มัด รวมเครื่องปรุงเบ็ดเสร็จ ราคาไม่เกิน200 บาทต่อวัน สอบถามแล้ว งบไม่มี แต่ก็ดีกว่าโรงเรียนใน จ.สุราฎร์ธานีอีกนะคะ ขอบอก ปล.โรงเรียนบ้านตาเซะใต้ ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส &amp;nbsp;พร้อมกับมีภาพผู้ปกครองนักเรียน และมีรูปภาพนักเรียนโรงเรียนบ้านตาเซะใต้ นั่งรับประทานอาหารมื้อกลางวัน ซึ่งมีกับข้าวเพียงลูกชิ้นกับถั่วฟักยาวผัดกับเครื่องแกง ซึ่งลูกชิ้นนั้นมีเพียง 2 ลูก หั่นออกเป็น 4 ชิ้น เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 61 ที่ผ่านมาจนมีการเขียนข้อความกันไปต่างๆนาๆถึงความไม่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อถึงโรงเรียนนายรุ่งเรือง &amp;nbsp; ได้เดินทางไปยังห้องอาหาร ซึ่งมีนักเรียนชั้นอนุบาลกำลังเตรียมตัวนั่งรับประทานอาหาร และพบว่าอาหารในวันนี้มีแกงไก่ ไข่เจียว สับปะรด และขนมปัง ซึ่งเป็นอาหารครบ 5 หมู่ สมกับราคาที่ทางรัฐบาลได้สนับสนุนต่อหัวต่อนักเรียน 1 คนในวงเงิน 20 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายรุ่งเรือง นายอำเภอสุไหงปาดี ได้เรียกประชุมคณะครูโรงเรียนบ้านตาเซะใต้ ตัวแทน อบต.ปะลุรู รวมทั้งกำนัน ตัวแทนสำนักงานพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 2 และผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้ชี้แจงกรณีคลิปอาหารกลางวันฉาว ที่ได้เผยแพร่สู่สาธารณะชน โดย น.ส.สุรียานิง สะแลแม ครูประจำชั้น ป.1 โรงเรียนบ้านตาเซะใต้ ซึ่งดูแลเกี่ยวกับอาหารกลางวัน ได้ชี้แจงว่า ในวันนี้ที่ทำเมนูลูกชิ้นเป็นวันพฤหัสที่ 7 มิ.ย. 61 โดยได้สอบถามเด็กนักเรียนในช่วงวันพุธ เด็กบอกว่าตั้งแต่เปิดเรียนยังไม่ได้กินผัดเผ็ดลูกชิ้นเลย จึงได้ทำให้เด็กกินตามต้องการ &amp;nbsp;แต่ในวันนั้นไม่ได้มีผัดเผ็ดลูกชิ้นอย่างเดียว ยังมีไข่เจียว ซึ่งทำไมต้องไปถ่ายตอน ที่เด็กยังไม่ได้กิน และทำไมลูกชิ้น2ลูกยังผ่าอีก เพราะลูกชิ้นมันใหญ่เด็กอนุบาลจะกินได้หรือคะ &amp;nbsp;ส่วนภาพที่ออกมานั้น น.ส.สุรียานิง บอกอีกว่า &amp;nbsp;ตนมีพยานหลายคนคนที่ถ่ายภาพคือ คุณครูผู้ชายที่ขับรถยนต์สีน้ำเงินเด็กยังยืนยันเลย ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นในครั้งนี้คุณครูทุกคน ยังไม่ทราบจุดประสงค์แต่ที่ได้รับคือโรงเรียนได้รับความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายรุ่งเรืองกล่าวต่อมาว่า &amp;nbsp;โรงเรียนบ้านตาเซะใต้มีโครงการอาหารกลางวันได้ค่ารายหัวละ 20 บาท และมีการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบพัสดุ การเข้ามาตรวจสอบ พบว่าอาหารกลางวันให้เด็กกินถูกต้องตามหลักโภชนาการ &amp;nbsp; แต่ที่มีเผยแพร่ทางสื่อนั้น &amp;nbsp;ในวันนั้นมีการทำอาหารให้เด็กรับประทานแต่ยังตักอาหารไม่ครบ ซึ่งที่ทราบว่าเป็นลูกชิ้นแต่ยังมีไข่เจียวและอาหารอื่นๆด้วยในมื้อดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านบุญชู ราชสุวรรณ ผอ.โรงเรียนบ้านโคกตา อ.สุไหงปาดี ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เปิดเผยว่า หลังจากที่มีการเผยแพร่คลิปออกไปตามสื่อต่างๆ ทางสำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษานราธิวาสเขต 2 ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ก็ได้แต่งตั้งคณะกรรมการเข้ามาตรวจสอบ เหตุนั้นเกิดในวันศุกร์ที่ 8 มิ.ย. 61 โดยในวันจันทร์ตน นิติกรและเจ้าหน้าที่พัสดุได้เข้ามาตรวจสอบ และพูดคุยสัมภาษณ์กับผู้ที่จัดอาหารกลางวันในวันนั้นและที่ผ่านมา แต่ในเรื่องของราคาอาหารไม่เกิน 200 บาท นักเรียนกินทั้งโรงนั้นมันไม่ใช่แน่นอน เพราะการจัดอาหารกลางวัน บางสิ่งบางอย่างซื้อสต็อกเอาไว้แล้ว และกลุ่มเป้าหมายที่รับประทานในวันนั้นคือ นักเรียนเพียงส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งถือศีลอด และผลการตรวจสอบในเบื้อต้นพบว่าเป็นเรื่องของความขัดแย้งภายในโรงเรียน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11218</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.นราธิวาส, สุไหงปาดี, โกงอาหารกลางวันเด็ก, โรงเรียนบ้านตาเซะใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180612/image_big_5b1fa9717f64b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10994</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2018 09:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2018 09:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บุญรักษ์&#039;คาดโทษเขตพิ้นที่ฯห้ามมีรร.โกงอาหารเด็กอีก! สั่งตรวจทุกรร.ในความรับผิดชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย.61-นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ตนได้ประชุมชี้แจงผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนท์ไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศถึงการบริหารงานโครงการอาหารกลางวันนักเรียน ซึ่งตนได้กำชับข้อสั่งการของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า ให้ดำเนินโครงการอาหารกลางวันเด็กให้ถูกหลักโภชนาการ โดยในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ย้ำกับเขตพื้นที่ว่าการบริหารจัดการอาหารกลางวันต้องสร้างระบบที่เคร่งครัดมีการวางแผนการทำงานร่วมกับครู และ ผู้ปกครอง รวมถึงปริมาณสารอาหารจะต้องมีความเหมาะสม โดยการจะต้องจัดทำเมนูอาหารตามหนังสือสั่งการจาก สพฐ.เรื่องการจัดทำเมนูอาหาร Thai School Lunch อย่างถูกต้องและเหมาะสม ทั้งนี้หากเขตพื้นที่ใดไม่ปฎิบัติตามจนทำให้เกิดเหตุความไม่ชอบมาพากลของโครงการอาหารกลางวันอีกผู้อำนวยการเขตพื้นที่จะต้องรับผิดชอบ และหากตรวจสอบพบทุจริตผู้บริหารก็จะต้องโดนโทษวินัยอย่างแน่นอน ดังนั้นเขตพื้นที่จะต้องสำรวจโรงเรียนในสังกัดของตัวเองแบบปูพรมว่า แต่ละแห่งมีแผนบริหารจัดการโครงการอาหารกลางวันที่เหมาะสมหรือไม่ และหากโรงเรียนใดยังมีจุดบกพร่องก็เข้าไปช่วยวางแผนดำเนินการ ส่วนผลสืบข้อเท็จจริงผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าใหม่ จ.สุราษฎร์ธานี ให้เด็กนักเรียนกินขนมจีนกับน้ำปลานั้น ตนกำลังรอผลสรุปการสืบข้อเท็จจริงอยู่ เนื่องจากตนได้สั่งการให้สืบสวนเพิ่มเติมในส่วนของประเด็นที่พบการทุจริตเพิ่มของผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การทำงานเรื่องโครงการอาหารกลางวันร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในฐานะที่อปท.เป็นเจ้าของเงินงบประมาณอยากให้ปรับปรุงในส่วนไหนหรือไม่ นายบุญรักษ์ กล่าวว่า ตนอยากให้ อปท.ได้โอนเงินงบประมาณที่จะใช้จ่ายเรื่องค่าอาหารกลางให้รวดเร็วกว่าเดิม เพราะโรงเรียนจะได้เตรียมความพร้อมได้ทัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญรักษ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ในส่วนของเรื่องการจัดซื้อครุภัณฑ์ฝึกทักษะมัธยมศึกษาตอนต้น งบประมาณ 6 แสนบาทต่อโรงเรียน ในเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดยโสธรนั้น สพฐ.ได้ตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงแล้ว โดยจะดูระบบการตั้งงบประมาณของโครงการนี้ทั้งหมดว่ามีสิ่งผิดปกติในจุดไหนบ้าง หากพบว่ามีบุคคลใดเกี่ยวข้องก็จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยต่อไป &amp;nbsp;ทั้งนี้ตนก็รับทราบว่าในส่วนของคณะทำงานของ รมว.ศธ. ก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงแล้วเช่นกัน .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10994</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, อาหารกลางวันนักเรียน, เลขาฯกพฐ., โกงอาหารกลางวันเด็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180609/image_big_5b1b374c18c59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
